CBIZ Reviews – MGR Online https://cyberbiz.mgronline.com เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์ ไอที ไฮเทค เป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดการออนไลน์ Thu, 21 Feb 2019 10:19:58 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.9.6 เปิดขั้นตอนใช้ IRIS Startup สำหรับสตาร์ทอัปเติมเงินสมัครใช้ได้เลย! https://cyberbiz.mgronline.com/iris-startup/ Thu, 21 Feb 2019 09:54:03 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30277 หนึ่งในบริการดิจิทัลที่กสทโทรคมนาคมผลักดันขึ้นมาให้แก่บรรดาสตาร์ทอัปหรือกลุ่มผู้ประกอบการยุคใหม่องค์กรธุรกิจขนาดเล็กที่มีความต้องการใช้งานระบบคลาวด์สามารถสมัครใช้บริการได้ง่ายในรูปแบบของจ่ายตามที่ใช้จริงคือบริการในชื่อ IRIS Startup

IRIS Startup   ถือเป็นหนึ่งในบริการคลาวด์ที่ถูกพัฒนามาในรูปแบบของ Cloud Server แบบเติมเงิน (Pre-Paid) ที่ผู้ใช้งานสามารถสมัครติดตั้งให้พร้อมใช้งานได้ภายในไม่กี่วินาทีบนจุดเด่นหลักคือจ่ายตามจริงเป็นรายชั่วโมง

กลุ่มเป้าหมายของ  IRIS Startup   แน่นอนว่าต้องเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาบริการคลาวด์เซิร์ฟเวอร์เพื่อติดตั้งระบบมารองรับการใช้งานที่สามารถบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์ได้ผ่านหน้าเว็บไซต์พร้อมระบบสำรองข้อมูลต่างๆ

***ขั้นตอนการสมัครใช้งาน IRIS Startup

จุดสำคัญที่ IRIS Startup   ชูขึ้นมาว่าเหมาะสมกับสตาร์ทอัปคือความสะดวกในการสมัครใช้งานที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปสมัครผ่านหน้าเว็บไซต์  https://www.iris.cloud/startup/ ได้ง่ายๆไปจนถึงขั้นตอนการติดตั้งเวอร์ชวลเซิร์ฟเวอร์ได้ทันทีภายในเวลาไม่กี่นาที

ขั้นตอนจะเริ่มจากสมัครใช้งานอ่านข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการกรอกอีเมลรหัสผ่านและเบอร์โทรศัพท์หลังจากนั้นก็จะให้กรอกข้อมูลอย่างชื่อนามสกุลชื่อบริษัทเลขเสียภาษี (ไว้ใช้กรณีออกใบกำกับภาษี) ที่อยู่เสร็จแล้วก็สามารถล็อกอินใช้งานได้ทันที

เมื่อเสร็จแล้วก็จะเข้ามาสู่หน้า Dash Board ของ IRIS Startup   ที่จะมีเมนูหลักๆอย่างการจัดการเซิร์ฟเวอร์ตั้งค่า SSH Key เลือกดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายติดต่อบริการหลังการขายต่างๆที่ทุกอย่างสามารถทำได้ออนไลน์หมดเลย

***เลือก OS ปรับสเปกคุมค่าใช้จ่าย

หลังจากที่สมัครใช้บริการเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปคือขั้นตอนการสร้างเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมาเพื่อใช้งานโดยผู้ประกอบการสามารถเลือกระบบปฏิบัติการได้ทั้ง Windows Server ที่เลือกได้ทั้ง 2008 R2 2012 R2 และ 2016 หรือระบบลินุกซ์อย่าง CentOS Debian และUbunto

จากนั้นก็เลือกสเปกของเซิร์ฟเวอร์ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 1 vCPU 1 GB Memory ไปจนถึง 16 vCPU 32 GB Memory โดยเริ่มต้นที่ชั่วโมงละ 50 สตางค์ไปจนถึง 12.50 บาทต่อชั่วโมง ส่วนสตอเรจจะเริ่มที่ 30 GB และเลือกเพิ่มได้ไปจนถึง 1 TB

ในจุดนี้เวลาเลือกตั้งเซิร์ฟเวอร์ในระบบจะต้องมีการเติบเติมเงินเข้ามาก่อนโดยผู้สมัครใช้สามารถเติมเงินผ่านระบบภายในเว็บไซต์ได้ทันทีโดยจะมีให้เลือกเติมเงินผ่านทั้งบัตรเครดิตและชำระผ่านบัญชีธนาคารให้เลือก (ตอนนี้มีโปรโมชันรับเครดิตเงินเพิ่มอีก 1 เท่าต่อ 1 บัญชี เครดิตเงินเพิ่มสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท)

กรณีที่มีเงินอยู่ในระบบแล้วเมื่อกดสร้างเซิร์ฟเวอร์ก็จะใช้เวลาไม่นานในการติดตั้งระบบเข้าไปเมื่อติดตั้งระบบเสร็จเรียบร้อยก็ใช้ล็อกอินที่ตั้งไว้เพื่อ Remote เข้าไปตั้งค่าใช้งานได้ทันทีผ่านปุ่ม Console

นอกจากนี้ที่หน้าเว็บไซต์ยังสามารถบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์ทั้งการเปลี่ยนสเปกเครื่อง (ต้องทำการชัตดาวน์ระบบก่อน) ตั้งค่าสำรองข้อมูลหรือเรียกคืนข้อมูลรวมถึงการแสดงรายละเอียดการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ

โดยในการ Remote เข้าไปควบคุมในกรณีที่ติดตั้ง Windows ก็สามารถล็อกอินเข้าไปตั้งค่าได้เลยหรือถ้าใช้เป็นลินุกซ์ก็จะขึ้นหน้าคอลโซนมาให้ล็อกอินใช้งานตามปกติในจุดนี้ถ้าเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เชี่ยวชาญอยู่แล้วไม่น่าจะมีปัญหา

สุดท้ายในส่วนของบริการหลังการขายกรณีที่ใช้แล้วงานมีปัญหาผู้ใช้สามารถเข้าไปแจ้งปัญหาให้ทางทีมงานของ IRIS Startup ติดต่อกลับมาได้ผ่านช่อง Support Tickets โดยจะมีทีมงานคอยดูแลและช่วยแก้ไขปัญหาอยู่

เรียกได้ว่าบริการ IRIS Startup   ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการตั้งค่าใช้งานเซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ที่ผู้ใช้สามารถบริหารและควบคุมผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ทันทีในรูปแบบของเวอร์ชวลเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายและบริหารจัดการทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์ได้

]]>
Review : Huawei Y7 Pro 2019 ใหญ่อึดใหม่แต่ราคาเดิม https://cyberbiz.mgronline.com/review-huawei-y7-pro-2019/ Wed, 20 Feb 2019 05:56:42 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30181 Huawei Y7 Pro 2019 คือภาคต่อจาก Y7 Pro 2018 ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 5,000 บาทมาก่อนหน้านี้ สำหรับปีนี้ Y7 Pro 2019 กลายเป็นรุ่นใหม่ที่ถอดสเปกมาแบบไม่เกรงใจใคร โดยเพิ่มความใหม่ที่แบตเตอรี่อึดกว่าเดิม กล้องหน้าละเอียดขึ้น ระบบกล้อง AI หน้าจอที่ขยายขึ้นเล็กน้อย และชิปที่แรงขึ้นนิดเดียว ทั้งหมดนี้จำหน่ายในราคาเดิมแบบไม่ต้องคิดมาก

ข้อดี

– คุณสมบัติเครื่องดีขึ้น แต่จำหน่ายในราคาเท่ารุ่นเก่า
– ระบบลื่นไหลแม้เครื่องทำงานหนักและเปิดหลายแอปพร้อมกัน
– แบตเตอรี่อึดทนนาน เหลือ 10% ยังใช้ได้ 3 ชั่วโมง

ข้อสังเกต

– ไม่มีเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือ
– ไม่เหมาะกับการภาพถ่ายแสงน้อย
– หากไม่ได้ชาร์จกับ adapter ที่ให้มา จะชาร์จได้ช้ามาก

ต่างกันนิดเดียว?

สิ่งที่ Huawei ทำกับ Y7 Pro 2019 นั้นต้องบอกว่าถอดแบบมาจาก Y7 รุ่นปี 2018 ชนิด copy แล้ว paste เพราะจุดขายใหม่อย่างกล้องหลังคู่ AI ที่เพิ่มมาให้ในรุ่นปี 2019 ก็ยังมีขนาด 13 ล้านพิกเซลและ 2 ล้านพิกเซลเท่ากับรุ่น 2018 (ภาพด้านล่าง) เพียงแต่จัดเรียงในแนวตั้ง แทนที่จะเป็นแนวนอนแบบเดิม

Y7 Pro 2019 มีขนาดยาว ใหญ่ และหนักกว่ารุ่น 2018 ขนาดตัวเครื่อง 158.9 x 76.9 x 8.1 มม. หนัก 168 กรัม (จากเดิม 158.3 x 76.7 x 7.8 มม. หนัก 155 กรัม) ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนี้จะเห็นได้ชัดเมื่อนำ 2 เครื่องมาวางทาบกันเท่านั้น

ขนาดที่ใหญ่ขึ้นเป็นเพราะหน้าจอของ Y7 Pro 2019 ถูกเปลี่ยนเป็นดีไซน์ไร้ขอบแบบหยดน้ำขนาด 6.26 นิ้ว (15.21 ซม.) ถือเป็นขนาดที่ใหญ่กว่า 5.99 นิ้วของรุ่น 2018 (15.9 ซม.) เพียงเล็กน้อย รูปแบบหน้าจอคือ IPS LCD ที่มีความหนาแน่นพิกเซล 269 ppi เท่าเดิม บนสัดส่วนที่ต่างกันเพราะรุ่นใหม่มีสัดส่วน 19.5:9 ยาวกว่ารุ่น 2018 ที่มีสัดส่วน 18:9

จาก Y7 รุ่นปี 2018 ที่ Huawei ออกแบบให้ด้านบนเครื่องไร้ร่องรอยใด ปีนี้ Huawei ดึงพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มม. ไปติดไว้ที่ด้านบนของเครื่อง ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่อง micro usb ที่คั่นกลางระหว่างไมค์สนทนาและลำโพง

Y7 Pro 2019 ออกแบบให้ปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม power อยู่ฝั่งขวาของเครื่อง ฝั่งซ้ายเป็นที่อยู่ของถาดใส่ซิมแบบ 3 สล็อตยอดฮิต

