CBIZ Reviews – MGR Online https://cyberbiz.mgronline.com เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์ ไอที ไฮเทค เป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดการออนไลน์ Mon, 17 Jun 2019 05:04:44 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.9.6 Cyber Apps 17/06/19 : แชร์เทคนิคสร้างสรรค์ภาพสวัสดี ครบ 7 สี 7 วัน ไว้ส่งหากันแทนความห่วงใย https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-170619/ Mon, 17 Jun 2019 05:04:44 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30886 สวัสดีจันทร์ ขอให้รุ่งเรือง ร่ำรวย สุขภาพแข็งแรง” หลายคนคงได้คำอวยพรในรูปแบบภาพรุ่งอรุณสดใส ดอกไม้บานฉ่ำ ส่งเข้ามาในกล่องข้อความทุกเช้าจากผู้ใหญ่ที่คุณรัก ทำให้เราฟีลกู้ดกันแต่เช้าเลย และคุณรู้ไหมว่า ขอเพียงแค่ผู้รับส่งข้อความตอบกลับไมตรี จะยิ่งทำให้หัวใจของเหล่าคุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า คุณน้า คุณอา ฯลฯ ยิ่งอบอุ่นใจ

ในโอกาส Apple เปิดหน้าเว็บไซต์รวมรูปถ่ายจาก iPhone XS ที่จัดโทนสีสรร 7 วัน ว่าแล้วก็มาดูเทคนิคการทำภาพสวัสดี 7 สี ในสไตล์โมเดิร์น พร้อมมุมกล้องแจ๋วๆ เพื่อส่งกลับไปหาคนที่ห่วงใยคุณกันเลย

ถ่ายภาพมุมสวยๆ ด้วยแอปเหล่านี้เลย

แทนที่จะเลือกรูปดอกไม้จากอินเทอร์เน็ต ลองเดินไปหลังบ้านและถ่ายภาพดอกไม้ด้วยตัวเองดูไหมในเมนูกล้องของ iPhone XS ของคุณสามารถทำให้ฉากหลังเบลอสวยได้ด้วยโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait Mode) หรือจะถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นจากระเบียงบ้านก็ได้โดยใช้ฟังก์ชัน Smart HDR ทำให้ได้ภาพแสงทองยามเช้าอันสวยงามอย่างง่ายดาย หรือหากอยากถ่ายภาพให้ออกมาเหมือนฟิล์มเก่าๆ ที่ถ่ายจากกล้องฟิล์มล่ะก็ แอปอย่าง Nomo สามารถเสกภาพอารมณ์วินเทจได้ทันตา

ส่วนการแต่งภาพให้มีโทนสีประจำวันทั้ง 7 สี ก็แค่ลงแอปอย่าง Afterlight 2  แล้วเลือกรูปดอกไม้ที่ถูกใจ จากนั้นก็เริ่มตัดรูปให้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสโดยเลือกที่เมนู Crop และเลือก Square จากนั้นก็เริ่มปรับโทนสีให้ภาพทั้งภาพเป็นสีๆ เดียว เช่น วันจันทร์โทนสีเหลือง ก็เข้าไปที่เมนูปรับค่าสี (ปุ่มที่ 2) แล้วเลือกสนุกกับการแต่งสีที่เมนูต่างๆ อาทิ Color Overlay, Selective Hue, Hue เป็นต้น

แต่งนิดแต่งหน่อย ใส่กรอบสวยๆ

แค่เปลี่ยนสีภาพมันอาจจะธรรมดาไป คุณสามารถเพิ่มภาพพื้นหลังให้เป็นสีต่างด้วยแอป VSCO เลือกที่เมนู Border แต่หากคุณเห็นว่าแค่การเปลี่ยนสีพื้นหลังยังธรรมดาไป เราขอแนะนำแอปสำหรับการใส่กรอบภาพโดยเฉพาะอย่าง VOUN ที่มีทั้งกรอบไม้  กรอบโลหะ ทั้งยังเลือกความหนาของกรอบได้อีกด้วย

เพิ่มข้อความซึ้งๆ สื่อความนัย

เมื่อได้ภาพสวยๆ มาอยู่ในมือแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือ การใส่ข้อความคำอวยพรที่มีสีสันเจ็บๆ ลงไปในภาพ ซึ่งแอปอย่าง Over Edit & Add Text to Photos  ก็เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เพราะสามารถเลือกแบบอักษรได้มากมาย ทำตัวหนา ตัวบาง จัดข้อความชิดซ้ายขวา ก็ทำได้หมด

เมื่อทำเสร็จแล้วก็อย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุกด้วยล่ะ ตอนเช้าจะได้ไม่ลืมส่งผลงานดีๆ ให้ทุกคนที่คุณรัก ให้พวกเราจะได้ยิ้มร่าก่อนเริ่มวันใหม่ไปด้วยกัน

]]>
Review : Samsung Galaxy A70 เพียงพอสำหรับเกมเมอร์ในราคาหมื่นกลางๆ https://cyberbiz.mgronline.com/review-samsung-galaxy-a70/ Wed, 12 Jun 2019 15:57:21 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30831

ช่วงปลายปีที่ผ่านมาซัมซุง (Samsung) เริ่มนิยามสมาร์ทโฟนในตระกูล A ซีรีส์ ออกมาใหม่ ที่จะเน้นนำนวัตกรรมล่าสุดมาให้ผู้บริโภคได้ใช้งานกัน ในระดับราคากลางๆ พร้อมกับออก Galaxy A7 Galaxy A8 ออกมา

พอมาในปีนี้ ซัมซุง ก็ยังเดินหน้าแนวทางเดิมต่อเนื่อง แต่ปรับให้ไลน์สินค้าของ Galaxy A กว้างขึ้น พร้อมกับเข้ามาทดแทน J ซีรีส์เดิม ด้วยการนำเสนอ Galaxy A10 A30 A50 A70 และ A80 ออกมา คลุมระดับราคาตั้งแต่ไม่ถึง 5 พันบาท ไปจนเกือบ 2 หมื่นบาท

หนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจ และเชื่อว่าซัมซุง ทำราคาออกมาได้ดี และแข่งขันกับแบรนด์จีนได้อย่างเต็มตัวคือ Samsung Galaxy A70 ซึ่งอยู่ในช่วงราคาหมื่นกลางๆ ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาไลน์สินค้าที่เจาะตลาดกลุ่มนี้ของซัมซุงหายไป และพบว่าการกลับมาครั้งนี้ ทำการบ้านมาค่อนข้างดี

ข้อดี

  • สมาร์ทโฟนจอใหญ่ เล่นเกมลื่น
  • แบตเตอรีอึดใช้ได้หมดวันสบายๆ รองรับชาร์จเร็ว
  • ตัวเครื่องใช้วัสดุเกรดเดียวกับพรีเมียม

ข้อสังเกต

  • การถ่ายภาพในที่แสงน้อยยังไม่ค่อยดี
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ยังไม่แม่นยำ

สมาร์ทโฟนพรีเมียมราคาดี

การวางจุดขายเป็นสมาร์ทโฟนสำหรับคอเกมใน Galaxy A70 ในไทย แสดงให้เห็นถึงโอกาสในตลาดเกมเมอร์ของ Samsung ที่มองว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะกลายเป็นลูกค้าหลักของเครื่องรุ่นนี้ เพราะในช่วงระดับราคาหมื่นกลางๆ มีตัวเลือกหลากหลายเป็นอย่างมากในตลาดสมาร์ทโฟน

ในแง่ของการออกแบบตัวเครื่องด้วยการที่เน้นจอขนาดใหญ่ถึง 6.7 นิ้ว แต่ในแง่การจับถือ ทำออกมาได้ดี ด้วยการนำดีไซน์แบบ 3D Glasstic มาใช้งาน ทำให้บริเวณขอบหลังเครื่องโค้งรับกับมือเวลาจับใช้งานทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 164.3 x 76.7 x 7.9 มิลลิเมตร นำ้หนัก 183 กรัม

โดยในส่วนของหน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว จะมากับความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) ในสัดส่วนจอ 20:9 ใช้เป็นจอ Infinity-U ที่มีกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/2.0 เป็นหยดน้ำอยู่ตรงกลาง ความพิเศษก็คือมีการใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใต้จอมาให้ใช้งานกันด้วย

หลังเครื่อง นอกเหนือจากวัสดุที่ใช้เป็นกระจกแล้ว ที่เหลือคือ กล้องทั้ง 3 ตัวประกอบไปด้วย กล้องหลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/1.7 เป็นเลนส์หลัก ตามด้วยเลนส์มุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล และเลนส์ชัดลึก 5 ล้านพิกเซล และไฟแฟลช

ทำให้ซัมซุง เน้นนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการถ่ายภาพเพิ่มเข้ามา ทั้งการถ่ายภาพในมุมมองปกติ มุมกว้างเพื่อเก็บบรรยากาศ ไปจนถึงการถ่ายภาพบุคคล ที่ผสมผสานจากเลนส์ชัดลึก ที่ช่วยเบลอฉากหลังได้เนียนมากขึ้น รวมุคงโหมดถ่ายภาพที่นำ AI มาช่วยคำนวนต่างๆ

ภายในตัวเครื่องให้แบตเตอรีมาถึง 4,500 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 25W หน่วยประมวลผลเป็น Snapdragon 675 ที่ใช้ Octa Core 2 GHz / 1.7 GHz RAM 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB รองรับการเพิ่มไมโครเอสดีการ์ดสูงสุด 512 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 9.0

ส่วนของการเชื่อมต่อตัวเครื่องจะมีพอร์ต USB-C มาให้ไว้ชาร์จ และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ส่วนการเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 802.11 a/b/g/n/ac บลูทูธ 5.0 GPS ไม่รองรับ NFC ขณะที่ซิมการ์ดเป็นแบบนาโนซิม สามารถใส่ใช้งาน 2 ซิมได้ โดยมีช่องใส่แยกจากไมโครเอสดีการ์ด

อินเตอร์เฟสที่คุ้นเคย

ในส่วนของการใช้งานอินเตอร์เฟส One UI ของ Samsung ที่มากับแอนดรอยด์เวอร์ชัน 9.0 น่าจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคุ้นเคยมากขึ้น ด้วยการลดปุ่มกดต่างๆ หันมาใช้การปัดขึ้นเพื่อเข้าสู่หน้ารวมโปรแกรม ปัดลงเพื่อเข้าสู่หน้าการแจ้งเตือน หรือตั้งค่าลัดต่างๆ

ประกอบกับการที่ A70 ถูกออกแบบมาจับกลุ่มเกมเมอร์ ทำให้นำเสนอระบบอย่าง Game Launcher ที่จะรวบรวมแอปเกี่ยวกับเกมเข้าไปไว้ภายใน โดยหลังจากเปิดเกมเล่นแล้วตัวเครื่องจะปรับประสิทธิภาพให้อยู่ในระดับสูงที่สุดตลอดเวลา เพื่อให้เกมลื่นไหลมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าเพิ่มเติมใน Game Tools เพื่อปิดการแจ้งเตือน และสายเรียกเข้าต่างๆ เลือกปิดการเข้าสู่โหมด Bixby (กรณีไปโดนปุ่มข้างเครื่อง) ปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ รวมถึงสามารถกดเพื่อจับภาพหน้าจอ หรือบันทึกวิดีโอหน้าจอขณะเล่นเกมได้ด้วย

