CBIZ Reviews – MGR Online https://cyberbiz.mgronline.com เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์ ไอที ไฮเทค เป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดการออนไลน์ Tue, 14 Aug 2018 07:29:57 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.9.6 Cyber Apps : 14/08/18 รวมแอปสำหรับแม่และลูกน้อย https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-140818/ Tue, 14 Aug 2018 07:29:57 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=29041 เบบี้ ไดอารี่

เบบี้ ไดอารี่ แอปเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยลายการ์ตูนสุดน่ารัก ทำหน้าที่เสมือนสมุดจดบันทึกกิจกรรมเกี่ยวกับลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกรูปเด็ดๆ เซฟความไร้เดียงสา รวมไปถึงการบันทึกจำนวนและเวลาที่ให้น้ำนม การเปลี่ยนผ้าอ้อม และการนอน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการติดตามสุขภาวะของทารกอย่างเป็นระบบ และข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวินิจฉัยของแพทย์ในยามที่ลูกน้อยป่วยไข้ด้วย

แอป เบบี้ ไดอารี่ ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้บน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/เบบไดอาร/id1236002749?ls=1&mt=8

คุณลูก

คุณลูก (KhunLook) เป็นแอปจากกระทรวงสาธารณสุขของไทย ที่ให้คุณแม่บันทึกข้อมูลเพื่อตามติดทุกพัฒนาการของเจ้าตัวเล็ก อาทิ น้ำหนัก ส่วนสูง เพื่อเทียบกับเด็กไทยคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน รวมถึงการบันทึกการงอกของฟันน้ำนม และการบันทึกรอบการฉีดวัคซีนที่จำเป็นด้วย 

แอป คุณลูก ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้บน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/khunlook-khun-luk/id961051837?ls=1&mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=hda.app.khunlook&hl=th

Kiddeepass

Kiddeepass แอปที่เพิ่มความแฮปปี้ให้กับชีวิตของทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และลูกน้อย เพราะเมื่อเปิดแอปก็จะพบกับรายการกิจกรรมสันทนาการของชั้นเรียนนอกเวลาต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ คลาสเรียนศิลปะ สวนสนุกอินเทอแรคทีฟ ไปจนถึงห้องบังคับการอากาศยานแบบจำลอง  

แอป Kiddeepass ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้บน iPhone

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/kiddeepass/id1261757553?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.integra8t.kiddeepass&hl=en_US

Daily Snap: Life Diary Camera / Totsie

สำหรับคุณแม่มือใหม่ เราก็มีคอลเล็กชันแอปที่เอาไว้ให้คุณแม่ได้เก็บเรื่องราวในทุกก้าวของบทบาท “แม่” ไม่ว่าจะเป็นแอป Daily Snap: Life Diary Camera ที่เอาไว้สำหรับถ่ายภาพครรภ์ที่ใหญ่ขึ้นในทุกๆ วัน และประมวลผลเป็นวิดีโอที่สุดพิเศษ เห็นพัฒนาการของท้องที่ใหญ่ขึ้นตั้งเริ่มตั้งครรภ์จนครบ 9 เดือน เพื่อตอบคำถามหนูน้อยที่ว่า “แม่จ๊ะหนูเกิดมาจากไหน?” และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือแอปอย่าง Totsie แอปที่พรั่งพร้อมไปด้วยสติ๊กเกอร์ลายน่ารักๆ ที่ทำให้คุณแม่อยากเซลฟี่รูปลูกรักอวดทุกคนในครอบครัว

แอป Daily Snap: Life Diary Camera ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้บน iPhone

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/daily-snap-life-diary-camera/id1208338212?mt=8

แอป Totsie ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้บน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/totsie-baby-photo-editor/id1338633517?mt=8

Chatuchak Guide / Tuk Tuk Hop

แอปเด่นเพื่อให้เหล่าคุณลูกได้ออกไปเอนจอยกับคุณแม่อย่าง “Chatuchak Guide” ให้คุณจูงมือคุณแม่ช้อปปิ้งทั่วตลาดนัดจตุจักรพร้อมดีลพิเศษ รวมถึงแอป “Tuk Tuk Hop” ที่ให้คุณนั่งรถตุ๊กตุ๊กไปกับคุณแม่ เพื่อท่องชมวิวงามๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 

แอป Chatuchak Guide ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้บน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/chatuchak-guide/id1268491943?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=th.co.DigitalVentures.EasyJJ&hl=th

แอป Tuk Tuk Hop ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้บน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/tuk-tuk-hop/id1152806746?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.tuktukhop.passenger&hl=th

Candy Crush Saga / Cooking Mama

ยังไม่หมด App Store ยังมาพร้อมเกมที่คุณสามารถสนุกสนานไม่ว่าจะเป็น “Candy Crush Saga” ให้คุณจับคู่สีขนมหวานเพื่อทำคะแนนสูงสุดไปพร้อมกัน ต่อด้วย “Cooking Mama” ให้คุณสวมบทบาทสุดยอดเชฟโชว์สกิลทำอาหาร เสริมเสน่ห์ปลายจวัก

เกม Candy Crush Saga ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้บน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/candy-crush-saga/id553834731?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.king.candycrushsaga&hl=th

เกม Cooking Mama ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้บน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/cooking-mama-lets-cook/id987360477?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=jp.co.ofcr.cm00&hl=th

]]>
Cyber Apps : 06/0818 : Anchor แอปฟังพอดคาสต์ / Inner Garden ช่วยฝึกสมาธิ / Unfold แต่งไอจีสตอรี่ / Asphalt 9 เกมแข่งรถสุดมัน https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-060818/ Mon, 06 Aug 2018 08:00:02 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=29031 Anchor – สร้างและฟังพอดคาสต์ได้ทุกที่

นอกจากการดูข้อมูลบนจอภาพแล้ว การเสพข้อมูลข่าวสารด้วย “การฟัง” ก็เป็นอีกวิธีที่เหมาะมากๆ สำหรับชีวิตที่วุ่นวายของคนเมือง เพราะระหว่างรถติด การโดยสารรถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งกำลังวิ่งออกกำลังกาย ก็สามารถใช้แอปอย่าง “Anchor” เพื่อฟังรายการภาษาอังกฤษในหมวดหมู่ต่างๆ อาทิ เทคโนโลยี อย่าง Tagible Tech รายการเพื่อการเรียนรู้อย่างรายการ The Future of Learning  เพื่อฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันได้ทุกที่ ทุกเวลา

ในขณะเดียวกันแอปๆ นี้ยังสามารถทำให้คุณเป็นดีเจจัดรายการทางพอดคาสต์ได้ฟรีๆ อีกด้วย แค่กดปุ่ม Create ก็ใช้ไมค์ของเครื่องไอโฟนและไอแพด อัดเสียง ตัดต่อ ใส่เพลงประกอบได้เหมือนดีเจมืออาชีพ และเมื่ออัดเสร็จก็สามารถอวดให้คนอื่นๆ ฟังรายการของคุณผ่านทางแอป Anchor นี้รวมถึงแอปพอดคาสต์ที่มีติดตั้งมาให้ในไอโฟนและไอแพดทุกเครื่องด้วย

แอปนี้สามารถใช้งานสร้างรายการทางพอดคาสต์ได้ฟรีๆ ไม่จำกัดความยาว รวมถึงดูสถิติผู้เข้าฟังได้อีกด้วย

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/anchor/id1056182234?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=fm.anchor.android&hl=en_US

Inner Garden – ฝึกสมาธิ ผ่อนคลาย ใช้ชีวิตแบบเบาๆ บ้าง

ช่วงนี้หากมีข่าวไม่ดีมากระทบใจคุณบ่อยๆ หรือคุณเองสัมผัสได้ว่าช่วงนี้เป็นคนใจร้อนมากเป็นพิเศษ การฝึกจิตสร้างสมาธิอาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณผ่อนคลาย และแอปอย่าง Inner Garden ก็มีเทคนิคดีๆ ที่ช่วยให้คุณโฟกัส” และสร้างสมาธิได้ง่ายๆ 

ตัวแอปจะอาศัยความสามารถของกล้องด้านหน้าเพื่อจับการเคลื่อนไหวของสายตาและใบหน้าคุณ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้ฝึกจิตของตัวเองด้วยการจ้องมองฉากต่างๆ ที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เพื่อความรู้สึกผ่อนคลายของคุณ อย่างฉากรูปใบไม้โดนลมเบาๆ พัดให้เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ หรือฉากพระจันทร์กำลังลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ และระหว่างที่คุณจ้องมองสิ่งต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าก็สามารถสูดหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกสมาธิด้วยแอปนี้ ควรวางเครื่องให้อยู่ห่างจากระยะสายตาพอสมควร และควรใช้แอปนี้ในการฝึกสมาธิในที่สว่างๆ

แอป Inner Garden ราคา 69 บาท สามารถใช้งานได้ทั้งบนไอโฟนและไอแพด

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/inner-garden/id1349689573?mt=8

Unfold – แต่งภาพให้โดดเด่นก่อนโพสต์ลง IG Stories

แค่มีแอป Unfold เหล่า Stories ที่คุณโพสต์ลงไปในโซเชียลมีเดียเช่น IG Story ก็จะแตกต่างจากของคนอื่นโดยสิ้นเชิง หลายๆ คนหมดเวลาไปกับการสร้างโพสต์แบบนี้ที่สุดท้ายออกมาหน้าตาเหมือนกันหมดเพราะใช้แต่เทมเพลตเดิมๆ แต่เราใช้แค่ไม่กี่นาทีแต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนใครเลย

แอปจะนำวิดีโอ รูปถ่าย และคำพูดของคุณมาใส่ในเทมเพลตสุดฮิป ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับ Stories ของคุณไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด คุณสามารถใส่แคปชัน ชื่อเรื่อง หรือคำอธิบายได้ทุกแบบที่คุณต้องการได้ใน Unfold แถมยังเปลี่ยนฟอนต์ ปรับขนาด และจัดความห่างของตัวอักษรได้ด้วย

เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วก็เซฟทั้งหมดเข้าไปที่ Camera Roll ของเราเพื่อนำไปอัปโหลดบนโซเชียลมีเดีย แล้วอย่าลืมไปบอกเพื่อนให้มารีบดูก่อนโพสต์จะหายไปนะ

