CBIZ Reviews – MGR Online https://cyberbiz.mgronline.com เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์ ไอที ไฮเทค เป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดการออนไลน์ Mon, 18 Jun 2018 09:48:13 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.9.6 Review : Acer Swift 3 (Ryzen 5) เมื่อ AMD เข้ามาช่วยยกระดับโน้ตบุ๊ก https://cyberbiz.mgronline.com/review-acer-swift-3-ryzen-5/ Mon, 18 Jun 2018 09:48:13 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28658

เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาคืนชีพในตลาดโน้ตบุ๊กอีกครั้งของ AMD ก็ว่าได้ กับการที่แบรนด์ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กต่างๆ เริ่มนำโน้ตบุ๊กรุ่นที่ใช้หน่วยประมวลผลของ AMD เข้ามาทำตลาด จากการที่เห็นประสิทธิภาพในการทำงานที่เพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือไม่ร้อนอีกต่อไป

ดังนั้น จุดเด่นหลักของ Acer Swift 3 คือเรื่องของประสิทธิภาพ เทียบกับราคา ที่เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนของ AMD พลาดไม่ได้ เพราะได้โน้ตบุ๊กในระดับราคา 21,990 บาท ที่สามารถเทียบประสิทธิภาพกับเครื่องราคาสูงกว่าเกือบหมื่นบาทได้

เพียงแต่ว่าด้วยรูปลักษณ์ของ Acer Swift 3 ยังเป็นดีไซน์โน้ตบุ๊กแบบเดิมๆอยู่ ดังนั้นอาจจะไม่เหมาะกับการพกพาไปใช้งาน แต่สามารถนำไปใช้แทนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปในบ้าน หรือในองค์กรธุรกิจได้ จากประสิทธิภาพที่เพียงพอกับการใช้งาน

ข้อดี

  • โน้ตบุ๊กระดับราคา 2 หมื่นต้นๆ แต่ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับรุ่นการ์ดจอแยก
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน
  • ตอบโจทย์ในแง่ของโน้ตบุ๊กเครื่องแรกที่นำมาใช้งานทั่วๆไป และประมวลผลหนักๆด้วย

ข้อสังเกต

  • ไม่ได้บันเดิลวินโดวส์ลิขสิทธ์มาให้ด้วย
  • เมื่อใช้งานหนักๆ ยังมีอาการเครื่องร้อนให้เห็นอยู่

Acer x AMD รุ่นแรกที่นำ Ryzen มาใช้

Acer Swift 3 ถือเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกของ เอเซอร์ ที่ประเดิมนำ AMD Ryzen เข้ามาใช้งาน ชูจุดเด่นในเรื่องของการเป็นโน้ตบุ๊กที่ครบเครื่อง เหมาะกับการใช้งานทุกรูปแบบ ด้วยหน้าจอแสดงผล 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.9 กิโลกรัม

ประกอบกับการที่ใส่พอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0 2 พอร์ต USB 2.0 1 พอร์ต USB-C 1 พอร์ต ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. พอร์ต HDMI สำหรับต่อจอแยก ช่องอ่าน SD Card และพอร์ตล็อกเครื่อง

นอกจากนี้ ยังใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ใช้เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลตัวเครื่องให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ลายนิ้วมือเพื่อล็อกอินเข้าไปใช้งาน Windows 10 (รุ่นที่จำหน่ายในไทยจะเป็นรุ่นที่มากับ Linpus Linux ผู้ใช้สามารถซื้อ Windows 10 ที่เป็นไลเซนต์มาลงได้)

รวมถึงการที่หน่วยประมวลผล AMD Ryzen 5 ที่ถูกผลิตขึ้นมาสำหรับใช้งานบนโน้ตบุ๊กโดยเฉพาะ ที่ให้ประสิทธิภาพมากขึ้น และกินหลังงานน้อยลง ช่วยให้สามารถใช้งานโน้ตบุ๊กได้ยาวนานขึ้น

โดยตัวเครื่องของ Acer Swift 3 จะมาในรูปแบบของ Claim Shell ที่ผู้ใช้สามารถเปิดหน้าจอได้ถึง 180 องศา จากการที่เลือกใช้ข้อต่อรุ่นใหม่ ที่นอกจากจะช่วยให้เครื่องระบายอากาศได้ดีขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความแข็งแรงด้วย

สเปก

สำหรับสเปกภายในของ Acer Swift 3 จะมากับหน่วยประมวลผล AMD Ryzen 5 2500U (2 GHz Up to 3.6 GHz) ที่มาพร้อมการ์ดจอออนบอร์ด Radeon RX Vega 8 โดยจะมากับ RAM ขนาด 8 GB ที่เก็บข้อมูลเป็นฮาร์ดดิสก์ความจุ 500 GB รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi บลูทูธตามปกติ

การใช้งาน

ในแง่ของการใช้งาน รวมๆแล้วถือว่า Swift 3 ค่อนข้างตอบโจทย์ของผู้ที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่มาใช้งานทั่วๆไป แต่ก็สามารถประมวลผลหนักๆได้ ดังนั้น ถ้ามองหาโน้ตบุ๊กที่จะมาใช้งานโปรแกรมออฟฟิศ ทำเอกสาร หรือใช้งานเพื่อความบันเทิง Swift 3 ถือว่าตอบโจทย์เบื้องต้นเหล่านี้อยู่แล้ว

ถัดมาถ้าในแง่ของการนำมาใช้เพื่อเล่นเกม ด้วยการที่มากับ Ryzen 2 ถ้านำมาใช้เล่นเกมออนไลน์ หรือเกมที่ใช้สเปกไม่สูงมากนัก ก็สามารถปรับเล่นสุดๆได้สบายๆ หรือถ้าเป็นเกมที่ใช้สเปกหนักๆ ถ้าปรับรายละเอียดลงมาเล็กน้อย ก็สามารถเล่นได้ลื่นอยู่

แต่ถ้าเกมที่ใช้สเปกหนักๆอย่าง Farcry 5 ที่เพิ่งออกมา ทีมงานลองลงเล่นดู ก็พบว่าสามารถเล่นได้แต่ต้องปรับความละเอียดต่ำสุด ถึงจะทำให้เล่นได้แบบลื่นไหล แต่ถ้าเป็นเกมที่สเปกเก่ากว่านี้เชื่อว่า Swift 3 รองรับได้สบายๆ

กลับมาดูในแง่ของการใช้งานร่วมกับ Windows 10 ด้วยการที่ Swift 3 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย ทำให้สามารถใช้การปลดล็อกตัวเครื่องด้วยลายนิ้วมือเพิ่มเข้ามา เพิ่มจากการใช้งาน Windows Hello ที่พิมพ์รหัสผ่าน หรือกล้องหน้าในการปลดล็อก

ส่วนการใช้งานฟีเจอร์อื่นๆที่มีมาให้อย่าง Cortana การทำงานด้วยการดาวน์โหลดแอปจาก Windows Store ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทำให้รวมๆแล้ว Swift 3 ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจช่วงระดับ

Gallery

ทดสอบประสิทธิภาพ

เมื่อเทียบกับการใช้งานทั่วไป ต้องยอมรับว่าการประมวลผลของ Acer Swift 3 ที่นำหน่วยประมวลผล Ryzen มาใช้งาน ถือว่าทำออกมาได้ดีเมื่อเทียบกับราคาจำหน่ายของเครื่องที่ 21,900 บาท ทั้งในแง่ของระยะเวลาการใช้งานบนแบตเตอรีถ้าไม่ได้ใช้งานหนักๆ ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4-5 ชั่วโมง

ส่วนผลทดสอบจากโปรแกรมต่างๆ สามารถดูได้จากแกลอรี่ด้านล่างนี้

]]>
Cyber Apps 18/06/18 : WANNA NAILS – TrueID – Viddsee – LinkedIn Learning https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-180618/ Mon, 18 Jun 2018 08:31:59 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28650 WANNA NAILS – ใช้ AR ช่วยเปลี่ยนสีเล็บก่อนสั่งมาทา

เคล็ดลับการเพิ่มความสุขเล็กๆ ให้กับสาวๆ เริ่มต้นง่ายๆ แค่ได้เปลี่ยนสีสันของเล็บ แอปอย่าง WANNA NAILS  ช่วยให้คุณผู้หญิงได้ลองสีเล็บแบบเรียลไทม์ผ่านเทคโนโลยี AR วิธีการลองสีเล็บก็ง่ายมากๆ แค่ยื่นมือไปหน้ากล้อง ระบบก็จะทำการเลือกสีสันของเล็บและสลับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