ความพิเศษอีกอย่างคือ Pop-Up Panel ที่ในระหว่างเล่นเกม ผู้ใช้สามารถเปิดหน้าจอป็อปอัป เพิ่มขึ้นมาเป็นจอซ้อนกัน อย่างเช่นถ้าต้องการค้นหาข้อมูลด่วน หรือเปิดวิดีโอดูวิธีการเล่น ก็สามารถดูผ่านหน้าจอป็อปอัปโดยไม่ต้องออกจากเกมได้

เด่นที่กล้อง จอ และแบตฯ

ในต่างประเทศ A70 จะเน้นการนำเสนอเรื่องกล้องที่มากับ 3 เลนส์ คือมีทั้งเลนส์มุมปกติเพื่อให้สามารถเก็บภาพความละเอียดสูงคุณภาพดีได้ เพิ่มเติมด้วยเลนส์มุมกว้าง เพื่อให้เก็บภาพในมุมมองใหม่ๆ และเลนส์เทเลฯ ที่เข้ามาช่วยเรื่องความชัดลึกของภาพ

ดังนั้น A70 จึงถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับหมื่นกลางๆ ที่นำมาใช้ในการถ่ายภาพได้มุมมองที่หลากหลาย เพียงแต่ว่าด้วยการที่ไม่ใช่ตัวท็อป คุณภาพรูปที่ได้อาจจะสู้กับรุ่นไฮเอนด์ไม่ได้ แต่ว่าก็อยู่ในระดับที่เพียงพอกับการแชร์ขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์กอยู่แล้ว

สำหรับหน้าจอของ A70 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่เหมาะกับการรับชมภาพยนต์ หรือเล่นเกมมาก เพราะให้ขนาดจอมาถึง 6.7 นิ้ว ในความละเอียด Full HD+ ที่แม้ว่าจะมีกล้องหน้ากินพื้นที่บริเวณขอบจอในแนวของ Infinity-U แต่ก็ไม่ได้ใช้พื้นที่มากเกินไป

จุดพิเศษอีกอย่างของ A70 คือมากับระบบการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ ที่แม้ว่าจะไม่รวดเร็วเท่าบน S10 แต่ก็ถือว่าตอบสนองการใช้งานได้ค่อนข้างรวดเร็ว หรือถ้าไม่ชอบก็สามารถใช้การปลดล็อกด้วยใบหน้าได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมากับระบบชาร์จเร็ว 25w ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรีขนาด 4,500 mAh ได้เต็มภายในเวลาชั่วโมงนิดๆ หรือชาร์จได้ประมาณ 80% ภายในเวลา 1 ชั่วโมง โดยอะเดปเตอร์ที่ให้มาก็เป็นแบบใหม่ที่รองรับ Super Fast Charging ด้วย

ทดสอบประสิทธิภาพ

สรุป

Samsung Galaxy A70 ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นของ Galaxy A Series ประจำปี 2019 ที่ทำออกมาได้น่าสนใจ ทั้งการวางระดับราคาที่ครอบคลุม โดยเฉพาะรุ่นนี้อยู่ที่ 15,990 บาท ได้สมาร์ทโฟนจอใหญ่ 6.7 นิ้ว มีหลายฟีเจอร์เหมือนกับรุ่นไฮเอนด์ ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบนำไปใช้เพื่อความบันเทิงได้เป็นอย่างดี

]]>
Cyber Apps 10/06/19 : Flow / HomeCourt / ELOH / Ordia https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-100619/ Mon, 10 Jun 2019 09:20:44 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30824 Flow by Moleskine วาดเขียนฟินๆ อย่างมีสไตล์

หากคุณรู้ดีว่าการบรรยายความรู้สึกนึกคิดด้วยรูป มันง่ายกว่าการเขียนเป็นไหนๆ แอปอย่าง Flow by Moleskine มันเกิดมาเพื่อเป็นสมุดสเก็ตช์เล่มใหม่ให้กับคุณ ดีไซน์ของแอปก็ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเปิดคู่มือ

ปัดซ้ายเพื่อเริ่มกระดาษใหม่ กดที่สีเพื่อเปลี่ยนสี กดที่ปากกาเพื่อเลือกหัวปากกาหลากหลายแบบ ซึ่งมีทั้งหัวดินสอ ปากกาลูกลื่น ปากกาหัวตัด ปากกาหมึกซึม ปากกาเมจิก ฯลฯ ครบองค์ และกดปุ่มตรงกลางจอปุ่มเดียว เครื่องมือทั้งหมดก็จะถูกเก็บในลิ้นชัก เพื่อเพิ่มสมาธิให้คุณบรรเลงผลงานได้อย่างเต็มที่

หากใช้งานบนไอแพดก็ยังรองรับฟีเจอร์ การเปิด 2 จอ (Split View) การลากและวาง (Drag-and-drop) อีกด้วย และเพราะการออกแบบแอปที่ให้ใช้งานง่ายยิ่งกว่าสมุดโน้ต Moleskine แบบกระดาษ จึงไม่แปลกที่มันจะเข้าตาและคว้ารางวัลสุดยอดแอปที่มีการออกแบบเป็นเลิศแห่งปี (Apple Design Award) จาก Apple ในปี 2019 นี้

Flow by Moleskine ดาวน์โหลดได้ฟรีบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/flow-by-moleskine/id1271361459?mt=8

HomeCourt บันทึกทุกการชู้ตให้รู้จุดอัพสกิล

ในกีฬาบาสเก็ตบอล หากคุณเป็นผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) นอกจากการฝึกหนัก มีฝีมือ และดวงขึ้นแล้ว หากอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยก็จะยิ่งทำให้คุณถึงฝันนั้นได้ไวยิ่งขึ้น และแอปอย่าง Homecourt ก็พร้อมเป็นโค้ชผู้พาคุณสู่ประตูชัยนั้น

จุดเด่นของแอปนี้คือ การผสานระหว่างการบันทึกภาพและการประมวลผลของภาพโดยสมองกล และการวิจัยการเล่นของนักบาสตำแหน่งพอยท์การ์ดตัวจริงอย่าง สตีฟ แนช (Steve Nash) เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดนี้มาเป็นคำแนะนำกับนักบาสทั่วโลก หลังจากตั้งกล้องให้สูงจากพื้น 1.5 เมตรและเปิดแอป ระบบก็จะทำการจับภาพพื้นสนามบาส ห่วง และผู้เล่น เพื่อดูระยะ จากนั้นก็เริ่มชูตได้เลย ระบบจะทำการถ่ายวิดีโอ และจะทำการวิเคราะห์ทุกๆ การยิงลูก (ทั้งลงและไม่ลงห่วง) ของคุณ

โดยให้ข้อมูลตั้งแต่การคำนวนระยะเวลาการปล่อยลูก (ยิ่งปล่อยไวก็จะลดโอกาสการโดนบล็อกจากฝ่ายตรงข้ามได้มากเท่านั้น) มุมของการบิดขา (ยิ่งขาชิดกันยิ่งมั่นคงทำให้เล็งลูกถูกทิศทางยิ่งขึ้น) เช็กองศาของลูกที่ชู้ตออกไป (ยิ่งสูงยิ่งโค้งจะยิ่งมีโอกาสลงห่วงด้วยเสียงซวบๆ) และ ณ จุดไหนของสนามที่คุณยิงลูกเข้าบ้าง เพื่อวิเคราะห์การเล่นให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ความอัจฉริยะของแอปนี้ เป็นที่โปรดปรานของนักบาสเก็ตบอลทั้งมือสมัครเล่นและมือเก๋า ทั้งปีนี้เองยังถูกรับเลือกให้เป็นสุดยอดแอปที่มีการออกแบบเป็นเลิศแห่งปี (Apple Design Award) จาก Apple ด้วย

Homecourt ใช้งานได้ทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/homecourt-the-basketball-app/id1258520424?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.capture.idea.homecourt&hl=en_US

ELOH สัมผัสความเพลิดเพลินของปริศนาพัซเซิลและเสียงเพลง

ความรู้สึกที่ไขพัซเซิลได้ในการเล่นครั้งแรกนี่มันฟินจริงๆ แต่มีอะไรที่ฟินกว่านั้นอีกนะ นี่เลยเกม ELOH เกมพัซเซิลที่จะทำให้คุณฟินตั้งแต่กำลังลองผิดลองถูกกับการไขพัซเซิลอยู่เลยล่ะ หน้าที่ของคุณก็คือพาลูกบอลแห่งเสียงดนตรีให้ไปยังจุดที่เกมกำหนด ซึ่งก็ทำได้ด้วยการลากรูปปั้นชนเผ่าไปวางให้ลูกบอลเด้งเปลี่ยนทิศทางไปในทางที่ต้องการ

แถมเมื่อเจ้ารูปปั้นชนเผ่าเหล่านี้ถูกกระทบ มันยังทำเสียงเหมือนเครื่องดนตรีไซโลโฟนอีกด้วย ฟังเพลินสุดๆ เลยล่ะขอบอก รูปปั้นบางตัวจะเปลี่ยนสีฟ้าอ่อนด้วย ฉะนั้นในตอนที่คุณมีทางออก 2 สี คุณก็ต้องใช้ไหวพริบในการวางตำแหน่งรูปปั้นให้ถูกสีด้วย

นอกจากนั้นยังมีรูปปั้นทรงสามเหลี่ยมที่หมุนได้เพื่อให้ลูกบอลเสียงผ่านไปหรือจะกระเด้งกลับ รวมถึงบล็อกหินที่เลื่อนไปตามเส้นทางให้ใช้ไขปริศนาอีกด้วย คิดง่ายๆ ก็คือ เกม ELOH เป็นเหมือนการยิงลูกสนุกเกอร์ลงหลุมนั่นเอง คิดวิเคราะห์ทิศทางการเด้งของลูกไว้ก่อน แล้วค่อยแตะที่ลำโพงเพื่อปล่อยลูกบอลออกมา หรือถ้าอยากลองผิดลองถูกแบบเพลินๆ ก็ไม่ว่ากัน จัดการปล่อยลูกบอลออกมาใช้ชนกับรูปปั้นจนเกิดเสียงเพลงสนุกๆ ได้เลย

ถ้าคุณไขพัซเซิลจนถูกต้องแล้วก็จะมีเสาหินผุดขึ้นมากลางด่านและมีปุ่มที่พาไปยังด่านต่อไปให้กด แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ยังสามารถนั่งฟังเสียงเพลงจากพัซเซิลที่เคลียร์แล้วได้แบบชิลล์ๆ บอกได้เลยว่าเกมนี้ได้เพลิดเพลินไปกับทุกจังหวะการเล่นแน่นอน และขอบอกว่า เกมนี้ก็ถูกรับเลือกให้เป็นสุดยอดเกมที่มีการออกแบบเป็นเลิศแห่งปี (Apple Design Award) จาก Apple ด้วย

สนุกกับพัซเซิลและเสียงดนตรีไปกับ ELOH ได้ทั้งบน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/eloh/id1406382064?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=es.brokenrul.eloh&hl=th

Ordia ผจญภัยในแนวดิ่งไปกับเจ้าลูกตาเขียว

นี่คือเกมที่จะให้คุณเล่นเป็นลูกตาหนึ่งลูกที่มีเมือกเคลือบ กลิ้งกลุกๆ อยู่ในเวิ้งที่มีของเหลวในยุคดึกดำบรรพ์ อาจจะฟังดูหยึยๆ หน่อยนะ แต่เล่นแล้วติดหนึบจนวางไม่ลงเลย แถมสีสันสวยงาม ตัวการ์ตูนน่ารักอีกต่างหาก เกมนี้คุณสามารถถือเครื่องมือเดียวแล้วใช้นิ้วโป้งคลึง ดีดเจ้าลูกตากระโดดเด้งในแนวตั้งจากจุดหนึ่งสู่อีกจุดเหมือนหนังยางอย่างไรอย่างนั้น