แอป Unfold ดาวน์โหลดฟรีบนไอโฟน

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/unfold-create-stories/id1247275033?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.moonlab.unfold

Asphalt 9: Legends – ซิ่งสนั่นลั่นถนนกับภาคล่าสุดของเกมยอดฮิต

เกมแข่งรถสุดมันอย่าง Asphalt เดินทางมาถึงภาคที่ 9 แล้ว แถมมีภาคแยกอีกมากมายด้วย สิ่งนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าฝีมือการพัฒนาเกมของค่าย Gameloft นั้นสุดยอดขนาดไหน

ทุกอย่างในเกมถูกอัปเกรดให้สวยงามแพรวพราวขึ้นอีกขั้น รถแข่งสวยเฉียบ วิวทิวทัศน์น่าตื่นตา รวมถึงรายละเอียดต่างๆ เช่น มุมกล้อง แสง รวมถึงเอฟเฟกต์ละอองเล็กๆ ก็ถูกพัฒนาให้ดูดีขึ้นด้วย นี่ถือเป็นการพัฒนาที่น่าทึ่งเลยทีเดียว เป็นเกมหนึ่งที่สามารถใช้วัดความแรงของกราฟิกในเครื่อง iPhone หรือ iPad ให้คนอื่นได้เห็นเป็นอย่างดี นอกจากการดริฟต์ กดไนตรัส ยังมีท่า ‘spin attack’ ไว้ชนคู่แข่งที่มาขนาบข้างได้ด้วย ยิ่งขับหวาดเสียวเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มหลอดไนตรัสให้คุณซิ่งได้ยาวๆ อีกด้วย สนุกกันในเกมแบบนี้ บนถนนจริงๆ ก็อย่าลืมขับรถด้วยความระมัดระวังนะ

เกม Asphalt 9: Legends ดาวน์โหลดฟรี เล่นได้บนทั้งไอโฟนและไอแพด

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/asphalt-9-legends/id805603214?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.gameloft.android.ANMP.GloftA9HM

]]>
Review : Apple MacBook Pro 15″ (2018) เครื่องโปรที่ตอบโจทย์มืออาชีพมากขึ้นอีก https://cyberbiz.mgronline.com/review-apple-macbook-pro-2018/ Wed, 01 Aug 2018 12:07:19 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28989

เป็นที่รู้กันว่าเครื่อง Macbook Pro ถือเป็นโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงที่ออกมาสำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มของช่างภาพ ตัดต่อวิดีโอ ทำแอนิเมชัน 3 มิติ ไปจนถึงการเขียนโปรแกรมมิ่งขั้นสูง ที่ต้องใช้การประมวลผลของตัวเครื่องมาช่วย และในขณะเดียวกันก็เน้นที่ความสะดวกในการพกพาด้วย

ข้อดี

ปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากซีพียูรุ่นใหม่ โดยเฉพาะรุ่น Core i9

จอแสดงผลแบบ True Tone ทำให้การแสดงผลเป็นธรรมชาติมากขึ้น

– Touch Bar เริ่มมีโปรแกรมรองรับเพิ่มมากขึ้น

ข้อสังเกต

ราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง

ข้อจำกัดของพอร์ต USB-C ที่ต้องพกอุปกรณ์เสริมเพิ่ม

ไม่ได้มีการปรับปรุงในแง่ของดีไซน์ตัวเครื่องตั้งแต่ปี 2016

5 จุดน่าสนใจของ MacBook Pro 2018

ในภาพใหญ่แล้ว MacBook Pro with Touch Bar (2018) ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมใน 5 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน ประกอบไปด้วย 1.สเปกภายใน ที่เปลี่ยนมาใช้ซีพียูรุ่นที่ 8 จากอินเทล คอร์ ไอ (Intel Core i) เลือกได้ตั้งแต่ i5 i7 และ i9 RAM สูงสุด 32 GB พื้นที่เก็บข้อมูล SSD สูงสุด 4 TB

โดยในเครื่องรุ่น 13 นิ้ว ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 65,900 บาท โดยมาพร้อมหน่วยประมวลผล Intel Core i5 2.3 GHz และถ้าต้องการปรับสเปกเพิ่มเป็น Core i7 RAM 8 GB SSD 256 GB แต่ถ้าต้องการเพิ่มสเปกสูงสุดเป็น Core i7 2.7 GHz RAM 16 GB และ SSD 2 TB ราคาจะขึ้นไปอยู่ที่ 134,900 บาท

ส่วนในรุ่น 15 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 85,900 บาท สำหรับรุ่น Intel Core i7 2.2 GHz RAM 16 GB การ์ดจอ Radeon Pro 555X SSD 256 GB แน่นอนว่าสามารถปรับสเปกขึ้นไปเป็น Core i9 2.9 GHz RAM 32 GB การ์ดจอ Radeon Pro 560X และ SSD 4 TB ได้ในราคา 256,900 บาท

ทั้งนี้ รุ่นที่ได้มาทดสอบจะเป็น MacBook Pro 15 นิ้ว ที่มากับหน่วยประมวลผล 8th Gen Intel Core i9 RAM 32 GB การ์ดจอ Radeon Pro 560X SSD 2 TB ที่วางจำหน่ายในราคา 176,900 บาท ตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 a/b/g/n/ac บลูทูธ 5.0

2.มีการนำชิป Apple T2 ซึ่งเป็นชิปสำหรับเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล ร่วมกับแต่เดิมที่มีการนำเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Touch ID) มาใช้งานในการปลดล็อกเครื่อง ผสมผสานกับการจัดการตัวควบคุมเสียง ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งเรียกใช้งาน Siri ได้ทันทีโดยไม่ต้องกดปุ่มเรียกใช้งาน

ดังนั้น ผู้ใช้ MacBook Pro (2018) จึงสามารถใช้เสียง เรียก Siri ขึ้นมาเพื่อเปิดเพลง ตั้งแจ้งเตือน ค้นหาข้อมูลได้ทันที ในขณะที่กำลังใช้งานอย่างอื่นอยู่ อย่างกรณีที่พิมพ์งานอยู่ ไม่อยากสลับหน้าจอไปเปิดเพลง ก็สั่ง ‘หวัดดี Siri’ เปิดเพลงได้ทันที

3.การปรับปรุงหน้าจอแสดงผลที่ใช้จอ Retina 15.4 นิ้ว ความละเอียด 2880 x 1800 พิกเซล เช่นเดิม แต่เพิ่มความสามารถของ True Tone เข้ามาช่วยปรับสีการแสดงผลหน้าจอให้ธรรมชาติมากขึ้น โดยเทคโนโลยีนี้เริ่มนำมาใช้บน iPhone และ iPad รุ่นปีที่ผ่านมา ก่อนถูกนำมาใช้บนแมคบุ๊กในปีนี้

ขณะเดียวกันความสว่างของหน้าจอก็ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 500 nit รองรับการแสดงผลสีบนมาตรฐาน P3 ที่ใช้ในวงการถ่ายภาพด้วย และในอนาคตเมื่อมีการปรับเดต macOS เป็น Mojave เมื่อทำงานร่วมกับ Dark Mode หรือ Dynamic Desktop ก็จะช่วยให้มีลูกเล่นเพิ่มมากขึ้น

4..คีย์บอร์ด Butterfly 3 ที่ปรับปรุงให้นุ่มขึ้น ทำให้เสียงในการพิมพ์เงียบกว่าเดิม และในขณะเดียวกันแอปเปิลก็พัฒนาคีย์บอร์ดรุ่นนี้มาเพื่อแก้ไขปัญหาปุ่มคีย์บอร์ดรุ่นเดิมที่มีปัญหากดไม่ติด หรือกดแล้วเบิ้ลหลังจากใช้งานไปสักพักด้วย

โดยในแง่ความรู้สึกในการพิมพ์ ถ้าเป็นผู้ที่เคยใช้งานคีย์บอร์ดแบบ Butterfly มาก่อน จะรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่นุ่มขึ้นได้ชัดเจน แต่แน่นอนว่าถ้าไม่เคยใช้มาก่อน ในช่วงแรกที่ใช้งานน่าจะเจอปัญหาความไม่คุ้นชินในการใช้งาน เพราะจะรู้สึกเหมือนไม่ได้กดปุ่มคีย์บอร์ดจริงๆ

ส่วนแถบสัมผัส Touch Bar เหนือคีย์บอร์ด แม้จะไม่ได้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า แต่เนื่องจากถูกนำเสนอมาในตลาดสักพักแล้ว ทำให้มีโปรแกรมที่ถูกพัฒนามารองรับการใช้งานเพิ่มมากขึ้น และช่วยให้ใช้งานเครื่องมือต่างๆได้สะดวกขึ้นด้วย

ต่อมาในส่วนของแทร็กแพด (TrackPad) ก็มากับระบบ Force Touch เช่นเดิม โดยยังคงความสามารถในการ Force Click (กดแทร็กแพดแรงขึ้นจากเดิมเล็กน้อย) เพื่อใช้ในการเปิดโหมด Quick Look หรือสั่งงานเพิ่มเติมในโปรแกรมต่างๆอยู่เช่นเดิม

สุดท้ายคือ การปรับปรุงพอร์ต Thunderbolt 3 ให้รองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ในรูปแบบของ USB-C ที่สามารถใช้ทั้งชาร์จไฟกับพอร์ตไหนก็ได้ โอนถ่ายข้อมูล เชื่อมต่อกับหน่วยประมวลผลภาพภายนอก (eGPU) ได้พร้อมกัน 4 เครื่อง รวมถึงต่อจอภาพความละเอียดระดับ 5K ได้สูงสุด 2 จอภาพ

โดยที่รู้สึกได้อีกอย่างคือเรื่องของการเสียบสายในการใช้งาน จะแน่นขึ้นกว่าในรุ่นก่อนหน้า ถ้าเสียบเข้าไปแล้วจะมีรู้สึกถึงเสียงคลิก และรับรู้ได้ว่าแน่นแล้ว แต่แน่นอนว่า ปัญหาของการพกพาอุปกรณ์เสริม USB-C เพื่อเชื่อมต่อใช้งานยังคงมีอยู่แน่นอน