สิ่งที่ Huawei ทิ้งไปคือระบบเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือ ทำให้ด้านหลังเครื่องของ Y7 Pro 2019 ราบเรียบไร้รอย จุดนี้ Huawei หยิบมาเฉพาะระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock) ซึ่งได้รับความนิยมมากกว่าในผู้ใช้บางกลุ่ม

สำหรับหน้าจอไร้ขอบแบบหยดน้ำ Huawei เปิดช่องให้ลบรอยหยดน้ำออกได้เช่นเคย

ทำงานไหลลื่น

ชิปประมวลผลของ Y7 Pro 2019 คือ Qualcomm Snapdragon 450 แต่ของรุ่น 2018 เป็น Snapdragon 430 ที่ด้อยกว่าเล็กน้อยเท่านั้น ระบบปฏิบัติการยังเป็น Android 8.1 OREO (EMUI 8.2) เช่นเดิม

แบตเตอรี่ Y7 รุ่น 2019 ถูกจัดเต็มความจุมากถึง 4,000 mAh ใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น จุดนี้ต้องชื่นชมเพราะเมื่อทำงานคู่กับ RAM 3GB เครื่องสามารถทำงานได้ลื่นไหลบนหน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB (รองรับเมมโมรี่การ์ดสูงสุด 512GB) ซึ่งทั้งหมดเท่ากันกับรุ่น 2018

สำหรับคอเกม Y7 รุ่น 2019 จะไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะใช้ชิปการ์ดจอ Adreno 506 พัฒนาเล็กน้อยจากเดิม Adreno 505 ส่งให้เล่นเกมส์ได้ดีไม่น่าเกลียด

ผลการทดสอบของ Y7 รุ่น 2019 ถือว่ายังด้อยกว่ารุ่นกลางล่าง สำหรับส่วนของแบตเตอรี่ พบว่าแบตเตอรี่ที่ให้มามากถึง 4,000 mAh (จากเดิม 3,000 mAh) สามารถใช้งานได้ยาวนานเกิน 2 วัน แต่การไม่รองรับระบบชาร์จไว ทำให้การชาร์จจาก 10% เป็น 100% ใช้เวลาเกิน 2 ชั่วโมง

กล้องคู่ AI

การเพิ่มกล้อง AI ให้ Y7 Pro 2019 ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงลูกเล่นสำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ แต่น่าเสียดายที่ Master AI สามารถช่วยให้ถ่ายภาพได้สวยเฉพาะในช่วงแสงจ้าเท่านั้น เพราะในภาวะแสงน้อย Y7 Pro 2019 ถือว่าสอบไม่ผ่าน


Y7 Pro 2019 คือกล้องที่เหมาะกับคนรักการ Selfie เพราะกล้องหน้ามีการเพิ่มความละเอียดให้เป็น 16 ล้านพิกเซล จากรุ่นปี 2018 ทื่มีกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลเท่านั้น มีโหมด HDR มาให้พร้อมไฟแฟลชกล้องหน้า

ข้อมูลระบุว่า AI Camera พร้อมไฟแฟลช LED ของ Y7 ปี 2019 มีฐานข้อมูลการวิเคราะห์ภาพ AI Scene Recognition กว่า 500 ซีน 22 ประเภท การทดสอบพบว่าระบบจำแนกได้รวดเร็ว แต่ก็มีส่วนที่ผิดพลาดบ้าง นอกจาก AI โหมดการถ่ายรูปหลากหลายยังมีมาให้ครบใน Y7 2019 เช่นเดียวกับโหมดมืออาชีพสำหรับคนชอบตั้งค่า



สรุป

ตัวเครื่องและจอแสดงผลสวยงามทำให้ราคาจำหน่ายที่วางไว้ 4,990 บาทถูกมองว่าดีงามมาก โดยเฉพาะการถ่ายรูปที่ง่ายและรวดเพราะพลังของ AI Scene ยังมีแบตเตอรี่ 4000 mAh ที่ทำให้หมดห่วงไม่ต้องชาร์จทุกวัน (ระบบยังคงจะเตือนว่าแบตเตอรี่ต่ำเมื่อเหลือ 20% และตัดคุณสมบัติบางส่วนออกเพื่อประหยัดแบตเตอรี่แม้จะแสดงผลว่ายังสามารถใช้งานต่อได้กว่า 6 ชั่วโมง)

นอกจากนี้ Y7 Pro 2019 ยังสามารถตอบโจทย์คอเกมได้ระดับหนึ่ง ถือเป็นอีกสมาร์ทโฟนราคาไม่ถึง 5 พันบาทที่น่าสนใจมากทีเดียว.

]]>
Cyber Apps 18/02/19 : iTranslate Lingo / Wanna Kicks / Brushing Hero / Fishdom https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-180219/ Mon, 18 Feb 2019 16:30:18 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30265 iTranslate Lingo ขอแค่ 5 นาทีกับการฝึกปรือภาษาที่ 3

แต้มต่อของการทำงาน คือ การได้ภาษาที่ 3 ซึ่งคุณสามารถสร้างโอกาสนั้นได้ด้วยตัวเอง แค่แบ่งเวลามาฝึกภาษาใหม่ๆ แค่ 5 นาทีในทุกๆ วัน โดยแอปอย่าง iTranslate Lingo คือ แอปที่สอนให้คุณได้รู้จักภาษาใหม่ๆ ได้จากการเล่นเกมตอบคำถามคำศัพท์จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากมาย ฝึกฟังสำเนียงจากเจ้าของภาษา และฝึกพูดตาม

โดยแต่ละบทจะย้ำให้คุณจำ 4 คำศัพท์ในหมวดเดียวกัน แอปนี้มีภาษาให้ฝึกถึง 14 ภาษา ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงภาษาจีนกลาง เกาหลี ญี่ปุ่น ที่คนไทยฮิตเรียนกันด้วย หากได้ลองจริงจังกับมันแล้ว คุณจะอึ้งเลยว่าการได้คำศัพท์ทีละเล็กทีละน้อย จะทำให้คุณสนุกกับการดูซีรีส์ในภาษาต่างๆ ได้มากอีกเป็นทวีคูณ

แอปเรียนภาษา iTranslate Lingo สามารถใช้งานได้ฟรีทั้งบน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/itranslate-lingo/id1436833817?mt=8

Wanna Kicks ลองใส่รองเท้า(ผ้าใบ)โดยไม่ต้องเดินเข้าร้าน

กระแสแฟชันสไตล์ Streetwear ที่ดูสบายๆ แต่เท่และมีสไตล์ ถือเป็นสิ่งที่อินจัดมาทุกยุคทุกสมัย โดยไอเทมเด็ดที่ทุกคนให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็หนีไม่พ้นรองเท้าผ้าใบ (Sneakers)” ดีไซน์แปลกๆ และสีสันเจ็บๆ ซึ่งก็มักจะมาพร้อมกับราคาที่แพงหู่ฉี่

ดังนั้นจะดีกว่าไหมที่เราสามารถลองใส่รองเท้าผ้าใบทุกคู่ที่วางอยู่บนชั้น โดยไม่ต้องเดินทางไปยังร้านค้าจริงๆ เพื่อดูว่าคู่ไหนนะที่จะเข้าสุดกับสารพัดชุดที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าของเราว่าแล้วก็โหลดแอปอย่าง Wanna Kicks มาลงเครื่องได้เลย

แอปนี้ใช้เทคนิค AR ช่วยเสกรองเท้าเสมือนจริงให้มาอยู่บนเท้าของเรา แค่กระดิกปลายเท้าไปมา และสามารถเลือกเปลี่ยนทุกรุ่นทุกสีตามชอบ เมื่อถูกใจก็กดไปสั่งออนไลน์ได้ทันที

Wanna Kicks ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ App Store เพื่อใช้งานได้บน iPhone

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/wanna-kicks/id1444049305?mt=8

Brushing Hero สอนลูกน้อยแปรงฟันด้วยกิจกรรมสนุกๆ

การสอนลูกด้วย Brushing Hero จะทำให้เขาลืมการแปรงฟันที่แสนจำเจไปเลย และจะเปลี่ยนการแปรงฟันในทุกๆ วันให้สนุกเหมือนได้เล่นเกมเลยทีเดียว ให้ลูกของคุณเตรียมอาวุธ (แปรงสีฟันขึ้นมา จากนั้นก็ให้เขาแปรงฟันโดยหันหน้าเข้าหาจอ iPhone หรือ iPad ได้เลย (พวกเขาจะได้ใส่หมวกนักรบผู้กล้าหาญจากเกมด้วย)

เมื่อคุณหนูๆ เริ่มแปรงฟัน กล้องหน้าของอุปกรณ์จะตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ทันที โดยเด็กๆ จะเห็นใบหน้าพวกเขาที่สวมหมวกเป็นนักรบสุดเท่ ด้วยเทคโนโลยี AR และยิ่งพวกเขาแปรงเยอะเท่าไหร่ การโจมตีมอนสเตอร์สุดแปลกในเกมก็จะรุนแรงขึ้นเท่านั้น

ความท้าทายของเกมนี้ก็คือการแปรงฟันอย่างตั้งใจให้สะอาดที่สุดภายในหนึ่งนาทีเพื่อล้มมอนสเตอร์สุดแกร่งไปทีละตัว ซึ่งเมื่อมอนสเตอร์ถูกจัดการแล้ว ผู้เล่นจะได้รับรางวัลเป็นเหรียญ โดยเมื่อจบรอบจะต้องนำเหรียญเหล่านั้นมาแลกเป็นการ์ดฮีโร่ที่จะเพิ่มพลังโจมตีให้กับผู้เล่นได้ แบบนี้จะทำให้เด็กๆ สนุกและเสริมสร้างกิจวัตรดีๆ ในการแปรงฟันไปพร้อมๆ กันด้วย

เมื่อเด็กๆ แปรงฟันได้ดีจนสามารถจัดการมอนสเตอร์ได้ พวกเขาก็จะรู้สึกถึงความสำเร็จที่ลงมือทำมาด้วยตัวเอง จุดประสงค์ของแอปไม่ใช่การให้เด็กๆ แปรงฟันให้เร็วที่สุด เกมนี้ได้ออกแบบมาให้เด็กๆ แปรงฟันทั่วๆ ถึงจะสามารถเพิ่มพลังโจมตีในเกมได้ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถคอยแนะนำเขาให้แปรงอย่างถูกวิธีได้ตลอด ถ้าเด็กๆ ลืมแปรงตรงไหนไปก็ลองถามเขา เช่น แปรงฟันกรามหรือยังเอ่ยเขาจะได้แปรงฟันให้สะอาดอย่างทั่วถึง

