CBIZ Reviews – MGR Online https://cyberbiz.mgronline.com เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์ ไอที ไฮเทค เป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดการออนไลน์ Tue, 23 Apr 2019 11:53:33 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.9.6 Review : Nokia 8.1 กล้อง Zeiss ไม่ทำให้ผิดหวัง https://cyberbiz.mgronline.com/review-nokia-8-1/ Tue, 23 Apr 2019 11:50:45 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30580 Nokia 8.1 คือสมาร์ทโฟนเรือธงที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เอชเอ็มดี โกลบอลซื้อแบรนด์ Nokia กลับมาสู่อ้อมอกบ้านเกิด จุดขายหลักของ Nokia 8.1 คือสมรรถนะการทำงานที่รวดเร็ว, กล้องคู่เลนส์ ZEISS ที่ทำงานผสานกับระบบ AI, ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่อัปเดตความปลอดภัยทุกเดือนเป็นเวลา 3 ปี และรับประกันการอัปเดต Android เวอร์ชั่นใหม่อย่างน้อย 2 เวอร์ชั่น ทั้ง 4 จุดขายนี้ถูกนำมารวมกันในเครื่องที่มองแล้วหน้าตาคล้ายรุ่นฮิต Nokia 6.1 Plus

ข้อดี

– ดีไซน์หรู วัสดุดูดี
– ระบบ Android One ลื่นไหล
– แบตเตอรี่อึดทนนาน เหลือ 3% ยังใช้ต่อได้เกิน 1 ชั่วโมง
– กล้องคู่เลนส์ ZEISS ถ่ายภาพแสงน้อยได้ดี

ข้อสังเกต

– ไม่มีฟีเจอร์ซอฟต์แวร์พิเศษ
– หากไม่ได้ชาร์จกับ adapter ที่ให้มา จะชาร์จได้ช้ามาก

สวยขึ้นนิดเดียว?

ความรู้สึกแรกที่ได้จับ Nokia 8.1 คือหน้าตาที่มองคล้ายกับรุ่นพี่ทั้ง Nokia 6.1 Plus และ Nokia 7 Plus แต่จุดต่างคือความเล็กกว่าของหน้าจอขนาด 6.18 นิ้ว รอบตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียม ตัดขอบด้วยสีทองแดงหรือ Copper จนเป็นลูกเล่นที่ดึงดูดสายตาคนชอบความแวววาวได้อยู่หมัด

Nokia 8.1 มีกล้องหน้าความละเอียดสูงติดไว้ด้านบน หน้าจอความละเอียด Full HD+ ฝั่งซ้ายของเครื่องเป็นช่องใส่ซิม และ Micro SD, ฝั่งขวามีปุ่มกดปรับระดับเสียงและเปิดปิดเครื่อง

Nokia 8.1 มาพร้อมพอร์ต USB-C ติดไว้ด้านล่างของเครื่อง วางไว้กึ่งกลางระหว่างลำโพงและไมโครโฟน สำหรับช่องเสียบหูฟังถูกติดไว้ด้านบนแทน ด้านหลังของ Nokia 8.1 มีกระจกเคลือบ ช่วยลดรอยนิ้วมือกวนใจได้ดีมาก กล้องถ่ายภาพเลนส์ Zeiss คู่วางไว้เหนือระบบสแกนลายนิ้วมือ ตามมาด้วยโลโก้ Nokia ที่วางแนวนอน

AI ช่วยให้ฉลาดขึ้น

การเพิ่มระบบ AI ที่ทำให้ Nokia 8.1 ดูฉลาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อรวมกับระบบปฏิบัติการ Android Pie พ่วงด้วยฐานะมือถือ Android One ทำให้สิ่งที่สัมผัสได้ชัดบน Nokia 8.1 คือความลื่นไหล ที่สำคัญคือกล้องหลังของ Nokia 8.1 ที่เป็นเลนส์ Zeiss คู่ 13 และ 12 ล้านพิกเซลและทำงานร่วมกับระบบ AI ประมวลผลภาพนั้นช่วยยกระดับการถ่ายภาพบน Nokia 8.1 ได้แบบไม่ต้องอธิบายกันมาก

UI กล้องแบบใหม่บน Nokia 8.1 ถือว่าใช้ง่าย มีระบบ Auto Focus ถ่ายภาพไม่ผิดหวังเพราะมีแฟลช LED Flash Two Tone ภาพเหล่านี้จะยิ่งชัดใสเมื่อแสดงบนหน้าจอ Nokia 8.1 ที่มีฟีเจอร์ Pure Display ผ่านหน้าจอ LTPS LCD ขนาด 6.18 นิ้ว ความละเอียด 2280×1080 พิกเซล

Nokia 8.1 ไม่เพียงถูกใจคอวิดีโอเพราะสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 4K 30 FPS แต่ยังถูกใจคอเซลฟี่เพราะกล้องหน้าของ Nokia 8.1 ใช้เลนส์ Zeiss ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ซึ่งยังคงมีลูกเล่นเฉพาะของ Nokia อย่าง Bothie เหมือนเดิม

Nokia 8.1 ตอบโจทย์คอเกมได้ด้วยซีพียู Qualcomm Snapdragon 710 หน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB พื้นที่เก็บข้อมูล ROM ขนาด 64GB รองรับ MicroSD สูงสุด 512GB รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE (Dual SIM), WiFi 802.11AC, Bluetooth 5.0, GPS และ A-GPS

ผลการทดสอบของ Nokia 8.1 พบว่าพอเชิดหน้าชูตาได้ เช่นเดียวกับการแสดงผลกราฟฟิก


แบตเตอรี่ของ Nokia 8.1 ใหญ่ 3500 mAh ใช้งานทั่วไปได้ตลอดวันแบบไม่ต้องชาร์จ การชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% เป็น 100% ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ผลงานของที่ชาร์จใหญ่ขนาด 18W ซึ่งแปลว่า HMD Global ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีชาร์จไว