การออกแบบตัวเครื่อง

สำหรับ MacBook Pro (2018) รุ่นจอ 15 นิ้ว จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 สีคือสีเงิน และสีเทา โดยรุ่นที่นำมารีวิวคือสีเทา (Space Gray) ดีไซน์ภายนอกของรุ่นนี้จะยังคงใช้คอนเซปต์เดิมกับการปรับโฉมครั้งใหญ่ของ MacBook ในปี 2016

ดังนั้น ภาพลักษณ์ภายนอกของเครื่องรุ่นนี้จึงไม่ได้มีจุดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยที่ฝายังมากับโลโก้ Apple ที่ถูกเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นไฟ มาเป็นวัสดุเงาๆ ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 34.93 x 24.07 x 1.55 เซนติเมตร น้ำหนัก 1.83 กิโลกรัม

เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาก็จะพบกับหน้าจอขนาด 15.4 นิ้ว โดยมีกล้อง Facetime อยู่ด้านบน พื้นที่ขอบจอที่บางขึ้น ล่างหน้าจอมีอักษรระบุ ‘MacBook Pro’ อยู่ ถัดลงไปบริเวณข้อต่อก็จะเป็นช่องระบายอากาศสำหรับเครื่องรุ่นนี้

ถัดมาบริเวณตัวเครื่อง ก็จะไล่ตั้งแต่แถบ Touch Bar ที่บริเวณปลายสุดทางขวาเป็น Touch ID ที่ใช้เป็นปุ่มเปิดปิดเครื่องด้วย ลงมาก็เป็นแผงคีย์บอร์ด Butterfly 3 ที่ขนาบไปด้วยลำโพงทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนล่างก็จะเป็นแทร็กแพดขนาดใหญ่ให้ใช้งาน

หลังเครื่องก็จะตามสไตล์เดิมคือปล่อยไว้เรียบๆ โดยมีจุกยาง 4 จุด เพื่อยกให้เครื่อไม่แนบสนิทกับพื้น บริเวณขอบก็จะมีเว้นช่องไว้เป็นช่องระบายอากาศ และให้เสียงออกด้วย ส่วนการยึดเครื่องก็จะใช้น็อตพิเศษ 6 จุดรอบเครื่อง

ส่วนพอร์ตใช้งานรอบเครื่องก็จะมีพอร์ต Thunderbolt 3 หรือ USB-C ข้างละ 2 พอร์ต โดยทางฝั่งขวาจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. มาให้เช่นเดิม

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง จะประกอบไปด้วยตัวเครื่อง MacBook Pro 15 นิ้ว สาย USB-C ความยาว 2 เมตร และอะเดปเตอร์ 87 วัตต์ ที่เหลือก็จะเป็นคู่มือเบื้องต้น และสติกเกอร์แอปเปิลอยู่ในกล่องอีกที

ทดสอบประสิทธิภาพ

ในส่วนของการทดสอบประสิทธิภาพของ MacBook Pro 2018 ทีมงานทดสอบผ่านโปรแกรมทดสอบหลักๆอย่าง GekkBench 4 และ Cinebench R15 ก็พบว่าอยู่ในระดับท็อปๆของหน่วยประมวลผลใกล้เคียงกัน

ขณะที่เมื่อทดสอบกับการนำไปใช้งานแต่งภาพไฟล์ RAW หรือตัดต่อวิดีโอระดับ 4K พบว่า ทำได้ลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนหน้าแบบเห็นได้ชัด ซึ่งแน่นอนว่าถือเป็นเครื่องที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการโน้ตบุ๊กพกพาประสิทธิภาพสูงไว้ใช้งานอย่างแน่นอน (แต่ราคาก็สูงตามไปด้วย)

Gallery

]]>
Cyber Apps 30/07/18 : Unicorn แอประบายสี / Quiz Anatomy ช่วยสอบกายวิภาค / Let’s Read อัดนิทานให้ลูกฟัง / Hay Day ฉลองครบ 6 ปี https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-300718/ Mon, 30 Jul 2018 02:33:53 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28980 Unicorn – งานอดิเรกแสนผ่อนคลาย ระบายสีในช่องให้ตรงเลข

ยังจำความรู้สึกและความทรงจำดีๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเราเริ่มละเลงสีสันให้อยู่ในเส้นในกรอบกันไหม?  ไม่เป็นไรถ้าหากคุณลืมไปหมดแล้ว เพราะแอป Unicorn สมุดระบายสีแบบดิจิทัลจะนำความรู้สึกเหล่านี้กลับมาให้คุณอีกครั้ง เพียงแค่เลือกรูปน่ารักๆ ทั้งนก กระต่าย สิงสาราสัตว์ต่างๆ แล้วซูมลงไป จะเห็นตัวเลขในช่องเต็มไปหมด

ที่ต้องทำก็แค่ค่อยๆ ใส่สีตีกรอบไปเรื่อยๆ จนรูปของเรามีสีครบทุกเฉดที่ต้องการ ความยากจะอยู่ที่ความซับซ้อนของภาพ ยิ่งพิกเซลเยอะก็ยิ่งต้องไล่สีเยอะ แต่ฟีเจอร์ที่ดีที่สุดของแอปก็คือการเปลี่ยนรูปถ่ายของคุณให้กลายเป็นรูปสำหรับระบายสี โดยแค่ถ่ายเซลฟี่และเริ่มลงมือบรรเลงงานศิลปะบนใบหน้าของคุณได้เลย พร้อมแชร์ผลงานอวดให้โลกรู้ไปยัง Twitter, Instagram หรือ WhatsApp ก็ได้ 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/unicorn-color-by-number-game/id1293646758?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.appcraft.unicorn&hl=en_US

Quiz Anatomy บัตรคำเตรียมสอบวิชากายวิภาคศาสตร์ 

เซียนการสอบหลายๆ คนรู้ดีว่า เทคนิคการจำคำศัพท์ที่ได้ผลดีเสมอๆ ก็คือ การเล่นทายบัตรคำศัพท์ (Flashcard) ซึ่งหมายถึงเมื่อดูภาพแล้วต้องตอบได้ทันทีว่าภาพนั้นมีคำศัพท์ว่าอะไร ส่วนมากแล้วเรามักจะใช้เทคนิคนี้กับการเรียนภาษาต่างประเทศ แต่หากเป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่านั้น อย่างวิชากายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) แอปอย่าง Quiz Anatomy ก็มาเป็นตัวช่วยให้กับเหล่านักศึกษาแพทย์แล้ว

แอปนี้เป็นฝีมือของนักพัฒนาแอปข้อมูลด้านกายภาพชื่อดังอย่าง 3D4Medical.com, LLC ที่ฝากผลงานเด่นไว้กับแอปอย่าง Complete Anatomy for iPhone ที่เมื่ออัพเกรดด้วย ARKit แล้ว เราสามารถที่จะเห็นหุ่นอาจารย์ใหญ่มาลอยอยู่ตรงหน้าเพื่อศึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวกับสรีรวิทยาได้ทันที

หลังจากที่ได้ทบทวนบทเรียนด้านกายวิภาคศาสตร์ จากแอปอื่นๆ ในเครือของ 3D4Medical แล้ว ก็สามารถมาซ้อมสอบได้ที่แอป Quiz Anatomy ที่จะโชว์ภาพส่วนต่างๆ ของร่ายกาย พร้อมตัวเลือก 4 ตัว เมื่อกดตัวเลือกก็จะรู้เลยว่าถูกหรือไม่ ความสนุกของแอปนี้อยู่ตรงที่ เราสามารถแข่งตอบคำถามกับเหล่าว่าที่คุณหมอจากทั่วโลกได้อีกด้วย

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/quiz-anatomy/id1372681109?mt=8

Let’s Read อัดคลิปอ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกฟัง

เด็กๆ ช่วงวัยก่อนเข้าเรียนที่แม้จะซุกซน แต่ก็มีวิธีที่จะทำให้พวกเขานั่งได้นิ่งๆ อย่างมีสมาธิ เคล็ดลับนั้นก็คือ การจับเขานั่งลงใกล้ๆ แล้วอ่านนิทานแสนสนุกให้ฟังสักเรื่อง และแอปอย่าง Let’s Read ก็ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ใหญ่ในครอบครัวสามารถตีสนิทกับเด็กๆ ได้ ด้วยการอัดคลิปวิดีโอพร้อมเสียง เพื่ออ่านนิทานให้เจ้าตัวน้อยฟัง

เมื่อเปิดแอปมา ก็เพียงเลือกหน้าปกหนังสือนิทานที่เด็กๆ ชอบ จากนั้นเมื่อปัดไปที่ละหน้าก็จะเห็นรูปทรงกลมที่ทำหน้าที่เป็นกล้องจับภาพใบหน้าของคนอ่าน แค่กดปุ่มสีแดงข้างวงกลม ก็เป็นการอัดภาพและเสียงเพื่อการอ่านนิทานหน้านั้นๆ ได้ทันที (เนื้อหานิทานเป็นภาษาอังกฤษ แต่หากเราอ่านเข้าใจแล้วก็สามารถเล่าเป็นภาษาไทยได้เลย เพราะเด็กๆ ได้ดูภาพตามก็สามารถเข้าใจได้เช่นกันแอปนี้เหมาะอย่างมากกับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่รู้ตัวดีว่าอาจจะมีบางวันกลับมาไม่ทันที่จะอ่านนิทานก่อนนอนให้คุณลูก ก็สามารถอัดคลิปอ่านนิทานนี้ไว้เพื่อส่งลูกรักเข้าหลับฝันดีได้ทุกคืน

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/lets-read/id1360386198?mt=8

Hay Day – ได้เวลากลับไปทำไร่กันอีกครั้ง

ไม่มีที่ดิน ไม่ค่อยมีเวลา ไม่อยากตากแดดฝน ก็สามารถเป็นเกษตรกรสมัครเล่นได้ด้วยเกม Hay Day เริ่มจากการปลูกพืช เก็บเกี่ยว นำมาทำเป็นอาหารสัตว์ แล้วสัตว์ก็จะให้ผลิตผลออกมา เรานำผลิตผลนั้นไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปขายต่อ กลายเป็นเงินที่จะกลับมาพัฒนาฟาร์มของคุณให้ดีงามยิ่งขึ้นไป เกมนี้ชาวเน็ตหลายคนคงเคยเล่นกันเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ถ้าเล่นตั้งแต่ตอนนั้นแปลว่าพวกเขาได้เก็บเกี่ยวพืชผลไปไม่รู้กี่ร้อยพันตันแล้ว