สีไหนที่คุณถูกใจ ก็แค่กดถ่ายรูปไว้ ระบบก็จะแนะนำลิงก์ไปช้อปยาทาเล็บสีนั้นที่ AliExpress ทันที (สนนราคาขวดละ 35 บาท)

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/wanna-nails-manicure-try-on/id1334108416

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=by.wanna.apps.wnails

TrueID ดูสดฟรีๆ เชียร์มันครบทุกแมทช์

ฤดูกาลที่คอบอลทุกคนรอคอยมาถึงแล้วและแอปอย่าง TrueID จะช่วยให้คุณได้ติดตามดูสดทุกแมทช์สำคัญของการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกแบบฟรีๆ ทั้งยังมีรายละเอียดของรายชื่อนักเตะทุกทีม

ดูคลิป และข้อมูลตำนานมหกรรมฟุตบอลครั้งนี้ รวมถึงอัปเดตการสรุปตารางคะแนนแข่งขันได้อย่างครบครัน นอกจากนี้ยังสนุกกับความบันเทิงอื่นๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็นหนังทั้งเรื่อง เพลงเพราะข่าวสาร และองค์ความรู้ด้านการศึกษา

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/trueid/id1013814221

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.tdcm.trueidapp

Viddsee – รับชมหนังสั้นสไตล์เอเชียถูกใจทั้งสายแมสและอินดี้

สำหรับคอหนังที่พบว่าวิดีโอน้องแมวน่ารักๆ ไม่ใช่ทางของคุณ ขอให้ลองเสพงานดีๆ บน Viddsee ที่มีหนังสั้นให้คุณได้ดูกันอย่างหนำใจหลากหลายแนวจากผู้กำกับชาวเอเชีย (มีงานคนไทยด้วย!) อาทิ While You Sleep ซีรีส์ห้าตอนที่จะพาคุณไปเปิดโลกของอาชีพที่โดดเด่นในยามค่ำคืนในแบบที่คุณคิดไม่ถึง อย่างเช่น ช่างแต่งหน้าศพหญิง หรือเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือสัตว์

ถ้าคุณยังนึกไม่ออกว่าอยากดูอะไร ขอให้เริ่มที่แท็บ ‘Explore’ เพื่อลองเลือกหนังสักเรื่อง จากนั้นเมื่อดูจบแอปก็จะช่วยเลือกหนังที่คุณคิดว่าถูกใจไว้ดูต่อไปได้ด้วย และถ้าที่ไหนไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ก็อย่าลืมดาวน์โหลดเก็บไว้ดูทีหลังก็ได้นะ อ้อลืมบอกไป Viddsee ดูฟรีไม่มีรายเดือนนะจ๊ะ

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/viddsee-watch-short-movies/id930821146

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.viddsee&hl=th

LinkedIn Learning – ขัด เหลา เกลาทักษะตัวเอง เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งาน

งานใหม่ก็อยากได้ แต่ทักษะมีไม่พอแถมไม่มีเวลาไปเรียนเพิ่มอีก ลองให้ LinkedIn Learning ช่วยคุณ แอปนี้จะโฟกัสกับการพัฒนาคุณให้ก้าวไกลในสายอาชีพที่ทำอยู่มากที่สุด ด้วยวิดีโอสั้นๆ ที่ดูได้ทุกที่ทุกเวลา บนหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับโปรไฟล์ LinkedIn ของคุณ 

ถ้าสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษก็สามารถเพิ่มเติมเข้าไปทีหลังได้ด้วยเช่นกัน ในแอปมีทั้งบทเรียนที่เฉพาะเจาะจงอย่างแอปสายงานบัญชีอย่าง QuickBooks หรือการเขียนเว็บไซต์ด้วย WordPress ไปจนถึงเรื่องทักษะจำเป็นอย่างการตลาดและการออกแบบกราฟิกด้วย

รวมทั้งสิ้นกว่า 4,000 เรื่องให้คุณได้ค้นหาทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และธุรกิจ เพื่อให้คุณนำประกาศนียบัตรมาประดับเรซูเม่และโปรไฟล์ของคุณใน LinkedIn ด้วยเมื่อคุณเรียนจบคอร์สนั้นๆ

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/linkedin-learning/id1084807225

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.linkedin.android.learning&hl=th

]]>
Review : Apple iPad 6th Gen เมื่อ iPad รุ่นปกติรองรับ Apple Pencil ทำให้ใช้ได้สนุกขึ้น https://cyberbiz.mgronline.com/review-apple-ipad-6th-gen-2018/ Tue, 12 Jun 2018 10:09:30 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28591

จุดเด่นหลักของ Apple iPad รุ่นใหม่นี้ คือเรื่องของประสิทธิภาพของตัวเครื่องที่เร็วขึ้นกว่ารุ่นเดิม และที่สำคัญคือรองรับการใช้งาน Apple Pencil ในราคาเริ่มต้นที่ 11,500 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 16,500 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular

ข้อดี

  • ทำราคาให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะนักเรียน-นักศึกษา
  • รองรับการใช้งานคู่กับ Apple Pencil
  • หน้าจอแสดงผล Retina ขนาด 9.7 นิ้ว

ข้อสังเกต

  • ต้องซื้อปากกา Apple Pencil เพิ่มอีก 3,400 บาท
  • กรณีที่ซื้อมาใช้งานหนักๆ แนะนำให้ซื้อรุ่น 128 GB เพราะ 32 GB แค่ลงแอป เก็บรูปก็หมดแล้ว

ข้อมูลเบื้องต้น iPad 6th Gen

ในแง่ของการออกแบบตัว iPad 6th Gen ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนจากรุ่นเดิมมากนัก เนื่องจากยังคงใช้จอขนาด 9.7 นิ้ว ที่มีขอบจอหนาเช่นเดิม ทำให้ขนาดเครื่องอยู่ที่ 240 x 169.5 x 7.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 469 – 478 กรัม วางจำหน่ายด้วยกัน 3 สี คือ สีเงิน สีทอง และสีเทาสเปซเกรย์

สำหรับจอที่ใช้เป็นจอ Retina ที่เป็นแบบ IPS ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล ความละเอียดเม็ดสี 264 ppi โดยพัฒนาขึ้นมาให้รองรับการใช้งานคู่กับ Apple Pencil เพิ่มจากเดิมที่รองรับเฉพาะใน iPad Pro เท่านั้น

รอบตัวเครื่องจะมีปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่นาโนซิมการ์ด ทางฝั่งขวา ปุ่มเปิดปิดเครื่อง และช่องเสียบหูฟังด้านบน ส่วนด้านล่างเป็นช่องต่อสาย Lightning ขนาบด้วยลำโพงสเตอริโอ ในส่วนของล่างหน้าจอก็จะเป็น Toucd ID มาให้ใช้งานเช่นเดิม

ส่วนของสเปกทั่วไป iPad 6th Gen จะมากับหน่วยประมวลผล Apple A10 Fusion ขณะที่กล้องถ่ายภาพหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ Full HD ส่วนกล้องหน้าสำหรับใช้ FaceTime ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล (HD)

เหมาะกับการใช้งานแบบใด

ในส่วนของการใช้งานโดยรวม iPad 6th จะเหมาะกับผู้เริ่มใช้งานแท็บเล็ต หรือกลุ่มผู้ที่ใช้เพื่อความบันเทิงเป็นหลัก ทั้งการท่องเว็บไซต์ รับชมภาพยนต์ เล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่ใช้เพื่อจดบันทึก หรือวาดรูปแบบย่อๆ โดยไม่ได้เน้นเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน

เพราะจากการพัฒนาของ iOS ที่ปัจจุบันเป็นเวอร์ชัน 11 ก็มีการเพิ่มการใช้งานแบบ MultiTask ให้ใช้งาน 2 แอปพร้อมกันได้ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเมื่อต้องการหาข้อมูล ควบคู่ไปกับการจดบันทึกเป็นต้น

เนื่องจากถ้าจะทำงานหนักๆ อย่างการสเก็ตซ์ภาพความละเอียดสูง หรือการแต่งรูปบน Photoshop แบบหลายๆเลเยอร์ หรือไฟล์ขนาดใหญ่ อาจจะต้องใช้งานบน iPad Pro ที่มีหน่วยประมวลผลที่แรงกว่า