สอนลูกแปรงฟันกับ Brushing Hero ได้เลยบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/brushing-hero/id1317198419?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=jp.co.litalico.brushinghero&hl=th

Fishdom เมื่อเกมจับคู่จมลงสู่ใต้น้ำ

ดำดิ่งสู่ความสนุกใต้ท้องทะเลไปกับเกม Fishdom เกมนี้ดูผิวเผินอาจดูเป็นเกมจับคู่แสนธรรมดาๆ แต่พอได้ลองเล่นแล้วจะรู้ว่าสนุกไม่หยอก นี่คือพัซเซิลจับคู่สามชิ้นที่คุณจะได้สร้างอควาเรียมไปด้วยพร้อมๆ กัน โดยในเกมจะมีพัซเซิลสไตล์ Candy Crush ให้จับคู่สิ่งของต่างๆ ในทะเลโดยในบางด่านก็จะมีอุปสรรคให้จัดการด้วย ถ้าจับคู่ได้มากกว่า 3 ชิ้นล่ะก็ คุณจะได้รับพลังพิเศษที่สามารถระเบิดและเคลียร์กระดานได้เป็นวงกว้าง โดยความรุนแรงก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนชิ้นที่คุณจับคู่ได้นั่นเอง ซึ่งก็มีทั้งดอกไม้ไฟไปจนถึงระเบิดนิวเคลียร์เลยทีเดียวสิ่งที่ทำให้เกม Fishdom แตกต่างจากเกมจับคู่เกมอื่นๆ ก็คือระบบสร้างอควาเรียมนี่แหละ เมื่อคุณผ่านด่านพัซเซิลแล้ว คุณจะได้รับเหรียญทองที่สามารถนำมาซื้อของตกแต่งให้อควาเรียมของคุณให้สวยงามแถมยังสามารถซื้อปลาชนิดใหม่ๆ มาเพิ่มได้อีกด้วย

ดำดิ่งสู่โลกอความเรียมไปกับ Fishdom ได้แล้ววันนี้ ฟรี ทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/fishdom/id664575829?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.playrix.fishdomdd.gplay&hl=en_US

]]>
Review : Apple MacBook Air 13″ Retina ในที่สุดก็ปรับโฉม https://cyberbiz.mgronline.com/review-apple-macbook-air-13/ Thu, 14 Feb 2019 06:08:53 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30233

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีการปรับโฉมใหม่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาของ Apple หลังจากที่ใช้โมเดลเดิมมานานกว่าสิบปี ก็คือ MacBook Air ที่ในรอบนี้มีการปรับให้เบา และพกพาได้ง่ายขึ้น พร้อมกับใส่พอร์ต USB-C มาให้ใช้งานกัน

อย่างที่ทราบกันว่าปัจจุบันไลน์สินค้าของ MacBook จะเหลืออยู่หลักๆคือ MacBook (รุ่นจอ 12”) ที่ถือเป็นรุ่นขนาดเล็กที่สุดมาแทน MacBook Air 11” ตามมาด้วย MacBook Air 13” รุ่นนี้ ก่อนขยับขึ้นไปเป็น MacBook Pro 13” และ 15” ตามลำดับ

โดยจุดเด่นหลักของ MacBook Air 13” ก็ยังคงเป็นเรื่องของดีไซน์ที่ดูทันสมัย ที่มาจอ Retina ขนาด 13 นิ้ว ที่ขนาดตัวเครื่องเล็กลง เพื่อให้พกพาได้ง่ายขึ้น พร้อมใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้ง Touch ID คีย์บอร์ด แทร็กแพดต่างๆ

ข้อดี

แมคบุ๊กจอ Retina 13 นิ้ว ที่พกพาง่ายขึ้น

มี Touch ID มาให้ใช้ในการปลดล็อกเครื่อง

คีย์บอร์ด และแทร็กแพดที่ใช้งานได้ดีขึ้น

ข้อสังเกต

พอร์ต Thunderbolt 3 (USB-C) ให้มาแค่ 2 พอร์ต

ราคาเริ่มต้นสูงขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า (42,900 บาท)

ประสิทธิภาพยังถูกจำกัดอยู่ให้ใช้กับงานทั่วๆไป

MacBook Air 13” เหมาะกับใคร

เมื่อดูถึงไลน์สินค้าของ MacBook ทั้งหมดในปัจจุบัน MacBook Air 13” ถือเป็นเครื่องที่ระดับราคาเข้าถึงได้ง่ายมากที่สุด โดยราคารุ่นเริ่มต้นจะอยู่ที่ 42,900 บาท เมื่อเทียบกับ MacBook รุ่นเริ่มต้นจะอยู่ที่ 47,900 บาท ไม่นับ MacBook Air 13” รุ่นเดิมที่ยังขายในราคา 35,900 บาท อยู่

ถ้าต้องเลือกซื้อระหว่าง MacBook และ MacBook Air 13” ว่าควรเลือกซื้อรุ่นไหน ก็ต้องมองที่รูปแบบของการใช้งานเป็นหลัก ถ้าเน้นเครื่องที่การพกพา ใช้งานทั่วๆไป MacBook รุ่นจอ 12 นิ้วจะพกพาได้สะดวกสบายมากกว่า

ในมุมกลับกัน MacBook Air 13” ก็จะได้เปรียบในเรื่องของสเปกเครื่อง ที่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น และบางคนอาจจะมองว่าจอ 12 นิ้วเล็กเกินไปเมื่อใช้ทำงานเป็นเวลานาน ในจุดนี้ MacBook Air 13” ก็จะเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการเครื่องที่ใช้ประมวลผลหนักๆ การขยับขึ้นไปเป็น MacBook Pro ก็จะตอบโจทย์กว่า

ดังนั้น MacBook Air 13” จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ได้เน้นนำมาใช้งานเป็นเครื่องหลัก แต่เป็นเครื่องที่ใช้พกพาเวลาเดินทาง หรือออกไปประชุมนอกสถานที่ ใช้ในการพรีเซนต์งาน เขียนงาน ทำรูปภาพบ้างนิดหน่อย ที่มีจุดขายหลักคือเรื่องของแบตเตอรีที่สามารถใช้งานได้ตลอดวันสบายๆ

ปรับดีไซน์ครั้งแรกในรอบ 10 ปี

ในวันที่แอปเปิล เปิดตัว MacBook Air เมื่อปี 2008 ดีไซน์ของตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาเรียกได้ว่า เปลี่ยนโฉมรูปแบบของโน้ตบุ๊กในท้องตลาดเวลานั้นไปได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยการมาของโน้ตบุ๊กที่บางเบา และพกพาง่าย

กลับมาในปี 2018 แอปเปิลมีการปรับโฉม MacBook Air ครั้งแรก ด้วยการนำดีไซน์ของ MacBook และ MacBook Pro ที่เปิดตัวในช่วง 3-4 ปีหลัง มาใช้งานใน MacBook Air รุ่นนี้ ดังนั้นถ้าจะมองว่าเป็นดีไซน์ใหม่หมด ก็ไม่เชิง แต่ถือเป็นการเปลี่ยนโฉม MacBook Air หลังจากที่ใช้ดีไซน์เดิมมานาน

การปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นการปรับใหญ่ที่สุด ของสินค้าในตระกูลนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาแอปเปิลเลือกที่จะอัปสเปกของซีพียูเป็นหลัก มาในรอบนี้จึงได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่คิดค้นขึ้นมาในช่วงหลังใส่เข้ามาให้ใช้งานใน MacBook Air รุ่นนี้

MacBook Air 13” Retina จะมีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีทอง สีเงิน และสีเทาสเปซเกรย์ มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 304.1 x 212.4 x 4.1-15.6 มิลลิเมตร น้ำหนักจะอยู่ที่ราว 1.25 กิโลกรัม เบาลง 100 กรัมเมื่อเทียบกับ 13 นิ้วรุ่นเดิม และขนาดตัวเครื่องลดลงเกือบๆ 20 ..

โดยจุดที่เปลี่ยนแปลงหลักๆ คือหน้าจอที่ปรับมาใช้เป็น Retina Display ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล 227 ppi ที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดขอบจดเล็กลง ส่วนกล้องหน้ารองรับการใช้งาน FaceTime HD ที่ความละเอียด 720p

ต่อมาคือปุ่มคีย์บอร์ด ที่นำคีย์บอร์ดแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly) มาใช้งาน เช่นเดียวกับแทร็กแพดแบบไฟฟ้าสถิตย์ (Force Touch) ที่เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกใน MacBook รุ่นปี 2015 และพัฒนาเรื่อยมา ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ก็จะมีเซ็นเซอร์ Touch ID ที่ใส่มาไว้มุมขวาบน เพื่อใช้ในการปลดล็อกตัวเครื่องด้วยลายนิ้วมือ ซึ่งจะทำงานคู่กับชิปเซ็ต Apple T2 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการรักษาความปลอดภัย ด้วยการเข้ารหัสข้อมูล ทำให้ถ้าไม่มีการถอดรหัสที่ถูกต้องข้อมูลที่อยู่ภายใน MacBook Air เครื่องนี้ก็จะไม่มีใครสามารถนำไปใช้งานได้

ในส่วนของพอร์ตเชื่อมต่อ เรียกได้ว่าเป็นการใช้งาน Thunderbolt 3 (USB-C) อย่างต่อเนื่อง นับจากในปี 2015 เช่นเดียว โดยในเวลานี้อุปกรณ์ไอทีในท้องตลาดหลายๆ ชนิดเริ่มรองรับการใช้งาน USB-C แล้ว ช่วยให้สะดวกในการใข้งานมากขึ้น

แต่ก็น่าเสียดายที่ให้พอร์ต USB-C มาเพียง 2 พอร์ต ซึ่งกลายเป็นว่าในการใช้งานจริง ผู้ใช้ก็จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมอย่าง USB-C Hub เพื่อต่อกับอุปกรณ์อื่นๆอยู่ดี แต่ก็ถือเป็นแนวโน้มที่ดีเพราะใน MacBook มีให้มาเพียงพอร์ตเดียว

อีกพอร์ตที่แอปเปิลยังเลือกเก็บไว้ก็คือช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. เพื่อให้สามารถต่อหูฟังใช้งานได้เช่นเดิม ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายของรุ่นนี้ ถือว่ารองรับตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็น WiFi 5 (802.11ac) บลูทูธ 4.2