ปิดรอยบากไม่ได้

Nokia 8.1 ไม่มีซอฟต์แวร์ซ่อนรอยบากหรือ Notch มากับเครื่อง ผู้ใช้ที่รำคาญตาอาจต้องไปดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อซ่อนรอยบากด้วยตัวเอง ถือเป็นจุดต่างของสมาร์ทโฟนแบรนด์ Nokia เทียบกับแอนดรอยด์โฟนค่ายอื่นอย่างเช่น Huawei หรือ Oppo ที่มีซอฟต์แวร์ซ่อนทั้งรอยบากและรอยหยดน้ำบนหน้าจอไร้ขอบของตัวเอง

นอกจากการไม่มีซอฟต์แวร์เสริม อีกจุดที่สัมผัสได้จากการทดสอบ Nokia 8.1 เครื่องนี้คือระบบสแกนลายนิ้วมือที่ทำงานไม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ การหยิบจับเครื่องเมื่อวางลงยังทำได้ยาก เกิดจากตัว body ของเครื่องที่ลื่น ไม่ถนัดมือ

สรุป

ตัวเครื่องและจอแสดงผลสวยงามทำให้ราคาโปรโมชัน 9,900 บาท จากราคาเต็ม 13,900 บาทถูกมองว่าดีงามมาก โดยเฉพาะการถ่ายรูปในที่แสงน้อยที่ทำได้ดีเหลือเชื่อ

แบตเตอรี่ 3,500 mAh ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะสามารถใช้งานต่อได้แม้ไม่ชาร์จทุกวัน ระบบจะตัดคุณสมบัติบางส่วนออกเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ ทำให้ยังสามารถใช้งานต่อได้อีกหลายชั่วโมง

]]>
Cyber Apps 22/01/19 : ร่วมรักษ์โลกเนื่องใน “วันคุ้มครองโลก” ไปกับแอปและเกมดีๆ https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-220119/ Mon, 22 Apr 2019 02:22:44 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30606 รู้ไหมว่า วันที่ 22 เมษายน ของทุกปี คือ “วันคุ้มครองโลก (Earth Day)” ซึ่งประกาศโดยโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ เพื่อเน้นย้ำให้เราตระหนักถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง

เริ่มได้จากสิ่งเล็กๆ รอบตัวเราในทุกวัน ลดการใช้วัตถุย่อยสลายยาก ใช้วัสดุหรือภาชนะที่ใช้ซ้ำได้ แยกขยะเพื่อให้ง่ายต่อการทำลาย ฯลฯ และเช่นกัน ที่ App Store เราขอนำเสนอแอปและเกมที่ชวนคุณให้ตระหนักรู้อย่างลึกซึ้งถึงคุณค่าที่โลกมีต่อเรา

Toca Nature ชวนคุณหนู มาเรียนรู้เรื่องธรรมชาติรอบตัว

สมัยนี้จะให้เลี้ยงลูกอยู่แต่ในบ้านอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวคือการให้พวกเขาได้ออกไปผจญโลกกว้างแบบชนิดที่ไม่ต้องห่วงว่าเนื้อตัวจะเปรอะเปื้อน แต่ก็จะให้เด็กๆ ออกไปผจญภัยข้างนอกจริงๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น Toca Nature จึงอาสาเปิดโอกาสให้พวกเขาได้สร้างโลกแห่งการผจญภัยขึ้นมาด้วยตัวเองเลย

Toca Nature เหมาะสำหรับเด็กวัย 6-8 ขวบ โดยเกมนี้จะชักชวนให้เด็กๆ มาขีดเขียนจินตนาการและออกสำรวจโลกแห่งธรรมชาติที่ตัวเองสร้างขึ้น พอเข้าแอปมา เด็กๆ จะได้เจอกับแผนที่โล่งๆ ซึ่งเมื่อใช้นิ้วเลื่อนไปมาจะกลายสภาพเป็นป่าที่มีสีสันสดใส รายล้อมด้วยภูเขา แม่น้ำ และทะเลสาบ และแน่นอนว่าธรรมชาติจะสมบูรณ์ไปไม่ได้ถ้าหากขาดบรรดาสิงสาราสัตว์

เพียงชั่วพริบตาเดียว Toca Nature ก็จะอุดมไปด้วยนกที่ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว ตัวบีเวอร์จอมเจ้าเล่ห์ และเจ้าหมีขี้เซา เด็กๆ สามารถให้อาหารสัตว์ได้ด้วยการปัดที่จอเพื่อเลื่อนผลไม้หรือปลาเข้าไปวางตรงจุดที่สัตว์เหล่านั้นยืนอยู่ และพอถึงฤดูผลิผล ก็สามารถเก็บเห็ด ผลเบอร์รี่ หรือถั่วจากป่ามาได้เช่นกัน เมื่อไรก็ตามที่ผู้เล่นพบกับสัตว์น่ารักๆ ในเกม ก็สามารถแคปรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ด้วย

ชวนเด็กๆ มาสนุกกับโลกรอบตัวใน Toca Nature บน iPhone และ iPad ได้ในราคา 139 บาท 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/toca-nature/id893927401?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.tocaboca.tocanature&hl=th

Picture this เอ๊ะนี่ต้นอะไรหว่า?

ที่โลกของเราร่มรื่นและน่าตื่นเต้น ส่วนใหญ่เลยก็เพราะมันมีต้นไม้และดอกไม้ ที่มีทรง สี และกลิ่นแตกต่างกันออกไป ความงามของธรรมชาติที่ศึกษาได้ไม่รู้จบนี้เอง ถึงทำให้มันยิ่งน่าค้นหา และที่ผ่านมาคุยเคยสังเกตไหมว่า เมื่อได้ไปเที่ยวที่ใหม่ๆ ก็มักจะพบต้นไม้และดอกไม้แปลกตา ทำให้ชวนคิดถึงที่มาที่ไปของพวกมัน และหากคุณอยากเพิ่มความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ไว้ประดับบารมีของคุณล่ะก็ ลองโหลดแอปฯ Picture This ดูสิ!