ผู้ใช้ยอมจ่ายเพื่อแอปสำหรับ Apple Pencil

ข้อมูลจากแอปเปิลอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ หลังจากที่ iPad Pro ที่ทำงานร่วมกับ Apple Pencil ออกมาจำหน่ายยอมดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแบบเสียเงิน 3 อันดับแรก ต่างเป็นแอปที่ใช้งานควบคู่กับ Apple Pencil แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งาน Apple Pencil ต้องการหาแอปที่ไปรองรับการใช้งานได้แบบเต็มประสิทธิภาพ

ไม่ว่าจะเป็นแอปอย่าง Procreate ที่ใช้ในการวาดรูปภาพ ที่ผู้ใช้สามารถเลือกปรับลายเส้น เลือกสีมาใช้งานได้หลากหลาย ถือว่าเป็นแอปที่คู่กับการใช้งาน iPad Pro + Apple Pencil แน่นอน ซึ่งเมื่อนำมาใช้งานบน iPad 6th Gen ก็สามารถใช้งานคู่กันได้

ถัดมาคือแอปอย่าง Notability และ GoodNote 4 หรือสมุดจดบันทึกที่เหมาะสำหรับการใช้เพื่อจดข้อมูลลงบน iPad ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเขียนอยู่บนกระดาษ หรือโปรแกรมระบายสีอย่าง Sketch ที่ช่วยให้เด็กๆได้เพลิดเพลินไปกับการระบายสีภาพต่างๆ

เทียบกับ iPad รุ่นปี 2017

ถ้ามองในแง่ของราคาแล้ว iPad (2018) จะมีระดับราคาที่ต่ำกว่า iPad (2017) อยู่ราว 1,000 บาทในแต่ละรุ่น ในขณะเดียวกันก็ได้ประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีขึ้น โดยทาง Apple ระบุว่า จากการที่หันมาใช้หน่วยประมวลผล Apple A10 Fusion ทำให้ iPad (2018) ประมวลผลได้เร็วขึ้น 40% และการแสดงผลกราฟิกได้เร็วขึ้น 50%

โดยนอกเหนือจากการที่ตัวเครื่องประสิทธภาพสูงขึ้นแล้ว ก็จะมีความสามารถในการทำงานร่วมกับ Apple Pencil ที่สามารถใช้งานได้ไม่ต่างจากบน iPad Pro ดังนั้น เมื่อเทียบกับรุ่นของปี 2017 แล้วถือว่า iPad (2018) ให้ความคุ้มค่ามากกว่า ในระดับราคาที่ถูกกว่า

ราคาจำหน่าย iPad 6th Gen

iPad 6th Gen (2018) เริ่มวางจำหน่ายรุ่น Wi-Fi มาสักพักแล้วในราคาเริ่มต้น 11,500 บาท สำหรับรุ่น 32 GB และ 14,900 บาทสำหรับรุ่น 128 GB ทั้งนี้ ถ้าต้องการใช้งาน iPad คู่กับ Apple Pencil ต้องซื้อปากกาเพิ่มในราคา 3,400 บาท

ส่วนรุ่น Wi-Fi + Cellular เพิ่งเริ่มวางจำหน่ายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในรุ่น 32 GB ราคา 16,500 บาท และ 128 GB ราคา 19,900 บาท ซึ่งมีการทำโปรโมชันร่วมกับโอเปอเรเตอร์ลดสูงสุดถึง 7,500 บาท (เหลือ 9,900 บาท) เมื่อเปิดเบอร์ใหม่ย้ายค่ายเบอร์เดิมและเลือกใช้แพกเกจตามที่กำหนด

Gallery

]]>
Cyber Apps 11/06/18 : Step Out – April – Thoughts – Lords Mobile https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-110618/ Mon, 11 Jun 2018 04:00:18 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28584 Step out, Smart alarm clock ใช้แอปนี้ปลุกที…ตื่นแน่! 

หลายคนอยากมีช่วงเวลาทองของชีวิตในตอนเช้าตรู่ ที่จะตื่นมาออกกำลังกาย ทำอาหารคลีนๆ ทานเอง แค่คิดก็เคลิ้มแล้วใช่ไหม แต่ที่หลายคนยังไม่เคยถึงฝันนั้นเลย ก็เพราะยังไม่สามารถทำใจให้ผ่านด่านที่ยากที่สุดได้ นั่นก็คือ การบังคับให้ตัวเองตื่นแต่เช้านั่นเอง!

ว่าแล้วก็ลองใช้แอปอย่าง Step out, Smart alarm clock ดูสิ แอปนี้ชื่อมันก็บอกแล้ว เป็นแอปที่ปลุกให้คุณลุกออกจากที่นอนได้โดยไม่ต้องให้ใครมางัด เพราะนอกจากจะส่งเสียงร้องเตือนตลอดเวลาแล้ว จนกว่าจะรู้ว่าคุณได้ลุกจากที่นอนจริงๆ แล้ว ก็ยังอาศัยการนับจำนวนก้าวที่คุณก้าวเดินออกจากเตียง รวมถึงคุณยังจะต้อง “ส่งภาพถ่าย” เพื่อยืนยันว่าตอนนี้ได้มาอยู่ที่ห้องน้ำ หรือระเบียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะอาบน้ำ ล้างหน้า แต่งตัว (ซึ่งระบบจะใช้ระบบ photo recoginition ทำการตรวจสอบภาพจากภาพที่คุณถ่ายไว้ก่อนหน้า)

แอปนี้ราคา 69 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากหากมันทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่มีทางลืมนัดสำคัญอย่างเด็ดขาด!

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ :
https://itunes.apple.com/th/app/step-out-smart-alarm-clock/id673120263?mt=8

April  ระบายสีตามตัวเลข สนุกดี มีความชิล

อันที่จริงแอประบายสีตามตัวเลขก็ฮิตมาพักใหญ่ในบ้านเรา เพราะมันช่วยให้หลายๆ คนที่ไม่มีหัวศิลป์ สามารถที่จะสร้างสรรค์ภาพระบายดีที่สวยเหมือนมีศิลปินมาวาดให้ ที่สำคัญยิ่งวาด ยิ่งเพลิดเพลิน และให้ความรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างดีที่เดียว

และแอปน้องใหม่อย่าง April ที่จะช่วยให้คุณระบายสีด้วยนิ้วมือหรือใช้ Apple Pencil ก็ออกมาเนี้ยบเหมือนๆ กัน ทั้งยังมีตัวอย่างภาพให้วาดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพแนวธรรมชาติ ภาพบุคคล และภาพบรรยากาศเมืองต่างๆ ด้วย

แอปนี้โหลดได้ฟรี แต่หากอยากวาดภาพแปลกๆ เพิ่มเติม ต้องจ่ายเงินอัปเกรดเป็นลูกค้าพรีเมี่ยมเดือนละ 319 บาท จะวาดกี่ภาพก็ไม่จำกัด

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/april/id1360270159?mt=8
ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.crimsonpine.april

Thoughts พื้นที่จดความคิดสุดลึกล้ำไร้ขีดจำกัด

ถ้าอยากมีที่ส่วนตัวไว้ซ่อนความในใจ ลองใช้ Thoughts ดูสิ แอปนี้จะให้คุณวาดทุกสิ่งลงไป แต่สิ่งที่ไม่เหมือนใครก็คือการที่เราสามารถซูมเข้าไปได้เรื่อยๆ แบบไม่มีจำกัดนี่แหละ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณวาดรูปหน้า คุณสามารถซูมเข้าไปในตาได้ แล้วก็วาดหน้าอีกหน้าหนึ่งในดวงตาข้างนั้น จากนั้นก็ซูมเข้าไปในตาอีก แล้วก็วาดหน้าใบใหม่ลงไปอีก

ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ได้เท่าที่คุณต้องการ ใจความสำคัญก็คือการที่แอป Thoughts นี้เป็นที่สำหรับเก็บทุกความรู้สึกนึกคิดของคุณโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจดให้เป็นเรื่องเป็นราวหรือเป็นที่เป็นทางเลย และถ้าใช้งานตอนกลางคืน ก็สามารถปรับเป็นโหมดพื้นหลังสีดำก็ได้ สบายตาขึ้นได้อีก

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/thoughts-the-thinking-app/id1314313756?mt=8

Lords Mobile ส่วนผสมอันลงตัวระหว่างเกม RPG และแนววางแผนที่ผู้คนชื่นชอบ

Lords Mobile คือเกมที่มากับส่วนผสมอันลงตัวทั้งในส่วนของการสร้างเมือง ที่ชีวิตในเกมจะขึ้นอยู่กับความแกร่งของฐานทัพโดยตรง คุณต้องปลุกปั้นให้ฐานทัพแกร่งและให้ไฮเทคอยู่เสมอ อีกส่วนหนึ่งก็คือการเข้าร่วมกิลด์