เนื่องในโอกาสที่เกมกำลังจะครบรอบ 6 ปีในเร็วๆ นี้ ทีม Supercell ที่พัฒนาเกมนี้ขึ้นมาก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะทำให้เกมพัฒนาและสนุกขึ้นไปอีกขั้นด้วย ทั้งคุณสามารถตั้งชื่อให้กับสัตว์เลี้ยงและสัตว์ในเขตสงวนพันธุ์ได้ (สนุกตรงที่ตั้งชื่อได้นี่แหละมีพืชพันธุ์ใหม่ๆ อย่างพริกหยวก มินท์ และแตงโม รวมถึงจุดตกปลาใหม่ๆ และของตกแต่งสุดอลังการที่ไม่เคยมีมาก่อน และการปรับปรุงและพัฒนาระบบ Neighborhood และ Derby สำหรับแฟนพันธุ์แท้อีกด้วย เอาเป็นว่านี่เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้กลับมาปัดฝุ่นฟาร์มแล้วนะ

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/hay-day/id506627515?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.supercell.hayday&hl=en

]]>
Review : Honor 10 สมาร์ทโฟนสเปกแรง ราคาน่าคบหา https://cyberbiz.mgronline.com/review-honor-10/ Mon, 30 Jul 2018 02:04:53 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28937

กล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ Honor นำมาใช้เพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดสมาร์ทโฟน ที่ท้าให้ผู้บริโภคหันมาลองสมาร์ทโฟน อีแบรนด์ (จำหน่ายผ่านข่องทางออนไลน์เป็นหลัก) รายนี้ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในจีน และยุโรป

Honor 10 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นไฮเอนด์ของ Honor ที่เปรียบได้รับ Huawei P20 ที่เรียกได้ว่าเป็นฝาแฝดออกตามกันมา ในระดับราคาที่ถูกกว่า และภายในมีการใช้เทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลที่เลือกใช้ และ AI ที่ช่วยนำมาประมวลผลภาพที่ทำให้ Honor 10 โดดเด่นขึ้นมา ในราคา 13,990 บาท

ข้อดี

  • คุณภาพ และสเปกของเครื่องเมื่อเทียบกับราคา
  • ขนาดตัวเครื่องพอดีมือ
  • บริการหลังการขายสามารถใช้ศูนย์บริการของหัวเว่ยได้

ข้อสังเกต

  • เป็นแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในไทย
  • ตัวเครื่องไม่ได้มาพร้อมกันน้ำกันฝุ่น
  • กล้องยังถ่ายภาพในที่แสงน้อยเทียบกับ P20 ไม่ได้

Honor 10 มีอะไรน่าสนใจ

จุดเด่นหลักที่ Honor 10 ถูกชูขึ้นมาคือเรื่องของสเปกตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้หน่วยประมวลผล Kirin 970 ที่เป็น Octa Core 2.36 GHz ที่มี NPU แยกออกมา รองรับการใช้งาน GPU Turbo ที่ใช้หน่วยประมวลผลภาพมาช่วยเร่งประสิทธิภาพของตัวเครื่องในขณะที่เล่นเกม หรือประมวลผลหนักๆ พร้อมกับ RAM 4 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB แบตเตอรี 3,400 mAh

เมื่อมองถึงประสิทธิภาพตัวเครื่องจากผลทดสอบที่ออกมาก็อยู่ในระดับบนๆ ส่วนเรื่องการใช้งานบนแบตเตอรีถ้าใช้งานทั่วๆไปก็อยู่ได้สบายๆ ตลอดทั้งวัน ส่วนเมื่อทดสอบจากโปรแกรมอย่าง PCmark เปิดใช้งานต่อเนื่องจนแบตเหลือ 20% จะใช้งานได้ราว 9 ชั่วโมงครึ่ง

ถัดมาคือในส่วนของกล้องถ่ายภาพที่ให้มาเป็นกล้องคู่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/1.8 คู่กับกล้องขาวดำความละเอียด 24 ล้านพิกเซล f/1.8 เช่นเดียวกัน โดยเป็นการผสมผสานเซ็นเซอร์สีกับขาวดำเพื่อช่วยให้ภาพมีมิติมากขึ้น ส่วนกล้องหน้าที่ให้มาความละเอียด 24 ล้านพิกเซล f/2.0

โดยโหมดกล้องจะมีจุดขายหลักที่การนำ AI มาใช้งานตั้งแต่การเลือกโหมดในการถ่ายภาพ ไปจนถึงการประมวลผลภาพหลังจากถ่ายออกมา จะเห็นได้ทั้งในแง่ของการเร่งสีของภาพให้ดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องแต่งสีเพิ่มเติม

ขณะเดียวกันในโหมดถ่ายภาพแบบมืออาชีพก็เปิดโอกาสให้เลือกได้ทั้ง ISO รูรับแรง ความเร็วชัตเตอร์ ไปจนถึงระยะโฟกัส ซึ่งถ้าชอบถ่ายภาพเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็จะช่วยให้ใช้งาน Honor 10 ถ่ายภาพสนุกขึ้น

ส่วนในแง่ของการใช้งาน Honor 10 มากับยูสเซอร์อินเตอร์เฟส EMUI 8.1 ที่จะไม่มีหน้ารวมแอปพลิเคชันมาให้ แต่ใช้หน้าจอหลักในการเข้าถึงแอปต่างๆได้เลย ดังนั้นผู้ใช้สามารถตั้งโฟลเดอร์ขึ้นมารวมหมวดหมู่แอปเพื่อใช้งานได้ตามปกติ

สำหรับการใช้งานทั่วไปด้วยสเปกที่ให้มาอยู่ในระดับบนอยู่แล้ว เพราะใช้หน่วยประมวลผลอย่าง Kirin 970 ทำให้รองรับการทำงานหนักๆได้สบายๆ ทั้งแง่ของการดูหนัง เล่นเกม ประกอบกับตัวเครื่องที่ขนาดกำลังพอดีมือ ไม่ใหญ่จนเกินไปด้วย

นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีลูกเล่นในแง่ของการแสดงผล ที่เปิดให้ผู้ใช้ปรับตั้งอุณหภูมิสีหน้าจอได้ มีโหมดถนอมสายตาให้เลือกใช้งาน ไปจนถึงเลือกขนาดตัวอักษร ปรับความละเอียดหน้าจอ

เช่นเดียวกับการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหว อย่างการพลิกตัวเครื่องเพื่อปิดเสียง ลดระดับเสียงเมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นมา รับสายอัตโนมัติเมื่อนำมาแนบหู ไปจนถึงการเคาะหน้าจอในรูปแบบต่างๆ เพื่อเปิดใช้งานแอป หรือสั่งจับภาพหน้าจอ

ส่วนของรอยแหว่งบริเวณหน้าจอ ตัวเครื่องมีโหมดพิเศษที่จะถมสีดำเข้าไปถ้าไม่ชอบให้หน้าจอแหว่ง โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่การแสดงผลของตัวเครื่อง

การออกแบบ

ตัวเครื่องโดยรวมของ Honor 10 ถ้ามองผ่านๆ ก็จะคล้ายๆกับ Huawei P20 อยู่บ้าง แต่วางแนวกล้องหลังแตกต่างกัน ขนาดตัวเครื่องจะอยู่ที่ 149.6 x 71.2 x 7.7 มิลลิเมตร นำ้หนัก 153 กรัม วางจำหน่ายด้วยกัน 2 สีคือ น้ำเงิน และดำ

หน้าจอที่ให้มาเป็น LCD ขนาด 5.84 นิ้ว ที่เรียกว่า Full View 2.0 ความละเอียด FullHD+ (2,280 x 1,080 พิกเซล) ความละเอียดเม็ดสี 432 ppi โดยที่บริเวณขอบบนจะเว้นที่ว่าง (Notch) บริเวณลำโพง และกล้องหน้า

ส่วนล่างหน้าจอจะมีบริเวณเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultra Sonic ที่มีจุดเด่นในแง่ที่ว่าแม้นิ้วมือเปียกน้ำก็สามารถปลดล็อกสมาร์ทโฟนได้ ขณะที่บริเวณขอบจอก็จะโค้งลงไปแนบกับตัวเครื่องทำให้ถือจับได้ง่าย

รอบๆเครื่องทางซ้ายจะมีช่องใส่ถาดซิมการ์ดที่เป็นแบบ 2 นาโนซิม ไม่สามารถใส่ไมโครเอสดีการ์ดเพิ่มเติมได้ ทางขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดปิดเครื่อง ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2 และด้านล่างเป็นพอร์ต USB-C คู่กับลำโพง และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

หลังเครื่องที่มุมซ้ายบนจะเป็นกล้องคู่จัดวางในแนวนอน ตามมาด้วยไฟแฟลช LED ยาวไปจนถึงตัวอักษรที่ระบุว่าเป็น AI Camera ส่วนล่างก็จะมีชื่อแบรนด์ Honor ติดอยู่ โดยลักษณะพื้นผิวจะเป็นแบบเงามัน แน่นอนว่ามีรอยนิ้วมือติดได้ง่าย

Gallery

]]>
Cyber Apps 23/07/18 : VUE / Gemini Photos / Dubble / Desert Island Fishing https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-230718-vue-gemini-photos-dubble-desert-island-fishing/ Mon, 23 Jul 2018 03:14:33 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28929 VUE – movie & video editor ถ่ายอัดแต่งเติม ก็ได้หนังสั้นเท่ๆ เรื่องนึงแล้ว!

