Oppo – CBIZ Reviews – MGR Online https://cyberbiz.mgronline.com เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์ ไอที ไฮเทค เป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดการออนไลน์ Sun, 25 Jun 2017 07:32:17 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.0 Review : OPPO R9s กล้องเด่น ราคาโดน กับสมาร์ทโฟนสุดคุ้มของปีนี้ https://cyberbiz.mgronline.com/review-oppo-r9s/ Thu, 06 Apr 2017 11:07:08 +0000 http://www.cyberbiz.in.th/?p=25713

หลังจาก OPPO (ออปโป้) เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง R9s Plus ไปเมื่อต้นปี (พร้อมขายแล้ว) วันนี้ก็ถึงคิวของน้องรอง R9s กับว่าที่สมาร์ทโฟนรองท็อปที่มีความโดดเด่นอยู่ที่สเปกกล้องหน้าและหลัง เอาใจทั้งขาเซลฟีและคนชอบถ่ายภาพ โดยในรุ่น R9s และ R9s Plus มีจุดขายที่น่าสนใจอยู่ในเรื่องราคาค่าตัวไม่เกิน 2 หมื่นบาท แต่สเปกและฟังก์ชันการใช้งานเทียบกับคู่แข่งเรือธงในท้องตลาดได้แน่นอน โดยเฉพาะรุ่นรอง R9s ที่ออปโป้คาดหวังจะให้เป็นสมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด

การออกแบบ

สำหรับ OPPO R9s จะมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1,920×1,080 พิกเซล ครอบทับด้วยกระจกจอ 2.5D Gorilla Glass 5 พร้อมรองรับการสัมผัสขณะสวมถุงมือหรือแม้กระทั่งนิ้วเปียกก็สามารถจิ้มสั่งงานหน้าจอได้

ด้านกล้องถ่ายภาพด้านหน้า ติดตั้งอยู่ข้างลำโพงสนทนาโทรศัพท์ มาพร้อมความละเอียดภาพ 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.0

น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 147 กรัม บาง 6.58 มิลลิเมตร มีสีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Gold และ Rose Gold

ในส่วนปุ่มโฮมจะใช้ระบบ Solid-State เป็นเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือ (ไม่ใช่ปุ่มกด) คล้ายกับ iPhone 7/7 Plus เพียงผู้ใช้นำนิ้วมาสัมผัสเบาๆ (ไม่ต้องออกแรงกด) ระบบจะอ่านลายนิ้วมือและปลดล็อกหน้าจอทันที หรือระหว่างใช้งานเพียงสัมผัสเบาๆที่ปุ่มนี้ ระบบจะพากลับมาที่หน้าโฮมสกรีนทันที

มาถึงจุดที่น่าสนใจและถือเป็นครั้งแรกของกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 2 หมื่นบาทก็คือ “ออปโป้ได้ฝังเสาสัญญาณ Ultra-fine บาง 0.3 มิลลิเมตรมาให้จำนวน 6 เสา” แบ่งเป็น 2 ชุด (ด้านบน 3 เสา ด้านล่าง 3 เสา) ทำให้ทั้ง OPPO R9s และ R9s Plus จะสามารถจับทั้งสัญญาณ WiFi และ 4G ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

พลิกเครื่องมาดูรายละเอียดด้านหลัง นอกจากเสาสัญญาณ 6 เสา พาดผ่านดึงดูดสายตาแล้ว เรื่องของกล้องถ่ายภาพหลังยังถูกกล่าวเป็นจุดขายหลังของ R9s อีกด้วย โดยกล้องหลังจะมาพร้อมความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX398 รูรับแสงกว้าง f1.7 พร้อมเทคโนโลยีโฟกัส Dual PDAF แบบเดียวกับ Dual Pixel บน Samsung Galaxy S7 โดยระบบดังกล่าวจะทำให้กล้องสามารถจับโฟกัสได้เร็วขึ้น 40% แม้ในที่แสงน้อย รวมถึงความแม่นยำที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งในรุ่น R9s Plus จะมาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS+ (R9s รุ่นที่ทีมงานทดสอบ ไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวเชิงฮาร์ดแวร์ แต่ใช้ซอฟต์แวร์เป็นตัวจัดการแทน)