ความท้าทายคือคุณต้องดีดมันให้ไปเจอกับอีกจุดสีเขียวเพื่อให้มันเกาะแล้วไปต่อ ไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง คุณจะได้ดีดมันหลบหลีกสิ่งกีดขวางนานาชนิด อย่าให้ตกลงมาเชียว เพราะคุณต้องเริ่มทุกอย่างใหม่หมดแต่แรก และอย่าไปกวนใจให้เจ้าตัวร้ายก้อนสีแดงที่มาพร้อมหนวดรยางค์ที่พร้อมราวีคุณทุกเมื่อ และอย่าตกลงไปในพงพืชด้วยนะ

เกมนี้เล่นแล้วได้อารมณ์หลายแบบ คือผ่อนคลาย ได้ฝึกความแม่น บางทีก็โกรธ อยากจะเอาชนะตัวเองให้ได้ เอาเป็นว่าคุณต้องลองเอง ซึ่งสมกับการถูกขนานนามว่าเป็นสุดยอดเกมที่มีการออกแบบเป็นเลิศแห่งปี (Apple Design Award) จาก Apple ด้วย

Ordia ราคา 139 บาท เล่นได้ทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/ordia/id1309000429?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.lojugames.android.Ordia

]]>
Cyber Apps 03/06/19 : Moment / Moeroa / Tinybeans / Torque Drift https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-030619/ Mon, 03 Jun 2019 05:12:10 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30817 Moment – Pro Camera เปลี่ยนมือถือสู่กล้องระดับโปร

ลองนึกดูสิ เราพลาดรูปดีๆ ไปกี่ช็อตแล้วกับการต้องมาเสียเวลาปรับค่ากล้องให้เข้าที่ การเก็บภาพหลานตัวแสบหรือน้องหมาจอมซนที่ไม่เคยอยู่นิ่ง เป็นปัญหาที่เราต้องเจอเสมอ ถึงเวลาทำความรู้จักกับ Moment แอปกล้องมากความสามารถที่พร้อมให้คุณใช้งานได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

โดยเราสามารถปรับการตั้งค่าแต่ละอย่างได้ทั้งก่อนและระหว่างการถ่าย (เช่น ความเร็วของชัตเตอร์ รูรับแสง ค่า ISO ค่าไวต์บาลานซ์ และโฟกัส) ด้วยการเลื่อนนิ้วบนหน้าจอง่ายๆ แต่สิ่งที่ทำให้แอปนี้ไม่เหมือนแอปถ่ายรูปอื่นๆ ก็คือคุณภาพและการใช้งานที่อัดแน่นมาเต็มจอเลย สิ่งแรกที่คุณจะเห็นก็คือเลย์เอาต์ที่เข้าใจง่าย ทุกฟีเจอร์จะถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้คุณปรับการตั้งค่าของกล้องได้อย่างรวดเร็ว และได้รูปที่ดีในเวลาที่ใช่แบบไม่ต้องมานั่งปรับไปปรับมาอีก

การใช้งานอันแสนง่ายของแอปทำให้คุณได้รูปที่ดีในเวลาเสี้ยววินาที เพียงแตะที่ช่องมองภาพบนหน้าจอด้วยนิ้วหนึ่งนิ้วเพื่อเลือกโฟกัสและความสว่างจากจุดเดียว หรือจะแตะด้วยสองนิ้วเพื่อจับความสว่างของทั้งสองจุดก็ได้

นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกรูปแบบของการถ่ายภาพว่าจะให้เป็นแบบ High Efficiency หรือ Most Compatible และเลือกเลนส์ต่างๆ เช่น มุมกว้างหรือเลนส์แบบ Anamorphic มีขอบก็ได้ (ทำให้คุณสร้างสรรค์ภาพและวิดีโอสไตล์ Letterbox ได้)

Moment ยังให้คุณได้ปรับค่าวิดีโอด้วยตัวเองด้วย ซูมเข้าออก ควบคุมโฟกัสและเปลี่ยนความสว่างแบบเรียลไทม์ในขณะที่กำลังอัดอยู่ ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยการแตะบนหน้าจอเท่านั้น สะดวกสบายแบบไม่ต้องเข้าไปค้นในเมนูให้เสียเวลาเลย พอได้ลองใช้ไปสักพัก คุณก็จะมองแอปอื่นว่าดูยุ่งยากขึ้นมาในบัดดล Moment จะไม่ปล่อยให้คุณเสียเวลาไปกับการพยายามทำความเข้าใจเมนูต่างๆ จนลืมถ่ายภาพที่อยู่ตรงหน้า ด้วยการปรับค่าของรูปและวิดีโอที่ทำได้ภายในแอปเดียว แอปถ่ายภาพนี้จะทำให้คุณไม่พลาดทุกช็อตในชีวิตแน่นอน

ดาวน์โหลด Moment ในราคา 209 บาท ใช้งานได้ทั้งบน iPhone, iPad และจะได้แอปใน Apple Watch ที่เป็นรีโมทสั่งถ่ายรูปจากระยะไกลได้อีกด้วย

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/moment-pro-camera/id927098908?mt=8
ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.shopmoment.momentprocamera

Moeroa แต่งทำนองเพลงใหม่ช่วยคุณหนูให้หลับปุ๋ย

เสียงอ้อแอ้ของเด็กน้อยยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก เพลินใจ แต่ “เสียงร้องไห้ของเด็ก” กลับยิ่งฟังแล้วยิ่งชวนปวดหัว โดยเฉพาะสำหรับพ่อแม่มือใหม่ เมื่อลูกร้องไห้โยเยก็เกิดอาการทำอะไรไม่ถูก เราจึงอยากนำเสนอตัวช่วยที่เป็นคลื่นเสียงพิเศษ ซึ่งจะขับกล่อมให้เด็กน้อยนอนหลับปุ๋ยได้อย่างรวดเร็ว

แอปอย่าง Moeroa (อ่านว่า “โมเออโรอ้า”) ก็เตรียมพร้อมเป็นพี่เลี้ยงคนใหม่ให้กับคุณแล้ว คุณสมบัติของแอปนี้คือ การมีคอลเล็กชันเสียงต่างๆ ที่ช่วยให้เด็กๆ หลับฝันดีได้ในเวลาอันสั้น อาทิ เสียงชู่ๆ คอยขับกล่อม เสียงสิ่งของรอบตัว เช่น เสียงพัดลม ไดร์เป่าผม เครื่องดูดฝุ่น เสียงนกร้อง และที่ขาดไม่ได้คือ เสียง White Noise และ Pink Noise ที่มีคลื่นเสียงในระดับที่เหมาะสม ซึ่งในทฤษฎีของจิตสวนศาสตร์ ซึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับประสาทสัมผัสของมนุษย์ด้านการได้ยิน ระบุว่าคลื่นเสียงเหล่านี้จะช่วยให้เด็กๆ หลับสบายมากยิ่งขึ้น

เมื่อเด็กน้อยสามารถหลับได้ไว หลับได้ลึก ก็สามารถตื่นได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ (พ่อแม่ก็จะได้มีเวลาพักผ่อนตามไปด้วย) โดยเราสามารถเปิดเสียง White Noise อย่างเดียว หรือเปิดหลายๆ เสียงผสมกันให้ออกเป็นโทนเสียงใหม่ก็ได้

แอป Moeroa ดาวน์โหลดได้ฟรี แต่มีฟีเจอร์จำกัด ซึ่งหากอยากเข้าถึงฟีเจอร์ทั้งหมดของแอป เช่น โทนเสียงอื่นๆ, โหมดกลางคืน, บันทึกกลุ่มเสียงที่ชอบ ก็สามารถอัปเกรดด้วยราคาเพียง 69 บาทเท่านั้น

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/moeroa/id1461671331?mt=8

Tinybeans แชร์ความน่ารักของเจ้าตัวน้อย อย่างปลอดภัย

พ่อแม่ทุกคนคงจะรู้ซึ้งดีถึงคำกล่าวที่ว่า “กาลเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก” เพียงไม่กี่อึดใจ ลูกตัวน้อยๆ จากเดิมที่เคยอยู่ในอ้อมกอด ก็เริ่มคลานไปไหนมาไหน รู้ตัวอีกทีก็วิ่งออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านกันแล้ว ทุกวินาทีนั้นมีค่า เพราะฉะนั้นมาเก็บทุกความทรงจำไม่ให้เลือนลางหายไปและแชร์เหตุการณ์สำคัญๆ กับคนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นกับคุณด้วย Tinybeans Baby & Family Album กันเถอะ

แอปนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยชาวออสเตรเลีย 2 คนที่เล็งเห็นว่าทุกวันนี้โลกเรายังไม่มีพื้นที่ที่ให้พ่อแม่ได้แชร์เรื่องราวชีวิตของลูกๆ บนโลกออนไลน์กับคนที่อยากแชร์ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลเท่าไหร่นัก ความตั้งใจนั้นจึงกลายออกมาเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นทั้งอัลบั้มรูปผสมกับบันทึกที่จะให้คุณแชร์ทุกเรื่องราวสำคัญที่เกิดขึ้นกับลูกของคุณกับกลุ่มคนที่ต้องได้รับการเชิญชวนเท่านั้นถึงจะเข้ามาดูได้ ทั้งภาพและวิดีโอจะมีวันที่กำกับและถูกจัดเรียงตามวันและเวลา ผู้ติดตามแต่ละคน (เช่นญาติพี่น้องเรา) จะมีล็อกอินของตัวเองและจะได้รับอัปเดตในวันที่คุณแชร์อะไรขึ้นมา แต่ถ้าคุณชอบวิธีแบบดั้งเดิมล่ะก็ ก็พรินต์อัลบั้มรูปออกมาแชร์กับผู้คนในชีวิตจริงก็ได้ เผื่อว่าเด็กๆ จะได้มาดูตอนที่พวกเขาโตขึ้นยังไงล่ะ

ดาวน์โหลด Tinybeans ได้ฟรีทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/tinybeans-baby-family-album/id521633042?mt=8
ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.tinybeans&hl=en_US

Torque Drift อวดท่วงท่าการซิ่งใส่ทุกมุมโค้งอย่างมืออาชีพ

ความเร็วบนท้องถนนอาจไม่ใช่เคล็ดลับเดียวที่จะเอาชนะเกมนี้ เพราะนี่คือเกมที่คุณจะได้อยู่หลังพวงมาลัยรถซิ่ง ขับพามันผ่านสนามคดเคี้ยว ไถล ถลา ด้วยความเร็วที่เพียงพอไม่ให้หลุดโค้งเสียหลัก นี่คือศิลปะของการ “ดริฟต์” ที่คุณจะได้สนุกในเกม Torque Drift

ไพ่ตายของ Torque Drift ก็คือ รายละเอียดของการปรับแต่งรถนั่นเอง ตอนแรกคุณจะได้เลือกรถของคุณซึ่งก็เป็นรถธรรมดาๆ ที่มีให้นี่แหละ แต่พอคุณแข่งชนะ คุณจะได้เงินมาอัปเกรดชิ้นส่วนให้ดีขึ้น อยากรู้สึกถึงการบูสต์ความเร็วขณะที่คุณกำลังเข้าโค้งเหรอ? เอาเงินไปลงทุนเรื่องเทอร์โบได้เลย อยากแต่งรถและจูนรถ? ใช้ Angle kit ช่วยสิ และที่สำคัญ ถ้าคุณเริ่มมีประสบการณ์พอสมควรแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะไปลงทุนกับรถระดับสูงขึ้นแล้วล่ะ เป้าหมายของการแข่งแบบนี้คือการรักษาความเร็วสูงสุดเอาไว้ขณะยังเข้าโค้งอยู่โดยไม่หมุนหรือเสียหลักไปชนที่กั้นข้างทาง คุณจะถูกส่งไปแข่งขันกับคู่แข่ง ให้เกาะกลุ่มใกล้ๆ พวกเขาเข้าไว้ อย่าให้พวกเขาทิ้งห่างจนเห็นแต่ฝุ่นล่ะ (แถมเป็นฝุ่นที่สมจริงซะด้วย)