คุณสามารถแลกเปลี่ยนทรัพยากรกับคนในกิลด์และมีสิทธิเข้าร่วมศึกระหว่างกิลด์เพื่อชิงรางวัลดีๆ ได้ด้วย ในส่วนของ RPG จะอยู่ในการพัฒนาฮีโร่ ซึ่งในขณะที่เหล่ากองทัพสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยการอัปเกรดเมือง ฮีโร่ของคุณจะไม่เป็นแบบนั้น ฮีโร่แต่ละตัวจะมีภารกิจเฉพาะของพวกเขาเอง เป็นเควสที่ทำเพื่อปลดล็อกความสามารถต่างๆ รวมถึงท่าพิเศษด้วย ผู้หลงใหลเกมแนววางแผนและ RPG ต้องลองให้ได้เลย

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/lords-mobile/id1071976327?mt=8
ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.igg.android.lordsmobile&hl=th

]]>
Cyber Apps 04/06/18 : Camera+2 – NBA – Fish and Tips – Tinycards https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-040618/ Sun, 03 Jun 2018 22:24:43 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28573 Camera+2 

หากคุณเป็นแฟนของแอป Camera+ มาหลายปี ก็ต้องตื่นเต้นเป็นที่สุดกับแอปน้องใหม่อย่าง Camera+2 แอปแต่งภาพที่เหมาะกับทั้งมือโปร และมือสมัครเล่น

หากคุณเป็นมือโปร แอปนี้ก็ช่วยให้คุณแต่ภาพกับ Raw file ทุกจุดที่ต้องการในแต่ละช็อต ไม่ว่าจะเป็น การปรับสปีดชัตเตอร์, ค่า ISO, ค่าความสว่าง รวมถึงหากคุณใช้ iPhone 7, 8 และ X ที่มาพร้อมกล้องระบบ Dual Lens ก็สามารถเลือกได้ว่าจะใช้เลนส์ถ่ายรูปแบบใด อาทิเลนส์ Wide หรือเลนส์ Tele ก็ได้

สำหรับมือสมัครเล่นก็จะมีโหมดตรวจจับใบหน้าและรอยยิ้ม ทำภาพถ่ายส่วนบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ รวมถึงโหมดป้องกันการสั่นสะเทือนเพื่อให้ทุกภาพที่ถ่ายออกมาคมชัด แต่งเสร็จแล้วก็ใส่กรอบรูป เพิ่มข้อความ ระบุพิกัดและวันที่ที่ถ่ายได้ครบครัน

ราคาบน iOS อยู่ที่ 69 บาท (แบบซื้อทีเดียวจบ ได้ครบทุกฟังก์ชัน)

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/camera-2/id1313580627?mt=8

2017-18 NBA App

ใครที่ลงแอปนี้มาตอนแรกก็ต้องรู้สึกประทับใจ เพราะเนื้อหาต่างๆ ในแอปได้ถูกแปลเป็นภาษาไทยให้หมดแล้ว ทำให้ง่ายต่อการลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ และเมื่อเข้าสู่ส่วนเนื้อหาก็จะพบกับหลากเมนูที่แฟนพันธุ์แท้ศึกยัดห่วงต้องชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามตารางการแข่งขัน และตารางสรุปคะแนนรวมในแต่ละลีก ดูข่าวล่าสุดของวงการบาสฯ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ส่วนของวิดีโอที่มีคลิปสุดยอดการเล่นเป็นช่วงไฮไลท์การสแลมดังค์ของเหล่านักบาสซุปตาร์ที่น่าตื่นตา

แอปนี้ดาวน์โหลดฟรี ดูคลิปสั้นๆ ได้ฟรี แต่หากใครต้องการชมแบบยาวๆ กับรายการ NBA TV ด้วยภาพคมชัด HD ก็ต้องซื้อแพคเกจ NBA Leauge Pass ในราคาเดือนละ 399 บาท (ไม่มีโฆษณามากวนใจด้วย)

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/2017-18-nba-app/id484672289?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.nbaimd.gametime.nba2011&hl=en

Fish and Trips

หลายหัวดีกว่าหัวเดียวแน่นอนเลยสำหรับเกมนี้ คุณจะได้ช่วยเจ้าปลาน้อยและเพื่อนให้เอาชีวิตรอดในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ด้วยการควบคุมเจ้าปลาน้อยตัวนี้ แค่ลากนิ้วไปในทิศทางต่างๆ จากนั้นก็ว่ายไปหาเพื่อนปลาตัวเล็กๆ เพื่อรวมฝูง

สักพักพวกนักล่าจะโผล่ออกมาเพียบทั้งปลาปักเป้าที่คอยพองหนามอยู่นิ่งๆ เหมือนกับระเบิด และเหล่าปลานักล่าทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ (เห็นฉลามเมื่อไหร่ให้โกยอย่างไวเลยคุณต้องว่ายไปหาเพื่อนๆ ปลาแบบเดียวกับคุณแล้วรวมฝูงให้ใหญ่ขึ้น ระหว่างทางก็ว่ายเก็บอาหารเป็นการสะสมคะแนนอีกทาง ความสนุกมันอยู่ตรงนี้นี่แหละ!

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/fish-trip/id1224067836?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.bloop.fishtrip&hl=en

Tinycards 

การท่องจำอย่างสร้างสรรค์จะทำให้คุณไม่เบื่อแถมยังจำคำศัพท์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ! และการ์ดคำศัพท์ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าลอง แอป Tinycards จะทำให้คุณเป็นอัจฉริยะของทุกวิชาด้วยการ์ดกว่า 10,000 ชุดที่ครอบคลุมทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และอื่นๆ อีกมากมาย เสิร์ฟถึงที่บน iPhone และ iPad ของคุณ

ความเก๋ไก๋ของแอปนี้อยู่ที่ฟีเจอร์ที่ทำให้คุณสามารถโต้ตอบได้หลายแบบ คุณสามารถเลือกคำตอบแบบปรนัย หรือพิมพ์คำตอบลงไปเลยก็ได้ ส่วนการ์ดด้านภาษาต่างประเทศก็มีเสียงอัดการอ่านออกเสียงเหมือนเจ้าของภาษามาเองเลย แถมหลายๆ การ์ดยังมีภาพประกอบที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ และอีกความเด็ดอยู่ที่แอปจะดึงการ์ดเก่าที่ผ่านไปสักพักกลับมาทบทวนสร้างความคุ้นเคยให้กับคุณได้อีกด้วย

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/tinycards-fun-flashcards/id1109425556?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.duolingo.tinycards&hl=en

]]>
Review : Asus Zenfone 5 กล้อง AI ราคาเอื้อมถึง https://cyberbiz.mgronline.com/review-asus-zenfone-5/ Thu, 31 May 2018 08:34:48 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28527 เอซุส เซนโฟนไฟฟ์ (Asus Zenfone 5) รุ่นปี 2018 ถูกโชว์ความสามารถเรื่องระบบถ่ายภาพ AI ครั้งแรกในบาร์เซโลนา เรียกความตื่นเต้นได้ไม่น้อยเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา แต่วันนี้ Zenfone 5 กำลังผจญกับการแข่งขันของสมาร์ทโฟนหลากรุ่นที่อ้างว่าใช้ AI ในกล้องเช่นกัน ดังนั้น Zenfone 5 จึงจำเป็นต้องจัดเต็มทุกกระบวนท่าให้ครบถ้วนเพื่อให้สามารถยืนหยัดได้มั่นคง

ถามว่าสิ่งที่ทำให้ Zenfone 5 โดดเด่นคืออะไร หากมองที่รายละเอียดสเปกเครื่องอย่างเดียว จะพบว่า Zenfone 5 แต่งตัวมาสวยงาม ทั้งกล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ของโซนี่ขนาด 12MP พร้อมเลนส์รับแสง F1.8 กล้องรอง 8MP ใช้เลนส์มุมกว้าง 120 องศา F2.0 ยังมีกล้องด้านหน้าซึ่งใช้เซ็นเซอร์ 8MP ที่จับคู่กับเลนส์ F2.0 คุณสมบัติเหล่านี้ถือว่าค่อนข้างเป็นสเปกพิมพ์นิยม ตามมาตรฐานสมาร์ทโฟนระดับกลางทั่วไป