สำหรับสเปกภายใน MacBook Air 13” รุ่นเริ่มต้น จะมากับหน่วยประมวลผล 8th Gen Intel Core i5 ที่ให้ความเร็ว 1.6 GHz Turbo Boost ไปได้สูงสุด 3.6 GHz RAM 8 GB (สูงสุด 16 GB) และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ SSD เริ่มต้น 128 GB (สูงสุด 1.5 TB)

Gallery

ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก

อีกหนึ่งข้อมูลที่ถูกนำเสนอออกมาในช่วงการเปิดตัวคือ MacBook Air 13” เป็น 1 ใน 2 ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล (คู่กับ Mac Mini) ที่ใช้วัสดุอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% มาผลิต ที่นอกจากได้เรื่องความแข็งแรงของผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการช่วยลดคาร์บอนฟุตปริ้นให้แก่โลกด้วย

ครบแต่ยังไม่สุด

ในส่วนของการใช้งาน เท่าที่ได้นำมาใช้งานเป็นเครื่องหลักในชีวิตประจำวัน ถ้าเป็นคนที่ติดกับเครื่องแรงๆ ประมวลผลได้เร็วๆ หรือเคยใช้งาน MacBook Pro ที่ซีพียูแรงกว่ามาก่อน พอมาใช้งานบน MacBook Air ก็จะรู้สึกว่าเครื่องประมวลผลช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานด้วย ถ้านำมาใช้ทำพรีเซ็นเทชัน เล่นเน็ต พิมพ์งาน ดูหนัง ฟังเพลงทั่วๆไป MacBook Air 13” รุ่นนี้รองรับได้อยู่แล้ว แต่ถ้าจะเลยไปถึงขั้นทำรูปไฟล์ขนาดใหญ่ๆ ไปจนถึงตัดต่อวิดีโอ ก็อาจจะต้องมองข้ามไป เพราะทำได้เล็กๆน้อยๆ เท่านั้น

เทียบความหนากับ MacBook Pro 13″

สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานมากกว่า อย่างที่กล่าวไปว่า ถ้าต้องการเครื่องจอขนาด 13” ที่พกพาง่าย ไม่ได้เน้นใช้งานหนักมาก MacBook Air 13” จะตอบโจทย์ แต่ถ้าต้องการเครื่องเล็กกว่านี้ก็จะมี MacBook ให้เลือก ถ้าต้องการประสิทธิภาพสูงก็เพิ่มเงินเลือก MacBook Pro ไป

]]>
Cyber Apps 11/2/19 : Between / Dance Reality / Hatoful Boyfriend https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-11219/ Mon, 11 Feb 2019 08:24:31 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30172 Between พื้นที่แห่งรักสำหรับสองเรา

แม้โลกนี้จะมีคนเป็นพันล้านคน แต่สุดท้ายแล้วเราก็ขอมีเพียงคนเดียวที่เข้าใจเราจริงๆ หลายคนที่ตัดสินใจร่วมหอลงโรงกับใคร ก็มักจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนี้ และระหว่างที่เราเริ่มปลูกต้นรักกับใคร การสานสัมพันธ์ให้ยิ่งยาวนาน และหอมหวาน ผ่านการเอาใจใส่กันและกันเป็นส่วนที่สำคัญ และแอปอย่าง Between ก็สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่พิเศษสำหรับคนสองคน

Between ถือเป็นแอปเครือข่ายทางสังคมที่มีจุดเด่นคือ การใช้แอปนี้เป็นที่ปลูกรักและสานอารมณ์เลิฟๆ สำหรับคู่รักโดยเฉพาะ ในแอปก็จะให้พื้นที่สำหรับคุณเก็บภาพสวีทๆ ของทุกทริปที่ไปกับคนรัก พื้นที่สำหรับบันทึกวันพิเศษอย่าง วันเกิด วันครบรอบ ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีห้องแชต พร้อมสติกเกอร์สุดสวีทเพื่อการสานรักสำหรับคุณและคนรัก รวมถึงการโทรศัพท์ผ่านเน็ตหาคนรักเวลาที่อีกฝ่ายอยู่ต่างแดนได้อีกด้วย และหากต้องการให้ Between เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับคุณและคนพิเศษจริงๆ ก็สามารถตั้งรหัสผ่านก่อนเข้าแอปที่เมนู Settings ได้สบายๆ

แอป Between ใช้งานได้ฟรีบน iPhone และสามารถดูการแจ้งเตือนข้อความใหม่ๆ ผ่าน Apple Watch ได้

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/between-the-app-couples-love/id458035189?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=kr.co.vcnc.android.couple&hl=en_US

Dance Reality ฝึกสเต็ปเท้าไฟก่อนไปออกเดท

คุณอาจจะไม่เชื่อว่า “การเต้น” ถือเป็นทักษะเล็กๆ ที่ยิ่งฝึกไว้ วันหนึ่งมันจะทำให้คุณดูเซ็กซี่ขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อและใครจะไปรู้ว่าวันนั้นอาจจะใกล้มาถึงแล้วก็ได้ โดยเฉพาะกับช่วงวาเลนไทน์ที่ใกล้เข้ามานี้ และแอปอัจฉริยะอย่าง Dance Reality ก็เกิดมาเพื่อช่วยให้คุณได้ฝึกสเต็ปเต้นเท้าไฟก่อนออกไปเดทกับคนรู้ใจในวันพิเศษ

แอป Dance Reality อาศัยความสามารถของเทคโนโลยี AR ที่เมื่อสแกนพื้นที่สักพัก อาจารย์สาวเท้าไฟจะมาปรากฎกายอยู่ตรงหน้าทันที จากนั้นก็เพียงส่องมือถือไปที่ปลายเท้าของเรา ก็จะเห็นรูปเท้าเสมือนจริงลอยขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางให้เราก้าวตาม ซึ่งเราสามารถปรับที่แถบด้านข้างได้ว่าจะให้โชว์เร็วหรือช้าลง รวมถึงการจะเต้นตามคุณครูที่อยู่ตรงหน้าก็ได้ ในแอปนี้สไตล์การเต้นหลายแบบให้เราได้ฝึกฝน ตั้งแต่ การเต้นซัลซ่า เต้นแซมบ้า การเต้นจังหวะวอลซ์สำหรับงานแต่ง เต้นฮิปฮอป ฯลฯ โดยทุกรูปแบบจะมีคอร์สให้ฝึกฝนก่อนฟรีๆ หากติดใจก็ซื้อเรียนทั้งคอร์สได้ ราคาเริ่มต้นคอร์สละ 139 บาท ลองฝึกกันดูสักตั้ง แล้วเดทในค่ำคืนที่สุดพิเศษจะเป็นของคุณ

แอป Dance Reality ดาวน์โหลดได้ฟรีบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/dance-reality/id1277367395?mt=8

Hatoful Boyfriend  ถึงจะเป็นนก แต่ก็ไม่ “นก” เรื่องความรัก

ในภาษาวัยรุ่น “นก” คือความหมายของการพลาดสิ่งที่หวัง บ้างก็เอามาใช้กับความรัก (ก็คืออกหักนั่นเองแต่สำหรับนกในเกมนี้ คือเป็นนกพิราบจริงๆ ที่จะเปิดทางให้คุณได้ออกเดทกับมัน ในเกม Hatoful Boyfriend นี่คือเกมจำลองสถานการณ์ออกเดท โดยคุณคือ นักเรียนที่เรียนอยู่ใน St. PigeoNation’s Institute โรงเรียนที่เพื่อนๆ เป็นนกพิราบและคุณคือมนุษย์คนเดียวที่เหลืออยู่ เป็นมนุษย์คนเดียวในโรงเรียนที่มีแต่นกพิราบนี่มันรู้สึกแปลกๆ นะ แต่เมื่อคุณได้พูดคุยกับเหล่านกพิราบหลากหลายชนิดและสร้างมิตรภาพจนเป็นเพื่อนกับพวกเขา คุณอาจจะตกหลุมรักนกเหล่านี้อย่างไม่รู้ตัว ถึงจะดูแปลก แต่นี่ก็คือจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของเกม Hatoful Boyfriend และมากกว่านั้นเกมยังมีเนื้อเรื่องที่น่าติดตามและให้ความรู้สึกที่คุ้มค่าในการเล่น แถมมีตอนจบหลายแบบ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เวลากับนกตัวไหนมากที่สุด ถ้าวันวาเลนไทน์นี้ยังว่างอยู่ ก็ลองมาออกเดทกับเหล่านกพิราบกันดูสิ อาจจะทำให้สนุกเพลิดเพลินจนคุณคาดไม่ถึงเลยก็ได้นะ

เดทกับนกแบบไม่มีนกกับเกม Hatoful Boyfriend ได้ในราคา 179 บาท ทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/hatoful-boyfriend/id1067024404?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.devolver.hatofulboyfriend&hl=en_US

สำหรับในช่วงเทศกาลความรัก ใน Apple Music ยังมีการเพิ่ม playlist พิเศษที่เลือกสรรโดย Michael Buble ชื่อ “Singer’s Delight” : https://itunes.apple.com/th/playlist/singers-delight/pl.21765397a30f431b8466329e9d1af89c

Michael Buble เป็นศิลปินรับเชิญที่มาคัดเลือกผลงานเพลงป๊อปเพราะๆ ซึ้งๆ ของเค้าให้เราได้ฟัง ซึ่งเพลงเหล่านี้มี theme เดียวกับอัลบั้มใหม่ที่พึ่งเปิดตัวชื่อ Love

]]>
Cyber Apps 4/2/19 : Anchor แอปฟังพอดแคสต์ / OneNote / Artomaton เปลี่ยนภาพถ่ายเป็นภาพวาด / Garena Speed Drifters https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-04-02-19/ Mon, 04 Feb 2019 07:40:39 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30163 Anchor สร้างและฟังพอดแคสต์ให้หนำใจ!