Picture This คือ แอปที่มีความอัจฉริยะอยู่ในตัว เพียงแค่ถ่ายรูปต้นไม้หรือดอกไม้ที่คุณอยากทำความรู้จัก และอัปโหลดขึ้นไปในระบบ สมองกลก็จะทำการค้นหาข้อมูลในระบบและบอกชื่ออย่างเป็นทางการของพันธุ์ไม้นั้นๆ ให้คุณทราบได้ทันที

ในแอปนี้ มีข้อมูลของแต่ละพันธุ์ไม้ที่ชัดเจนและละเอียด เช่น ชื่อทางวิทยาศาสตร์ และชื่อในภาษาท้องถิ่นต่างๆ ลักษณะเฉพาะ วิธีการดูแลรักษา และรูปของพันธุ์ไม้ชนิดเดียวกัน แต่มีสีต่างๆ กัน และพบในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

อาจกล่าวได้ว่าแอป Picture This เปรียบเสมือนเป็นคลังความรู้ของผู้สนใจศึกษาเรื่องพันธุ์ไม้ที่ทันสมัยและหยิบมาใช้อ้างอิงได้ง่ายๆ เหมาะมากทั้งมือใหม่ และมือโปร นอกจากที่เราทราบชื่อพันธุ์ไม้นี้ เราสามารถแชร์ข้อมูลพิกัดที่เราพบให้กับเพื่อนที่เป็นคนรักต้นไม้ทั่วไปได้ทราบด้วย เพราะในแอปนี้มีชุมชนของคนรักพันธุ์ไม้จากทั่วโลกมารวมตัวกัน สุดท้าย แอปนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการติดตามต้นไม้แสนรักที่เราปลูกไว้ในสวนของเราได้อีกด้วย แค่ถ่ายรูปที่มันเติบโตงอกงามขึ้นทุกวัน เก็บเอาไว้ดูให้ยิ่งอิ่มใจ

แอป Picture This สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/picturethis-plant-identifier/id1252497129?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=cn.danatech.xingseus&hl=th

TED ฟังกูรูพูดคุยเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม

เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นปัญหาของใครโดยเฉพาะ แต่มันต้องเป็นประเด็นที่มนุษย์พันล้านคนบนโลกต้องตระหนักและปรับตัว แอปอย่าง TED จะเป็นประตูของการเปิดโลกกว้างทางความคิดให้กับคุณ ในแอปมีคลิปวิดีโอมากมายที่พูดถึงองค์ความรู้ต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ เสียงของมนุษย์ส่งผลต่อสัตว์ในมหาสมุทรได้จริงหรือการปล่อยดาวเทียมเพื่อติดตามภาวะก๊าซเรือนกระจก และจะดีไหมถ้าโลกเรามีหุ่นยนต์ที่ช่วยบริโภคมลพิษให้หมดไปจากโลก

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวในประเด็นอื่นๆ เช่น การศึกษา เศรษฐกิจ นวัตกรรม รวมๆ กว่า 1,300 เรื่องที่มีซับไตเติลเป็นภาษาไทยด้วย นอกจากจะเรียนรู้จากเนื้อหาในแอปแล้ว การฝึกสังเกตท่าทาง จังหวะและวิธีการพูดที่น่าฟังของวิทยากรแต่ละคน ที่สามารถสะกดคนดูได้อยู่หมัด ก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่ควรค่าแก่การเรียนรู้และนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของคุณ ถึงตอนนี้ ถ้าคุณคิดไม่ออกจริงๆ ว่าอยากจะดูอะไร แค่บอกว่าคุณกำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหนและมีเวลาว่างอยู่เท่าไหร่ แค่นี้แอปก็จะสร้างเพลย์ลิสต์ของวิดีโอที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณมาให้ มีแอปและเรื่องราวดีๆ รอคุณพร้อมขนาดนี้แล้ว แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยัง?

แอป Ted ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งบน iPhone, iPad และ Apple TV

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/ted/id376183339?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.ted.android

Captain Planet: Gaia Guardians เมื่อขยะร้ายกลายเป็นมอนสเตอร์ที่คุณต้องปราบ

ใครที่เกิดยุค 90s ยังจำการ์ตูนเรื่อง กัปตันอวกาศ (Captain Planet and the Planeteers) กันได้ไหม ตอนนี้ซูเปอร์ฮีโร่ผู้รักษ์โลกและเด็กหนุ่มสาวทั้ง 5 จะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับคอนเซ็ปต์ดีๆ จากการ์ตูนก็คือสอนให้ผู้คนช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการลด ใช้ซ้ำ และรีไซเคิล

ในเกมแอคชั่นสไตล์ Idle นี้ ตัวร้ายทำลายธรรมชาติได้คิดแผนการชั่วร้ายขึ้นมาอีกแล้ว ครั้งนี้พวกมันใช้ลำแสงเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นมอนสเตอร์ขนาดยักษ์พร้อมถล่มเมืองให้เละ แย่ล่ะสิคุณจะได้ช่วยเหลือ Planeteers ทั้ง 5 คน Kwame, Wheeler, Linka, Gi และ Ma-Ti ในการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่กลายร่างมาจากกล่องพิซซ่าและขยะต่างๆ โดยการกดรัวๆ ที่ตัวสัตว์ประหลาดเพื่อโจมตี หรือจะให้เหล่า Planeteers ลุยด้วยตัวเองก็ได้นะ

นอกจากนั้นยังมีสถานที่ต่อสู้หลายแบบเลยล่ะทั้งทะเลทราย บนภูเขาและในป่าด้วย ในช่วงพักการต่อสู้ คุณจะได้ช่วย Captain Planet จัดการกับเหล่ามอนสเตอร์และเปลี่ยนมันเป็นเพชรสุดล้ำค่า ใช้เพชรพวกนี้ในการเรียกพลังพิเศษอันทรงพลังของ Planeteers มาใช้ เช่น พลังอุกกาบาตของ Wheeler เป็นต้น และด้วยคำแนะนำของมารดาแห่งโลก Gaia คุณจะสามารถฟื้นฟูฐานทัพบนเกาะ Hope Island ให้สวยงามดังเดิม ซ่อมแผงโซลาเซลล์ และปลูกต้นผลิตเงินได้อีกด้วย ขึ้นชื่อว่าเกมแบบ Idle แล้ว ทรัพยากรในเกมก็จะผลิตไปเรื่อยๆ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เล่น และเมื่อคุณกลับมาเล่นเมื่อไหร่ก็ใช้ทรัพยากรเหล่านั้นมาอัพเลเวลเพื่อให้โจมตีได้แรงขึ้นได้เลย เพิ่มความแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้พร้อมรับมือกับบอสสุดโหดและไม้ตายของพวกมันซึ่งก็คือ Captain Pollution มารวมพลังกำจัดมลพิษให้หายไปจากโลกและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติกันเถอะ ลุย!