ประเด็นนี้ นักสังเกตการณ์บางรายมองว่าเป็นเรื่องค่อนข้างแปลกที่ Asus เลือกที่จะใส่เลนส์ F1.8 บนกล้องหลักของ Zenfone 5 เพราะที่ผ่านมา เรือธงรุ่นก่อนหน้าอย่าง Zenfone 4 Pro นั้นใช้เลนส์ F1.7 ที่สว่างกว่า แต่ทั้งหมดทั้งมวล ต้องยอมรับว่า Zenfone 5 ให้ภาพคมชัดพร้อมรายละเอียดดีมากในสภาพแสงมาก จุดนี้ Zenfone 5 แตกต่างจากโทรศัพท์รุ่นอื่นที่มักปรับสีภาพ ทำให้ Zenfone 5 ให้ภาพสีธรรมชาติมากขึ้น

ใครที่ต้องการเพิ่มฟิลเตอร์ให้ภาพมีอารมณ์ที่ต่างไป สามารถปาดหน้าจอด้านขวา ซึ่งจะมีเมนูแต่งภาพให้เลือกมากมาย

ผู้ใช้ที่ต้องการควบคุมกล้องให้มากกว่าเดิม สามารถเปลี่ยนจากโหมด Auto ไปใช้โหมด Pro ได้ ซึ่งจะสามารถปรับการรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ รวมถึง ISO และการตั้งค่าอื่นได้ ยังบันทึกรูปภาพในรูปแบบ RAW เพื่อการแก้ไขที่เต็มรูปแบบยิ่งขึ้นในเครื่องพีซี

สำหรับมือสมัครเล่น Asus Zenfone 5 ถือว่ามีระบบ AI ในกล้องที่จะดูแลการปรับตั้งค่าเหล่านี้ให้ได้อย่างน่าพอใจ AI ของ Zenfone 5 รู้ว่ากำลังถ่ายรูปอาหาร, ดอกไม้ หรือวิวยามเย็น ซึ่งในระหว่างการทดสอบ พบว่าแม้ Zenfone 5 จะสามารถจดจำรูปถ่ายที่แตกต่างกันได้ เช่น อาหาร ใบหน้า ภาพวิว และดอกไม้ แต่ก็พบว่าบางภาพ AI จำแนกภาพผิดประเภท เช่น รูปเม็ดโฟมกลายถูก AI ระบุเป็นอาหาร นาฬิกาถูกระบุเป็นใบไม้

ไม่ว่าอย่างไร ก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดที่อภัยได้เพราะระบบสามารถปรับการตั้งค่าจนได้ภาพที่สีสวยดี ข้อมูลระบุว่า Asus เรียกระบบ AI ในกล้องว่า AI Scene Detection ซึ่งจะเรียนรู้จากฐานข้อมูลบนคลาวด์เพื่อจำแนกข้อมูลรูปภาพเป็น 16 แบบ

ภาพถ่ายในสภาพแสงน้อยของ Zenfone 5 ถือว่ายังสวยงามอยู่ แต่การทำงานของแฟลชนั้นถือว่ายังไม่น่าพอใจ ขณะที่การซูมเข้าถือว่าทำได้เสมอตัวเท่านั้น เพราะความละเอียดบางส่วนหายไป และมี noise ในระดับเห็นชัด

อีกสิ่งที่สัมผัสได้จาก Zenfone 5 คือคุณสมบัติการเซลฟี่ที่ไม่โดดเด่นนัก แม้จะเพียงพอสำหรับการถ่ายภาพตัวเองแต่ความละเอียดกล้องหน้า 8MP เทียบไม่ได้กับ 25MP ของ Oppo F7 และแม้แต่ Huawei P20 Lite ที่มีกล้องหน้า 16MP

บทสรุปคือหาก selfie ไม่ใช่เรื่องสำคัญ Zenfone 5 ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่กำลังมองหาโทรศัพท์ระดับกลางแต่กล้องเลิศที่โดดเด่นในนาทีนี้

Spec เด่น-ฟันธงควรซื้อไหม?

Asus Zenfone 5 รุ่นปี 2018 มี notch หรือรอยบากแบบ iPhone X กล้องคู่ด้านหลังวางเรียงซ้อนกันแนวตั้ง ตรงกลางเครื่องเป็นระบบสแกนนิ้วมือ แม้เครื่องจะดูเงาวาวสวยเพราะใช้วัสดุกอริลลากลาสทั้งหน้าและหลังเครื่อง แต่น่าเสียดายที่เป็นรอยนิ้วมือง่ายมาก

Zenfone 5 รุ่นล่าสุดมีขนาดหน้าจอกว้าง 6.2 นิ้ว สัดส่วน 19:9 มีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. รองรับพอร์ต USB-C ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 636 แรม 4GB ในความจุ 64GB แบตเตอรี่ 3,300 mAh

จุดเด่นของ Zenfone 5 คือ AI ที่ปรับใช้หลายส่วน ทั้งระบบ AI Charging ตอบโจทย์ผู้ชาร์จไฟข้ามคืน ให้ชาร์จได้ทีละนิดตลอดคืนเพื่อถนอมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ และระบบ AI Ringtone ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ที่มิสคอลบ่อย หรือไม่ได้ยินเสียงริงโทนจนพลาดรับสายไป สามารถได้ยินเสียงริงโทนดังและเบาตามสภาพแวดล้อมในขณะนั้น ยังมี AI Boost ที่ระบุว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเมื่อต้องใช้แอปที่ใช้พลังงานสูง เหมาะกับคอเกมเพราะโหมดนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อีก 12.7%

Zenfone 5 มี ZeniMoji อีโมจิที่กระพริบตาอ้าปากได้ตามใบหน้าผู้ใช้ ถาดใส่ซิมของ Zenfone 5 เป็นแบบไฮบริดที่รองรับ Dual 4G และ Dual VoLTE ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Oreo ที่ครอบด้วย ZenUI5.0 รองรับ NFC และ Google Pay ระบบเสียง DTS Headphone X / Hi-Res Audio ลำโพงคู่ NXP Smart AMP ในกล่องไม่มีแถมหูฟังมาให้

ข้อดี

– คุณสมบัติโดยรวมครบตามที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องการ ราคาสบายกระเป๋าไม่เกิน 13,990 บาท

– หลายคนชื่นชมว่าเครื่องสวย หน้าจอสีสดใส

– ปรับใช้ AI หลายส่วน ทั้ง AI Charging, AI Ringtone และ AI Boost

– แบตเตอรี่ใช้งานได้ข้ามวัน

ข้อสังเกต

– ชิปและสเปกเครื่องโดยรวมไม่ใช่ระดับท็อป

– มีรอยบากเหมือนคู่แข่งมากเกินไป จุดนี้ผู้ใช้ในต่างประเทศพบว่าสามารถตั้งค่าลบรอยบากได้ แต่ในเครื่องที่ทีมงานได้รับทดสอบ กลับไม่พบฟังก์ชันนั้น

– อย่าหวังมากเกินไปกับคุณสมบัติอย่าง ZeniMoji อีโมจิที่กระพริบตาอ้าปากได้ตามใบหน้าผู้ใช้ เพราะจากการทดลอง พบว่ายังเคลื่อนไหวได้ไม่อิสระนัก

]]>
Cyber Apps 28/05/18 : แอปเช็กรังสี UV – สร้างกราฟิก – ช่วยกำหนดลมหายใจ https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-280518/ Mon, 28 May 2018 13:47:50 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28520 UVlens เช็กระดับรังสียูวีรอบๆ ตัวคุณ

ช่วงนี้นอกเหนือจากการติดตามสภาพอากาศที่ไม่ค่อยจะแน่นอนในแต่ละวันแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณจะลืมไม่ได้เลยก็คือ การเช็กระดับของรังสียูวีที่มองไม่เห็น แต่กลับอยู่ใกล้ตัวเราที่สุดด้วย

เพราะ “รังสียูวีมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่สามารถทำอันตรายต่อผิวหนังของเราได้ เราจึงต้องอาศัยแอปอย่าง “UVlens” ที่จะระบุพิกัดตำแหน่งที่เรายืนอยู่ พร้อมบอกว่าขณะนี้ระดับความเข้มข้นของรังสียูวี ณ จุดที่เรายืนอยู่มีเท่าไหร่

แรงมากหรือแรงน้อยก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงกลางวันจะสังเกตที่หน้าปัดจะเป็นสีแดงเข้มเลือดหมู หมายถึงระดับรังสียูวีที่แรงมากที่สุดนั่นเอง โดยผู้ใช้แต่ละคนสามารถเข้าไปกรอกข้อมูลเกี่ยวกับผิวพรรณ และครีมทาผิวที่เราใช้ เพื่อให้ตัวแอปคำนวน และแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาต้องทาครีมกันแดดซ้ำได้ด้วย