เพราะคนรุ่นใหม่คุ้นชินและชื่นชอบกับ “คลิปวิดีโอ” ที่สั้นกระชับแต่ยังสื่อความหมาย ดังนั้นผู้ผลิตเนื้อหาก็ต่างพากันหาเครื่องมือมากมายที่จะช่วยให้สร้างคอนเทนต์ได้โดนใจ โอกาสนี้เราจึงอยากแนะนำให้คุณได้รู้จักกับแอปอย่าง VUE – movie & video editor ที่ช่วยให้ถ่ายคลิปสั้นๆ คลิปละ 2 วินาที หลายๆ คลิปมาต่อๆ กัน จนกลายเป็นหนังสั้นเท่ๆ ได้อย่างง่ายดาย

พร้อมกันนี้ยังใช้แต่งภาพให้สวยงามด้วย สติกเกอร์ ฟิลเตอร์ และลายน้ำที่มีให้เลือกมากมาย แอปนี้เหมาะสำหรับการถ่ายคลิปพาทัวร์ท่องเที่ยว คลิปรีวิวอาหาร หรือ การบันทึกเรื่องราวสนุกๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน 

สามารถดาวน์โหลด VUE ได้ฟรีทั้งบน iPhone และ iPad และหากต้องการใช้สติกเกอร์ หรือฟิลเตอร์ลายแปลกๆ เพิ่มเติม ก็สามารถหาซื้อได้ลายละ 35 บาทเท่านั้น

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/vue-movie-video-editor/id1114690993?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=video.vue.android&hl=en_US

Gemini Photos คัดกรองเฉพาะรูปที่ใช่ให้คุณ!

มีใครรู้ตัวว่ารูปในแอป “รูปภาพ” มีนับเป็นหมื่นๆ รูปบ้างหากคุณเป็นหนึ่งในนั้นแอปนี้เกิดมาเพื่อคุณ เมื่อลงแอป Gemini Photos เสร็จแล้ว เปิดมาไม่กี่นาที ตัวแอปก็จะทำหน้าที่สแกนภาพในแอป “รูปภาพ” ทั้งหมดและแยกออกมาเลยว่า ภาพไหนที่คุณถ่ายซ้ำๆ ภาพไหนเบลอ หรือไม่ได้ตั้งใจถ่าย ภาพไหนที่เกี่ยวกับการจดบันทึก

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เราเข้าไปดูทบทวนและลบทั้งหมดได้โดยง่าย แอปนี้เหมาะมากกับทั้งคนทั่วไปที่ชอบถ่ายรูปและตากล้องที่ต้องเก็บภาพเกือบทุกโมเม้นต์ และต้องการเลือกเฉพาะภาพที่ดีที่สุดเก็บไว้ Gemini Photos 

สามารถดาวน์โหลด VUE ได้ฟรีทั้งบน iPhone และ iPad จะมีบางฟังก์ชันสามารถใช้ได้ฟรี เช่น คอลเล็กชันภาพที่กระจัดกระจาย (Clutter) แต่หากต้องการเลือกลบภาพที่ซ้ำกันในคราวเดียวให้เหลือเพียงภาพเด็ดๆ ช็อตเดียว ก็ต้องสมัครสมาชิกเดือนละ 99 บาท (หรือปีละ 529 บาท)

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/gemini-photos/id1277110040?mt=8

Dubble – ผสานภาพตัวเองกับภาพคนแปลกหน้า ได้ผลงานใหม่ที่แสนแปลกตา

เราอยากแนะนำความสนุกสนานจากการที่ได้ลองแอป dubble ที่จะนำรูปสองรูปที่ถูกถ่ายโดยคนสองคนที่ไม่รู้จักกันมาผสมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นภาพถ่ายที่สวยงามและทำให้ทุกคนที่เห็นต้องหยุดมอง

ขั้นแรกเลือกรูปจากอัลบั้มของเราเพื่อพรีวิวภาพผสมในส่วนที่เรียกว่า ‘Lab’ และถ้าอยากลองให้รูปของเราผสมกับรูปอื่นๆ ก็ลองกดที่ ‘Redubble’ ตรงมุมขวาล่างดู แล้วแอปจะสุ่มเลือกรูปจากผู้ใช้คนอื่นมาวางทับรูปของเราพร้อมกับเอฟเฟ็กต์แบบ Double Exposure โดยคุณสามารถกดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รูปที่ถูกใจ แต่แอปจะให้คุณกด ‘Redubble’ ได้แค่ 20 ครั้งใน 24 ชั่วโมงเท่านั้นนะ แต่ถ้าจ่ายเงินล่ะก็ จะกดเยอะเท่าไหร่ก็ได้ไม่มีลิมิตเลย

ดาวน์โหลดฟรี ใช้ได้ทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/dubble/id680836959?mt=8

Desert Island Fishing – ติดเกาะ ตกปลา รักษาโลก

ทะเล สายลม แสงแดด และเบ็ดตกปลาอีก 1 คัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเพื่อนรักที่จะอยู่กับคุณบนเกาะร้างในเกม Desert Island Fishing พอนึกภาพชายติดเกาะพร้อมเบ็ดตกปลา คงไม่ต้องบอกนะว่าจะต้องทำอะไร เกมนี้จะให้คุณสนุกกับการตกปลาเท่าที่คุณต้องการ ไม่ต้องมีประสบการณ์มาก่อนก็ตกได้สบายๆ ขอแค่ปัดนิ้วไปมาและกดให้ตรงจังหวะก็พอ

เริ่มด้วยการปัดนิ้วเพื่อเหวี่ยงเบ็ด จากนั้นก็กะจังหวะกดให้เป๊ะ และดึงปลาขึ้นมาให้สำเร็จแค่นี้ก็ได้ปลาแล้ว ใช้แค่มือเดียวก็เล่นได้ และจะบอกให้ว่าในเกมมีปลาหลายร้อยชนิดให้ตกแถมมีการอัพเดทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยนะ คุณจะได้พบปลาแปลกๆ มากมายไว้เพื่ออัปเกรดคันเบ็ด เหยื่อล่อ ซึ่งจะทำให้คุณตกปลาได้มากขึ้นอีก

และความสนุกไม่ได้จบที่การตกปลา มันยังมีไอเทมแปลกๆ ที่ซ่อนอยู่ด้วย ถ้าคุณโชคดีคุณอาจจะตกได้ไอเทมสุดเรโทรอย่างเครื่องเกมสมัยก่อนหรือเทปคาสเซ็ทก็ได้นะ ซึ่งไอเทมเหล่านี้สามารถนำมาเล่นหาเงินได้ด้วย ฉะนั้นถ้าตกได้ก็รีบเอาไปเก็บไว้ในตู้ปลาให้ไวเลย ยิ่งไปกว่านั้นเกม Desert Island Fishing ได้สอดแทรกข้อความเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมาพร้อมๆ กับความสนุกด้วย โดยไม่ว่าคุณจะชอบตกปลาอยู่แล้วหรือไม่เคยตกปลามาก่อน ถ้าได้มาสัมผัสผลงานสไตล์พิกเซลอาร์ตน่ารักๆ และระบบการเล่นสุดเพลินในเกมนี้ รับรองว่าจะต้องหลงรักแน่นอน

เกมนี้ดาวน์โหลดฟรีบน App Store เล่นได้บน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/desert-island-fishing/id1169324435?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.springloaded.desertislandfishing&hl=en_US

]]>
Review : Synology DiskStation DS718+ NAS ประสิทธิภาพสูงใช้ได้ทั้งในบ้านจนถึง SMEs https://cyberbiz.mgronline.com/review-synology-diskstation-ds718plus/ Mon, 23 Jul 2018 02:25:37 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28811

ในยุคที่การใช้งานสมาร์ทโฟนกลายมาเป็นอุปกรณ์หลักในการจัดเก็บข้อมูลส่วนตัว เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะไม่ได้ทำการสำรองข้อมูลจากอุปกรณ์เหล่านี้ ไปเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่จะเลือกในการอัปโหลดขึ้นคลาวด์ไปเก็บไว้

ทำให้เมื่อสมาร์ทโฟนเกิดปัญหา หาย ต้องทำการเปลี่ยนเครื่อง ข้อมูลสำคัญอย่างรูปภาพหลายหมื่นรูปที่บันทึกไว้ก็จะหายไป รวมถึงไฟล์วิดีโอที่ถ่ายเก็บไว้ด้วย หรือในบางกรณีการเก็บไฟล์ไว้ในโน้ตบุ๊ก ก็มีโอกาสที่จะเกิดการสูญหายได้เช่นเดียวกัน

ทีมงาน Cyberbiz ที่ได้รับอุปกรณ์ NAS จาก Synology มาทดสอบ เลยลองนำมาใช้งานแบบง่ายๆ เพื่อใช้เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลโดยเฉพาะ ที่ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งพาบริการคลาวด์ในการฝากไฟล์ แค่ที่บ้านมีการต่อใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ก็สามารถนำ DiskStation DS718+ มาใช้เป็นสตอเรจในการเก็บข้อมูลได้ทันที

ข้อดี

  • ติดตั้งใช้งานง่าย
  • มีแอปพลิเคชันให้เลือกใช้งานหลากหลาย
  • ใช้งานได้ทั้งเก็บไฟล์ภายในบ้าน ไปจนถึงเก็บข้อมูลธุรกิจ SMEs
  • รองรับการสตรีมวิดีโอระดับ 4K ภายในเครือข่าย

ข้อสังเกต

  • ราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง
  • ต้องซื้อฮาร์ดดิสก์มาใส่เพิ่ม

ทำความรู้จัก Synology

ข้อมูลเบื้องต้นของ Synology  ถือเป็นแบรนด์ที่มีความเชียวชาญในการทำ NAS (Network-Attached Storage) หรือเรียกง่ายๆก็คือการใช้อุปกรณ์ตัวนี้เป็นพื้นที่ในการเก็บข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

โดยทาง Synology จะแบ่ง NAS ออกมาเป็นชื่อเฉพาะในกลุ่มสินค้า DiskStation ซึ่งก็จะมีรุ่นย่อยแบ่งออกไปทั้ง J ซีรีส์ ที่เหมาะกับการใช้เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคล Value ซีรีส์ ที่เหมาะกับวิศวกรที่ต้องการประสิทธิภาพในการประมวยผลเพิ่มเติม มีการเข้ารหัสไฟล์ต่างๆ

ตามมาด้วยรุ่น Plus ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลเพิ่มเข้าไปอีก และรองรับการเพิ่มจำนวนฮาร์ดดิสก์ในการเก็บข้อมูล ไปจนถึงซีรีส์ FS & XS ที่เหมาะกับการนำไปใช้งานคู่กับเซิร์ฟเวอร์ในการทำเวอร์ชวลไลเซชันระดับสูง