สนุกกับ Captain Planet: Gaia Guardians ได้แบบฟรีๆ บน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/captain-planet-gaia-guardians/id1230620612?mt=8

]]>
Review : Apple AirPods 2 ปะทะ Galaxy Buds https://cyberbiz.mgronline.com/review-apple-airpods-2/ Tue, 16 Apr 2019 05:18:11 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30557

ถือเป็นการออกหูฟังไร้สายแบบ True Wireless มาปะทะกันแบบเต็มตัว หลังจากที่ Samsung ปล่อยให้ Apple ทำตลาดล่วงหน้ามาก่อนถึง 2 ปีเต็มๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้ Samsung จะพยามนำเสนอ Gear Icon ออกมาแล้ว แต่ความสามารถก็ยังไม่ถึง ทำให้ Apple กลายเป็นผู้นำตลาดอยู่ในเวลานี้

จากข้อมูลล่าสุดของ Counter Point ระบุว่า ปัจจุบัน AirPods เป็นอุปกรณ์ในกลุ่ม Hearables (อุปกรณ์หูฟังไร้สาย) ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 60% ตามมาด้วย Jabra และ Samsung ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึงครึ่งของ Apple

ในขณะที่ก่อนหน้านี้ IDC เพิ่งมีการแจ้งว่าจะเพิ่มกลุ่มอุปกรณ์ไอทีสวมใส่หู (Ear-Worn) ขึ้นมา เป็นอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จะเก็บข้อมูล เพราะเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง จากการที่หลายๆ แบรนด์เริ่มให้ความสนใจในการผลิตหูฟังแบบ True Wireless ออกมา เช่นเดียวกับความนิยมในการใช้งานผู้ช่วยส่วนตัว ทั้ง Siri Google Assistant และ Alexa

AirPods 2 ชาร์จไร้สาย-อัตโนมัติมากขึ้น

การเปิดตัว AirPods 2 ออกมาพร้อมกับการเพิ่มความสามารถเล็กน้อย อาจจะทำให้มองว่ารุ่นนี้ไม่มีอะไรใหม่ แต่ในความเป็นจริง ฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นมากลายเป็นตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เมื่อรวมกับความสามารถเดิมทำให้ผู้ที่อยู่ใน Apple Ecosystems ใช้งานสะดวกขึ้น

5 จุดหลักๆ ที่ถูกอัปเดตเพิ่มขึ้นมาบน AirPods 2 คือ 1.การที่ปรับปรุงชิปเซ็ตที่ใช้ภายในจากเดิมที่เป็น Apple W1 มาเป็น Apple H1 ที่ช่วยให้การสลับใช้งานระหว่างอุปกรณ์ได้เร็วขึ้น 2 เท่า นอกจากนี้ ยังมีการวัดถึงความเร็วในการโอนสายระหว่างโทรศัพท์ ไปยัง AirPods ได้เร็วขึ้น 50%

2.แบตเตอรี ที่เมื่อหันมาใช้ชิป H1 ทำให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น โดยทาง Apple แจ้งว่า ใช้ฟังเพลงได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง และใช้สนทนาต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 50% ถ้านับรวมเวลาที่ชาร์จร่วมกับเคสจะใช้งานได้ต่อเนื่องกว่า 24 ชั่วโมง โดยเมื่อชาร์จ 15 นาที จะใช้สนทนาได้กว่า 2 ชั่วโมง

3.สามารถเรียกใช้งาน Siri ได้ด้วยการพูดหวัดดี Siri’ เพื่อสั่งให้ปรับเสียง เปลี่ยนเพลง สั่งงานต่างๆได้ โดยไม่ต้องแตะสั่งงานที่ AirPods เหมือนเมื่อก่อน ส่วนฟังก์ชันการแตะสองครั้งเพื่อเปลี่ยนเพลงก็ยังสามารถแตะสั่งได้เช่นกัน

4.มีเคสชาร์จแบบไร้สายมาให้เลือก ก่อนหน้านี้เวลาที่จะชาร์ตเคส AirPods ผู้ใช้จำเป็นต้องชาร์จผ่านสาย Lighting เท่านั้น แต่ในรุ่น AirPods 2 จะมีเคสชาร์จไร้สายเพิ่มมาเป็นทางเลือก ให้ผู้ใช้สามารถวางเคส บนแท่นชาร์จที่รองรับมาตรฐาน Qi ได้ทันที

ส่วนความสามารถเดิมอย่างการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iOS เมื่อเปิดเคสขึ้นมา จะมีให้เลือกเชื่อมต่อก็ยังคงอยู่ เช่นเดียวกับการตรวจจับการใช้งานเมื่อใส่เข้าหู ก็จะทำการเชื่อมต่อให้อัตโนมัติ เมื่อถอดออกจากหูเพลง หรือภาพยนตร์ที่รับชมอยู่ก็จะหยุดให้อัตโนมัติ และเมื่อใส่กลับเข้าไปก็จะทำงานต่ออัตโนมัติ

สำหรับราคาจำหน่ายของ AirPods 2 ที่มาพร้อมกับเคสชาร์จไร้สายจะอยู่ที่ 7,990 บาท ถ้าเป็นเคสชาร์จ Lightning ปกติจะอยู่ที่ 6,500 บาท ถ้าต้องการซื้อเฉพาะเคสชาร์จไร้สายจะอยู่ที่ 2,990 บาท