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/uvlens-uv-index/id1060878359?mt=8
ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.spark64.uvlens.mobile&hl=en

Canva เครื่องมือออกแบบกราฟิกสุดง่าย แม้คุณจะวาดรูปอะไรไม่เป็นเลย

การสร้างคอนเทนต์ให้ดึงดูดใจ ถือเป็นหัวใจในการทำการตลาดออนไลน์ และหลายต่อหลายครั้งเรามักจะพบอุปสรรคสำคัญก็คือ การสร้างภาพประกอบ ไม่ว่าจะเป็นการทำภาพโฆษณาโปรโมชันสินค้าใหม่ การทำโปสเตอร์โปรโมทกิจกรรม ฯลฯ

ดังนั้นเราจึงหาผู้ช่วยคนใหม่มาให้คุณแล้ว นั่นก็คือ Canva แอปใส่กราฟฟิกให้ภาพสวยติดเทรนด์ ที่ล่าสุดอัปเดทเพิ่มเมนูภาษาไทยรองรับการใช้งานสำหรับผู้ใช้ชาวไทยโดยเฉพาะ

วิธีการการใช้งานแอปนี้สุดง่าย เมื่อสมัครสมาชิกแล้วคุณก็จะพบภาพสวยๆ เต็มไปหมด แค่เลือกว่าวันนี้เราจะทำชิ้นงานขึ้นสื่ออะไร เช่น อินสตาแกรม เฟสบุ๊ก หรือแม้กระทั่งการออกแบบโลโก้ จากนั้นก็เลือก “เทมเพลต” รูปต่างๆ ที่ชอบ 

การแก้ไขแต่ละ “เทมเพลต” ก็เพียงกดไปที่รูป เพื่อเปลี่ยนเอาภาพสินค้าของเราขึ้นแทน ส่วนอยากแก้ไขข้อความ ก็กดที่ข้อความเพื่อพิมพ์ข้อความใหม่ภาษาไทยเข้าไปแทน

แอปนี้ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้ได้ทั้งบนไอโฟน และไอแพด โดยมี “เทมเพลต” และ “ไอค่อนทั้งแบบฟรีและเสียเงินให้เลือกช้อป

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/canva-photo-editor-design/id897446215?mt=8
ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.canva.editor&hl=en

Box breathe ช่วยกำหนดลมหายใจ

ค้นพบอิสรภาพที่แสนสงบ หลีกหนีความวุ่นวายไปกับ Box Breathe แอปที่ช่วยให้คุณได้ผ่อนคลาย วางความกังวล แอปนี้จะพาคุณฝึกการกำหนดลมหายใจ ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ และทำให้ระบบประสาทสงบลงเสมือนกับว่าได้ไปนั่งฟังเสียงน้ำตกท่ามกลางหุบเขา

เพียงแค่คุณหายใจเข้าและกลั้นลมหายใจนั้นไว้เป็นชุดในรูปแบบเดิม วนไปเรื่อยๆ โดย Box Breathe จะค่อยๆ พาคุณไปทีละขั้นตอน ด้วยการใช้ภาพสี่เหลี่ยมและมีเวลานับถอยหลัง ที่มันจะค่อยๆ นับครั้งลมหายใจ จากนั้นแต่ละด้านของสี่เหลี่ยมก็จะถูกเติมเต็มทำให้คุณรู้ว่ากำลังหายใจอย่างสงบและถูกจังหวะ

ถ้าใช้งานกับ Apple Watch ก็จะนำข้อมูลการฝึกการหายใจซิงค์เข้ากับแอป Health เพื่อดูจำนวนนาทีที่ฝึกไปในแต่ละวันได้ด้วย

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/story/id1365517615

Colorblind ผจญภัย ผ่านพู่กันระบายสี

Colorblind คือเกมอาร์เคดสไตล์แพลตฟอร์มสุดมัน โดยคุณจะได้รับบทเป็นดวงตากลมใหญ่ที่มีขาสองข้างและผมอีกกระจุกหนึ่ง และเมื่อคุณพาเจ้าดวงตาไปแตะที่พู่กันสีใดสีหนึ่งในเกม ช่องที่มีสีนั้นก็จะถูกเติมเต็มขึ้นมาด้วย

พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าเขาแตะพู่กันสีแดง ช่องเส้นประสีแดงก็จะถูกลงสีและสามารถเหยียบได้ หรือกล่องเส้นประสีแดงจะกลายเป็นกล่องของจริงและใช้ทับสวิตช์เพื่อเปิดประตูได้ แต่ถ้าคุณเดินผ่านน้ำตกล่ะก็ สีที่ถูกระบายไว้จะหายไปทั้งหมด

ผลคือคุณจะได้เลือกสีใส่ตัวให้ถูกจังหวะเพื่อเอาชนะอุปสรรคนานา เกม Colorblind ไม่ได้ให้คุณแค่กระโดดข้ามหน้าผาหรือหลบหลีกมอนสเตอร์หรอกนะ คุณต้องมีการวางแผนก่อนกระโดดเพื่อที่จะใช้สีให้ถูกและไม่ให้คุณร่วงลงเหวจนเดี้ยงไม่รู้ตัว ท้าทายสุดๆ ไปเลยใช่ไหม

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/story/id1353949930

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.nitrome.colorblind&hl=en

]]>
Cyber Apps 21/05/18 : แนะนำแอปแต่งภาพ-แอปส่งเสริมการเรียนรู้-วัดก้าวเดิน https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-210518/ Mon, 21 May 2018 08:27:00 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28512 VOUN  จับภาพถูกใจมาใส่กรอบเก๋ๆ

แอปแต่งรูปในโลกนี้มีเยอะจนเลือกมาใช้ไม่ถูก แต่สำหรับคนที่ชอบอะไรน้อยๆ แต่มากในความรู้สึกต้องถูกใจกับแอปแต่งภาพที่ชื่อว่า VOUN 

เพราะแอปนี้มีฟังก์ชันง่ายๆ ที่นอกเหนือจากที่จะเปลี่ยนฟิลเตอร์สร้างอารมณ์ภาพใหม่ๆ แล้ว ยังสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะให้ภาพที่เพิ่งถ่ายนั้นไปติดอยู่ที่ไหน อย่าง ติดบนกำแพงที่พื้นหลังเป็นลายอิฐ รวมถึงเลือกกรอบภาพได้ตามใจ อาทิ กรอบไม้สีขาวสุดคลาสสิก หรือคลิปหนีบสองตัวให้อารมณ์เหมือนภาพถ่ายโชว์ในนิทรรศการ

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/voun/id955099767?mt=8

Highbrow ชวนหนูๆ เรียนรู้สุดสนุกไปกับพี่นกฮูก

เปิดเทอมอีกแล้ว! หากคุณพ่อคุณแม่ได้ยินคุณหนูๆ บ่นว่าไม่สนุกกับการเรียน เราขอแนะนำแอปส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กหลากช่วงวัยอย่าง Highbrow ที่จัดสรรเนื้อหาการเรียนรู้แบบมัลติมีเดียในรูปแบบคลิปวิดีโอแนวฮาวทู สอนร้องเพลง นับเลข เรียนภาษาต่างประเทศ บอกเทคนิคการทำของเล่นจากสิ่งของเหลือใช้ใกล้ๆ ตัว ฯลฯ

แอปนี้มีเนื้อหาที่เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1-11 ขวบเลยทีเดียว โดยสามารถเลือกบทเรียนให้เข้ากับเด็กแต่ละช่วงวัยได้ตั้งแต่เริ่มต้นใช้งานแอป

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/highbrow/id1225140454

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.joinhighbrow.highbrow&hl=en_US

Pedometer++ 

เพราะชีวิตต้องก้าวไปข้างหน้า แต่อยากรู้ไหมว่าก้าวไปมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ให้ Pedometer++ เก็บข้อมูลทุกก้าวเดินโดยใช้เซ็นเซอร์ของ iPhone ในการนับก้าวของคุณในแต่ละวัน และจะยิ่งสะดวกขึ้นไปอีกถ้ามี Apple Watch ร่วมทำงานกับแอปนี้ ในการช่วยนับจำนวนของการหมุนล้อรถเข็นวีลแชร์ได้ด้วย