ส่วนไฟแฟลชจะเป็น Dual LED True Tone

กลับมาดูพอร์ตเชื่อมต่อและปุ่มกดรอบตัวเครื่อง เริ่มจากด้านขวาของเครื่อง จะเป็นช่องใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์ รองรับ 2 ซิมแบบนาโน โดยช่องใส่ซิมที่ 2 จะแชร์กับช่อง MicroSD Card (รองรับความจุสูงสุด 256GB)

ถัดลงมาเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง

อีกด้านเป็นปุ่มเพิ่มลดเสียง

ด้านล่าง เริ่มจากซ้ายมือจะเป็นช่องลำโพง ตรงกลางเป็นพอร์ต MicroUSB ไมโครโฟนและขวามือเป็นช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

ด้านบน ไม่มีพอร์ตเชื่อมต่อและปุ่มกดใดๆ นอกจากช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนและใช้บันทึกวิดีโอ

ในส่วนระบบชาร์จไฟยังคงเอกลักษณ์ออปโป้ VOOC Flash Charge เช่นเดิม (สาย MicroUSB จะออกแบบพิเศษ สังเกตพอร์ตเชื่อมต่อจะเป็นสีเขียว) โดยการใช้เวลาชาร์จไฟ 30 นาทีจะเพิ่มระดับแบตเตอรีได้มากสุด 75% หรือคิดเป็น 4 เท่าของระบบชาร์จไฟปกติ พร้อมระบบตรวจวัดแรงดันไฟและตรวจจับความร้อนขณะชาร์จ ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรได้ด้วย

สเปก

สเปก OPPO R9s จะมาพร้อมหน่วยประมวลผล Qualcomm MSM8953 ‘Snapdragon 625’ Octa-core ความเร็ว 2.02GHz กราฟิก Adreno 506 มาพร้อมแรม 4GB (R9s Plus จะเพิ่มแรมเป็น 6GB) รอมความจุ 64GB เหลือให้ใช้งานจริงประมาณ 52GB

ด้านระบบปฏิบัติการเลือกใช้ Android 6.0.1 ประกบ ColorOS 3.0 จากออปโป้

ในส่วนสเปกอื่นๆ เริ่มจากการเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์รองรับ 3G/4G ทุกเครือข่ายในประเทศไทย WiFi รองรับมาตรฐาน 802.11 a/b/g/n/ac บลทูธ 4.1, GPS/aGPS และไม่มี NFC

ยูสเซอร์อินเตอร์เฟสและฟีเจอร์เด่น

OPPO R9s มาพร้อมยูสเซอร์อินเตอร์เฟส ColorOS 3.0 ที่ในครั้งนี้ออปโป้เน้นปรับปรุง UI ให้มีความเรียบง่ายและเบาเข้าถึงได้เร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบและฟังก์ชันการใช้งานจะคล้ายกับ iOS ใน iPhone อย่างมาก โดยในส่วนความลื่นไหลถือว่าออปโป้ปรับปรุงมาได้ดี ไม่พบปัญหาอาการหน่วงหรือแรมหมดระหว่างใช้งานแต่อย่างใด

นอกจากนั้น ทางออปโป้ยังเพิ่มโหมด Simple UI หรือหน้าอินเตอร์เฟสแบบเน้นปุ่มกดขนาดใหญ่และคัดเฉพาะแอปฯและฟังก์ชันเน้นโทรศัพท์กับรับข้อความเท่านั้น (แอปฯไม่สำคัญต่างๆจะถูกซ่อนไว้) โดย Simple UI ถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับผู้สูงอายุเป็นสำคัญ

ในส่วนแอปฯติดตั้งมาจากโรงงาน ที่น่าสนใจจะเป็น “File safe” หรือตู้นิรภัยเก็บไฟล์ ที่ระบบจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถป้องกันไฟล์ส่วนตัว เช่น เอกสาร รูปภาพต่างๆด้วยรหัสผ่าน และนอกจากนั้น ColorOS 3.0 ยังมาพร้อมระบบตรวจจับการทำงานของแอปฯขยะหรือแม้กระทั่งไวรัสต่างๆพร้อมจำกัดออกจากตัวเครื่องโดยไม่ต้องติดตั้งแอปฯเสริมจากภายนอกแต่อย่างใด