Galaxy Buds ที่พัฒนาตามในราคาที่ดีกว่า

ในฝั่งของ Samsung การพัฒนา Galaxy Buds ออกมาเป็นหูฟัง True Wireless แบบ In-Ears ก็กลายเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Galaxy ที่กำลังมองหาอุปกรณ์มาช่วยเสริมการใช้งานในอีโคซิสเตมส์

จุดที่ทาง Samsung เรียนรู้ และพัฒนาได้น่าสนใจ อย่างฟังก์ชันการเชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อเปิดเคสขึ้นมา เมื่อใช้งานร่วมกับ Galaxy S10 ก็จะมีหน้าจอขึ้นมาให้เลือกเชื่อมต่อได้ไม่ต่างจาก AirPods หรือเรียกได้ว่าพัฒนาตามมาได้อย่างน่าสนใจ

ส่วนเรื่องของแบตเตอรี Galaxy Buds ก็ทำได้น่าสนใจ เพราะทาง Samsung เคลมว่าสามารถใช้งานฟังเพลงได้ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง และใช้สนทนาได้ 5 ชั่วโมง ตามด้วยแบตเตอรีในเคสที่สามารถชาร์จใช้งานเพิ่มได้อีก

รวมถึงความสามารถของเคสที่รองรับการชาร์ตแบบไร้สายอยู่แล้ว โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แถมใน Galaxy S10 และ S10+ ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์อย่าง Wireless Power Share ทำให้ถ้าแบตหูฟังหมดฉุกเฉินก็ใช้ Galaxy S10 เป็นแท่นชาร์จให้เคสหูฟังได้เลย

ส่วนราคาของ Galaxy Buds จะอยู่ที่ 4,999 บาท และยังมีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ ดำ ขาว และเหลือง ดังนั้น จะเห็นได้ว่าราคาของ Galaxy Buds จะถูกกว่า AirPods 2 อยู่แล้ว และได้เคสแบบชาร์จไร้สายด้วย

การใช้งาน

ทั้ง Galaxy Buds และ AirPods สามารถนำไปเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทั้ง iOS และ Android รวมถึงพีซีต่างๆ เพียงแต่ถ้า AirPods เชื่อมต่อกับ iOS ก็จะได้ความสะดวกในการเชื่อมต่อที่ง่ายกว่า เช่นเดียวกับที่ผู้ใช้ Galaxy ที่ลงแอป Smart Ware ก็จะเชื่อมต่อ Galaxy Buds ได้ง่ายกว่า

เพียงแต่ว่า Galaxy Buds จะมีฟีเจอร์เพิ่มเติมที่ ผู้ใช้ iOS ไม่สามารถใช้ได้คือการแตะที่หูฟังค้างไว้เพื่อฟังเสียงรอบข้าง (Ambient Sound) เพราะถ้านำมาใช้กับ iOS เมื่อแตะค้างไว้จะเป็นการเรียกใช้งาน Siri แทน

ส่วนรูปแบบของหูฟัง ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้มากกว่าว่าชอบแบบหูฟังธรรมดา หรือแบบ In-Ears ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าใส่แบบ In-Ears ใช้งานเป็นเวลานาน ก็จะรู้สึกเมื่อยหูได้ ในขณะที่ใช้งาน AirPods ไม่เจออาการดังกล่าว แต่ก็มีผู้ใช้บางรายที่ไม่เหมาะกับการใช้ AirPods เพราะใส่แล้วหลุดก็มี

ทำให้รวมๆแล้ว ก็อยู่กับว่าผู้ใช้เลือกใช้อีโคซิสเตมส์ของดีไวซ์แบบไหน ถ้าใช้อุปกรณ์ของ Apple ก็จะเหมาะกับ AirPods มากกว่า ในขณะที่ถ้าใช้ Galaxy ก็จะเหมาะกับ Galaxy Buds มากกว่าเช่นกัน ที่สำคัญคือต้องใส่แล้วให้ความมั่นใจว่าจะไม่หลุดหายง่ายๆด้วย

โดยในอีโคซิสเตมส์ของ Apple นอกจาก AirPods แล้ว ก็เพิ่งมีการะเปิดตัว Apple Powerbeats Pro ออกมา โดยจะเน้นกลุ่มผู้ที่นำไปใช้กับการออกกำลังกาย และคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นจาก Beats by Dr.Dre ที่จะมีให้เลือกหลายสีทั้ง  Black, Ivory, Moss และ Navy วางจำหน่ายในช่วงเดือนพฤษภาคม ราคา 8,900 บาท

Gallery

]]>
Review : Huawei P30 Pro ที่สุดของกล้องถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน https://cyberbiz.mgronline.com/review-huawei-p30-pro/ Tue, 09 Apr 2019 09:30:44 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30478

เรียกได้ว่า หัวเว่ย (Huawei) ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการปรับแนวคิดการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน ด้วยการชูจุดเด่นอย่างการซูมภาพได้ไกล 50x บน P30 Pro และการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ให้ออกมาสว่างเหมือนกลางวัน จนกลายเป็นจุดขายหลักของเครื่องรุ่นนี้

Huawei P30 Pro ถือว่าทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยการเลือกนำจุดที่ผู้บริโภคต้องการเป็นลำดับต้นๆ ในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเวลานี้คือเรื่องของกล้อง มาชูเป็นจุดเด่น ต่อยอดจากความร่วมมือกับ ไลก้า (Leica) ที่มัดใจผู้บริโภคมาได้ตั้งแต่ P20 ซีรีส์แล้ว

การมาของ P30 Pro เลยยิ่งเข้าไปตอกย้ำภาพของการเป็นผู้นำสมาร์ทโฟนที่สามารถถ่ายภาพได้ดี ผสมไปกับประสิทธิภาพของตัวเครื่องที่ถูกพูดถึงมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาคือ Mate20 Pro ที่แสดงให้ผู้บริโภคเห็นถึงความสามารถมาแล้ว