สำหรับใครที่ฝันอยากจะมีรายการพอดแคสต์เป็นของตัวเอง Anchor จะทำให้ฝันของคุณเป็นจริง เพราะคุณสามารถอัดเสียงใส่ iPhone หรือ iPad ทั้งยังใส่เพลงประกอบหรือเสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมอะไรเพิ่มเติมเลย แค่กดปุ่มบวกสีชมพูตรงกล่องเครื่องมือข้างล่าง และยกโทรศัพท์ไปแนบที่หูของคุณ

แค่นี้ Anchor ก็จะเริ่มอัดเสียงโดยอัตโนมัติทันที แต่ถ้าการจัดรายการคนเดียวมันเหงาเกินไป ก็กด “Invite friends to record with you” ได้ คุณสามารถเชิญคู่หูคู่ฮา หรือแขกรับเชิญที่อยู่บน Anchor มาอัดเสียงกับคุณได้มากถึง 7 คนในเวลาเดียวกัน โดยที่ไม่ต้องอยู่ในที่เดียวกันก็ได้ เพราะแอปนี้จะเชื่อมต่อทุกคนเข้าด้วยกันผ่านสัญญาณโทรศัพท์และ Wi-Fi ยังไงล่ะ

เมื่อถึงช่วงที่จะต้องแนะนำเพลงใหม่ล่าสุดให้กับผู้ฟัง ในแอปจะมีปุ่มเครื่องหมายดนตรีที่จะเชื่อมคุณเข้ากับบัญชี Apple Music ของคุณ ให้คุณได้ใส่เพลงที่คุณชอบเข้าไปในรายการของคุณ ซึ่งคนที่มีบัญชีของบริการเหล่านี้ก็จะได้ยินทุกเพลงที่คุณใส่เข้ามา แต่ถ้าไม่มีบัญชีเหล่านั้น พวกเขาก็จะยังได้ยินคลิปเสียงของคุณอยู่ดีนะ หลังจากจัดรายการเสร็จแล้ว คุณก็สามารถแชร์ผลงานของคุณกับผู้ใช้ Anchor คนอื่นได้ในรูปแบบ “station” ที่จะหายไปหลังจาก 24 ชั่วโมง หรือ “episode” ที่จะถูกเก็บไว้ฟังย้อนหลังได้ตลอด หรือจะปล่อยออกมาเป็นพอดแคสต์เพื่อให้ทุกคนได้ฟังกันก็ยังได้นะ!

ดาวน์โหลด Anchor ได้ฟรี ทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/anchor/id1056182234?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=fm.anchor.android&hl=en_US

จดโน้ตแบบมัลติมีเดียด้วย Microsoft OneNote

เราอาจจะคุ้นชินกับการใช้ซอฟท์แวร์ของไมโครซอฟท์ออฟฟิศ (Mircosoft Office) บนเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ตอนนี้โปรแกรมทั้งหมดที่เคยใช้อยู่ในคอมฯ นั้น สามารถใช้งานได้ทั้งบนอุปกรณ์ iPhone, iPad ของคุณ ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel, Powerpoint, Outlook, OneDrive และ OneNote และแอปอย่าง OneNote ถึงแม้จะไม่ได้เป็นแอปใหม่ แต่หลายคนอาจจะไม่คุ้นนัก

โอกาสนี้จึงหยิบมาเล่าฟีเจอร์เด็ดๆ เพื่อแบ่งปันกับคุณ OneNote ถือเป็นแอปที่ทำหน้าที่เสมือนสมุดบันทึก ที่สามารถสร้างเล่มสมุดบันทึกได้มากมาย แบ่งแยกออกได้เป็นสีสันต่างๆ กัน เช่น สมุดจดเรื่องงานใช้สีน้ำเงิน สมุดไดอารี่ส่วนตัวใช้สีเขียวเป็นต้น เมื่อเข้าไปจดเนื้อหาภายในก็จะพบว่ามีเครื่องมือที่เพียบพร้อมสำหรับการจดโน้ตทุกรูปแบบ เช่น จดเป็นหัวข้อ จดเป็นรายการที่ต้องทำ แนบภาพ แนบเสียงอัด ฯลฯ และทุกๆ โน้ตที่เราจดเสร็จก็สามารถส่งให้เพื่อนมาช่วยดู คอมเม้นต์ หรือ แก้ไขงานได้ทันทีด้วย Airdrop, iMessage หรืออีเมล์ ทั้งซิงก์การทำงานกับทุกอุปกรณ์ iPhone, iPad ผ่านระบบคลาวด์ ทั้งในส่วนของ Apple Watch ทำให้ดูรายการที่ต้องทำ หรือ เห็นการแจ้งเตือนได้แค่ยกข้อมือขึ้นมาดู

OneNote ตั้งใจทำเมนูทั้งหมดเป็นภาษาไทย ทำให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี และเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Hotmail.com ของคุณ

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/microsoft-onenote/id410395246?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.microsoft.office.onenote&hl=th

Artomaton เปลี่ยนภาพถ่ายให้กลายเป็นภาพวาดสุดคูล

ต่อให้รูปที่เราถ่ายด้วย iPhone จะสวยงามแค่ไหน แต่ถ้าได้ใส่ฟิลเตอร์สวยๆ เข้าไปอีกสักนิด ก็จะยิ่งทำให้ดูเก๋ ดูอาร์ตเข้าไปอีก แต่ถ้าอยากเพิ่มระดับความอาร์ตไปอีกขั้น ลองมาทำรูปของเราให้เป็นงานศิลปะกันเลยไหมล่ะเพราะแอป Artomaton จะเปลี่ยนรูปถ่ายของคุณให้กลายเป็นงานศิลปะบนผืนผ้าใบได้ทันที เริ่มจากเปิดแอป เลือกรูปหรือวิดีโอที่มีในเครื่อง

จากนั้นก็แค่รอดูรูปของคุณที่ค่อยๆ เปลี่ยนให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวยจนอยากเอาไปใส่กรอบแขวนไว้บนผนังเลย คุณยังสามารถปรับเปลี่ยนได้แทบทุกอย่างให้งานนี้ออกมาถูกใจคุณที่สุด เช่น ลองเปลี่ยนจากสีน้ำมันเป็นงานภาพวาดสีน้ำ หรือเปลี่ยนผืนผ้าใบให้กลายเป็นกระดาษ ปรับคอนทราสต์และความสดของสี หรือจะใส่แสงเงาโดยรอบด้วยก็ได้ แค่นี้ก็เซฟเอาไปใช้งานต่อได้เลย ส่วนใครที่อยากเก็บทริคนี้ไว้ฝึกสะบัดพู่กันเองภายหลัง ลองกดปุ่ม REC สีแดงเพื่อให้คุณอัดกระบวนการของการวาดทั้งหมดเก็บเอาไว้เป็นวิดีโอ จะได้มีตัวอย่างไว้ทำตามครั้งหน้ายังไงล่ะ

หา Artomaton ไว้ในเครื่องได้เลย ฟรี! ทั้งบน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/artomaton-the-motion-painter/id718222634?mt=8

Garena Speed Drifters ซิ่งแรงอย่างเดียวไม่พอ ต้องดริฟต์ท่าสวยด้วย

ลองนึกภาพดูว่า อีกนิดเดียวคุณก็กำลังจะถึงเส้นชัยแล้ว มันเป็นช่วงที่กำลังชิงที่หนึ่งอย่างคู่คี่สูสีกับเพื่อน แต่กลายเป็นว่าถูกแซงเฉยเลยถ้าเป็นนักแข่งทั่วไปคงโกรธและเสียหน้า แต่คุณมาเหนือกว่านั้น! ด้วยการยิงมิสไซล์ที่ซุ่มเก็บไว้ยิงใส่คู่แข่งอย่างใจเย็น และโชว์สกิลดริฟต์ขั้นเทพในโค้งสุดท้าย จากนั้นก็ใช้บูสต์เพิ่มความเร็วพุ่งเข้าเส้นชัยคว้าที่หนึ่งไปครองได้แบบเสี้ยววินาที

นี่คือบรรยากาศแสนตื่นเต้นในเกม Garena Speed Drifters ที่ให้คุณขับเคี่ยวรถคู่ใจด้วยการใช้นิ้วโป้งซ้ายในการเลี้ยว ใช้นิ้วโป้งขวาเพื่อดริฟต์และปล่อยท่าพิเศษ เมื่อคุณเล่นไปสักพัก เกมจะแนะนำเทคนิคขั้นสูงเพื่อช่วยพัฒนาฝีมือให้คุณ เช่น การได้รับมินิบูสต์หลังจากการดริฟต์ให้ตรงจุดและเทคนิคอื่นๆ ในการใช้บูสต์แบบคอมโบด้วย ในเกม Garena Speed Drifters มีสนามแข่งที่ออกแบบมาอย่างสวยงามให้ทดสอบฝีมือกว่า 50 แห่ง เช่น สนามแข่งพีระมิด ปราสาทอาถรรพ์ และหน้าผาติดชายฝั่งทะเล ซึ่งแต่ละด่านก็มีเซอร์ไพรส์ซ่อนอยู่รอให้คุณไปค้นพบด้วย อะแฮ่ม..จะบอกให้อันหนึ่งก็ได้ คุณสามารถซิ่งขึ้นไปบนพีระมิดและพุ่งข้ามยอดของมันเพื่อรับสุดยอดบูสต์ได้นะ ลองดูได้เลย

ดาวน์โหลด Garena Speed Drifters มาเล่นได้ฟรีทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/garena-speed-drifters/id1416604843?l=th&mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.garena.game.fctw&hl=en_US

]]>
Review : Nokia Wi-Fi Beacon 3 ระบบ Mesh Wi-Fi เน้นใช้ง่ายสำหรับลูกค้า AIS Fibre https://cyberbiz.mgronline.com/review-nokia-wi-fi-beacon-3/ Tue, 29 Jan 2019 14:55:06 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30140

คอนเซปต์ของ Mesh Wi-Fi เริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้น เมื่ออุปกรณ์พกพามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการมาของยุค IoT ที่ใกล้ตัวขึ้น ทำให้วันนี้ผู้ผลิตเราเตอร์ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์เริ่มออกมาให้ข้อมูลส่วนนี้กันมากขึ้น

อีกเรื่องก็คือมีการสำรวจพบว่าปัญหาหลักของผู้ใช้งานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในบ้าน เวลามีการร้องเรียนว่าอินเทอร์เน็ตช้า ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากอยู่ไกลจากตัวเราเตอร์ที่ปล่อยสัญญาณทำให้สัญญาณไวไฟอ่อน และเน็ตวิ่งได้ไม่เต็มความเร็ว

เมื่อมี Painpoint เหล่านี้ การนำระบบ Mesh Wi-Fi เข้ามาจึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยเหลือให้ผู้ใช้ได้ประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ได้เต็มความเร็ว แม้ว่าจะอยู่ในจุดไหนของบ้านก็ตาม