กล้องถ่ายภาพ

แอปฯควบคุมกล้องถ่ายภาพ ถือเป็นอีกส่วนที่ออปโป้ปรับปรุงใหม่ให้ทำงานได้รวดเร็วและมาพร้อมหน้าตาที่เรียบง่ายมากขึ้น (ออกแบบแนวเดียวกับ iOS บน iPhone อย่างมาก)

โดยโหมดถ่ายภาพจะมีให้เลือกตั้งแต่ Time Lapse, วิดีโอ, รูปถ่าย, สวยงาม (Beauty Mode) – สามารถปรับความเนียนของใบหน้าได้ตามต้องการ และพาโนรามา โดยในโหมดถ่ายภาพปกติจะมีโหมดย่อยให้เลือกใช้ตั้งแต่ UltraHD สูงสุด 64 ล้านพิกเซล, ตัวกรองสี – ถ่ายภาพแบบติดฟิลเตอร์สี, GIF Animation, Double Exprosure ถ่ายภาพซ้อนภาพ และที่ขาดไม่ได้คือโหมดผู้เชี่ยวชาญ (Professional Mode) ที่ระบบจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่ากล้องด้วยตัวเองได้ตั้งแต่ ความเร็วชัตเตอร์ ค่าความไวแสง จุดโฟกัสและปรับเพิ่มลดชดเชยแสง

แต่น่าเสียดายที่ระบบไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับตั้งความละเอียดภาพและเปิดใช้ RAW File ได้เหมือนโหมดกล้องในแอนดรอยด์หลายๆรุ่น โดยภาพที่ถ่ายในโหมดถ่ายภาพปกติจะมีความละเอียดเต็ม 16 ล้านพิกเซลทั้งกล้องหน้าและหลัง

ถ่ายในโหมด UltraHD 64 ล้านพิกเซล

ครอป 100% จากภาพบน เหลือความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ความคมชัดอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ โพสต์ลงโซเชียลคมชัด แต่ถ้าเน้นพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ภาพจะติดเบลอเล็กน้อย เนื่องจากเทคโนโลยี 64 ล้านพิกเซลใช้การประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ถ่ายเป็น 64 ล้านฯจริงๆ

Beauty Mode ปรับตามค่ามาตรฐานจากโรงงาน

ภาพถ่ายในที่แสงน้อย ด้วยรูรับแสงกว้าง f1.7 ทำให้ภาพที่ได้มีนอยซ์ที่ต่ำ และคุณภาพไฟล์ภาพไม่ต่างจาก Samsung Galaxy S7/S7 edge แต่อย่างใด

ส่วนการถ่ายในสภาพแสงกลางวันปกติ แม้รูรับแสงจะกว้าง f1.7 แต่ภาพที่ได้ก็ถือว่ายังให้คุณภาพที่ดี ภาพอาจติดแสงฟุ้งเล็กๆเมื่อถ่ายในที่แสงแดดจัดมาก แต่เรื่องความคมชัดถือว่าาสอบผ่าน

ในส่วนของวิดีโอ ทีมงานได้ลองทดสอบถ่ายที่ความละเอียด 4K พบว่าระบบป้องกันภาพสั่นไหวจะไม่ทำงาน (ถ้าสังเกตในวิดีโอจะเห็นว่าภาพมีอาการไหวเล็กน้อย) แต่ถ้าใช้ความละเอียด 1080p ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบซอฟต์แวร์จะทำงาน แต่ก็ยังใช้งานได้ไม่ดีเท่ากับวิดีโอบน R9s Plus ที่ใช้ฮาร์ดแวร์ป้องกันภาพสั่นไหว OIS

ส่วนระบบออโต้โฟกัส Dual PDAF ถือว่าทำงานได้ดีมาก โฟกัสจับได้เร็ว แม่นยำและนุ่มนวลเหมือนกับ Dual Pixel ในสมาร์ทโฟนซัมซุง Galaxy S7