ความใส่ใจในรายละเอียดของเกม Torque Drift นั้นน่าทึ่งมากๆ ซึ่งมีตั้งแต่แบรนด์ผู้สนับสนุนที่คุณเห็นตามเส้นทาง ไปจนถึงรอยเสียดสีบนตัวถัง ที่ได้จากการเบียดคู่แข่งในสนาม ซึ่งเมื่อนำมาผสมผสานรวมกันแล้วจะเป็นประสบการณ์ที่สนุกตื่นเต้นและสมจริงสุดๆ

ไปซิ่งซ่าท้าทุกโค้งกับ Torque Drift ได้ฟรี บน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/torque-drift/id1200357146?mt=8
ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=leagueofmonkeys.torquedrift&hl=th

]]>
Review : Fitbit Versa Lite Edition ที่ “Lite สมชื่อ” https://cyberbiz.mgronline.com/review-fitbit-versa-lite-edition/ Mon, 03 Jun 2019 04:10:45 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30776  

สมาร์ทวอตช์ Fitbit Versa Lite Edition วางจุดขายไว้ที่ราคาจับต้องได้ บนจอแสดงผลสีสะดุดตาในบอดี้หรูอะลูมิเนียม ตัวสายเป็นซิลิโคนน้ำหนักเบาที่ใส่สบายแม้จะสวมไว้นานเมื่อทำกิจกรรมจนมีเหงื่อซึม แบตเตอรี่จุใจใช้ต่อเนื่องเกิน 4 วันแบบไม่ได้โม้

ข้อดี

– จอแสดงผลสว่างสดใส
– การออกแบบดี ใช้งานสะดวกสบาย
– อายุแบตเตอรี่ต่อเนื่อง 4-5 วัน
– ราคาประหยัดกว่ารุ่นท็อป

ข้อสังเกต

– ไม่มีระบบนับชั้นเมื่อเดินขึ้นบันได
– ไม่มี GPS

Fitbit เริ่มเปิดตัว Fitbit Flex ในปี 2013 ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา Fitbit สามารถพิสูจน์ได้ว่าสมาร์ทวอตช์จับสถิติร่างกายเพื่อการออกกำลังนั้นไม่ได้เป็นแค่แฟชั่นชั่วคราวที่มาแล้วก็ไป ซึ่งเมื่อ Apple เห็นโอกาสงามและเปิดตัว Apple Watch ในเดือนเมษายน 2015 แบรนด์อย่าง Fitbit ที่มุ่งเน้นผลิตสายรัดข้อมือติดตามข้อมูลฟิตเนสเป็นหลักมาก่อน ก็หันมาเปิดตัวสมาร์ทวอทช์ครั้งแรกด้วยการประเดิมรุ่น Fitbit Ionic ในช่วงปลายปี 2017

ตั้งแต่นั้น กองทัพสมาร์ทวอตช์ของหลายแบรนด์ก็เริ่มเปิดตลาดในราคาไม่ธรรมดา แต่ในปีนี้ โลกได้รู้จัก “Fitbit Versa Lite” ที่เปิดตัวพร้อมกับ Fitbit Inspire HR ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เรียกความสนใจได้มากเพราะนี่คือสมาร์ตวอทช์ที่มีเป้าหมายเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นในราคาที่ถูกกว่า

Fitbit Versa Lite รุ่นใหม่มีราคาอยู่ที่ 6,690 บาท และไม่ใช่ทายาทที่ต่อยอดจาก Fitbit Versa ที่เปิดตลาดไปเมื่อปีที่แล้ว เพราะ Versa Lite เป็นรุ่นที่เน้นรวมทุกคุณสมบัติของสมาร์ทวอตช์รุ่นใหญ่ มาจัดใหม่ในราคาที่ถูกลง สิ่งที่ต้องแลกเพื่อให้ได้ราคาที่สบายกระเป๋ากว่าคือการไม่มี GPS และการตัดเซ็นเซอร์บางอย่างออกไปจนทำให้ไม่สามารถนับชั้นเมื่อผู้ใช้เดินขึ้นบันได แต่จะสามารถนับได้เฉพาะจำนวนก้าวที่เดินเท่านั้น

แทบไม่ต่าง Apple Watch

แม้จะมีราคาประหยัดกว่า แต่ Versa Lite ถูกออกแบบมาในพิมพ์เดียวกันกับ Fitbit Versa และ Versa Special Edition โดยใช้หน้าจอ LCD สี่เหลี่ยมจัตุรัส เมื่อนำมาเทียบกับ Apple Watch สายสีขาว จะพบว่าถอดแบบเหมือนพี่น้องคลอดตามกันมา

หากเทียบ Versa Lite และ Fitbit Versa พบว่าปุ่มที่เครื่องต่างกันโดย Fitbit Versa จะมี 2 ปุ่มอยู่ทางด้านขวาของเครื่อง แต่ใน Fitbit Versa Lite มาพร้อมกับปุ่มทางซ้ายเพียงปุ่มเดียว โดยรูปแบบการทำงานของปุ่ม Versa Lite ยังต่างจากปุ่มที่อยู่ใน Fitbit Versa ด้วย เพราะสามารถใช้เพื่อนำทางกลับไปที่หน้าจอหรือเพื่อให้เข้าสู่โหมดสลีปเท่านั้น แต่ปุ่มใน Fitbit Versa สามารถใช้คู่กับแอปพลิเคชันได้

ด้านหลังของ Versa Lite นั้อุดมด้วยเซ็นเซอร์หลายตัว ทั้งเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ เซ็นเซอร์ SpO2 และเซ็นเซอร์วัดแสงรอบข้าง อย่างไรก็ตาม Versa Lite ต่างจาก Versa และ Versa Special Edition ที่ไม่ได้มาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดความสูงเหมือนในสมาร์ทว็อตช์รุ่นอื่น

จอแสดงผลเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายว่าสมาร์ทวอตช์รุ่นใดน่าสนใจหรือไม่ โชคดีที่ Versa Lite สามารถตอบโจทย์ได้ดี เพราะ Fitbit Versa Lite มีหน้าจอ LCD ขนาด 1.34 นิ้ว เคลือบด้วยกระจกกันกระแทก Corning Gorilla Glass 3 ความสว่าง 1,000 nits ทำให้จอแสดงผลของ Versa Lite สู้แสงอาทิตย์สดใสของกรุงเทพมหานครได้ดีมาก

แจ้งเตือนไม่ได้?

ตามปกติ Versa Lite จะสามารถแสดงการแจ้งเตือนเพื่อรับข้อความจากโทรศัพท์ แต่กรณีของรุ่นที่ได้มาทดสอบ พบว่าแม้จะพยายามรีสตาร์ทเครื่องกี่ครั้งเพื่อเชื่อมต่อระบบแจ้งเตือน ก็ยังมีปัญหาไม่สามารถรับข้อมูลแจ้งเตือนได้ จุดนี้ถือเป็นปัญหาเดียวกับสมาร์ทวอตช์บางรุ่นที่ถูกปิดกั้นจากสมาร์ทโฟนเฉพาะรุ่น ซึ่งปัญหานี้ถูกรายงานในหลายประเทศทีเดียว

ชาว Versa Lite สามารถปัดหน้าจอขึ้นเพื่อตรวจสอบสถิติรายวัน ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ, จำนวนก้าว, ชั่วโมงนอนหลับ และรายงานรายสัปดาห์ หากวาดหน้าจอไปทางซ้าย ระบบจะเปิดโหมดออกกำลังกาย, นาฬิกาปลุก ระบบผ่อนคลาย Relaxing และการตั้งค่า หากกดปุ่มด้านซ้ายของเครื่องค้างไว้ จะทำให้สามารถเข้าถึงส่วนควบคุมเพลง และการควบคุมการแจ้งเตือนได้ ทั้งหมดนี้ถือว่าตั้งค่าง่ายและละเอียดดี

จุดเด่นของ Versa Lite ยังอยู่ที่คุณสมบัติกันน้ำ โดยผู้ใช้สามารถสวมใส่ในห้องอาบน้ำหรือในสระว่ายน้ำที่มีความลึกสูงสุด 50 เมตร จุดที่ Versa Lite ไม่ต่างจากสายรัดข้อมือสุขภาพทั่วไปคือ Versa Lite มีการแจ้งเตือนกิจกรรมรายชั่วโมง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายวันที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เอกลักษณ์ที่ Fitbit จัดให้ในสินค้าแทบทุกรุ่นคือการฝึกหายใจผ่านฟีเจอร์ Relaxing ที่ช่วยให้ผ่อนคลายด้วยการหายใจเข้าออกลึกราว 2 หรือ 5 นาที

การตั้งค่าการเตือนทำได้สูงสุด 8 รายการ เท่ากับระบบจับเวลาที่ตั้งได้ 8 รายการเช่นกัน ผู้ใช้ Versa Lite สามารถใช้รับสาย และติดตามสถิติการออกกำลังกายทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับการออกกำลังกายแบบ cardio การนับจำนวนก้าว จำนวนแคลอรี่ทั้งหมดที่เผาผลาญ รอบการนอนหลับ และสรุปการออกกำลังกายประจำสัปดาห์ ซึ่งจะมีส่งสรุปให้ทางอีเมลด้วย

ระยะเวลาในการชาร์จ Versa Lite จาก 0 เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ทำได้ในเวลาราว 2 ชั่วโมง ตรงนี้ต้องปรบมือให้ Versa Lite เพราะเป็นสมาร์ทวอตช์แบตเตอรี่อึดที่ใช้งานต่อเนื่องได้เกิน 5 วัน มากกว่าที่ Fitbit เคลมไว้ว่าอายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่อเนื่อง 4 วัน ผลคือผู้ใช้สามารถใส่ได้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดในตอนเช้า ซึ่งแม้แบตเตอรี่จะเหลือเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ก็ยังใช้งานได้อีกหลายชั่วโมง

ฟันธงว่าคุ้มไหม?

ต้องบอกว่า Fitbit Versa Lite เป็นสมาร์ทวอตช์น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่จะมาแทนนาฬิกาข้อมือและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แต่ต้องยอมรับว่าราคาที่ไม่แพงนั้นแลกมาด้วยข้อจำกัด เพราะแม้จะสามารถตรวจสอบข้อความบน Versa Lite แต่ก็จะไม่สามารถตอบกลับข้อความเหล่านั้นได้แบบไร้อุปกรณ์เสริม ขณะที่แม้จะสามารถควบคุมการเล่นเพลงบนสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออยู่ แต่ไม่สามารถเล่นได้เอง รวมถึงความสามารถนับขั้นบันไดที่นับจำนวนชั้นไม่ได้

ด้วยราคานี้ Versa Lite จะไม่มี GPS ออนบอร์ด ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ไม่สามารถทิ้งโทรศัพท์แล้วออกไปจ็อกกิ้งได้เต็มที่ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ Versa Lite กำหนดให้ผู้ใช้ต้องเลือกโหมดการออกกำลังกายทีละโหมด ซึ่งแปลว่าหากใครตัดสินใจเดิน 15 นาทีสลับกับวิ่งต่ออีก 15 นาทีแล้วจึงขี่จักรยานอีก 30 นาที ใครคนนั้นจะต้องเลือกโหมดด้วยตัวเอง ยุ่งยากและใช้เวลานานยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสมาร์ทวอตช์รุ่นท็อป

แต่ถ้าหากทุกอย่างไม่ใช่เรื่องใหญ่ Versa Lite ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้เริ่มใช้สมาร์ทวอตช์ เพราะตัวแอปและระบบรอบด้านนั้น Fitbit ออกแบบมาได้ดีมาก แม้แต่หากแบตเตอรี่กำลังจะหมด ระบบยังส่งอีเมลมาเตือนให้ชาร์จแบตเตอรี่โดยเร็ว ซึ่งเป็นการติดต่อจากอุปกรณ์ที่ถือว่าใส่ใจมากทีเดียว.