ข้อดี

  • สมาร์ทโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพดีสุดในเวลานี้
  • แบตเตอรี 4,200 mAh อึดมาก รองรับการชาร์จเร็ว / Reverse Charge ให้อุปกรณ์อื่น
  • สีตัวเครื่องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • เริ่มมีการนำเสนอฟีเจอร์ที่ใช้งานในอีโคซิสเตมส์อย่าง OneHop เข้ามาให้ใช้งาน

ข้อสังเกต

  • ความละเอียดหน้าจอแสดงผลยังเป็น Full HD+
  • กล้องหน้าเป็นแบบ Fix Focus / ไม่รองรับการสแกนใบหน้าแบบ 3D
  • ถ้าจะเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลต้องใช้ NM Card โดยเฉพาะ
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. / ตัวแปลงมาให้

เด่นที่กล้องชัดเจน

จุดสำคัญที่ทำให้ P30 Pro กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นเรื่องของกล้องคือการปรับแนวคิดในการบันทึกภาพ จากเดิมที่เซ็นเซอร์จะรับแสง RGB (แดง เขียว น้ำเงิน) มาเพื่อประมวลผลออกมาเป็นภาพ แต่ Huawei เลือกนำการรับแสงแบบ RYYB (แดง เหลือง เหลือง น้ำเงิน) มาช่วยประมวลผลแทน ทำให้สามารถเก็บแสงได้มากกว่าเดิม 40%

โดยเมื่อดูถึงการจัดเรียงกล้องหลังทั้ง 3 เลนส์ ของ P30 Pro ไล่จากด้านบนลงมาคือเลนส์มุมกว้างสุดที่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.2 ในระยะเลนส์ 16 มม. ตรงกลางคือเลนส์หลักระยะ 27 มม. ที่ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล f/1.6 และสุดท้ายคือเลนส์ซูมระยะ 125 มม. ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4

ที่น่าสนใจคือเลนส์ทุกตัวมาพร้อมกับระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF และระบบกันสั่น OIS ไม่นับรวมกับเลนส์ ToF ที่มาช่วยในการโฟกัสระยะของวัตถุเพิ่มเติม ซึ่งช่วยให้สามารถจับโฟกัสในที่แสงน้อยได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงการสร้างโบเก้ของการถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ด้วย

การใช้งานแต่ละช่วงเลนส์ก็จะมีการจับคู่ทำหน้าที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน เบื้องต้นก็คือถ้าใช้งานถ่ายระยะปกติ 1x กล้องหลัก 40 ล้านพิกเซลจะเป็นเลนส์หลัก เมื่อซูมเข้าไปถึงระยะ 5 เท่า ถึงจะปรับเป็นหน้าที่ของเลนส์ซูม 8 ล้านพิกเซล

ในขณะที่ถ้าถ่ายภาพในระยะ 3x-5x จะเป็นการทำงานคู่กันระหว่างเลนส์หลัก และเลนส์ซูม เพื่อให้ภาพที่ออกมาได้รายละเอียดมากที่สุด นอกจากนี้ ก็ยังมีการทำงานของเลนส์มุมกว้างคู่กับเลนส์หลัก เมื่อถ่ายภาพซูเปอร์มาโคร หรือการนำเลนส์กว้างมาช่วยลดการสั่นไหวของภาพขณะถ่ายวิดีโอด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำงานของ AI ที่มากับหน่วยประมวลผล Kirin 980 ที่เข้ามาช่วยควบคุมการทำงานของกล้องตรงนี้ กลายเป็นจุดเด่นหลักที่ทำให้ P30 Pro สามารถถ่ายภาพได้ดีขึ้น พัฒนาขึ้นจาก P20 Pro และ Mate20 Pro เป็นอย่างมาก

P30 Pro ที่ดัน ISO ไปถึง 439,600

โดยภาพการเปรียบเทียบของรูปที่ถ่ายในที่แสงน้อย ระหว่าง iPhone XS Max Galaxy S10+ และ P30 Pro ถือเป็นการแสดงจุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดของเครื่องรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะในสภาพแสงที่เครื่อง 2 รุ่นแรกไม่สามารถบันทึกภาพได้ แต่ P30 Pro สามารถถ่ายและเก็บรายละเอียดออกมาได้ แม้ใช้งานในโหมดอัตโนมัติ

นอกจากนี้ การซูมภาพในระยะที่ให้ความคมชัดมากที่สุดของรุ่นนี้ เมื่อหันมาใช้เลนส์ซูมแบบ Periscope ทำให้การถ่ายภาพระยะ 10x ที่เป็นไฮบริดจ์ซูมได้ความคมชัดมาก และช่วยให้สามารถทำดิจิทัลซูมไปได้สูงถึง 50 เท่าด้วย

ส่วนกล้องหน้าที่หันมาใช้เลนส์แบบฟิกซ์โฟกัส ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เมื่อทำงานร่วมกับระบบ AI ก็ช่วยให้สามารถละลายหลังได้เมื่อถ่ายเซลฟี่ รวมไปถึงการใส่เอฟเฟกต์ภาพต่างๆ และเนื่องจากเป็นเลนส์แบบฟิกซ์โฟกัส ทำให้เหมาะกับระยะการถ่ายเซลฟี่เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโหมดการถ่ายวิดีโอ P30 Pro ยังมีจุดที่ยังไม่สามารถแซงคู่แข่งได้อย่างเรื่องระบบกันสั่น การโฟกัสภาพ การตรวจจับวัตถุต่างๆ ที่เชื่อว่ามีโอกาสพัฒนาขึ้นอีกแน่นอนในอนาคต ซึ่งถ้ามองเทียบกับรุ่นก่อนหน้าของหัวเว่ยก็ถือว่าพัฒนาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดแล้ว

โหมดถ่ายวิดีโอที่น่าสนใจใน P30 Pro คือเรื่องของการถ่ายวิดีโอ 2 กล้องพร้อมกัน ทำให้ได้มุมมองที่แตกต่างกัน คือได้ทั้งแบบมุมกว้าง และมุมแคบ ทำให้ได้ภาพเคลื่อนไหวที่แปลกตาไปอีกแบบ