สรุปโดยภาพรวมสำหรับกล้องถ่ายภาพใน OPPO R9s ถือว่าให้ผลลัพท์ที่ดีเกินคาดหมายมาก ถ้าเปรียบเทียบแล้วเรียกได้ว่ากล้องหลัง OPPO R9s จะให้คุณภาพไฟล์ภาพไม่ต่างจากเรือธงอย่าง Samsung Galaxy S7/S7 edge แต่อย่างใด ความรวดเร็วในการจับโฟกัสและมิติภาพใกล้เคียงกันมาก จะต่างกันก็ในเรื่องโทนสีเท่านั้น

ทดสอบประสิทธิภาพ

ตามความจริง สเปก R9s จะเป็นรองสมาร์ทโฟนเรือธงในปีนี้หลายรุ่น แต่ถ้ามองเฉพาะกลุ่มราคาไม่เกิน 2 หมื่นบาทและมองเรื่องการใช้งานจริงเป็นหลัก R9s ถือว่าสอบผ่านแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะการปรับระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จากออปโป้ที่ทำได้ดีและน่าประทับใจ

ColorOS 3.0 ใช้งานได้ลื่นไหล ไม่พบอาการหน่วงให้รำคาญใจ แรม 4GB ถือว่าเพียงพอแล้ว และทีมงานเชื่อว่าหลายคนที่ได้ลองสัมผัสทั้ง R9s และ R9s Plus น่าจะชื่นชอบส่วนของ UI ใหม่จากออปโป้ไม่ต่างจากทีมงาน แม้จะมีข้อสังเกตเล็กน้อยในเรื่องการจัดวางเลย์เอาท์และออกแบบ UI ที่ไปเหมือน iOS บน iPhone มากจนขาดเอกลักษณ์ของออปโป้ก็ตาม

มาถึงแบตเตอรี R9s ให้ความจุแบตเตอรีมา 3,010mAh ในขณะที่ R9s Plus ให้ความจุแบตเตอรีมามากถึง 4,000mAh โดยเมื่อทดสอบผ่านซอฟต์แวร์ PC Mark พบว่าแบตเตอรีใน R9s สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง (เปิดหน้าจอ 4G+WiFi ตลอดการทดสอบ) ถึง 11 ชั่วโมง 49 นาที แบตเตอรีจะเหลือประมาณ 10% แต่ถ้าใช้จนแบตเตอรีเหลือ 0% จะทำเวลาได้ประมาณ 12-13 ชั่วโมง ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานตลอดทั้งวันแน่นอน

สรุป

สำหรับราคา OPPO R9s อยู่ที่ 14,990 บาท ส่วน R9s Plus (สเปกแรงกว่า R9s + แรม 6GB + แบตเตอรี 4,000mAh และกล้องมี OIS) อยู่ที่ 16,990 บาท

ทั้งสองรุ่นสำหรับทีมงานถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์สมาร์ทโฟนเรือธงไล่ไปถึงสมาร์ทโฟนระดับกลางครั้งใหม่ของออปโป้ที่ยังคงโดดเด่นในเรื่องราคาขายที่ตั้งมาได้โดนใจคนไทยอย่างมาก ส่วนเรื่องประสิทธิภาพแม้ในส่วนหน่วยประมวลผลจะใส่รุ่นระดับกลางมาให้ แต่ออปโป้ก็สามารถปรับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จนสามารถทำงานสอดประสานกันได้ลื่นไหลไม่ต่างจากพวกเรือธงสองหมื่นบาท ถือเป็นการกลับมาของออปโป้ที่น่าจับตามองและถือเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนสุดคุ้ม ไม่ควรมองข้ามประจำปี 2017 ได้เลย

แต่ทีมงานแอบเสียดายเล็กน้อยในเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องและ UI หลายส่วนที่ขาดเอกลักษณ์ความเป็นออปโป้ไปเหมือนกับดีไซน์ของ iPhone และระบบปฏิบัติการ iOS มากเกินไป