]]>
Cyber Apps 27/05/19 : Nichi / Carbo / Sago Mini Village / Pa Pa Land: Head Escape  https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-270519/ Mon, 27 May 2019 11:46:32 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30796 Nichi แต่งภาพสวยสไตล์วินเทจสุดคลาสสิก

อยากรู้ไหม จะทำยังไงให้ภาพคู่รักสวีทกว่าที่เคย ส่วนภาพครอบครัวก็ยิ่งดูแล้วอบอุ่นมากยิ่งขึ้น ลองแต่งภาพเหล่านั้นด้วยแอปอย่าง Nichi ดูสิ แรงบันดาลใจของการสร้างแอปนี้ขึ้นมาเพื่อเก็บความทรงจำดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของเราเอาไว้ เพื่อหวนระลึกถึงห้วงเวลาเหล่านั้นได้อีกครั้ง ดังนั้นนักพัฒนาแอปจึงตั้งชื่อแอปว่า Nichi ซึ่งมาจากภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่าวันนั่นเอง แอป Nichi ถือว่าเป็นแอปแต่งภาพที่มีสไตล์ของตัวเองชัดเจน คือ เน้นไปที่ความสวยคลาสสิกแบบวินเทจดูเก่าๆ แต่สุดเก๋

ในแอปนี้เมื่อเลือกรูปขึ้นมา ระบบจะทำการปรับแสง สี ให้เหมือนเป็นภาพที่ถ่ายด้วยฟิล์มเก่าทันที จากนั้นก็ตกแต่งด้วยสติกเกอร์ลายสวยๆ เช่น การประทับตราด้วยสแตมป์ ดอกไม้แห้ง ลายผ้าลูกไม้ เป็นต้น เหมือนเอาภาพจากมือถือเรามาพรินต์และตัดปะบนบอร์ดจริงอย่างไรอย่างนั้น นอกจากนี้ยังเลือกแบบอักษรสวยๆ ที่ตั้งใจออกแบบมาให้ใช้กับภาษาของชาวเอเชีย เช่น ภาษาไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และพิมพ์คำซึ้งๆ ลงไป ก็ยิ่งเพิ่มความหมายให้กับภาพถ่ายนี้ได้เป็นอย่างดี

Nichi ดาวน์โหลดได้ฟรีบน iPhone 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/nichi-collage-stories-maker/id1442041390?mt=8

Carbo จัดระเบียบกระดาษจด แปลงไอเดียบนกระดาษสู่โลกดิจิทัล

การจดโน้ต ภาพสเก็ตช์ และไอเดียบรรเจิดของคุณนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การหาที่เก็บข้อความสำคัญเหล่านั้นเพื่อไม่ให้มันหายไปและเอาไปใช้งานต่อได้นี่น่าจะยากกว่านิดนึงนะ มาทำความรู้จักกับ Carbo แอปดีๆ ที่จะเซฟและจัดเรียงสิ่งที่คุณเขียนลงไปให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ลืมปัญหากระดาษกองพะเนินที่พอจะค้นหาอะไรก็หาไม่เจอไปได้เลย

เมื่อใช้งาน ก็เริ่มจากถ่ายภาพด้วยกล้อง iPhone หรือ iPad เลือกภาพจากคลังภาพหรืออิมพอร์ตไฟล์จาก iCloud Drive หลังจากที่คุณเลือกโน้ตหรือสเก็ตช์ได้แล้ว แอปก็จะสร้างเวอร์ชันขาวดำเพื่อให้คุณแก้ไขและแต่งได้ คุณสามารถครอป ปรับความหนาของเส้น ความเข้ม หรือเปลี่ยนสีของฉากหลังและเส้น และเลือกส่วนที่อยากจะลบหรือย้ายที่ได้ทันที และแอปมีการแสดงภาพแบบไร้พิกเซล แปลว่าไม่ว่าคุณจะย่อหรือขยายส่วนไหนของโน้ตในแอปก็ตาม คุณภาพก็จะยังคงคมชัดแบบเดิมอยู่ดี นี่คือจุดเด่นที่งานวาดบนกระดาษปกติทำให้คุณไม่ได้

ดาวน์โหลด Carbo มาเก็บไอเดียของคุณจากกระดาษสู่จอได้ในราคา 279 บาท ใช้ได้ทั้งบน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/carbo-notes-sketches/id956811074?mt=8

Sago Mini Village มาสร้างบ้านใหม่กับภูติน้อยตัวจิ๋วกันเถอะ

ผลงานใหม่สุดคิกขุจากทีมงาน Sago Mini มาถึงแล้ว คราวนี้พาเด็กย้อนอดีตไปยังสมัยยุคกลางของยุโรป (ช่วงศตวรรษที่ 5 ถึงศตวรรษ 15) ซึ่งมีการพูดถึงนิยายแฟนซี นอกจากนางฟ้าแล้ว ก็จะมีตัวดำเนินเรื่องสำคัญอย่างภูติน้อย (Gnome)” ซึ่งลักษณะของมันจะมีรูปร่างคล้ายคนแคระ  มีแหล่งที่อยู่ใกล้กับสายแร่ในใต้ภิภพ และมีหน้าที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติใต้ดิน

ที่สำคัญคือ มีความรู้แตกฉานลึกซึ้งในทุกๆ เรื่อง ดังนั้นทีมงาน Sago Mini จึงสร้างแอปใหม่ชื่อว่า Sago Mini Village และเลือกให้เจ้าภูติน้อยมาเป็นผู้สร้างสรรค์เมืองใหม่ ให้เต็มไปด้วยสีสัน และความสุข แอปนี้เหมาะกับเด็กๆ อายุ 2-5 ขวบ ที่พวกเขาจะสนุกกับการเป็นสถาปนิกในการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ในการสร้างอาคารด้วยการลากนิ้วไปมา เช่น เลือกหน้าต่าง ประตู ก้อนอิฐ ฯลฯ สุดท้ายก็จะได้บ้านใหม่ที่น่ารักและไม่เหมือนใคร

แอป Sago Mini Village ใช้งานได้ทั้งบน iPhone และ iPad ในราคา 129 บาท

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/sago-mini-village/id1460007581?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.sagosago.Town2.googleplay&hl=en_US

Pa Pa Land: Head Escape เมื่อภาพวาดบนกระดาษกลายเป็นการผจญภัยสุดเร้าใจ

เกม Pa Pa Land: Head Escape นับเป็นเกมสุดแปลกประหลาดแต่น่าอัศจรรย์ไปพร้อมๆ กัน ที่ได้นำภาพวาดแบบลายเส้น (doodle) มาสร้างให้มีชีวิต ซึ่งเกมที่อยู่ในกระดาษแผ่นใหญ่นี้ทุกอย่างที่อยู่ในนั้นก็เป็นเส้นที่สเก็ตช์ขึ้นมาทั้งหมดเลย คุณอาจจะเรียกเกมนี้ว่าเกมหลบทุกอย่างที่ขวางหน้าก็ได้

โดยคุณจะได้เล่นเป็นหัวกลมๆ ที่บินได้ ซึ่งต้องบินไปมาเพื่อเก็บลูกโป่งหน้ายิ้มและหลบกระสุนจากกองทหารด้านล่างไปพร้อมๆ กัน การเก็บลูกโป่งไม่ได้เก็บได้ทันทีนะ คุณต้องเอาตัวละครไปบินอยู่ใกล้ๆ แป๊บนึงมันถึงจะพองและแตก แต่ทว่าตอนที่คุณหยุดนิ่งแบบนี้ก็เป็นจังหวะเด็ดที่ทหารด้านล่างจะเล็งปืนสไนเปอร์หรือมิสไซล์ติดตามใส่คุณด้วยน่ะสิ

การบินสูงจะทำให้คุณมีเวลาตอบสนองกับสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาคุณมากขึ้น แต่บางครั้งเจ้าลูกโป่งเจ้ากรรมก็ดันไปโผล่ใกล้พื้น ทำให้คุณต้องบินต่ำเข้าใกล้ต้นไม้กินคนที่รอจะเขมือบคุณอยู่ด้วย นอกจากนั้นยังมีตู้โบนัสสล็อตแมชชีนที่ใช้พลังงานจากสปินเนอร์และซาวด์เอฟเฟกต์ที่สร้างขึ้นจากเสียงพูดด้วยนะ เสียงปิ้วๆ มันเหมือนเสียงของเด็กๆ ที่กำลังเล่นยิงปืนกันอยู่เลยล่ะ บอกเลยว่าพอได้เล่น Pa Pa Land แล้วจะเหมือนหลุดไปในโลกแห่งจินตนาการเลยทีเดียว

สนุกกับ Pa Pa Land: Head Escape ได้ฟรีทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/pa-pa-land-head-escape/id1426242338

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.purplemonstergames.papaLand.headEscape&hl=en_US

]]>
Review : Asus VivoBook 14 X412 โน้ตบุ๊กวินโดวส์ 10 แท้ในราคา 12,990 บาท https://cyberbiz.mgronline.com/review-asus-vivobook-14-x412/ Tue, 21 May 2019 04:38:52 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30727

กลุ่มโน้ตบุ๊กระดับเริ่มต้น เริ่มกลับมาได้รับความนิยมในตลาดพีซีอีกครั้ง หลังจากที่ตลาดสมาร์ทโฟนเริ่มถึงจุดอิ่มตัว ในขณะที่ความต้องการของโน้ตบุ๊กเครื่องแรก เพื่อนำมาใช้เรียน หรือทำงาน ยังกลายเป็นสิ่งจำเป็นในยุคสมัยนี้อยู่

Asus มองถึงโอกาสทางธุรกิจในฐานลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งแต่เดิมเอซุส แทบจะไม่มีส่วนแบ่งในกลุ่มนี้ เพราะทำราคาเครื่องกับสเปกที่เหมาะสมลงมาสู้กับคู่แข่งไม่ได้ แต่จากการมาของ VivoBook 14 X412 เชื่อว่าจะกลายเป็นไม้เด็ดของเอซุส ในตลาดนี้

จุดเด่นของ Asus VivoBook 14 X412 รุ่นนี้คือ การที่เอซุส เลือกนำ Intel Pentium Gold มาให้ใช้งานพร้อมกับ RAM 4 GB และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ Dual Storage SSD 128 GB + HD 1 TB และมากับวินโดวส์ 10 แท้ ในราคาเริ่มต้นที่ 12,990 บาท

ข้อดี

  • โน้ตบุ๊กราคาประหยัดที่มากับขนาดตัวเครื่องเล็กสุดในตลาด
  • มาพร้อมวินโดวส์ 10 ลิขสิทธิ์แท้
  • รองรับการเพิ่ม RAM สูงสุด 20 GB

 