เพียงแต่จุดเด่นหลักของ Synology ไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์มาทำเป็นแค่พื้นที่เก็บข้อมูลเท่านั้น แต่ยังมีชุดโปรแกรม (Package) ให้ผู้ใช้เลือกติดตั้งไว้ภายในอุปกรณ์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่การใช้งานภายในบ้านไปจนถึงธุรกิจ SMEs

พอร์ต และการเชื่อมต่อต่างๆ

ตัวกล่อง DS718+ ด้านหน้าจะมีช่องใส่ฮาร์ดดิสก์ มาให้ 2 ถาด พร้อมกุญแจล็อก โดยข้างๆจะมีไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานตัวเครื่อง การเชื่อมต่อสาย LAN ถัดลงมาเป็นปุ่มรีสตาร์ทเครื่อง พอร์ต USB 3.0 และปุ่มเปิดเครื่อง

ด้านหลัง พื้นที่หลักๆเลยจะเป็นพัดลมขนาดใหญ่ไว้ใช้ระบายอากาศ ตามมาด้วยพอร์ต LAN 1 Gbps 2 พอร์ต ช่องเสียบอะเดปเตอร์ไฟ และยังมีพอร์ต USB 3.0 สำหรับเชื่อมต่อ External HD อีก 2 พอร์ต และ eSATA ไว้เชื่อมต่อกับฮาร์ดดิสก์ เพิ่มเติม

ภายในจะมีแผงวงจร และเป็นที่อยู่ของหน่วยประมวลผลทางด้านขวา ลึกเข้าไปจะเห้นพัดลม และพอร์ตต่อฮาร์ดดิสก์อยู่ โดยตัวเครื่องจะมากับหน่วยประมวลผล Intel Celeron J3455 Quad Core 1.5 ที่เร่งความเร็วได้ถึง 2.3 GHz RAM 2 GB

ขนาดโดยรวมอยู่ที่ 157 x 103.5 x 232 มิลลิเมตร นำ้หนัก 1.74 กิโลกรัม

เปิดเครื่องติดตั้งใช้งาน

ในการนำมาใช้งานเบื้องต้น ถ้าเป็นผู้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านไอทีอาจจะต้องอาศัยการอ่านคู่มือประกอบ ในการทำตามขั้นตอนต่างๆเล็กน้อย อย่างตัว DiskStation DS718+ ที่ได้มาทดสอบ ทีมงานเริ่มจากการแกะกล่องออกมา

นำฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5” ติดตั้งเข้าไปในช่องใส่ (สามารถเลือกใส่ได้ทั้งขนาด 2.5” และ 3.5”) โดยในรุ่นนี้จะรองรับการใส่ฮาร์ดดิสก์ได้ 2 ลูกพร้อมกัน และยังสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ทั้ง 2 ลูกเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลทั้งหมด หรือจะใช้เป็นฮาร์ดดิสก์สำรองในการเก็บข้อมูลไปพร้อมๆกัน

หลังจากนั้น นำ DiskStation DS718+ เชื่อมต่อเข้ากับอะเดปเตอร์เสียบสาย Lan เข้าที่หลังเครื่อง (รองรับ Gigabit Lan) กดปุ่มเปิดเครื่อง ในคอมพิวเตอร์ หรือจะใช้ผ่านสมาร์ทโฟนก็ได้ เข้าไปตั้งค่าตัวเครื่องผ่าน URL find.synology.com หรือ diskstation:5000

เมื่อใส่ URL เข้าไปเรียบร้อยที่หน้าเว็บก็จะขึ้นหน้าแสดงรายละเอียดชื่อโมเดลที่ใช้งาน ไอพีที่ใช้ Mac Address และสถานะการทำงาน ที่ตอนนี้จะขึ้นว่ายังไม่ได้ติดตั้งอยู่ขึ้นมา เมื่อกดเชื่อมต่อ (Connect) ก็จะเข้าสู่หน้าจอการติดตั้ง เริ่มจากการลง Disk Station Manager (DSM) ที่เป็นเหมือนระบบพื้นฐานในการทำงานของ DiskStation รุ่นนี้

ถัดมาก็จะขึ้นหน้าจอมาให้ตั้งชื่อเซิร์ฟเวอร์ ไอดี พาสเวิร์ดไว้เข้าไปตั้งค่าต่างๆ โดยความพิเศษของ Synology ก็คือชื่อเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้งาน ในการเชื่อมต่อระยะไกล (Remote Server) ผ่านอินเทอร์เน็ตได้แม้อยู่นอกบ้านด้วย ผ่าน url อย่าง xxxxx.quickconnect.to ในกรณีที่ไม่ซ้ำกับชื่อที่คนอื่นตั้ง

เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จก็จะเข้าสู่หน้าควบคุมการทำงานของ DiskStation ที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าต่างๆผ่าน Control Panel เข้าไปติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมผ่าน Package Center หรือต้องการใช้งานเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียวก็เปิด File Station ขึ้นมาสร้างโฟลเดอร์ กำหนดสิทธิ์ในการใช้งานได้เลย

ใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่เก็บไฟล์ จนถึงใช้ทำงานร่วมกันในออฟฟิศ

ด้วยความที่ Synology เน้นการทำงานในส่วนขององค์กรธุรกิจด้วย ทำให้ภายใน Package Center จะมีแอปที่รองรับการใช้งานให้เลือกใช้หลากหลายประเภท ตั้งแต่การตั้งให้ตัวฮาร์ดดิสก์เป็นเฉพาะพื้นที่เก็บข้อมูล

โดยสามารถเลือกว่าจะใช้การเข้าถึงไฟล์ และโฟลเดอร์ต่างๆผ่าน File Station ไปจนถึงการลงแอปสำหรับสำรองรูปภาพ ที่สามารถติดตั้งแอปคู่ขนานบนสมาร์ทโฟน เพื่อทำการล็อกอินและให้ตัวเครื่องทำการอัปโหลดรูปมาเก็บไว้อัตโนมัติ

อีกส่วนที่น่าสนใจคือ โปรแกรมที่ใช้ในการตรวจ และแก้ไขไฟล์เอกสารต่างๆ ที่อยู่บนพื้นฐานของ Open Office ดังนั้น ถ้าติดตั้งใช้งานใน SMEs ก็ช่วยให้สามารถทำงานร่วมกันได้หลายๆคนใน 1 ไฟล์ เพื่อให้เกิดการ Collaborate ในการทำงานมากที่สุด

นอกจากนี้ ถ้าเป็นผู้ที่เชียวชาญในแง่ของการติดตั้งระบบ ก็จะมี App Package ให้เลือกติดตั้งอีกหลากหลาย ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับมืออาชีพ ซึ่งในจุดนี้แนะนำให้ลองศึกษาจากวิดีโอคู่มือเพิ่มเติมได้

ราคาสูง แต่คุ้มในระยะยาว

ประเด็นสำคัญของผลิตภัณฑ์จาก Synology ที่ต้องคำนึงถึงคือในเรื่องของระดับราคา เนื่องจากถ้าเป็นธุรกิจ SMEs ถือว่าเป็นการลงทุนในการสร้างสตอเรจเก็บข้อมูลภายในเครือข่าย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเมื่อทำก็ต้องใช้ในการปกป้องข้อมูลได้ด้วย ซึ่งในจุดนี้ Synology ก็จะมีโซลูชันต่างๆที่รองรับ

ถัดมาถ้ามองในแง่ของการใช้งานในบ้านทั่วๆไป ระดับราคาของ Synology จะสูงกว่าแบรนด์อื่นๆ สักหน่อยแต่ก้แลกมากับระบบการใช้งานที่หลากหลาย มีอินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานก็สามารถใช้งานได้

เบื้องต้น ราคาจำหน่ายของ Synology DiskStation DS718+ แบบไม่รวมฮาร์ดดิสก์จะอยู่ที่ 16,900 บาท ซึ่งถ้ามองว่าราคาสูงเกินไปสำหรับนำมาใช้ภายในบ้าน ก็จะมีรุ่นที่เล็กลงมาอย่าง DS218+ ในราคาเริ่มต้น 12,900 ที่ปรับสเปกภายในลงมานิดหน่อย

Gallery

]]>
Cyber Apps 16/7/18 : Kamoot / Oilist / Todoist / Space Pioneer https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-16718/ Mon, 16 Jul 2018 13:18:20 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28921 Komoot – ให้จักรยานพาคุณไปยังเส้นทางใหม่ๆ

ความมหัศจรรย์ของจักรยาน คือการที่มันสามารถพาเราไปยังที่ที่รถยนต์เข้าไม่ถึงได้ เราอาจจะรู้จักเส้นทางสำหรับนักปั่นในบ้านเกิดเมืองนอนของเรา แต่ถ้าเราอยู่ที่ต่างประเทศ เราคงจะไม่รู้แน่ๆ ว่าถนนเส้นไหนมีวิวที่สวยที่สุดที่คุ้มจะเสียเหงื่อเพื่อไปให้ถึงจุดหมายนั้น

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ดีที่สุดของ Komoot คือการให้คำแนะนำเรื่องเส้นทางที่ดีที่สุดจากคนท้องถิ่นและไฮไลท์สำคัญๆ ที่เราห้ามพลาดจากคนในชุมชนของแอป ซึ่งเราสามารถเพิ่มไฮไลท์พวกนี้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการผจญภัยครั้งต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ จุดน่าสนใจ หรือแม้กระทั่งร้านไอศกรีมก็ตาม ที่สำคัญคือแอปนี้แทบจะไม่กินอินเทอร์เน็ตขณะใช้งานเลย หากคุณเปิดใช้แผนที่แบบออฟไลน์

คุณยังสามารถลอกแผน ตามรอยทริปของผู้ใช้รายอื่นในแผนที่นั้นได้ด้วย ใครจะรู้ คุณอาจจะพบร้านกาแฟร้านโปรดที่ยังไม่มีใครรู้จักระหว่างทางที่ปั่นไปกับแอปนี้ก็เป็นได้!