ข้อดี

-ระบบปรับมาได้เสถียรทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ColorOS
-กล้องคมชัด ถ่ายในที่แสงน้อยดี โดยเฉพาะโฟกัส Dual PDAF ทำงานได้แม่นยำและนุ่มนวล
-แบตเตอรีอึด ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
-VOOC ชาร์จไฟเร็ว

ข้อสังเกต

-การออกแบบตัวเครื่องและ UI ขาดเอกลักษณ์ความเป็นออปโป้
-ลำโพงให้เสียงที่ธรรมดาและไม่เป็นสเตอริโอ

Gallery

]]>
Review : OPPO F1s สมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชันครบทุกความต้องการ https://cyberbiz.mgronline.com/review-oppo-f1s/ Mon, 19 Sep 2016 08:46:22 +0000 http://www.cyberbiz.in.th/?p=23853

001

ยุคนี้หากจะมองมือถือราคาไม่เกินหมื่นแต่มีฟังก์ชันครบครัน คงหนีไม่พ้นมือถือแบรนด์รองที่ไม่ใช่ผู้นำตลาด ซึ่งแน่นอน OPPO F1s ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องที่จัดเต็มมาทุกฟีเจอร์ของการใช้งานด้วยราคาเบาๆที่หลายคนสนใจ ซึ่งมีทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือ กล้องถ่ายภาพที่เน้นกล้องหน้าเพื่อการเซลฟี่โดยเฉพาะ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.1 หรือแม้กระทั่งหน้าจอและระบบประมวลผลที่เพียบพร้อมต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก

การออกแบบ

002

มองโดยผิวเผินการออกแบบโดยรวมของเครื่อง ออปโป้ F1s มีความคล้ายคลึงเครื่องแบรนด์ดังตระกูลผลไม้ที่เรารู้จักกันดี แต่ก็มีความแตกต่างในบางรายละเอียดที่บ่งบอกตัวตนของเครื่องเองอย่างชัดเจน โดยด้านหน้าของตัวเครื่องมีตำแหน่งกล้อง ลำโพงและเซ็นเซอร์ที่ด้านบน อีกทั้งขอบจอด้านหน้าเป็นแบบเสมอเรียบทั้งจอช่วยให้สัมผัสลื่นไหลไม่มีสะดุด ด้านล่างมีปุ่มโฮมแบบวงรีตรงกลาง รองรับการสแกนนิ้วมือ และขนาบข้างด้วยปุ่มเมนูและย้อนกลับแบบเรืองแสงเมื่อสัมผัสปุ่ม

003

ด้านหลังของตัวเครื่องมีกล้องพร้อมแฟลชอยู่ด้านบนเยื้องไปทางซ้าย ถัดลงมามีโลโก้ออปโป้บนฝาหลัง และด้านล่างมีสัญลักษณ์ของมาตรฐานการผลิต ซึ่งโดยรวมด้านหลังของเครื่องมีความเรียบง่ายของสีตัวเครื่องแบบสีเดียว ตัดด้วยลายเส้นของเครื่องนิดหน่อยเท่านั้น

004

ด้านซ้ายของเครื่องมีปุ่มเพิ่มลดเสียง สีเดียวกับตัวเครื่อง แบ่งออกเป็น 2 ปุ่มชัดเจน และด้านขวาของตัวเครื่องมีช่องถาดใส่ซิมที่ต้องใช้เข็มทิ่มเพื่อถอดถาดซิม โดยรองรับ 2 นาโนซิมการ์ด และ 1 เมมโมรี่การ์ดแบบไมโครเอสดี และถัดลงมาด้านล่างมีปุ่มเปิดปิดเครื่องสีเดียวกับตัวเครื่องเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ด้านเครื่องตัวเครื่องทั้งซ้ายและขวา เป็นแบบโค้งมนช่วยเพิ่มสัมผัสที่กระชับขึ้นเมื่อจับตัวเครื่อง

005

ด้านบนตัวเครื่องซึ่งมีลักษณะโค้งมนเช่นกัน มีเพียงช่องรับเสียงขนาดเล็กเยื้องไปทางซ้าย ขณะที่ด้านล่างมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และช่องเสียบสายไมโครยูเอสบี ซึ่งขนาบข้างด้วยช่องลำโพงแบบรูกลมขนาดเล็กเรียงตัวเป็นแนวยาวอย่างสวยงาม