Photos Gallery

ฟีเจอร์อื่นๆก็ไม่ทิ้ง

ต่อมา หลังจากเรื่องกล้องฟีเจอร์อื่นๆที่ถูกนำเสนอมาใน Mate20 Pro ที่ถือเป็นรุ่นแฟลกชิปที่เน้นประสิทธิภาพ Huawei ก็มีการนำมาให้ใช้งานภายใน P30 Pro นี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหารจัดการพลังงาน ที่ทำให้ P30 Pro สามารถใช้งานบนแบตเตอรีขนาด 4,200 mAh ได้สบายๆ

พร้อมด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Huawei Super Charge ที่รองรับไฟแรง 40W ทำให้สามารถชาร์จได้ 70% ในเวลา 30 นาที รวมกับรองรับการชาร์จไร้สาย และฟีเจอร์อย่าง Reverse Charge ที่จะแชร์แบตเตอรีแบบไร้สายให้อุปกรณ์อื่นด้วย

ส่วนการปลดล็อกด้วยการสแกนลายนิ้วมือก็ทำได้รวดเร็ว แถมตัวเครื่อง P30 Pro ยังมากับการป้องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ที่น้ำลึก 1.5 เมตร ไม่เกิน 30 นาที ทำให้ในการใช้งาน เมื่ออกไปถ่ายภาพก็ไม่ต้องกังวลเมื่อฝนตก

ในส่วนของประสิทธิภาพตัวเครื่อง เนื่องจาก P30 Pro นำชิปเซ็ตอย่าง Kirin 980 มาใช้งาน ซึ่งถือเป็นหน่วยประมวลผลบนสถาปัตยกรรมแบบ 7 นาโนเมตรรุ่นแรกๆของโลกอยู่แล้ว เมื่อนำมาใช้งานคู่กับเครื่อง RAM 8 GB ROM 256 GB จึงถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่อยู่ในกลุ่มประสิทธิภาพสูงในทันที

แต่ถ้ามองในแง่ของการเป็นเครื่องไฮเอนด์แล้ว P30 Pro ก็ยังมีจุดที่น่าเสียดายอยู่เมื่อเทียบกับ Mate20 Pro อย่างเรื่องจอแสดงที่ Mate20 Pro ให้ความละเอียดจอเป็น 2K รวมถึงกล้องหน้าที่รองรับการสแกนใบหน้าแบบ 3D ที่หายไปในรุ่นนี้

ดีไซน์ ยังคงสำคัญ

ดีไซน์ตัวเครื่องของ P30 Pro ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จากรุ่นเดิมที่เป็นจอแบน พอมาในรุ่นนี้ก็พัฒนามาเป็นจอโค้ง เช่นเดียวกับใน Mate20 Pro ที่ทำเป็นรุ่นจอโค้งมาก่อนแล้ว พร้อมกับปรับลดรอยบากบนหน้าจอออกไป เหลืองเพียงกล้องหน้าอยู่ตรงกึ่งกลางจอด้านบนเท่านั้น เพื่อให้ได้หน้าจอแสดงผลที่เต็มพื้นที่มากที่สุด

ด้านหลังเครื่องก็มีการไล่เฉดสีตามสมัยนิยม โดยเฉพาะสีอย่าง Breathing Crystal ที่จะไล่เฉดสีตามแต่ละมุมมอง ทำให้ตัวเครื่องมีความหรูหรามากยิ่งขึ้น ประกอบกับการออกแบบให้เป็นขอบหลังโค้งด้วยเช่นกัน ทำให้เวลาจับถือถนัดมือมากยิ่งขึ้น

ขนาดของ P30 Pro จะอยู่ที่ 73.4 x 158. X 8.41 มิลลิเมตร น้ำหนัก 192 กรัม โดยส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ของหน้าจอ 6.47 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2340 x 1080 พิกเซล) แน่นอนว่าเมื่อหันมาใช้จอโค้งทำจะเสียพื้นที่บริเวณขอบเครื่องไปบางส่วน ซึ่งในจุดนี้ถ้าเป็นผู้ที่ไม่ค่อยชินกับจอโค้งเวลาใช้งานช่วงแรกๆ จะต้องมีอาการสัมผัสบริเวณขอบไม่ค่อยติดอยู่บ่อยๆ

ส่วนรอบๆตัวเครื่องของ P30 Pro ทางด้านซ้ายจะถูกปล่อยว่างไว้ ส่วนทางด้านขวา เป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดปิดเครื่อง ขณะที่ด้านบนจะมีไมโครโฟนตัดเสียง และพอร์ตอินฟาเรตที่เอาไว้ใช้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

ด้านล่างจะนอกจากเป็นที่อยู่ของพอร์ต USB-C ที่ใช้เป็นทั้งช่องชาร์จแบตเตอรี เชื่อมต่อหูฟัง และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ พร้อมกับรูไมโครโฟน ก็จะมีช่องใส่นาโนซิมการ์ด ที่รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิม หรือ 1 ซิม คู่กับการ์ดนาโนเมมโมรี่ (NM Card) ของหัวเว่ยโดยเฉพาะ

ส่วนลำโพงสนทนา P30 Pro จะใช้เทคโนโลยีใหม่ Acoustic Display ที่ใช้การกระจายตัวของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จากการสั่นสะเทือนในจอภาพ ทำให้เสียงสามารถแนบหน้าจอเข้ากับหูเพื่อใช้งานได้เลย ส่วนเสียงลำโพงของเครื่องรุ่นนี้ที่เป็นแบบโมโน ก็จะไม่ดังออกมาจนกังวาล แต่อยู่ในระดับที่เพียงพอกับการใช้งาน

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องของ P30 Pro นอกจากตัวเครื่องก็จะมี อะเดปเตอร์ที่รองรับการชาร์จเร็ว 40w สายชาร์จ USB-C หูฟัง USB-C เคสใส คู่มือ เข็มจิ้มถาดซิมมาให้