แค่เข้าไปกดปุ่มตั้งค่า (รูปร่างเหมือนฟันเฟืองที่มุมซ้ายด้านบนของหน้าจอ แล้วเลื่อนลงไปจนเจอคำว่า “Wheelchair mode” กดเปิดปุ๊บ ก็เริ่มฟิตได้ปั๊บ แล้วคุณก็จะเพลิดเพลินไปกับการสรุปผลในแต่ละวันไปจนถึงแต่ละสัปดาห์ คุณได้ใช้กำลังผลักรถเข็นวีลแชร์ไปกี่ครั้งจะถึงเส้นชัยแห่งสุขภาพดีที่คุณตั้งไว้หรือยังนะ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็ได้รวบรวมให้คุณดูได้ในแอป Pedometer++ บน Apple Watch และในวิดเจ็ตมุมมองวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/pedometer/id712286167?mt=8

LEGO Friends Heartlake Rush 

สำหรับใครที่หลงใหลตัวต่อ LEGO หรือเกมอื่นในซีรีส์ Lego Friends เป็นทุนเดิมต้องหลงรักเกมนี้ เพราะเราจะพาตัวละครมาโลดแล่นในเกมแข่งรถมาดใหม่ที่คุณสามารถเล่นได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ขับโลดแล่นไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หัวใจของเกมคือการขับรถมุ่งหน้าไปให้ไกลที่สุด หลบสิ่งกีดขวางตามทางและเก็บเหรียญไปด้วย ปัดนิ้วเพื่อเปลี่ยนเลน กระโดด หรือหมอบ พร้อมเพลิดเพลินกับการทำคะแนนให้ได้มากที่สุด

ถึงแม้ว่าเกม LEGO Friends Heartlake Rush ทำมาเพื่อคุณหนูๆ โดยเฉพาะ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่ามีแต่เด็กๆ เท่านั้นที่สนุกกับเกมนี้ได้นี่ ใช่ไหมแค่คุณชอบมังกรและเลโก้ก็มาสนุกกันได้แล้ว ยิ่งเล่นกับเจ้าตัวเล็กยิ่งเพลินไปใหญ่เลย ลองดูสิ

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/lego-friends-heartlake-rush/id1280277415?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.lego.friends.heartlake&hl=th

]]>
Review : Microsoft Surface Book 2 โน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ดึงประสิทธิภาพวินโดวส์ออกมาได้ดีที่สุด https://cyberbiz.mgronline.com/review-microsoft-surface-book-2/ Thu, 17 May 2018 04:22:23 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28466

ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ (Microsoft) พยามนำเสนอ Surface ออกมาในรูปแบบของการเป็นแท็บเล็ต ที่สามารถเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถของ Windows 10 ว่าเมื่อใช้งานในรูปแบบแท็บเล็ตแล้วก็ทำงานได้อย่างลื่นไหล

แต่ด้วยการที่ความต้องการของตลาดโน้ตบุ๊กปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่ได้คำนึงว่าต้องการแท็บเล็ตมาใช้งานแทนที่โน้ตบุ๊ก แต่อยากได้โน้ตบุ๊กที่เบาเหมือนแท็บเล็ต กับดีไซน์ที่สวยงาม และที่สำคัญคือประสิทธิภาพตัวเครื่องต้องแรงด้วย

ดังนั้น Surface Book 2 จึงเข้ามาตอบโจทย์ผู้ใช้กลุ่มนี้ในทันที ที่ไมโครซอฟท์นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพียงแต่ว่าด้วยระดับราคาของ Surface Book 2 ที่เริ่มต้นราว 45,900 บาท ทำให้ผู้บริโภคต้องใช้เวลาตัดสินใจก่อนสั่งซื้อมาใช้งาน

ข้อดี

โน้ตบุ๊กที่สามารถถอดจอออกมาเป็นแท็บเล็ต และเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ 4 แบบ

ประสิทธิภาพตัวเครื่องที่ทำงานร่วมกับ Intel Core i5 – Core i7

คีย์บอร์ดขนาดมาตรฐาน พร้อมแทร็กแพดที่รับสัมผัสได้ลื่นไหล

ข้อต่อที่เชื่อมฐานคีย์บอร์ดกับหน้าจอแข็งแรง

หน้าจอสัมผัส ทำงานร่วมกับปากกา Surface Pen (ซื้อแยก)

ข้อสังเกต

เมื่อถอดใช้งานเป็นแท็บเล็ต จะไม่มีพอร์ตให้เชื่อมต่อ

เวลาพับหน้าจอปิดลงมา. บริเวณข้อต่อจะไม่แนบสนิทไปกับเครื่อง

ราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง

2-1 ประสิทธิภาพสูง

จุดเด่นหลักของ Surface Book 2 คือการเป็นโน้ตบุ๊กแบบ 2-1 ประสิทธิภาพสูงที่สามารถถอดจอออกมา เพื่อใช้งานเป็นแท็บเล็ต หรือจะเลือกใส่จอสลับด้านเพื่อให้กลายเป็นอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงในการใช้งานได้ทันที

ขณะเดียวกัน ด้วยการออกแบบที่ดูเรียบหรู น้ำหนัก 1.5-1.6 กิโลกรัม ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ Surface Book 2 น่าสนใจมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันโน้ตบุ๊กถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่จะมาช่วยยกภาพลักษณ์ของผู้ใช้ไปแล้วก็ว่าได้

ประกอบกับการที่เป็นหน้าจอสัมผัส และรองรับการใช้งานคู่กับปากกา Surface Pen จึงทำให้เหมาะกับผู้ใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่จำกัดแค่การใช้งานออฟฟิศทั่วๆไป แต่สามารถนำไปใช้ในการสร้างสรรค์เพื่อการออกแบบ วาดภาพ หรือการคอมเมนต์แก้ไขงานแบบด่วนๆ

ไปจนถึงใช้เล่นเกมสเปกสูงๆสำหรับคอเกม เพราะ Surface Book 2 มีสเปกให้เลือกตั้งแต่ Intel Core i5 ไปจนถึง Core i7 ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเกมเมอร์โน้ตบุ๊กที่น่าสนใจรุ่นหนึ่งในตลาดจากเกมเมอร์หลายๆราย

ที่สำคัญคือเรื่องของการทำงานที่เรียกความสามารถของ Windows 10 ได้ออกมาเต็มที่มากที่สุด ทั้งในแง่ของความปลอดภัยในการใช้งาน ด้วยการนำ Windows Hello มาใช้เพื่อปลดล็อกตัวเครื่อง โดยมีให้เลือกทั้งการปลดล็อกจากการสแกนใบหน้า การใส่รหัส หรือลากจุดบนหน้าจอเพื่อปลดล็อก

Gallery

ใช้ง่าย คล่องตัว

ส่วนในแง่ของการใช้งาน ผู้ใช้สามารถปลดหน้าจอออกจากฐานตัวเครื่องได้ด้วยการกดปุ่มปลดล็อก (มุมขวาบนของคีย์บอร์ด) โดยจะมีไฟสีเขียวขึ้นมา เพื่อให้ดึงหน้าจอออกจากแป้นคีย์บอร์ดออกมาใช้งานเป็นแท็บเล็ตได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ด้วยการออกแบบข้อต่อรุ่นใหม่ของ Surface Book 2 ทำให้เวลาปิดหน้าจอพับลงมา ตัวเครื่องจะไม่แนบสนิทไปกับตัวคีย์บอร์ด ทำให้หลายๆคนกังวลในแง่ของการกดทับที่อาจเกิดขึ้น จนกลัวเครื่องจะหัก

แต่ในความเป็นจริงข้อต่อดังกล่าวมีความยืดหยุ่นค่อนข้างมาก ประกอบกับทางไมโครซอฟท์ได้มีการทดสอบแรงกดแล้วว่ามีความแข็งแรงเพียงพอ ดังนั้นถ้านำไปใช้งานปกติทั่วๆไป ปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน

พอร์ตเชื่อมต่ออยู่ที่ฐานคีย์บอร์ดเท่านั้น

ในเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าพอร์ตทั้ง USB ช่องอ่าน SD Card ช่องเสียบสายชาร์จ และพอร์ต USB-C ต่างอยู่ที่ฐานคีย์บอร์ดเท่านั้น ในขณะที่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. อยู่ข้างหน้าจอ ดังนั้น ถ้าถอดไปใช้งานเป็นแท็บเล็ต ก็จะทำได้แค่เสียบหูฟังเพียงอย่างเดียว ถ้าต้องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ก็ต้องใช้การเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ หรือ Wi-Fi เท่านั้น