สเปก

ss

OPPO F1s มาพร้อมหน้าจอ 5.5 นิ้ว แบบ IPS TFT ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล หน่วยประมวลผล 64 บิท 8 คอร์ MediaTek MT6750 1.5 GHz แรมขนาด 3GB หน่วยความจำตัวเครื่อง 32GB รองรับเมมโมรี่การ์ดสูงสุด 128 GB ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.1 มีระบบสแกนลายนิ้วมือ กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED ค่ารูรับแสงกว่าสุด f 2.2 และกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสุด f 2.0 รองรับ 4G ทุกเครือข่าย พร้อมการเชื่อมต่อไวไฟ บลูทูธและรองรับการเชื่อมต่อแบบ OTG

ฟีเจอร์เด่น

007

กล้องหน้าเซลฟี่ที่มาพร้อมความละเอียดกว่า 16 ล้านพิกเซล ช่วยทำให้การถ่ายเซลฟี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกต่อไป เพราะด้วยความละเอียดดังกล่าวสามารถนำภาพสวยๆไปอัดลงกระดาษเพื่อสะสมได้อย่างสบาย อีกทั้งโหมดของการถ่ายภาพที่มีให้อย่างหลากหลายก็ช่วยเพิ่มความสามารถด้านการถ่ายภาพได้อย่างสะดวกมากขึ้น

008

จุดเด่นของออปโป้ในสมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่นนั่นคือระบบปรับแต่งภาพอัตโนมัติ ซึ่ง OPPO F1s ก็ได้รับการพัฒนาระบบดังกล่าวด้วย Beautify 4.0 ซึ่งจะช่วยแก้ไขจุดบกพร่องของภาพและใบหน้าได้สวยใสอย่างเป็นธรรมชาติ โดยระบบจะทำงานอัตโนมัติเมื่อเลือกโหมดบิวตี้ในการถ่ายภาพ

009

009-2

โหมดเซลฟี่พาโนราม่า ช่วยให้มุมการถ่ายเซลฟี่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่หน้าคนอีกต่อไป เพราะสามารถเลือกถ่ายเซลฟี่แบบพาโนราม่า เพื่อเก็บบรรยากาศรอบข้างได้ตามต้องการ ทำให้สะดวกมากขึ้นในการเดินทางคนเดียวและอยากถ่ายภาพด้วยตนเองโดยที่ไม่ต้องเรียกหาอุปกรณ์เสริมเช่นไม้เซลฟี่อีกต่อไป

010

ระบบการสแกนลายนิ้วมือที่ออปโป้เคลมว่าสามารถตอบสนองการสแกนได้เร็ว ทนทานต่อการใช้งาน โดยสามารถแยกล็อคแอปพลิเคชันได้ตามนิ้วที่ต้องการ และเป็นทางลัดเพื่อการเข้าสู่แอปที่ต้องการจากการสแกนนิ้ว ทำให้เรียกใช้งานแอปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเรียนรู้และจดจำลายนิ้วมือที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ

011

การเชื่อมต่อแบบ OTG นับเป็นอีกหนึ่งความต้องการที่สำหรับการใช้สมาร์ทโฟนช่วยทำงาน เพราะบางครั้งการย้ายข้อมูลด้วยอุปกรณ์เสียบเข้าช่องไมโครยูเอสบี ก็เพิ่มความสะดวกในการเรียกหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างทันที อีกทั้งยังสามารถเปิดปิดฟังก์ชันนี้ได้อย่างง่ายดายในส่วนของการตั้งค่าอีกด้วย

ทดสอบประสิทธิภาพ

Untitled-1

การทดสอบผ่านโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพแอนดรอยด์อย่าง Quadrant Standart และ Antutu X ได้คะแนน 21,472 คะแนน และ 28,493 คะแนน ตามลำดับ