ข้อสังเกต

  • ตัวเครื่องค่อนข้างหนา (1.95 เซนติเมตร) แต่ก็ถือว่าบางลงเยอะแล้ว
  • น้ำหนักเครื่อง 1.5 กิโลกรัม
  • เหมาะกับการเป็นโน้ตบุ๊กเครื่องแรกเพื่อใช้งานทั่วไป

หน้าจอ 14 นิ้ว ในขนาดตัวเครื่องเทียบเท่า 13 นิ้ว

จุดแรกที่น่าสนใจของ Asus VivoBook 14 คือการออกแบบหน้าจอใหม่ โดยหันมาใช้เทคโนโลยี Four Side Nano EDGE Display ทำให้ขอบจอบางลง ดังนั้นจึงสามารถใส่จอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด FullHD (1920 x 1080 พิกเซล) ลงมาให้ใช้งาน ในตัวเครื่องใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊กจอ 13 นิ้ว

โดยขนาดของ VivoBook 14 เล็กลง 6.8% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้ปัจจุบันมีขนาดอยู่ที่ 212.7 x 322.4 x 19.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม วางจำหน่ายด้วยกัน 3 สี คือ เงิน เทา และน้ำเงิน

ในส่วนของจอไม่ใช่แค่ขอบจอเล็กลง เพราะเอซุส ใส่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยปรับสีในการแสดงผล ไม่ว่าจะเป็น ASUS Tru2Life ที่เข้ามาช่วยเพิ่มรายละเอียดของเม็ดพิกเซลในการรับชมวิดีโอให้คมชัดมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังใส่ฟีเจอร์ Blue Light Reduction ที่เมื่อเปิดใช้งานจะลดแสงสีฟ้าลด 30%  และที่สำคัญคือถึงจะเปิดโหมด EyeCare ใช้งานแล้วก็จะไม่ทำให้การแสดงผลสีผิดเพี้ยนไป

ถัดมาในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่อง VivoBook 14 ถือว่าให้ความสำคัญกับการออกแบบเครื่องให้เหมาะกับสรีระในการใช้งานของผู้ใช้ เนื่องจากเมื่อกางจอออกมาสุดที่ 135 องศา ตัวจอจะช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นประมาณ 2 องศา เพื่อให้เหมาะกับการเป็น ErgoLift ในการพิมพ์คีย์บอร์ดใช้งาน

ส่วนของปุ่มคีย์บอร์ด ถือว่ามากับขนาดมาตรฐาน ที่ช่วยให้การพิมพ์ทำได้ถนัดเหมือนพิมพ์คีย์บอร์ดปกติ ด้วยระยะแป้นพิมพ์ที่ 1.3 มิลลิเมตร ทำให้ความรู้สึกในการกดแป้นตัวอักษรทำออกมาได้ดี

สำหรับพอร์ตการเชื่อมต่อรอบๆตัวเครื่อง VivoBook 14 ถือว่าให้มาครบทั้งพอร์ตยุคใหม่อย่าง USB 3.1 ทั้งแบบ Type A และ Type C และยังมี USB 2.0 มาเผื่อให้ใช้งานด้วย รวมถึงพอร์ต HDMI ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ช่องอ่านไมโครเอสดีการ์ด และพอร์ตล็อกเครื่อง

สเปกเหมาะกับการใช้งานแบบเริ่มต้น

ด้วยการที่ VivoBook 14 เลือกใช้งาน Intel Pentium Gold 4417U ที่เป็น Dual Core ให้ความเร็ว 2.3 GHz RAM 4 GB กราฟิกออนบอร์ด Intel HD 610 ดังนั้น จึงเหมาะกับการใช้งานทั่วๆไป อย่างใช้เล่นเน็ต ดูหนัง ทำงานเอกสารต่างๆ

ส่วนการที่ให้พื้นที่เก็บข้อมูลแบบ Dual Storage อย่าง SSD 128 GB มาพร้อมกับ HD 1 TB ก็จะช่วยเพิ่มความเร็วในการใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10 ให้รวดเร็วมากขึ้น และถ้าต้องการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ก็สามารถเลือกเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ได้ด้วย

ทดสอบประสิทธิภาพ

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่อง Asus VivoBook 14 จะทดสอบได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น เพราะด้วยสเปกที่ให้มา เหมาะกับการใช้งานทั่วไปมากกว่า ไม่ได้เน้นการประมวลผลกราฟิกสูงๆ

โดยผลที่ออกมาก็ถือว่าอยู่ในระดับที่คาดหมายไว้ ถ้าเป็นการใช้งานทั่วไป ทำงาน เล่นเน็ต ใช้เพื่อความบันเทิง ถือว่าตอบโจทย์ได้ค่อนข้างครบถ้วนอยู่แล้ว ส่วนแบตเตอรี ก็จะขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าประมวลผลหนักๆ เวลาใช้งานก็จะลดลงแต่ก็อยู่ในระดับที่รับได้

สรุป

ถ้าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊กมาใช้งานทั่วๆไป ไม่ได้เน้นพกพาไปไหน เน้นใช้งานอยู่ภายในบ้าน หรือสถานที่ทำงาน และต้องการเครื่องที่ปลอดภัยจากการที่ตัวเครื่องทำงานบนวินโดวส์ 10 แท้ VivoBook 14 ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในเวลานี้

เพราะด้วยระดับราคาที่ 12,990 บาท นอกจากได้โน้ตบุ๊กมาใช้งานแล้ว ด้วยการที่มี HD มาให้ถึง 1TB เพิ่มเติมจาก SSD ไว้ใช้งานปกติ ก็สามารถนำมาเก็บข้อมูลจากสมาร์ทโฟนทั้งพวกรูปภาพ และวิดีโอได้ด้วย หรือถ้าต้องการใช้งานเพื่อความบันเทิงก็นำไปต่อกับจอทีวีดูซีรีส์ออนไลน์ได้อีกต่างหาก

Gallery

]]>
Cyber Apps 20/05/19 : NBA APP / Translate Now / JUMP PAINT / Sega Heroes https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-200519/ Mon, 20 May 2019 12:30:15 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30761 NBA APP ลุ้นศึก NBA ได้สุดมันในทุกแมทช์

คอบาสเก็ตบอลที่ไม่อยากพลาดทุกการสแลมดังค์ของเหล่านักกีฬาเอ็นบีเอคนดัง และช่วงเพลย์ออฟที่กำลังมาถึง คุณต้องรีบโหลดแอป NBA APP มาติดเครื่องโดยด่วน เพราะในแอปๆ เดียว มีทั้งการถ่ายทอดสดภาพคมชัด คลิปเด็ด ตารางคะแนน และข่าวสารน่ารู้เกี่ยวกับวงการบาสเก็ตบอลมาให้อย่างครบครัน

เมื่อเปิดแอปมาคุณจะเห็นเมนูต่างๆ เป็นภาษาไทย ใช้งานง่าย และขอแค่มีเน็ตแรงๆ คุณก็สามารถตื่นตากับคลิปสุดยอดการเล่น และเช็กตารางรอบเพลย์ออฟทั้งหมดได้ทันที นอกจากนี้ยังมีระบบ AirPlay สามารถดูบนจอทีวีที่บ้านได้เต็มตาอีกด้วย สำหรับคนที่เตรียมดูการแข่งขันแบบสดๆ ทั้งจากทีมเหย้าและทีมเยือนในทุกๆ แมทช์ ก็อย่าลืมที่จะสมัครสมาชิก League Pass ปีละ 699 บาท (เดือนละ 349 บาท) เพื่อลุ้นการชู้ทบาสช็อตเด็ดๆ ได้ตลอดฤดูกาล

แอป NBA APP สามารถใช้งานได้ทั้งบน iPhone, iPad, Apple TV ดาวน์โหลดได้ฟรีที่นี่เลย 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/2018-19-nba-app/id484672289?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.nbaimd.gametime.nba2011&hl=th

Translate Now แปลได้ทั้ง Text, เสียง, AR

การไปเยือนต่างที่ต่างถิ่น เรื่องภาษาที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง สั่งอาหาร และช้อปปิ้ง จะถูกทลายให้หมดไปในทันที แค่มีแอปอย่าง Translate Now แปลเลยแอปนี้นอกจากจะแปลภาษาได้มากกว่า 100 ภาษาแล้ว ในแอปจะมีเมนูต่างๆ เป็นภาษาไทย ใช้งานง่าย ทั้งยังรองรับการแปลภาษาได้หลายท่วงท่า ไม่ว่าจะเป็น

  •  การพิมพ์แล้วแปลเป็นคำๆ หรือเป็นประโยคยาว 
  •  การแปลด้วยเสียง (พูดใส่ไมค์ไป ระบบก็จะแปลงเสียงเป็นข้อความ และทำการแปลเป็นอีกภาษาให้เราอีกที
  •  การแปลด้วยภาพ (ใช้กับการถ่ายป้ายหรือเอกสารต่างๆ เช่น รายละเอียดข้างกล่องยา
  •  การแปลด้วยระบบ AR ที่สามารถระบุสีสันหรือชื่อเรียกของวัตถุที่อยู่ตรงหน้าเป็นภาษาต่างๆได้

แอป Translate Now สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้ทั้งบน iPhone, iPad, และ Apple Watch หากเน้นเป็นการแปลด้วยเสียง ภาพ เป็นหลัก เราขอแนะนำให้สมัครสมาชิกรายเดือน 319 บาท (ทดลองใช้ฟรี 7วัน

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/translate-now-translator/id1348028646?mt=8

JUMP PAINT เติมสีระบายสวยให้ตัวการ์ตูนญี่ปุ่นที่คุณชื่นชอบ

ใครที่เป็นคอการ์ตูนญี่ปุ่น (มังงะโดยเฉพาะแฟนนิตยสารมังงะชื่อดังอย่าง ‘Weekly Shonen Jump’ หรือผู้ที่มีความฝันที่ได้เห็นงานของตัวเองตีพิมพ์ในนิตยสารเล่มนี้เหมือนอาจารย์ชื่อดังคนอื่นๆ วันนี้ความฝันนั้นจะเป็นจริงด้วย Jump Paint แอปจะทำให้คุณได้หัดและทดลองวาดการ์ตูนในแบบของตัวเอง ด้วยเทมเพลตจากคลังมังงะย้อนหลังไปถึง 50 ปีพร้อมกับเครื่องมือทุกชิ้นที่นักเขียนการ์ตูนทุกคนพึงมีด้วย

เพียงแค่ลงทะเบียน คุณก็จะได้ใช้ฟอนต์ที่มีให้กว่า 50 แบบและแปรงอีกกว่า 90 ชนิดในแอป แค่นี้ก็เหลือเฟือพอที่จะให้คุณฝึกฝนทักษะการเล่าเรื่องของคุณจากลายเส้นของมังงะชื่อดังด้วย ปั่นต้นฉบับชิ้นแรกเสร็จหรือยังถ้าเสร็จแล้ว ก็ได้ฤกษ์อัปโหลดผลงานของตัวเองเข้าไปในแพลตฟอร์มของแอปได้เลย

ดาวน์โหลด Jump Paint ได้แล้ววันนี้เพื่อเริ่มแต่งแต้มไอเดียของคุณได้แล้ว บน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/jump-paint-by-medibang/id1230936997?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.medibang.android.jumppaint&hl=th

Sega Heroes จับตัวละครในเกมมาดวลกันข้ามจักรวาล

กระแสนี้กำลังมาเลย กับการเอาตัวละครจากจักรวาลต่างๆ มาแจมกัน ซึ่งในเกม SEGA Heroes ก็จับเอาไอเดียนั้นมาใช้เช่นกัน แบบเร็วเหนือเสียงเลยด้วยเหล่าตัวละครจาก Sonic the Hedgehog, Shinobi, Phantasy Star และอีกหลายซีรีส์คลาสสิกจากแฟรนไชส์ SEGA ได้มารวมพลลุยการต่อสู้กับร่างโคลนของตัวเอง ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน และนี่ก็เป็นแค่ครึ่งหนึ่งของความสนุกเท่านั้นนะ