คีย์บอร์ด และทัชแพด ถือเป็นอีกจุดที่ไมโครซอฟท์ทำการบ้านมาค่อนข้างดี ทั้งในแง่ของการรับสัมผัสของการพิมพ์ ที่ยอมรับว่าคีย์บอร์ดติดนิ้ว สามารถพิมพ์สัมผัสได้สบายๆ ส่วนของทัชแพดที่หันมาใช้กระจกก็ทำให้การสัมผัสลื่นไหล และแม่นยำมากขึ้นด้วย

เรียกได้ว่า เปลี่ยนความคิดในการใช้งาน ทัชแพด บน Windows จากแบรนด์ผู้ผลิตหลายๆรายในท้องตลาดไปได้เลยว่า จริงๆแล้วทัชแพดบน Windows 10 ก็ใช้งานได้จริง ไม่ต่างกับการใช้งานบน Macbook เพราะไมโครซอฟท์แสดงให้เห็นแล้วใน Surface Book 2

สเปก – ราคาจำหน่าย

สำหรับสเปกของ Surface Book 2 ที่นำมาทดสอบในครั้งนี้คือรุ่น Intel Core i5 7300U (Kaby Lake) 2.6 GHz (Turbo Boots 3.5 GHz) ที่มากับ RAM 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูลแบบ SSD ขนาด 256GB การ์ดจอออนบอร์ด Intel HD 620 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10

ทั้งนี้ Surface Book 2 ที่วางจำหน่ายในไทยจะมีตั้งแต่รุ่น Core i5 ไปจนถึง Core i7 ตามตารางด้านบนนี้ และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือเมื่อซื้อ Surface Book 2 มาใช้งานจะได้รับสิทธิใช้งาน Adobe CC ฟรีเป็นระยะเวลา 3 เดือนด้วย

ในส่วนของประสิทธิภาพในการทำงาน จากโปรแกรมวัดผลต่างๆ สามารถเข้าไปดูได้จากอัลบั้มรูปด้านล่างนี้

]]>
Cyber Apps 14/05/18 : แอปช่วยแก้งานเป็นทีม-แต่งภาพสุดง่าย https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-140518/ Mon, 14 May 2018 07:36:35 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28459 Inko

ลองนึกเล่นๆ ดูว่า หากระหว่างที่คุณกำลังเขียนอะไรบนจอตัวเอง  ขณะเดียวกันจอมือถือของเพื่อนก็จะเห็นทุกอย่างที่คุณวาดในทันที และคุณเองก็สามารถเขียนข้อมูลใดๆ เพื่อให้เพื่อนได้เห็นพร้อมๆกันได้อีกด้วย! ฟังดูแล้วมันก็ถือเป็นเรื่องที่เจ๋งเอามากๆ เลยใช่ไหม?

ฟังก์ชันแบบนี้แหละจำเป็นอย่างมากกับการเรียนการสอน (ที่จะให้นักเรียนเห็นภาพสิ่งที่ครูกำลังจะสื่อ) และการประชุมทางไกล (ให้ทีมงานเข้าใจสิ่งที่ผู้บริหารกำลังเสนอ) ที่สำคัญแทบไม่ต้องตั้งค่าอะไรให้ยุ่งยาก แค่นำอุปกรณ์สองเครื่อง (ขึ้นไป) ที่โหลดแอปอย่าง “Inko” ลงเครื่อง ซึ่งมันทำหน้าที่เป็นเสมือนกระดานดำไฮเทค

โดยที่เมื่อเครื่องทั้งหมดอยู่ใกล้กันภายใต้เครือข่ายไว-ไฟเดียวกัน ก็จะถูกจับคู่หากันโดยอัตโนมัติสูงสุด 12 เครื่อง และสุดท้ายเมื่อเขียนทุกอย่างเรียบร้อย ก็สามารถนำไฟล์ภาพนั้นเก็บในรูปแบบไฟล์ PDF เพื่อส่งต่อให้สมาชิกไปทบทวนทีหลังได้อีกด้วย

ตัวแอปโหลดได้ฟรี และใช้งานสาธิตการแชร์ข้อมูลบนจอให้เครื่องอื่นๆ ดูได้ฟรี (หากใช้งานไม่เกิน 5 นาที) แต่หากต้องการใช้งานนานกว่านั้น คุณครู หรือ ทีมงานหลักของบริษัท สามารถสมัครใช้บริการ Hero Plan ที่จะทำให้เครื่องพวกเขาเป็นเครื่องหลักในการนำเสนอข้อมูลให้เครื่องอื่นๆ เข้าดูได้ฟรีไม่จำกัดเวลา (แต่เครื่องอื่นเข้าร่วมแก้ไขเนื้อหาบนจอไม่ได้) โดยเสียค่าบริการ 489 บาท/เดือน/เครื่อง

หากต้องการให้ทุกๆ เครื่องที่เข้าใช้งาน สามารถเขียนข้อมูลเพื่อแชร์ไอเดียไปพร้อมๆ กันได้ ก็จะต้องสมัครสมาชิก Collaboration Pack โดยเสียค่าบริการประมาณ 699 บาท/เครื่อง (ซึ่งต้องซื้อแพคนี้ทุกเครื่องที่ต้องการเข้าใช้งานเพื่อแก้ไขเนื้อหาไปพร้อมๆ กัน)

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/inko-whiteboard/id1344902057?mt=8

Polarr Photo Editor

ภาพที่เราเห็นแบรนด์ดังๆ หรือเซเล็บฮอตๆ โพสต์ขึ้นโซเชี่ยลแล้วกระตุ้นให้นิ้วโป้งของเรากดไลค์ในเสี้ยววินาที คุณทราบหรือไม่ว่า? เบื้องหลังกว่าจะมีแรงดึงดูดได้ขนาดนี้ ทีมงานต้องแต่งโทนสี ปรับขนาด เพิ่มเอฟเฟกต์กันอย่างเต็มที่

แอปอย่าง “Polarr Photo Editor” ก็เป็นตัวช่วยชั้นดี ที่จะทำให้คุณมีภาพสวยๆ เตะตาได้โดยง่าย เพราะมีฟังก์ชันให้เลือกแต่งภาพมากมาย ทั้งเปลี่ยนโทนสี เพิ่มฟิลเตอร์แบบเบลอๆ ใส่เลเยอร์รูปก้อนเมฆให้ดูฟุ้งๆ ลองโหลดไปใช้งานได้ฟรีทั้งบนไอโฟนและไอแพด

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/polarr-photo-editor/id988173374?mt=8

Portrait by img.ly

การถ่ายรูปหน้าตัวเองจะสนุกสนานกว่าที่เคย เมื่อแอป Portrait จะเปิดทางให้คุณเห็นหน้าตัวเองแบบติดฟิลเตอร์ให้เห็นทันที เมื่อเราเอากล้องไปส่องที่ใบหน้า แล้วลองเปลี่ยนฟิลเตอร์หลายๆ แบบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับภาพให้เฟี้ยวแนวโปสเตอร์ขาวดำ สีน้ำ หรือเทคนิคภาพซ้อนแบบลวงตาดู แต่ละอันจะสวยแตกต่างกันออกไปในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นก่อนถ่าย ตัดสินใจก็ถ่ายแล้วโพสต์ได้เลย ว่องไวแบบนี้สายเน็ตไอดอลหรือชาวเน็ตผู้รักความว่องไวต้องชอบแน่

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/portrait-by-img-ly/id1207277088?mt=8
ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=photo.editor.polarr&hl=th

.projekt

นี่อาจดูเหมือนเป็นเกมพัซเซิลเล่นกับกล่องลูกบาศก์ดาษๆ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เกม .projekt จะทำให้คุณมองภาพสามมิติเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันจะโชว์ให้เห็นว่า รูปทรงที่เหมือนกันสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นรูปทรงที่แตกต่างกันได้โดยขึ้นอยู่กับมุมมอง

ลองนึกภาพตัว L แบบสามมิติ ถ้าหมุนมันสักนิด มันก็จะกลายเป็นตัว I  ได้ เลข 2 สามารถเปลี่ยนเป็น 5 และ P ก็สามารถเปลี่ยนเป็นตัว H ในรูปทรงแปลกๆ ได้อีกด้วย เห็นไหมล่ะ แค่มองมุมใหม่ทุกอย่างก็เปลี่ยนได้ และยิ่งไปกว่านั้น แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ในชีวิตจริงเวลามองสิ่งต่างๆ แล้วเกิดไอเดียใหม่ๆ ก็ได้นะ

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/projekt/id1244456273?mt=8
ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.stampedegames.projekt&hl=th

]]>