จุดเด่นของ Nokia Wi-Fi Beacon 3 คือเรื่องของความฉลาดในการบริหารจัดการ และความสามารถในการเพิ่มเราเตอร์จุดที่ 2-3 ภายในบ้าน เพื่อรองรับปริมาณอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายในบ้าน และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ได้สัญญาณที่ดีที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน

ข้อดี

ติดตั้งใช้งาน เพิ่มจุดง่าย แค่สแกน QR Code

สลับ 2.4 GHz และ 5 GHz แบบอัตโนมัติ

แอปพลิเคชันแสดงอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ

ข้อสังเกต

อุปกรณ์เก่าๆ บางรุ่นจะมีปัญหาในการเชื่อมต่อเน็ต ถ้าเครื่องไม่รองรับ 5 GHz

ราคาปกติค่อนข้างสูง 2 ตัว (14,900 บาท) ลูกค้า AIS เหลือ 9,990 บาท

ติดตั้งง่ายเสียบปลั๊กโทรแจ้ง

เนื่องจากการนำ Nokia Wi-Fi Beacon 3 มาต่อใช้งานภายในบ้าน จะไม่ได้มีพนักงานเข้ามาช่วยติดตั้งให้ เพราะมีขั้นตอนง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน ก็สามารถติดตั้งใช้งานได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่จะมีขั้นตอนสำคัญคือต้องแจ้งให้ทาง Call Center ช่วยปรับระบบจากโมเด็มเราเตอร์เดิมที่ใช้มาเป็นแบบ PPPoE

ขั้นตอนเหล่านี้ ผู้บริโภคที่ซื้อ Nokia Wi-Fi Beacon 3 มาติดตั้งใช้งานกับ AIS Fibre สามารถโทรเข้าไปสอบถามกับทาง Call Center เมื่อพร้อมติดตั้งได้เลย อย่างตอนที่ทีมงานนำมาทดสอบ เมื่อต่อ Nokia Wi-Fi Beacon 3

เข้ากับโมเด็มไฟเบอร์ เรียบร้อย ก็โทรแจ้งทาง Call Center ให้เปลี่ยนการเชื่อมต่อสัญญาณ หลังจากนั้นไม่นานก็สามารถใช้เน็ตได้ทันที

หรือในกรณีที่ไม่ต้องการยกเลิกระบบไวเลสเดิมที่ใช้อยู่ แต่นำ Nokia Wi-Fi Beacon 3 มาเสริมเป็นไวเลสอีกวงหนึ่ง ผู้ใช้สามารถเสียบสายแลน (Lan) จากเราเเตอร์เครื่องเดิม มาต่อกับ Nokia Wi-Fi Beacon 3 แล้วเริ่มปล่อยสัญญาณไวไฟใช้งานได้ทันที

โดยในการติดตั้งใช้งาน Nokia Wi-Fi Beacon 3 ผู้ใช้จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Nokia WiFi เมื่อเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาจะเข้าสู่หน้าการตั้งค่า หลังจากนั้นทำตามขั้นตอน อย่างการเสียบปลั้ก Nokia Wi-Fi Beacon 3 เพื่อให้แอปทำการค้นหาตัวเครื่อง ในกรณีที่ต่อตรงกับโมเด็ม ทาง AIS จะแจ้งยูสเซอร์เนมให้กรอกใน WAN Setting ส่วนของ PPPoE เมื่อกรอกเสร็จ ระบบจะทำการตั้งค่าอัตโนมัติให้ใช้งานทันที

ถัดมาในการเพิ่มตัวขยายสัญญาณจุดที่ 2 หรือการเพิ่ม Beacon เมื่อกดเลือกเพิ่มแล้ว แอปจะให้ทำการสแกน QR Code ที่อยู่ใต้ตัวเครื่อง เพื่อระบุว่า Nokia Wi-Fi Beacon 3 ชิ้นนี้ จะเป็นจุดกระจายสัญญาณ หลังจากนั้นก็ให้เลือกว่าจุดนี้ ตั้งอยู่บริเวณใดภายในบ้าน

หลังจากนั้น Nokia Wi-Fi Beacon 3 จุดแรกที่เชื่อมต่อกับเราเตอร์ และ Nokia Wi-Fi Beacon 3 จุดที่ 2 จะเชื่อมต่อกันผ่านสัญญาณไวเลสโดยอัตโนมัติ ทำช่วยลดจุดอัปสัญญาณไวไฟภายในบ้านได้ และในกรณีที่ 2 จุดไม่เพียงพอ ผู้ใช้สามารถซื้อเครื่องมาเพิ่มจุดต่อไปได้อีกเรื่อยๆ

เบื้องต้น การจับสัญญาณไวเลส ที่ Nokia Wi-Fi Beacon 3 เลือกใช้จะตั้งค่าแบบอัตโนมัติ 2.4 GHz และ 5 GHz เป็นมาตรฐาน ภายใต้ชื่อเดียวกัน ในจุดนี้ ถ้าภายในบ้านยังมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับไวเลสบนคลื่น 2.4 GHz อยู่ แนะนำให้เข้าไปตั้งค่าเพิ่มเติม เพื่อแยกเน็ตเวิร์กออกจากกัน

เพราะเท่าที่ลองใช้แบบอัตโนมัติแล้วเครื่องที่จับ 2.4 GHz จะเจอปัญหาเน็ตหลุดบ่อย แต่เมื่อแยกเครือข่ายออกจากกันแล้วปัญหาดังกล่าวก็หายไป ส่วนกรณีที่ภายในบ้านอุปกรณ์ทั้งหมดรองรับ 5 GHz อยู่แล้วก็สามารถใช้งานได้เลย

นอกจากนี้ ภายในแอปพลิเคชัน ยังสามารถใช้ตรวจสอบ และกำหนดค่าการเชื่อมต่อเบื้องต้นได้ โดยจะมีหน้าจอให้ดูว่าปัจจุบันเครื่องใดเชื่อมต่ออยู่กับ Nokia Wi-Fi Beacon 3 จุดไหนบ้าง ผ่านการเชื่อมต่อไวเลส หรือสายแลน ได้ความเร็วสูงสุดในการเชื่อมต่อเท่านั้น

รวมถึงสามารถตั้งได้ว่า จะให้เครื่องนั้นๆ เข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยหรือไม่ หรือใช้เฉพาะเชื่อมต่อภายในเครือข่ายเท่านั้น นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งให้แจ้งเตือนได้ด้วยว่าอุปกรณ์ดังกล่าว หลุดจากการเชื่อมต่อหรือไม่ ถ้าหลุดจะมีการแจ้งเตือนขึ้นมา

คำสั่งพวกนี้จะเหมาะกับอุปกรณ์อย่างกล้องวงจรปิด หรือ IoT ภายในบ้าน เพื่อทำให้เจ้าของได้รับรู้ว่า มีอุปกรณ์ชิ้นใดที่หลุดออกจากการเชื่อมต่อ จะได้เข้าไปตรวจสอบแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม

ดีไซน์ โมเดิร์น วางเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน

อีกสิ่งที่น่าสนใจของ Nokia Wi-Fi Beacon 3 คือเรื่องของการออกแบบ ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ 1 ชิ้นภายในบ้าน ไม่ได้มีเสาๆ เหมือนเราเตอร์ทั่วๆไป ทำให้สามารถนำไปวางเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้สบายๆ

ตัว Nokia Wi-Fi Beacon 3 จะมีลักษณะเป็นทรงกระบอกขนาด 94 x 160 มิลลิเมตร น้ำหนัก 650 กรัม มีไฟแจ้งเตือนอยู่ส่วนบนของเครื่อง ด้านหน้ามีโลโก้ Nokia อยู่ ข้างใต้จะมีรายละเอียดอธิบายมาตรฐานต่างๆ และสัญลักษณ์ QR Code ไว้ใช้ในการติดตั้ง

ส่วนด้านหลังก็จะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ทั้งช่องเสียบไฟกับอะเดปเตอร์ที่ให้มาในกล่อง ช่องเสียบสาย WAN (ต่ออินเทอร์เน็ตจากโมเด็ม) พอร์ตแลน 3 พอร์ต ให้สามารถนำไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ปุ่ม WPS สำหรับการล็อกอินใช้งานแบบง่ายๆ และปุ่มเปิดปิดเครื่อง

ข้อดีของการที่มีพอร์ต LAN มาให้ด้วยก็คือ ผู้ใช้สามารถนำ Nokia Wi-Fi Beacon 3 ไปวางไว้บริเวณสมาร์ททีวี กล่อง Playbox Apple TV หรือเครื่องเกมคอนโซลอย่าง PS4 แล้วใช้สาย LAN เชื่อมต่อเข้าไป ก็จะทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของอุปกรณ์เหล่านี้สเถียรมากขึ้น

สรุป

Nokia Wi-Fi Beacon 3 จะเหมาะกับผู้ใช้งาน AIS Fibre ที่ต้องการขยายพื้นที่ใช้งานภายในบ้านให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบ้านขนาดใหญ่ที่มีหลายชั้น หรือบริเวณกว้าง แล้วเราเตอร์จุดเดียวที่ติดตั้งให้มาไม่เพียงพอ เพราะข้อดีหลักๆ ของ Mesh-WiFi คือเมื่อติดตั้งครั้งเรียบร้อย จะเดินไปตรงจุดไหนในบ้านก็สามารถเล่นเน็ตได้

อีกเรื่องก็คือความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลของ Nokia Wi-Fi Beacon 3 ที่จะทำให้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆไร้รอยต่อ ด้วยการผสมผสานคลื่น 2.4 GHz และ 5 GHz ร่วมกัน ทำให้เวลาอุปกรณ์สลับการต่อจากจุดหนึ่ง ไปอีกจุดหนึ่งจะไม่เกิดอาการสะดุด หรือเน็ตหลุดให้เห็น

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของ Nokia Wi-Fi Beacon 3 คือในช่วงนี้จะเป็นการทำตลาดร่วมกับทาง AIS แบบเอ็กซ์คลูซีฟอยู่ ดังนั้นถ้าใช้เน็ตค่ายอื่นแล้วต้องการซื้อไปติดตั้งใช้งาน เป็นเราเตอร์ตัวหลักอาจจะใช้งานได้ไม่สมบูรณ์แบบ กับอีกเรื่องคือราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆในท้องตลาด