เกม Sega Heroes เป็นการผสมผสานเกมต่อสู้เข้ากับเกมพัซเซิลจับคู่ 3 ซึ่งจะให้คุณสร้างทีมสุดโหดจากฮีโร่มากมายที่มีความสามารถและท่าพิเศษเฉพาะตัว แค่ได้เห็นคนเถื่อนถือดาบจากเกม Golden Axe ยืนท้าทายกับเพื่อนของ Sonic อย่าง Amy Rose ก็รู้สึกฟินอย่างบอกไม่ถูกเลย โดยในแต่ละการต่อสู้ คุณจะต้องจับคู่เพชรสีต่างๆ เพื่อใช้การโจมตีของตัวละครที่อยู่ด้านบนของจอ ยิ่งจับคู่ได้เป็นแถวยาวมากเท่าไหร่ การโจมตีก็จะรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น แถมยังเพิ่มหลอดท่าโจมตีพิเศษของตัวละครนั้นอีกด้วย มันคงนึกภาพยากนะที่ตัวละครจากหลายๆ เกมของ SEGA ถูกจับมารวมกันในที่เดียว แต่จะบอกให้ว่าความสามารถของพวกนั้นเข้ากันได้ดีทีเดียว เห็นแบบนี้แล้วงั้นไปลองกันเลยดีกว่า 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/sega-heroes-match-3-rpg-quest/id1394276018

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.sega.puzzlerpg&hl=th

]]>
Cyber Apps 13/05/19 : DocuSign / Tongo Circus / Blendeo / Tasty Town https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-130519/ Mon, 13 May 2019 10:30:03 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30754 DocuSign ตวัดลายเซ็นลงบนจอ ไม่ต้องง้อกระดาษ

กว่าจะเซ็นเอกสารหรือสัญญาต่างๆ ด้วยกระดาษและปากกาได้ในแต่ละครั้ง ต้องพึ่งพาทั้งการจัดส่งเอกสาร การนัดหมายเพื่อประชุมพูดคุย และการส่งเอกสารต่างๆ ผ่านแฟกซ์ ซึ่งฟังดูวุ่นวายหลายขั้นตอนแถมยังใช้กระดาษเยอะน่าดู หมดเวลาพลิกหน้าสัญญาแล้วเซ็นทีละหน้าให้วุ่น เพราะ DocuSign มีวิธีที่ดีกว่ามานำเสนอ

แอปนี้จะให้คุณเซ็นลายเซ็นทางอิเล็กทรอนิกส์แบบรวดเร็วฉับไวแถมยังดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย แทนที่คุณจะต้องพิมพ์เอกสารออกมามากมายหลายสิบหน้า เพื่อที่จะเอามาเซ็นท้ายสัญญาแค่หน้าเดียว คุณสามารถเลื่อนดูทุกรายละเอียดของสัญญา ไม่ว่าจะเป็นสัญญาแบบไม่เปิดเผยข้อมูล สัญญาทั่วไป หนังสืออนุญาต หรือสัญญาแบบอื่นๆ แล้วก็เซ็นผ่านหน้าจออุปกรณ์ของคุณได้ทันที ประหยัดเวลาในแต่ละวันไปเยอะเลย

ถ้าอยากส่งเอกสารให้คนอื่นเซ็นต่อ ก็เพียงสแกนเอกสาร อัปโหลดภาพ หรืออิมพอร์ตจากแอปอื่นเข้ามา เมื่อเอกสารนั้นๆ เข้ามาอยู่ใน DocuSign แล้ว แตะที่ Add A Signer จากตรงนั้นก็ใส่ชื่อ ข้อมูลการติดต่อ และบทบาทของเขาในเอกสารที่คุณต้องการให้เซ็น จากนั้นแอปก็พร้อมจัดส่งให้ทันที การเซ็นเอกสารผ่านแอปนั้นไม่มีค่าใช้จ่าย แต่การส่งเอกสารไปให้คนอื่นต่อต้องสมัครเป็นสมาชิกกันหน่อย และมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่บอกก่อนว่าการทำผ่านแอปจะช่วยคุณอนุรักษ์ต้นไม้ที่เอามาผลิตกระดาษได้มหาศาลเลยนะ

เซ็นเอกสารให้ธุรกิจดำเนินต่ออย่างสะดวกสบายกับ DocuSign ได้ทั้งบน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/docusign-upload-sign-docs/id474990205?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.docusign.ink&hl=en_US

Tongo Circus สนุกกับโลกละครสัตว์สุดหรรษา

แอปสีลูกกวาดอย่าง Tongo Circus ถือเป็นผลงานล่าสุดของทีมงาน Firstconcert Productions ซึ่งก่อนหน้านี้ได้โชว์ผลงานแอปส่งเสริมการเรียนรู้ด้านดนตรีสำหรับเยาวชนอายุ 0-5 ขวบอย่าง Tongo Music – for kids

โดย Tongo Circus มาพร้อมกับธีมใหม่ๆ นั่นคือ การเปิดโลกละครสัตว์สุดหรรษาให้เด็กๆ เข้าไปมีส่วนเป็นผู้กำกับและนักแสดงในสวนสัตว์ได้จริงๆ เช่น ร่ายเวทมนตร์จากหมวกวิเศษ สั่งให้สิงโตผู้แข็งแกร่งกระโดดลอดห่วง หรือควบคุมให้ทั้งครอบครัวเพนกวินทรงตัวอยู่บนลูกบอลให้ได้

ความสนุกทั้งหมดนี้ ทำให้เด็กๆ ได้รู้ทักษะของการหยิบจับ การทรงตัว และการแยกแยะเสียงดนตรีประเภทต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเหมาะมากกับการเสริมพัฒนาการให้กับเด็กอายุ 0-5 ขวบ จุดเด่นของแอปคือ เพลงประกอบยาว 15 นาที ที่มาพร้อมจังหวะอย่างสนุกสนาน ทั้งจังหวะง่าย ๆ ไปจนถึงจังหวะที่ซับซ้อนต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กๆ ผ่อนคลายและเพลิดเพลิน

Tongo Circus ดาวน์โหลดเพื่อใช้งานได้ทั้งบน iPhone และ iPad ใน ราคา 99 บาท

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/tongo-circus/id1455017057?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.mobieos.tango.circus&hl=th

Blendeo สร้างภาพนิ่งเคลื่อนไหวได้ สไตล์อาร์ทๆ 

จำได้ไหมว่าปีที่ผ่านมา หนึ่งในภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่สะกดใจคนทั้งโลก คือ ภาพท้องฟ้าสีเขียวมรกตด้วยแสงเหนือที่ฟินแลนด์ ภาพนั้นยิ่งชวนน่าค้นหามากยิ่งขึ้น ก็เพราะเมื่อยิ่งจ้องนานเท่าไหร่ ก็จะเห็นสีของแสงเหนือที่เปลี่ยนเฉดสีไปเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพแสงเหนือว่อนเน็ตยิ่งดึงดูดตา เพราะมีแอปเสกภาพอย่าง Blendeo นี่เอง

Blendeo ช่วยให้ช่างกล้องสนุกกับการถ่ายแบบ Long Exposure ที่เปิดความเร็วชัตเตอร์ค้างไว้เป็นเวลานาน ณ จุดๆ หนึ่ง เพื่อจับภาพความเปลี่ยนของสรรพสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เช่น น้ำตกเป็นสาย รถวิ่งซิ่งด้วยความเร็วสูง หรือภาพแสงเหนือที่เปลี่ยนเฉดสีไปในทุกๆ นาที

วิธีการใช้งานแอปก็แทบจะไม่ต่างกับแอปถ่ายรูปทั่วไป แค่ไปเจอมุมใดๆ ที่อยากถ่ายภาพแนว Long Exposure ก็กดค้างไว้ (ถ่ายได้นานสุด 5 นาที) จากนั้นก็มาเลือกเฉพาะจุดต่างๆ ของภาพ ที่ต้องการใส่เอฟเฟกต์ เช่น เอฟเฟกต์สร้างภาพเคลื่อนไหว (motion blue) หรือ เอฟเฟกต์สร้างเส้นแสง (light trails) สุดท้ายก็เลือกบันทึกภาพช็อตมหัศจรรย์นั้นลงเครื่องและแชร์เรียกไลค์จากชาวโลก

ดาวน์โหลด Blendeo  ได้ฟรี บน iPhone และ iPad

(เมื่อทดลองถ่ายภาพ จะพบเอฟเฟกต์ต่างๆ ตามที่ระบุ แต่จะมาพร้อมลายน้ำ หากต้องการลบลายน้ำออก ก็สามารถทำได้ด้วยการสมัครสมาชิกในราคาพิเศษ เดือนแรก เดือนละ 99 บาท (จากปกติเดือนละ 159 บาท) หรือ สมัครใช้รายปี ปีละ 939 บาท)

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/blendeo/id999411375?mt=8

Tasty Town เติมฝันคนอยากเป็นเจ้าของร้านอาหาร

ห้วงความฝันหนึ่งของคนที่ชอบรับประทานอาหาร ชอบทำอาหาร คือการที่ได้มีร้านอาหารเป็นของตัวเอง รังสรรค์เมนูน่าหม่ำเพื่อลูกค้าที่เรารัก เกม Tasty Town นี่เหมาะกับคุณยิ่งนัก โดยเกมทำให้คุณเห็นว่าถ้าจะเปิดร้านเป็นของตัวเอง ต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหน

ในตอนแรก คุณจะมีแค่เมนูขนมปัง โดยคุณจะใช้ฟาร์มข้างๆ ร้านอาหารในการปลูกข้าวสาลี ใช้การกวาดนิ้วเพื่อหว่านเมล็ดและเก็บผลผลิตใส่ตะกร้า บอกเลยว่าฟินสุดๆ ข้าวสาลียังนำไปผลิตอาหารให้หมูได้ด้วยนะ เลี้ยงพวกมันให้อ้วนฉุเพื่อทำเป็นเบคอนชิ้นใหญ่ๆ แต่ไม่ต้องห่วงนะ หมูเหล่านี้เป็นหมูวิเศษ ตอนที่เก็บเนื้อมันมา พวกหมูก็แค่หลับไปเท่านั้น และถ้าเอาอาหารมาป้อนพวกมันสักหน่อย ไม่นานมันก็จะตื่นขึ้นมาเอง

พอเปิดร้านได้สักพักก็จะมีลูกค้าเข้ามาสั่งอาหารแล้ว โชคดีที่ในเมืองนี้มีแต่ลูกค้าที่ใจเย็นและยินดีที่จะรอนานๆ เพื่อลิ้มลองเมนูคุณภาพ ซึ่งยิ่งคุณมีเมนูเยอะๆ เวลารอก็จะนานตามไปด้วยเช่นกัน แต่ว่าถ้าเป็นลูกค้าที่ฟู้ดทรัคริมชายหาดล่ะก็ พวกเขาอาจจะใจร้อนหน่อยนะ ที่นี่จะเป็นมินิเกมที่ต้องใช้ความเร็วในการเสิร์ฟเครื่องดื่ม เบอร์เกอร์ และฮอตดอกให้กับผู้คนที่ต่อคิวไม่ค่อยเป็น พวกเขาจะรุมกันเข้ามาสั่งของกินซึ่งถ้าคุณเสิร์ฟได้ไม่ทันใจล่ะก็ เขาจะเดินหน้าบึ้งออกไปเลย ถ้าคิดว่าเสิร์ฟไม่ทันจริงๆ ก็ให้ลูกอมพวกเขาไปก่อน แล้วรีบย่างฮอตดอกให้ไวเลย ไม่ว่าคุณจะเคยลองทำอาหารเกาหลีหรืออาหารอิตาเลียนมาบ้าง หรือชอบทานอะไรง่ายๆ อย่างเบอร์เกอร์และเฟรนช์ฟรายส์ เกม Tasty Town จะให้คุณเปิดร้านอาหารในฝันของคุณได้แน่นอน แต่ก่อนอื่นเริ่มจากขนมปังก่อนแล้วกัน!