4

5

as

ทดสอบการใช้งาน HTML 5 ผ่าน Vellamo จากโครมเบราว์เซอร์ 2,091 คะแนน ส่วนประสิทธิภาพตัวเครื่องได้ (Metal) 1,123 คะแนนMulticore 1,496 คะแนน คะแนน ส่วนโปรแกรม PCMark ในส่วนของ Work Performance ได้ 3,111 คะแนน 3D Mark ตัว Sling Shot ES3.1 ได้ 240 คะแนน Antutu 3D Rating Benchmark V 4.00 Beta OpenGL ES 3.0 5,819 คะแนน Ice Storm Unlimited ได้ 7,348 คะแนน ส่วน Ice Storm Extreme 4,925 คะแนน

6

ทั้งนี้คะแนน CF-Bench สามารถดูรายละเอียดได้จากด้านบนนี้

012

การทดลองโดยรวมของการใช้งาน ประสิทธิภาพของการใช้งานด้านแบตเตอรี่สามารถทำงานได้เกิน 1 วัน อีกทั้งระบบการชาร์จไฟฟ้าก็รวดเร็วเป็นอย่างดี การเรียกใช้งานแอปพลิเคชันยังไม่พบการกระดุกหรือเปิดแอปพลิเคชันไม่ขึ้นแต่อย่างใด ทำให้การใช้งานโดยรวมถือว่าทำคะแนนผ่าน

013

ด้านการถ่ายเซลฟี่ ซึ่งสามารถเปิดโหมดพาโนราม่าในการถ่ายเซลฟี่ได้ โดยภาพที่ได้พบว่าน่าพอใจ ด้วยมุมมองที่กว้างขึ้นแม้ว่าจะไม่ใช้อุปกรณ์เสริม หรือแม้กระทั่งการเกลี่ยแสงของภาพที่แม้ว่าจะเป็นมุมที่ถ่ายย้อนแสงแล้วก็ตาม ขณะที่การถ่ายภาพกลางคืนในภาวะแสงน้อย OPPO F1s ยังไม่น่าพอใจเท่าไหร่

สุดท้ายการพัฒนาโหมดวีอาร์สำหรับการเล่นเกมที่กำลังนิยมกัน OPPO F1s ที่อัปเกรดซอฟต์แวร์แล้วก็สามารถเปิดโหมดนี้เล่นเกมได้เช่นกัน ซึ่งโดยรวมของการใช้งานโหมดนี้พบว่ากำลังของเครื่องมีการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่พบการกระตุกให้เห็น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าการเล่นเป็นระยะเวลานานจะเกิดผลอย่างไรในอนาคตหรือไม่ แต่เบื้องต้นถือว่าคุ้มค่าที่จะใช้

สรุป

OPPO F1s เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่ราคาไม่แรง แต่มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน อีกทั้งจุดเด่นของกล้องด้านเซลฟี่ที่หลายคนชื่อชอบก็เป็นสิ่งดึงดูดให้น่าสนใจมากขึ้น แต่กระนั้นถ้าวัดกันที่ด้านกล้องก็ต้องบอกว่า F1s ยังทำได้ไม่สุด แม้ว่าความละเอียดของกล้องจะสูงแต่ความคมชัดและการเก็บรายละเอียดด้านแสงยังเทียบชั้นกับคุณภาพกล้องที่โดดเด่นในท้องตลาดยังไม่ได้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าระดับราคาเช่นนี้ แต่รวมความสามารถหลากหลายฟีเจอร์ไว้ได้ก็นับว่าคุ้มกับราคาที่เสียไปแล้วนั่นเอง

ข้อดี

  • ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับสเปก
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล ที่ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกต่อไป
  • ฟีเจอร์การถ่ายภาพ Beautify 4.0 ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยแก้ไขภาพได้ทันทีหลังถ่าย
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือที่รวดเร็ว
  • ระบบการชาร์จเร็วที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

ข้อสังเกต

  • เลนส์กล้องด้านหลังนูนขึ้นมาเล็กน้อย อาจเกิดการกระแทกได้หากไม่ใส่เคสป้องกัน
  • ตัวเครื่องมีความร้อนพอสมควร เมื่อเกิดการใช้งานในสภาพอากาศร้อนจัด

Gallery

]]>