Gallery

]]>
Cyber Apps 28/01/19 : Light a Way / Magic School Story / Zen Koi 2 3 เกมปลุกพลัง https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-280119/ Mon, 28 Jan 2019 04:03:17 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30133 Light a Way ไฟดวงน้อยทึ่จะช่วยเติมความสว่างไสวยามค่ำคืน

เมื่อความมืดทมิฬเข้าปกคลุมแสงสว่าง จนมองทุกอย่างไม่เห็น นี่คือเวลาของผู้กล้าที่จะจุดแสงสว่างเพื่อลุกขึ้นมาค้ำจุนโลกอีกครั้งในเกม Light a Way คุณต้องนำพาแสงคืนกลับสู่ดินแดนที่คุณจากมา ด้วยอาวุธ มนตรา เพื่อปลุกความสว่างให้ตื่นจากหลับใหลไปในตลอดทางที่คุณเคลื่อนผ่าน พร้อมความช่วยเหลือของ Lumi เพื่อนสนิทแสนน่ารักที่มากับสกิลกว่าร้อยแบบให้คุณผจญภัยผ่านความท้าทายนานาไปจนได้ Light a Way จะแจกความสดใสในความมืดมิดด้วยสีสันของแสง ความน่ารักของตัวละคร ที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม

เปิดทางความสนุกกับ Light a Way ได้ทั้งบน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/zen-koi-2/id1280254438?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.landsharkgames.zenkoi2.android&hl=th

Magic School Story สร้างโรงเรียนเวทมนตร์ในแบบที่คุณวาดฝัน

ถ้าหากฉันมีเวทมนตร์ เป็นแม่มดให้เหมือนกับในนิยาย ก่อนจะเสกเธอให้เป็นอะไรก็แล้วแต่ ลองปลีกตัวมาสร้างโรงเรียนผลิตพ่อมดแม่มดกันในเกมนี้ Magic School Story เริ่มจากสร้างโรงเรียนที่ขนาดจะใหญ่ขึ้นตามค่าประสบการณ์ของคุณ

จากนั้นตกแต่งห้องเรียนแต่ละวิชา ทั้งวิชาปลุกเสกธาตุ ยาพิษ ไม้กวาดบิน ฯลฯ และเปิดรับนักเรียนใหม่ให้เข้ามาเรียน ปลุกปั้นพวกเขาให้เป็นปรมาจารย์ ในเกม Magic School Story ยังมีภารกิจหลากหลายให้คุณได้เลือกทำและแข่งขันประชันคะแนนกับเพื่อนได้แบบออนไลน์ และความพีคสำหรับช่วงตรุษจีนที่จะถึงนี้ ในเกมจะมีอีเว้นท์พิเศษให้คุณเลือกเก็บอาคารเรียนแบบลิมิเต็ดเอดิชันด้วย

ดาวน์โหลดเกมนี้ได้ฟรี สนุกกันได้บนทั้ง iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/magic-school-story/id1342092026?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.happylabs.magic&hl=en_US

Zen Koi 2 ผ่อนคลายกับสายน้ำและฝูงปลาคาร์ฟ

พักสมอง ผ่อนคลายจิตใจไปกับเกมสุดชิลล์อย่าง Zen Koi 2 ที่ให้คุณแหวกว่ายไปในสระน้ำกับปลาโค่ย หรือที่เราเรียกกันว่าปลาคาร์ฟแสนสวยที่สามารถกลายร่างเป็นมังกรได้เหมือนในตำนาน ซึ่งทุกๆ อย่างในเกมเน้นสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย มีทั้งเพลงสุดนุ่มนวลและท่าทางของปลาต่างๆ ที่พลิ้วไหวอยู่ในน้ำ ซึ่งสร้างความสงบและสมาธิได้อย่างดีทีเดียว

ปลาคาร์ฟของคุณจะต้องกินเพื่อเติบโต แต่การจะกินปลาอื่นๆ ที่อยู่ในสระน้ำนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะปลาแต่ละชนิดก็จะเคลื่อนไหวแตกต่างกันไป ซึ่งพอคุณกินไปได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว คุณสามารถทำภารกิจต่างๆ เพื่อขยายขอบเขตของสระได้ แถมยังเข้าใกล้การกลายร่างเป็นมังกรได้อีกด้วย เกมนี้ไม่การเสียชีวิต ตาย เริ่มต้นใหม่ใดๆ มีแค่สายน้ำและความผ่อนคลายที่หยิบขึ้นมาเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา

สนุกกับ Zen Koi 2 ได้ฟรี บน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/light-a-way/id1228576904?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.appxplore.lightaway&hl=th

]]>
Cyber Apps 21/01/19 : Panols / Momondo / My Little Pony / Mobile Legends https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-210119/ Mon, 21 Jan 2019 07:16:05 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30126 Panols แชร์ภาพสุดแกรนด์ลง IG

เพราะใครๆ ก็ทนกระแสความฮิตของภาพสวยๆ ในอิสตาแกรมไม่ไหว เห็นทีไรต้องรีบกดไลค์ไปซะทุกที แต่ภาพปกติในส่วนของประวัติผู้ใช้งาน (Profile) มักจะถูกย่อเป็นรูปเล็กๆ ต้องกดทีละรูปเพื่อดูรายละเอียด ฉะนั้นจะดีกว่าไหมที่เราจะทำให้ผู้เข้าชมเห็นรูปเด็ดๆ ของเราเป็นรูปใหญ่เหมือนรวม 9 รูปเล็กๆเข้าไว้ด้วยกันเป็นรูปเดียวและแอปที่จะช่วยให้คุณโพสต์ภาพแบบแกรนด์ๆอย่างนี้ได้ก็คือ

“Panols” เมื่อเราอนุญาตให้แอปเข้าถึงภาพในอัลบั้มของเราแล้ว ก็เพียงเลือกรูปเด็ดที่ต้องการมา 1 รูป จากนั้นก็กดปุ่ม Split Photo ระบบก็จะตัดภาพออกมาเป็นภาพเล็กๆ จากนั้นก็เพียงสั่งให้โพสต์ขึ้นอิสตาแกรมได้ทันที (อย่าลืมเรียงลำดับรูปให้ถูกต้องก่อนโพสต์ด้วยล่ะ!) แอปนี้เหมาะมากสำหรับการโพสต์โปรโมททริปสุดอลัง รวมถึงแบรนด์ที่เอาไว้โพสต์ภาพสินค้าล่าสุดให้สะดุดตาลูกค้า 

แอป Panols ราคา 69 บาท ใช้งานได้บน iPhone และ iPad สามารถแยกได้ 3 รูปเล็ก แต่หากต้องการแยกให้เป็น 9 รูปย่อย (3×3 รูป) และขนาดอื่นๆ อีก ก็สามารถซื้อฟีเจอร์นี้เพิ่มในแอปราคาเพียง 99 บาท

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/panols/id1061408978?mt=8

Momondo ไม่รู้จะจองตั๋วไปไหน แค่บอกงบมา เดี๋ยวจัดให้

คนเราต้องใช้ชีวิตอย่างมีจุดหมาย แต่จุดหมายที่เที่ยวถัดไปของเราคือที่ไหน ยังคิดไม่ตกเลย การวางแผนเตรียมตัวเที่ยวในวันหยุดเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับทุกคนเสมอ เพราะเราจะต้องมานั่งวาดฝันกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี นอนที่ไหนบ้าง แล้วก็ล้มความฝันทั้งหมดนั้นเมื่อได้เห็นเงินในบัญชีของตัวเอง

ทุกอย่างจะง่ายดายและรวดเร็วขึ้นเมื่อคุณปรึกษา Momondo เอเยนต์ท่องเที่ยวฉบับโมเดิร์นของเราที่จะช่วยแก้ไขให้ทุกปัญหาผ่านไปได้ด้วยดี เริ่มจากใส่งบที่เราต้องการเข้าไปแล้ว Momondo ก็จะแสดงผลลัพธ์ของสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณสามารถไปเที่ยวได้ พร้อมกับงบประมาณคร่าวๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจของคุณ

ลองดูที่แผนที่เพื่อไล่ดูว่ามีตัวเลือกอะไรที่ดูน่าสนใจสำหรับเราบ้าง เลือกระยะเวลาการเที่ยว (จากสุดสัปดาห์ไปจนถึงตลอดทั้งสัปดาห์กิจกรรม (เช่น เที่ยวทะเลหรือไปสกีและสำหรับคนที่ไม่ชอบการบินก็มีให้เลือกระยะเวลาการบินสูงสุดที่เราทนไหวด้วย เรียกได้ว่าทริปนี้คือทริปในฝันที่กำลังจะกลายเป็นจริงของคุณแน่นอน

Momondo ดาวน์โหลดได้ฟรีบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/momondo/id436736538?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.momondo.flightsearch&hl=th

My Little Pony Pocket Ponies สะสมโพนี่สุดคิวท์ให้ครบคอลเลกชัน

เมื่อแฟนของเกมยิงไข่และคนรักม้าโพนี่มาเจอกัน ก็จะออกมาเป็นเกมสนุกๆ สำหรับเด็ก 9-11 ขวบอย่างเกม “My Little Pony Pocket Ponies” เกมนี้นอกจากจะเล่นสนุกได้สะดวกด้วยการแสดงผลจอแบบแนวตั้งแล้ว ยังทำให้หนูน้อยที่ชอบเล่นเกมยิงไข่ ที่อาศัยตรรกะของการตกกระทบมาเคลียร์อุปสรรคให้หมดกระดานแล้ว การอัปเกรดไปด่านที่ยากขึ้นก็จะช่วยให้เราได้เก็บสะสมม้าน้อย หลากสีสดใสไว้คอลเล็กชันมากขึ้นด้วย

เกม My Little Pony Pocket Ponies ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/my-little-pony-pocket-ponies/id1349293577?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.budgestudios.googleplay.MyLittlePonyPocketPonies&hl=en_US

Mobile Legends Bang Bang ตีป้อมถล่มศัตรูให้พินาศไปกับมอนสเตอร์ตัวเด็ด

ฐานทัพของคุณตกอยู่ในอันตราย! อีกฝ่ายถล่มป้อมกลางเข้ามาจนพังพินาศไม่มีชิ้นดี ทันใดนั้น มอนสเตอร์ขนาดมหึมาก็ปรากฏตัวออกมาเข้าร่วมทีมกับคุณ ตีโต้กลับอีกฝ่ายด้วยกระบองขนาดยักษ์ และแล้วเกมก็พลิก ทีมของคุณได้เปรียบในการต่อสู้และบุกทำลายป้อมของศัตรูทะลุไปถึงฐานทัพของพวกเขาได้สำเร็จ!