สนุกกับ Tasty Town ได้บน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/tasty-town/id1202932265?l=en&mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=es.socialpoint.chefparadise&hl=th

]]>
Review : Apple iPad mini (2019) ต่อยอดรุ่นเดิมในสเปกที่แรงขึ้น https://cyberbiz.mgronline.com/review-apple-ipad-mini-2019/ Mon, 13 May 2019 04:06:13 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30697

เชื่อว่าจากความสำเร็จของ iPad Mini ในรุ่นที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันถ้าใครกำลังมองหาแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 7-8 นิ้ว ตัวเลือกแรกๆที่แว้บขึ้นมาคงหนีไม่พ้น iPad Mini ที่พิสูจน์แล้วในแง่ของการใช้งานที่พกพาได้สะดวกมากที่สุด

พอถึงเวลาอัปเกรด iPad Mini ในคราวนี้ Apple เลือกที่จะยกเครื่องสเปกภายในเป็นหลัก ทำให้ประสิทธิภาพของ iPad Mini รวถมึง iPad Air รุ่นปี 2019 แรงขึ้นเทียบเท่ากับ iPhone XS และยังเพิ่มความสามารถในการใช้งานคู่กับ Apple Pencil ได้ด้วย

ดังนั้น จุดหลักๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใน iPad Mini และ iPad Air ปี 2019 ก็คือเรื่องของ จอภาพ ชิปหน่วยประมวลผลที่ใช้ รองรับ Apple Pencil รองรับคีย์บอร์ด (iPad Air) กล้องที่ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น และถ้าเป็นรุ่นเซลลูล่า ก็จะรองรับการใช้งาน eSIM ด้วย

ข้อดี

  • แท็บเล็ตขนาดพกพาประสิทธิภาพสูง
  • รองรับการใช้งาน Apple Pencil (ซื้อแยก)
  • ราคาเริ่มต้นที่ 13,900 บาท

ข้อสังเกต

  • ใช้ดีไซน์ตัวเครื่องเดิม เพิ่มสเปก ยังไม่เป็น Major Change
  • ยังใช้พอร์ต Lightning อยู่ ในขณะที่ iPad Pro หันไปใช้ USB-C แล้ว

เลือก iPad รุ่นไหนดี

คำถามที่ตามมาเมื่อ Apple มีการอัปเดตไลน์สินค้าในตระกูล iPad ครบถ้วนแล้ว ทีนี้ถ้ามองหาแท็บเล็ตที่มาตอบโจทย์การใช้งานสักเครื่อง ควรเลือกใช้อะไรดีไล่ตั้งแต่ iPad Mini iPad iPad Air และ iPad Pro

อย่างแรกเลยต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าต้องการ iPad มาใช้ทำอะไร ถ้าต้องการใช้งานทั่วๆไป ต้องการจอขนาดใหญ่ iPad รุ่นจอ 9.7 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 11,500 บาท น่าจะเป็นคำตอบที่ง่ายที่สุด และถือเป็นรุ่นเพื่อการศึกษาของทาง Apple ด้วย

แต่ถ้าต้องการมากกว่านั้น ก็จะเริ่มหันมามอง iPad Mini 7.9 นิ้ว ในราคาเริ่มที่ 13,900 บาท หรือ iPad Air 10.5 นิ้ว ในราคา 17,900 บาท โดยทั้ง 2 รุ่นนี้ เพิ่งเปิดตัวออกมาพร้อมกัน ให้สเปกที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นการเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการแท็บเล็ตจอใหญ่ หรือจอเล็กที่พกพาง่าย

ข้ามขึ้นไปอีกขึ้นก็คือ iPad Pro 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 28,900 บาท ก็จะเหมาะกับผู้ใช้อีกกลุ่ม ที่ต้องการแท็บเล็ตประสิทธิภาพสูงที่มาตอบโจทย์ในการใช้งานเฉพาะทางมากขึ้น ทั้งการทำรูป ไปจนถึงใช้ตัดต่อได้

จะเห็นได้ว่า iPad ทั้ง 4 รุ่น ต่างมีกลุ่มเป้าหมาย และจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนั้นก็ควรดูที่รูปแบบการใช้งาน และงบประมาณที่มี เพื่อเลือก iPad ให้เหมาะสมกันต่อไป

iPad Mini เน้นพกพาง่าย

มาถึงรายละเอียดหลักๆของ iPad Mini ที่นำมารีวิวกันในวันนี้ ภาพลักษณ์ภายนอก ไม่ได้มีจุดที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมมากนัก ด้วยขนาดตัวเครื่อง 203.2 x 134.2 x 6.1 นิ้ว น้ำหนักรุ่น Wi-Fi 300.5 กรัม Cellular 308.2 กรัม มีให้เลือก 3 สีเช่นเดิมคือ เงิน เทาสเปซเกรย์ และทอง

ตัวเครื่องมากับหน้าจอ Multi Touch ขนาด 7.9 นิ้ว ที่เป็นจอแบบ IPS ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล 326 ppi ที่ทางแอปเปิลระบุว่า สามารถแสดงสีได้ระดับ P3 รองรับการแสดงผลแบบ True Tone ถัดจากหน้าจอลงมาเป็นปุ่มโฮม และเซ็นเซอร์ Touch ID เช่นเดิม ส่วนขอบบนเป็นกล้องสำหรับ FaceTime ที่ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล

ด้านหลังมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น ให้รองรับการถ่ายภาพแบบ Live Photos รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ Full HD  รอบตัวเครื่องก็จะมีปุ่มปรับระดับเสียง (ด้านขวา) ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง (ด้านบน) พอร์ต Lightning (ด้านล่าง) อยู่เช่นเดิม

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่อง นอกจากตัวเครื่อง iPad Mini ก็จะมีอะเดปเตอร์ชาร์จ และสาย USB to Lighting พร้อมกับคู่มือการใช้งานตัวเครื่อง ตามปกติ ส่วน Apple Pencil ถ้าต้องการมาใช้งานคู่กันจะจำหน่ายแยกในราคา 3,100 บาท

อ่านอีบุ๊ก-เล่นเกม-ท่องเว็บ-AR

ด้วยขนาดของตัวเครื่องที่ไม่ใหญ่จนเกินไป พอๆกับหนังสือเล่มหนึ่ง ทำให้ iPad Mini กลายเป็น หนึ่งในดีไวซ์ที่เหมาะกับการนำมาใช้เพื่ออ่านอีบุ๊กเป็นอย่างมาก เพราะสามารถถือใช้งานได้ด้วยมือข้างเดียว ประกอบกับน้ำหนักที่ถือว่าค่อนข้างเบา ทำให้เวลาใช้งานนานๆก็ไม่เมื่อย

เช่นเดียวกับการเล่นเกมมือถือ เพราะเมื่อต้องการดีไวซ์ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น iPad Mini ที่จอ 7.9 นิ้ว จะช่วยทำให้การเล่นเกมบนมือถือได้ประสบการณ์ที่ดีขึ้น เพราะมีจอใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนทั่วๆไป ในขนาดตัวเครื่องที่ยังจับถนัดมืออยู่เวลาใช้งาน

นอกจากนี้ ด้วยการที่มากับชิปเซ็ต Apple Bionic A12 ยังทำให้ iPad Mini มีประสิทธิภาพในการประมวลผลไม่แตกต่างจาก iPhone XS ที่ถือเป็นระดับท็อปๆ ในเวลานี้รองรับ iPad Pro ทำให้การเล่นเกม โดยเฉพาะเกม AR ที่ต้องการประมวลผลสูงๆ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ

ส่วนการใช้งานเว็บไซต์ เล่นโซเชียลมีเดีย หรือตรวจงานเอกสารต่างๆ iPad ทุกรุ่นสามารถตอบโจทย์ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นดีไวซ์ที่เน้นการอ่านเป็นหลัก ดังนั้น ประสบการณ์ใช้งานเพื่อความบันเทิงต่างๆ ก็ได้ครบถ้วน

เสริมด้วย Apple Pencil

ก่อนหน้านี้ เราเพิ่งเห็น Apple ออก iPad ที่รองรับการใช้งาน Apple Pencil ออกมา พร้อมทำราคาให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในระดับหมื่นต้นๆ จากเดิมอุปกรณ์ที่สามารถใช้ Apple Pencil ได้คือต้องเป็นระดับ iPad Pro เท่านั้น การขยายไลน์ออกมายัง iPad ธรรมดาก็ถือเป็นก้าวที่น่าสนใจ

พอมีการอัปเกรด iPad Mini และ iPad Air ก็เลยเพิ่มความสามารถให้ใช้งาน Apple Pencil ได้เช่นกัน ในขณะที่ iPad Pro ก็ได้รับการอัปเกรดก่อนหน้านี้ให้สามารถใช้งานคู่กับ Apple Pencil 2 ที่เพิ่มเรื่องการชาร์จไร้สายเข้ามา

 

ถ้าถามว่า Apple Pencil รุ่นแรก เพียงพอกับการใช้งานในเวลานี้ไหม ก็ต้องบอกว่า Apple Pencil  ทุกรุ่นในเวลานี้ ถือเป็นปากกาที่นำมาใช้งานคู่กับแท็บเล็ตได้แม่นยำที่สุด ทั้งเรื่องการตอบสนองแรงกด และความง่ายในการจดบันทึก ที่ทำให้การใช้งาน iPad ทำได้หลากหลายมากขึ้น

การเชื่อมต่อ Apple Pencil คู่กับ iPad Mini ยังใช้วิธีการเดิมคือ ถอดปลอกที่ปลาย Apple Pencil ออกมาจะพบกับหัวต่อ Lightning ก็นำไปเสียบเข้ากับพอร์ต Lightning เพื่อเชื่อมต่อได้ทันที ผ่านการเชื่อมต่อบลูทูธ เฉพาะครั้งแรกเท่านั้น ส่วนการชาร์จแบตของ Pencil ก็จะมีข้อต่อมาให้ในกล่องใช้ชาร์จกับที่ชาร์จได้ตามปกติ

สรุป

หลังจากที่ Apple ไม่ได้ออก iPad Mini มาหลายปี เชื่อว่าแฟนๆ ที่ใช้งาน Mini เครื่องรุ่นแรก จะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เปลี่ยนมาเป็นรุ่นใหม่นี้ เพราะรู้ถึงประสิทธิภาพ และความสามารถอยู่แล้ว ส่วนถ้าเป็นกลุ่มผู้ใช้ใหม่ ก็ลองเลือกดูว่าต้องการแท็บเล็ตขนาดเล็กพกพาง่าย ก็เลือก Mini ถ้าต้องการจอใหญ่ขึ้นก็มีตัวเลือกอื่นๆในตระกูล iPad ให้ใช้

ทั้งนี้ iPad Mini วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 13,900 บาท สำหรับรุ่น WiFi 64 GB และ 18,900 บาท สำหรับ WiFi+Cellular 64 GB

Gallery

]]>