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/komoot-cycling-hiking-maps/id447374873?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=de.komoot.android&hl=en_US

Oilist – เปลี่ยนภาพถ่ายของคุณให้เป็นงานศิลป์ชิ้นเอก

ถึงตอนนี้มิใช่เพียงแค่เศรษฐีเท่านั้นที่จะมีโอกาสมีงานศิลป์ชิ้นเอกติดที่ผนังบ้าน แต่คุณเองก็สามารถจับเอาภาพถ่ายธรรมดาๆ แปลงเป็นภาพงานศิลป์สีน้ำมันที่มีฝีแปรงการวาดสไตล์แวนโก๊ะ โมเน่ต์ และศิลปินดังคนอื่นอีกมากมาย

วิธีแปลงภาพถ่ายเป็นงานศิลป์ก็สุดง่าย แค่เลือกภาพถ่ายของคุณขึ้นมา จากนั้นก็เลือกสไตล์ภาพวาดของศิลปินที่คุณต้องการ รอแป๊บเดียวภาพถ่ายก็จะค่อยๆ แปลงออกมาเป็นภาพวาดที่สามารถปรับความละเอียดและความหนักเบาของฝีแปรงได้ด้วยคุณเอง พอใจภาพแล้วก็แค่กดบันทึกลงเครื่อง

และแอป Oilist เวอร์ชัน 2.0 นี้ มีการอัปเดทให้ตัวแอปทำงานเร็วขึ้น  ทั้งยังมาพร้อมสไตล์การวาดภาพใหม่ๆ กว่า 40 แบบ แอปนี้ใช้งานได้ทั้งบนไอโฟนและไอแพด ราคา 99 บาท

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/oilist/id985497767?mt=8

Todoist – จัดระเบียบชีวิตให้สุดเป๊ะ!

เพราะชีวิตทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่หากคุณยังคิดว่าเวลาของคุณไม่เพียงพอนั่นก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าคุณต้องหาตัวช่วยอย่างแอป Todoist มาเป็นคู่หูเสียแล้ว

แอป Todoist แค่ชื่อก็บ่งบอกถึงการจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำ (To-Do-List) ซึ่งวิธีจะเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยคุณจัดสรรงานมากมายเป็นกระบุงให้กลายเป็นงานที่ถูกเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลัง สามารถระบุชัดไปได้ว่างานแต่ละชิ้นต้องเสร็จภายในเมื่อไหร่ แยกรายการตามโครงการได้ และแจ้งเตือนให้เช็กความก้าวหน้าได้ตลอดเวลา และเมื่อทุกรายการทำสำเร็จตามกำหนดเวลา และมาดูที่ส่วนสถิติในแต่ละเดือน คุณก็จะรู้สึกถึงประโยคที่ว่า “เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน” นั้นมันฮึกเหิมขนาดไหน?

แอปนี้เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งบนไอโฟน ไอแพด และ Apple Watch แต่หากต้องการใช้เป็นพื้นที่ประสานงานกับกลุ่มเพื่อนก็จะต้องอัปเกรดเป็นบัญชีแบบพรีเมี่ยมปีละ 1,020 บาท

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/todoist-organize-your-life/id572688855?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.todoist&hl=en_US

Space Pioneer – สำรวจดาวดวงใหม่ไปกับความมัน

Space Pioneer คือเกมยิงแหลกแบบฉบับมุมมองบุคคลที่สามจากมุมสูง ลองนึกภาพเกม Robotron 2084 แบบมีกราฟิกแนวๆ การ์ตูนยุค 80s ดูสิ นั่นแหละคือสิ่งที่คุณจะได้เจอ ระบบการเล่นก็ง่ายคล้ายๆ กับเกม Robotron นั่นแหละ แค่ใช้นิ้วโป้งซ้ายบังคับทิศทางการเดินของตัวละคร Pioneer และเหล่าหุ่นยนต์ของคุณเพื่อสำรวจดาวแสนอันตรายให้ทั่ว ส่วนนิ้วโป้งขวาเป็นตัวยิงปืนสุดโหดทั้งหลายที่คุณมีนั่นเอง 

เกมนี้ยากแค่ไหนน่ะเหรอต้องบอกว่า “หลอกว่าง่าย” ถึงจะถูก เพราะด่านแต่ละด่านจะเริ่มด้วยกองทัพเอเลียนระดับยาก แล้วต่อด้วยระดับยากมาก แถมมีบอสโหดๆ โผล่มาอีก คุณต้องใช้ทุกอาวุธและฝีมือทั้งหมดที่คุณมีในการจัดการพวกมัน ดังนั้น จัดการวางป้อมปืนและกับระเบิดให้พร้อม อัพเกรดพลังชีวิตและสกิลเรื่อยๆ สักพักคุณจะสามารถใช้อาวุธระดับเทพเพื่อนำมากวาดล้างเหล่าสัตว์ประหลาดสุดอันตรายเหล่านี้ให้สิ้นซาก อีกหนึ่งความดีงามของเกมนี้คือสีสันฉูดฉาดดึงดูดสายตา ที่เปิดโลกอวกาศให้มีสีสันมากกว่าความมืดมิดและแสงสุกสกาวจากดวงดาวที่เราคุ้นเคย

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/space-pioneer/id1204790625?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.vividgames.outerpioneer&hl=th

]]>
Review : Asus ZenFone Max Pro M1 ชาร์จไวแม้แบตใหญ่ 5,000 mAh https://cyberbiz.mgronline.com/review-asus-zenfone-max-pro-m1/ Tue, 10 Jul 2018 10:59:40 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28847

เพราะ ZenFone Max Pro M1 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดขายที่แบตเตอรี่ใหญ่สะใจ 5,000 mAh เมื่อหน้าจอแสดงว่าเหลือแบตเตอรี่ 2% เราพบว่า ZenFone Max Pro ก็ยังใช้งานต่อได้อีกเกินครึ่งชั่วโมง แถมแบตเตอรี่ใหญ่โตเช่นนี้ยังใช้เวลาไม่นานในการชาร์จ ซึ่งหากใครลืมชาร์จ ก็สามารถชาร์จไว้ครู่หนึ่งเพื่อใช้งานต่อได้ทั้งวัน

จุดสังเกตของ ZenFone Max Pro อยู่ที่กล้องซึ่งแม้จะใช้กล้องหลังคู่ ความละเอียด 16MP + 5MP แต่ถือว่าพัฒนาคุณสมบัติกล้องออกมาแบบไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับราคาเดียวกัน ขณะที่เครื่องสีดำเป็นรอยนิ้วมือง่ายจนอาจทำให้หลายคนหงุดหงิดใจไม่น้อย

ข้อดี

– ระบบปฏิบัติการ Pure Android

– ถาดใส่ซิมคู่ และการ์ดเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล 3-in-1

– หน้าจอ FHD

– แบตเตอรี่ใหญ่ใช้งานได้ข้ามวัน

ข้อสังเกต

– กล้องไม่โดดเด่น

– เครื่องกว้าง ผู้หญิงอาจจับเครื่องมือเดียวลำบาก

ไม่หนาไม่หนัก

ต้องปรบมือให้ Asus ที่สามารถจัดเต็มแบตเตอรี่ mAh ขนาด 5,000 mAh ลงในเครื่องที่มีความหนาเพียง 8.5 มม. (ขนาดตัวเครื่อง 159 x 76 x 8.5 มิลลิเมตร) วัสดุตัวเครื่องเป็นโพลีคาร์บอเนต แต่ให้ความรู้สึกแข็งแรง น้ำหนัก 180 กรัมถือว่าไม่มากเลยเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่

ZenFone Max Pro M1 มีหน้าจอ 5.99 นิ้ว IPS-LCD ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล สัดส่วน 18:9 กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล F2.0 พร้อมกับ LED Flash (16 ล้านพิกเซล เฉพาะ รุ่น RAM 6GB) หลังเครื่องติดตั้งกล้องคู่ ที่วางในแนวตั้งเหมือนกับบน iPhone X มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ตรงกึ่งกลางเครื่อง อยู่ด้านบนโลโก้แบรนด์ Asus

ถาดซิมรองรับ 2 นาโนซิมการ์ดและไมโครเอสดีการ์ด ที่ใส่ถาดซิมอยู่ด้านซ้ายของเครื่อง ตรงข้ามกับด้านขวาที่เป็นปุ่มเปิด–ปิดเครื่อง และปุ่มปรับระดับเสียง ด้านล่างเครื่องเป็นพอร์ต USB-C ลำโพง และไมโครโฟนสนทนา

ZenFone Max Pro M1 ใช้ซีพียู CPU Qualcomm Snapdragon 636 Octa Core 1.8 GHz พร้อมกับ GPU Adreno 509 เลือกได้ระหว่างรุ่น RAM 3GB, 4GB และ 6GB ความจุพื้นที่เก็บข้อมูลในตัว 32GB (เฉพาะรุ่น RAM 3GB) 64GB (เฉพาะรุ่น RAM 4 – 6GB) เพิ่มความจำได้ด้วย Micro SD รองรับสูงสุด 400GB

ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo รองรับ 3G/4G LTE Cat 4 150/50Mbps

2 ชั่วโมงกว่าก็ชาร์จเต็ม

จากการทดสอบ Asus Zenfone Max Pro M1 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการชาร์จไฟแบตเตอรี่ 5,000 mAh เต็มตั้งแต่ 10-100% โดยอุปกรณ์ชาร์จที่จัดมาให้ในกล่องคืออะแดปเตอร์ 10 วัตต์ ซึ่งไม่รองรับมาตรฐาน Quick Charge

แม้ Asus Zenfone Max Pro M1 ไม่รองรับมาตรฐาน Quick Charge เหมือนคู่แข่ง แต่เมื่อลืมชาร์จจนแบตเตอรี่เหลือน้อย พบว่าเพียงชาร์จไว้ครู่เดียวก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ตลอดวัน จากการทดลองใช้งานตั้งแต่เช้า 8 โมงด้วยแบตเตอรี่ชาร์จเต็ม 100% แบตเตอรี่มักจะเหลือ 50% ในช่วงเย็นของวันแม้จะเล่นเกม ถ่ายวิดีโอ ดูวิดีโอบน YouTube

สิ่งที่อาจทำให้ผู้ใช้ ZenFone Max Pro M1 เหนื่อยใจคือตัวเลขพลังไฟที่จะเพิ่มขึ้นช้ามากเมื่อชาร์จ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าการชาร์จทำได้ช้าเหลือเกิน ซึ่งเมื่อทนไม่ไหวแล้วตัดสินใจเลิกชาร์จ ก็จะพบว่ายังสามารถใช้งาน ZenFone Max Pro M1 ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบแบตเตอรี่เมื่อเปิดหน้าจอสว่างสุดด้วย Work 2.0 สถิติที่ได้กลับอยู่ที่ 10 ชั่วโมง คาดว่าตัวเลขผลการทดสอบนี้จะเพิ่มขึ้น หากมีการลดความสว่างหน้าจอลงและปิดโปรแกรมพื้นหลัง