นี่คือบรรยากาศในเกมบนมือถือในสไตล์ MOBA (Multiplayer Online Battle Arena) อย่างเกม Mobile Legends: Bang Bang ที่ได้สร้างความนิยมมาตั้งแต่ปี 2016 แมทช์ในเกมนี้มีหลายแบบ เริ่มตั้งแต่แมตช์ Classic ที่มีกติกาก็ง่ายๆ คือ ทีมฮีโร่ทั้ง 5 ตัวของคุณต้องบุกไปถล่มฐานทัพของศัตรูในอีกฟากหนึ่งของแผนที่ในจำนวนเท่ากัน (5v5) ซึ่งทำได้ด้วยการช่วยเหล่าลูกสมุนให้ทำลายป้อมของศัตรูทั้ง 3 เลนและจัดการฮีโร่ของศัตรูเพื่อทำให้อีกฝ่ายอ่อนแอลง

หรืออยากขยับไปลองโหมดอื่นอย่าง Deathbattle ที่ทีมจะชนะทันทีถ้าฆ่าศัตรูถึงจำนวนที่กำหนดก่อน หรือลุ้นให้ชีวิตรอดเป็นคนสุดท้ายในโหมด Survival ความเด็ดอีกอย่างคือคุณสามารถเปิดแชทเสียงและคุยวางแผนกับเพื่อนในทีมได้ในเกมเลย และถ้าเก่งพอ ขอเชิญไปเล่นในโหมด National Arena Contest ประชันกับผู้เล่นจากประเทศอื่นได้เช่นกัน

Mobile Legends Bang Bang เล่นได้ฟรีบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/mobile-legends-bang-bang/id1160056295?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.mobile.legends&hl=th

]]>
Cyber Apps 15/01/19 : Edjing Mix ดีเจจำเป็น / Daylio จดไดอารี่ / Mojo ตัดต่อวิดีโอสั้นๆ / Lava Up เกมเล่นกับเพื่อนเป็นกลุ่ม https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-150119/ Tue, 15 Jan 2019 06:52:35 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30118 Edjing Mix เป็นดีเจจำเป็นได้ด้วยมือถือเครื่องเดียว

ถ้าพูดถึงดีเจ คนส่วนใหญ่ก็คงนึกภาพว่าดีเจคือคนที่เปิดเพลงไปเรื่อยๆ และพยายามโบกมือบิ๊วอารมณ์คนดูให้กระโดดโลดเต้นตามจังหวะ แต่ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของการเป็นดีเจก็คือ การต้องหมดเงินไปกับทั้งแผ่นเพลงชั้นดีที่จะถูกใจคนดู กับเครื่องเล่นคุณภาพที่รวมกันแล้วต้องเสียสตางค์ไม่ใช่น้อย

จะดีกว่าไหมถ้าคุณสามารถเป็นดีเจได้ด้วยอุปกรณ์ iOS และคลัง iTunes ที่คุณมีอยู่แล้วเราขอแนะนำให้รู้จักกับ edjing Mix แอปที่จะเปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นโต๊ะดีเจอย่างรวดเร็วด้วยการเชื่อมเข้ากับคลัง iTunes ของคุณ รวมถึงSoundcloud, Deezer (หากเป็นบัญชีแบบพรีเมียม), Google Drive, Dropbox และ iCloud   

edjing Mix นั้นทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ แอปทั้งเชื่อมจังหวะของเพลงได้อย่างดี และให้คุณลูปส่วนที่น่าสนใจของเพลงและตั้ง Hot Cues เพื่อใช้เสียงที่ใช้บ่อยๆ ได้ด้วย นอกจากนี้ยังให้คุณได้เตรียมเซ็ตเพลงของคุณล่วงหน้าก่อนได้ พอเวลาต้องขึ้นเวทีคุณก็แค่รีเพลย์แล้วกระโดดโลดเต้นและโบกมือไปมาอย่างเดียวก็สนุกได้เลย ไม่ต้องลนลานหาเพลงมาต่อแบบสดๆ

ดาวน์โหลด edjing Mix ได้ฟรีบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/edjing-mix-dj-app/id493226494

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.edjing.edjingdjturntable&hl=th

Daylio – Journal, Diary, Moods ไดอารี่บันทึกอารมณ์

ปีใหม่นี้หลายคนตั้งใจไว้ว่าอยากที่จะ “รู้จักตัวเอง” ให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นจะมีอะไรที่ดีไปกว่าการรู้จักถึงใจของตัวเองในทุกขณะจิต รู้ว่าแต่ละวัน แต่ละชั่วโมง ใจของเรารู้สึกและมีอารมณ์อย่างไร และบันทึกความรู้สึกเหล่านี้ออกมาผ่านแอปที่ชื่อว่า Daylio ไดอารี่บันทึกอารมณ์ ทุกๆ วัน แอปจะเตือนให้เราบันทึกอารมณ์ของตัวเองในแต่ละขณะ โดยเราสามารถระบุได้ว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เรารู้สึกแบบนี้ เช่น วันนี้มีความสุขภาพ เพราะได้อ่านหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ เป็นต้น 

ยิ่งทำการบันทึกอารมณ์ของเราอยู่สม่ำเสมอ เราก็จะได้เก็บบันทึกเอาไว้เหมือนไดอารี่ จากนั้นเมื่อมาดูที่เมนูสถิติ (Stats) ก็จะพบว่าในแต่ละเดือนที่ผ่านมาสภาวะจิตใจของเราอยู่ในโหมดใดมากที่สุด หากมีสีดำปรากฎอยู่เป็นส่วนใหญ่ ก็ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในโหมดอารมณ์ที่ไม่สู้ดีนัก

ในทางตรงข้าม หากมีสีแดง และเขียวมากๆ ก็นับว่าเราเป็นคนค่อนข้างอารมณ์ดีเลยทีเดียวแอปนี้นอกจากจะเป็นเวทีให้เรารู้จักเข้าใจตัวเองดีขึ้นด้วยการซื่อสัตย์กับตัวเองแล้ว ยังเป็นประโยชน์กับผู้ที่คิดว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้มีโอกาสระบายความรู้สึกลึกๆ ของตัวเองออกมาเพื่อรู้เท่าทันจิตใจของตัวเอง และสถิติที่เก็บไว้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาของแพทย์อีกด้วย

แอป Daylio – Journal, Diary, Moods ไดอารี่บันทึกอารมณ์ ดาวน์โหลดได้ฟรีบน iPhone

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/daylio-journal-diary-moods/id1194023242

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=net.daylio&hl=th

Mojo – Create Video Stories ทำวิดีโอสั้นๆ เล่าเรื่องราวที่น่าจดจำ

การขายของออนไลน์ นักการตลาดดิจิตอลตัวจริงรู้ดีว่า สิ่งที่ทำให้ของสิ่งนั้นขายได้จริงๆ ไม่ใช่คุณสมบัติของสินค้า แต่กลับเป็น “รูปภาพ” หรือ “คลิปสวยๆ ที่สั้นๆ” ที่ทำมาโปรโมทต่างหาก เมื่อรู้อย่างนี้ เราจึงอยากนำเสนอแอปที่มีคุณสมบัติในการช่วยสร้างและตกแต่งภาพสวยๆ ให้ออกมาเป็นภาพคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่สวยตรึงใจ และดึงดูดให้คนกดเข้ามาดูสินค้ามากยิ่งขึ้น

แอปนี้ชื่อว่า Mojo – Create Video Stories ก่อนอื่นเพียงแค่เลือกสไตล์ของชิ้นงานที่เราต้องการ เช่น คลิปสไตล์ข่าว หรือสไตล์แฟชั่น เป็นต้น จากนั้นก็เพียงกดที่รูปตัวอย่างเพื่อเลือกรูปจากอัลบั้มของเรา และกดที่ข้อความเพื่อแก้ไขเป็นข้อความที่เราต้องการ เท่านั้นก็พร้อมที่จะโพสต์ขึ้นที่อินสตาแกรม หรือบันทึกลงเครื่องได้ทันที

แอป Mojo – Create Video Stories ดาวน์โหลดได้ฟรีบน iPhone และ iPad แต่หากต้องการสไตล์รูปแปลกตาที่มีป้าย Pro ก็จะต้องทำการอัปเกรดเป็นสมาชิกแบบพรีเมี่ยม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 299 บาท (ทดลองใช้งานเดือนแรกฟรีแต่หากซื้อเป็นปีจะเหลือเพียง 1,300 บาท/ปี

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/mojo-create-video-stories/id1434861974?mt=8

Lava Up บทพิสูจน์รักแท้ท่ามกลางไฟประทุ

การทำอะไรทีเดียวหลายๆ อย่างคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ แต่เกม LavaUp ทำให้การมัลติทาสก์สนุกเพลิดเพลินขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ในโลกสุดแปลกแห่งนี้ คุณจะได้รับบทเป็นเจ้าชายหนวดเฟิ้มตัวจิ๋วที่เดินทางอยู่ในดินแดนสุดอันตรายซึ่งมีลาวาเดือดปุดๆ อยู่ด้านล่าง สิ่งสำคัญที่จะทำให้รอดไปได้ก็คือการกระโดดนั่นเอง คุณจะต้องกระโดดไต่พื้นดินขึ้นไปเรื่อยๆในขณะเดียวกัน คุณก็ต้องปัดนิ้วเอาพื้นดินรูปแบบต่างๆ ลงมาต่อกันเหมือนเกม Tetris เพื่อสร้างพื้นที่ให้เจ้าชายกระโดดขึ้นไปด้วย

คุณจะต้องวางแผนการกระโดดและการสร้างพื้นดินให้ดี ไม่อย่างนั้นเจ้าชายผู้กล้าหาญได้ถูกกลืนลงไปในลาวาแน่ๆ ก็เหมือนกับชีวิตจริงนั่นแหละ เมื่อเจอสถานการณ์คับขัน มันไม่ง่ายเลยที่จะช่วยเหลือตัวเอง แถมยังต้องช่วยเหลือคนอื่นไปพร้อมๆ กันอีก ฉะนั้นฝึกจัดลำดับความสำคัญให้ดีเพราะในเกม LavaUp นี้มีความท้าทายให้คุณได้เผชิญอีกเพียบ

สนุกกับ Lava Up ได้ฟรีทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/lavaup/id1415497643?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.SpokoGames.LavaUp&hl=en_US

]]>