ห้ามซูม

กล้องหลังของ ASUS Zenfone Max Pro M1 มีความละเอียด 13MP + 5MP สำหรับรุ่น RAM 3GB และ 16MP + 5MP สำหรับรุ่น RAM 6GB และ 4GB การทดสอบพบว่าเอฟเฟกต์ภาพเบลอไม่ค่อยใกล้เคียงกับธรรมชาติ และไม่มีโหมดให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่ารูรับแสงได้ตามใจต้องการ

อย่างไรก็ตาม แม้จะรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K แต่การทดสอบพบว่าคุณภาพการซูมของกล้องนั้นทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เมื่อเปิดโหมดย้อนแสง ASUS Zenfone Max Pro M1 ทำได้ดี ภาพถ่ายแสงมากช่วงกลางวันให้คุณภาพไม่ผิดหวัง แต่ noise รบกวนเล็กน้อยในสภาพแสงน้อย

ครบเครื่องใช้คุ้ม

นอกจากกูเกิล เซอร์วิส และแอปพื้นฐานทั่วไป เช่น เครื่องคิดเลข, เครื่องอัดเสียง และ FM Radio แล้ว ASUS Zenfone Max Pro M1 ยังมีระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ แต่รวมอยู่ในส่วน Setting เท่านั้น

ระบบความปลอดภัย ASUS Zenfone Max Pro M1 มีทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้า ถือว่าครบเครื่องคุ้มราคารอบด้าน ขณะที่ส่วนประสิทธิภาพของเครื่อง พบว่าคะแนนทดสอบอยู่ในระดับสูง และตอบสนองการเล่นเกมได้ดี

สรุป

หากใครมองว่าแบตเตอรี่มีความสำคัญมากที่สุด ZenFone Max Pro M1 ถือเป็นคำตอบที่ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนเพราะ ZenFone Max Pro M1 คือโทรศัพท์ราคาเอื้อมถึงที่มีแบตเตอรี่ใหญ่ใช้งานได้ยาวนานที่สุดเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับเดียวกัน ซึ่งแม้ Zenfone Max Pro M1 อาจไม่สมบูรณ์แบบทุกด้าน แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับงบประมาณค่าตัว ZenFone Max Pro ที่เริ่มต้น 5,990 บาท

Zenfone Max Pro M1 มีให้เลือกซื้อ 3 รุ่น ได้แก่ RAM 3GB / ROM 32GB ราคา 5,990 บาท, RAM 4GB / ROM 64GB ราคา 6,990 บาท อีกรุ่นคือ RAM 6GB / ROM 64GB ราคา 7,990 บาท นี่คือราคาอัปเดทล่าสุด กรกฎาคม 2018

]]>
Cyber Apps 09/07/18 : Kaia Perfect / Skoove / Photomath / Pokémon Quest https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-090718/ Mon, 09 Jul 2018 08:12:15 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=28836 Kaia Perfect Squat เล่นท่า Squat แบบถูกวิธีกับครูฝึกที่หน้าจอ

การออกกำลังกายด้วยการนั่งยองๆ หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “ท่าสควอท (Squat)” นั้น ถือเป็นท่าออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ ทั้งการเล่นท่าสคอวทอย่างถูกวิธี ก็ยังมีประโยชน์กับสรีระของเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อทั้งลำตัว เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย และส่งเสริมบุคคลิกให้สง่างามแต่ในความง่ายก็มีความท้าทายอยู่ เช่น ย่อเข่าไม่ต่ำพอ บิดหัวเข่ามากไป สันเท้ายกลอย

การออกกำลังกายท่าสควอทแบบผิดท่าเหล่านี้ จะถูกเปลี่ยนให้ถูกต้องในพริบตา ด้วยคำแนะนำจากเทรนเนอร์ในแอป Kaia Perfect Squat Challenge ที่มีความเจ๋งตรงที่ใช้ความสามารถของกล้องหน้าในการตรวจจับระดับและการเคลื่อนไหวของสรีระของร่างกายเราแบบเรียลไทม์ เมื่อเราเห็นภาพโครงกระดูกขยับไปมาในกรอบเล็กๆ ก็รู้ไว้เลยว่าที่คุณภาพจำลองของคุณเอง จากนั้นก็เริ่มนั่งยองๆ ในท่าสควอทได้ทันที ระบบจะทำการส่งเสียงเชียร์ และนับแต้มหากคุณทำได้ถูกท่า และจะยิ่งสนุกกว่านั้นหากคุณส่งลิ้งค์ไปให้เพื่อนมาร่วมแข่งด้วยกัน

แอปนี้ดาวน์โหลดได้ฟรีบนไอโฟนและไอแพด (ใช้ได้กับ iOS11 ขึ้นไปเท่านั้น

ผู้ใช้ iOS 11 ขึ้นไปสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/kaia-perfect-squat-challenge/id1393680040?mt=8

Skoove ฝึกเรียนเปียโนได้ทุกที่ 

แค่ปรับจอเป็นแนวนอนคุณก็มีเปีนโนขนาดมินิ ติดตัวเพื่อไปฝึกฝนเล่นเพลงโปรดได้ทุกที่กับแอป “Skoove” ในแอปมีทั้งคลิปสอนเล่นเปียโนหลากระดับ ตั้งมือใหม่ยันมือโปร หากใครไม่มีคีย์บอร์ดหรือเปียโนจริงๆ ก็ยังสามารถฝึกเล่นได้จากเปียโนเสมือนจริงบนจอ

ตัวแอปจะมีสีสันเป็นแนวทางให้เราว่าเพลงนี้ต้องกดปุ่มไหน ระหว่างที่เรารู้ตำแหน่งของคีย์บอร์ดเราก็จะได้ฝึกอ่านโน้ตบนจอไปพร้อมกัน ใครที่เป็นมือใหม่หัดเล่นเปียโนด้วยตัวเองจะต้องตื่นเต้นมากทีเดียว!

แอปนี้ดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้งบนไอโฟนและไอแพด แต่หากต้องการเล่นเพลงในระดับที่ยากขึ้นก็ต้องสมัครสมาชิกระดับพรีเมี่ยมที่เริ่มต้นเดือนละ 609 บาทขึ้นไป

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่https://itunes.apple.com/th/app/skoove-piano-lessons/id1160668178?mt=8

Photomath – แก้โจทย์เลขแสนซับซ้อนได้ในแชะเดียว

หนทางสู่การปลดเปลื้องพันธนาการจากการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ได้มาถึงแล้วแค่ส่องกล้องไปที่โจทย์คณิตศาสตร์แล้วแอป Photomath ก็จะสแกนสมการและหาคำตอบให้คุณโดยอัตโนมัติ 

มันอาจจะฟังดูขี้โกงไปบ้าง แต่แอปนี้ก็ไม่ได้ให้แค่คำตอบ แต่ยังอธิบายด้วยว่าทำไมถึงต้องแก้โจทย์ด้วยวิธีแบบนี้ แอปจะค่อยๆ แก้โจทย์ออกมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และวาดออกมาเป็นกราฟได้ด้วยเพื่อจำลองการเอาตัวแปรมาพล็อตจุด จะได้หายสงสัย แถมความเด็ดอีกอย่างอยู่ที่แอปนี้อ่านลายมือบนกระดาษ กระดานดำได้ด้วย

แต่ไม่ได้แปลว่าคุณจะใช้แอปนี้ได้กับโจทย์เลขทุกรูปแบบนะ เพราะโจทย์จะต้องมาในรูปแบบของสมการเพื่อที่แอปจะสแกนแต่ละบรรทัดได้ ทั้งนี้ มันก็ยังไม่สามารถคำนวณบางโจทย์ที่ซับซ้อนมากได้เช่นกัน แต่ถ้าเป็นโจทย์เลขระดับทั่วไปล่ะก็หายห่วง เอาเป็นว่าถ้าการบ้านวันนี้มันยากไป ลองให้แอปนี้ช่วยอธิบายทีละขั้น ช่วยหาค่า x แสนยากเย็นให้ลุล่วงกันไปเลย

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/id919087726

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.microblink.photomath&hl=th

Pokémon Quest – ออกเดินทางตามหาโปเกมอนสุดน่ารักกันอีกครั้ง

สัมผัสความสวยงามและความน่ารักของเหล่าโปเกมอนในรูปแบบกล่องสี่เหลี่ยมสุดน่ารักกว่า 151 ตัวจากเขต Kanto ในโลกอันแสนกว้างใหญ่ ที่ให้คุณทำภารกิจได้หลากหลายในเกม Pokémon Quest และแน่นอนว่าปิกาจู เนียส ชาริซาร์ด ก็มาแบบก้อนเหลี่ยมๆ ที่ดูแล้วน่ารักอย่างแรง!

การเดินทางของคุณในเกาะ Tumblecube จะเริ่มขึ้นหลังจากที่คุณเลือกโปเกมอนตอนเริ่มต้น โดยโปเกมอนของคุณจะเคลื่อนที่โดยอัตโนมัติ และเข้าต่อสู้กับโปเกมอนป่า หน้าที่ของคุณก็คือกดใช้สกิลของมันเพื่อให้โปเกมอนจัดการคู่ต่อสู้ในขณะที่อีกฝั่งกำลังชาร์จพลัง (ความสนุกอยู่ตรงนี้แหละและเก็บไอเทมมาปรุงอาหารที่แคมป์เพื่อล่อโปเกมอนป่าเก็บเข้าทีมของตัวเอง พร้อมเพิ่มความแกร่งให้มันด้วยหิน Power Stone ที่จะได้มาระหว่างการเล่น 

สไตล์การเล่นแบบกึ่งอัตโนมัติและกราฟิกแสนน่ารักของเกม Pokémon Quest จะให้ประสบการณ์สดใหม่และแตกต่างจากเกมโปเกมอนที่คุณเคยเล่นมาแน่นอน

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/id1345187641

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=jp.pokemon.pokemonquest

]]>