Gallery

ทดสอบประสิทธิภาพ

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของ Huawei P30 Pro ในส่วนของการประมวลผลถือว่าอยู่ในระดับบนๆ อยู่แล้ว แต่ในเรื่องของแบตเตอรี กลับเด่นชัดขึ้นมา โดยสามารถทำเวลาใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 16 ชั่วโมง

สรุป

จากประสิทธิภาพของกล้องในหลายๆจุด Huawei P30 Pro ได้พิสูจน์ถึงความเป็นสมาร์ทโฟนที่กล้องถ่ายภาพนิ่งได้ดีที่สุดในตลาดเวลานี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ยังมีส่วนที่ต้องพัฒนาในการถ่ายวิดีโอให้ดีขึ้น เทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆในท้องตลาด

นอกจากนี้ ด้วยการทำราคากับโอเปอเรเตอร์ และโปรโมชันในช่วงเปิดจองทำให้ P30 Pro กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ระดับราคาน่าสนใจ เพราะถ้าเป็นผู้ที่ใช้แพกเกจมือถือรายเดือนแพงๆอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อเครื่องได้ในราคาเริ่มต้นที่ 9,990 บาท จากราคาปกติที่ 31,990 บาท ซึ่งถือว่าลดเยอะมาก

]]>
สงกรานต์นี้…พกแอปเจ๋งๆ ไว้แช๊ะๆๆ เก็บโมเม้นต์ดีๆ ไปด้วยกัน https://cyberbiz.mgronline.com/photo-app-for-songkran/ Mon, 08 Apr 2019 15:04:55 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30473 ช่วงสงกรานต์นี้โมเมนต์ที่สุดแสนเพอร์เฟกต์ มักเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แต่โชคดีที่ทุกวันนี้เรามีพลังวิเศษในรูปแบบของโทรศัพท์มือถือที่ช่วยให้คุณสามารถบันทึกช่วงเวลาเหล่านั้นเก็บไว้ได้ง่ายๆ

เพียงแค่หยิบมันขึ้นมาและกดถ่ายรูปด้วยกล้องถ่ายรูปอันทรงประสิทธิภาพของ iPhone ไม่ว่าใครก็สามารถถ่ายภาพของสายน้ำที่สาดกระเซ็นออกมาจากปืนฉีดน้ำสีสันสดใส

หรือภาพของหยดดินสอพองที่ลอยท้าแรงโน้มถ่วงท่ามกลางความสนุกสนานของการเล่นประแป้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างคมชัด ก่อนที่เราจะออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กันในปีนี้

ลองมาศึกษาวิธีการใช้แอปเหล่านี้ดูเผื่อว่าคุณจะได้นำมันมาช่วยบันทึกความทรงจำดีๆ ออกมาเป็นภาพสวยๆ กัน

Sun Surveyor เช็กความสว่างและตำแหน่งของแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบเลนส์

รวมแอปถ่ายรูปของมือโปร

Horizon Camera จะช่วยให้คุณถ่ายภาพและวิดีโอขอบฟ้าออกมาได้เป็นเส้นตรงเป๊ะ

Halide Camera ช่วยให้คุณปรับโฟกัสระยะชัดตื้นของภาพถ่ายบุคคลได้อย่างเป็นธรรมชาติ ได้ภาพพอร์เทรตหลังละลายงดงามสมใจ รองรับการบันทึกภาพเป็นไฟล์ RAW ได้ด้วยถ้าคุณใช้ iPhone X หรือรุ่นที่ใหม่กว่าขึ้นไป

ProCam 6 จะทำให้คุณถ่ายภาพและวิดีโอแนวสตรีทอาร์ทเน้นแสงสีของเมืองใหญ่ในป่าคอนกรีต ด้วยความละเอียดสูงได้สวยอย่างมืออาชีพ

ก่อนที่จะส่งรูปที่ถ่ายไปอวดเพื่อนๆ หรือจะอัปโหลดรูปลงในแฟ้มผลงานหรือลงขายในเว็บไซต์ออนไลน์ ทำไมไม่ลองแต่งภาพให้สมบูรณ์ขึ้นด้วยแอป VSCO หรือ Adobe Lightroom CC ดูล่ะ

สำหรับรูปเซลฟีและภาพถ่ายบุคคลก็สามารถนำไปแต่งและเพิ่มเอฟเฟกต์เจ๋งๆ ได้ใน Portrait by img.ly ส่วนใครที่เป็นคอโซเชียลมีเดีย ต้องถูกใจแน่นอนกับแอป Nichi ซึ่งจะช่วยทำให้ภาพถ่ายต่างๆ ที่คุณแชร์ดูเก๋และอาร์ตขึ้นไปอีกขั้น เพียงเท่านี้ แค่มี iPhone อยู่ในมือและแอปพวกนี้อยู่ในเครื่อง รับรองว่ารูปของคุณจะสวยเก๋ไม่เหมือนใครแน่นอน

]]>
Review : DJI Osmo Pocket พกง่าย ถ่ายวิดีโอสนุก https://cyberbiz.mgronline.com/review-dji-osmo-pocket/ Thu, 04 Apr 2019 08:58:49 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30452

ตลาดกล้องถ่ายวิดีโอพกพาถือว่ากลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ทั้ง GoPro เปิดตัวแอคชันคาเมร่ารุ่นใหม่ Hero 7 ตามมาด้วยเจ้าพ่อโดรน และอุปกรณ์กันสั่น (Gimbal) DJI ที่นำความสามารถของกล้องโดรน มาพัฒนาเป็นกล้องขนาดเล็กพกพาง่าย พร้อมกันสั่นระดับเทพ Osmo Pocket

DJI อาจจะไม่ได้วาง Osmo Pocket มาให้เป็นแอคชันแคมฯ ที่นำไปใช้งานได้ทุกสถานการณ์ แต่เน้นการนำไปถ่ายระหว่างเที่ยว หรือการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเก็บช่วงเวลาประทับใจ ด้วยขนาดที่เล็ก และพกพาง่าย

Osmo Pocket เป็นได้ทั้งกล้องถ่ายภาพนิ่ง และกล้องวิดีโอ ที่มากับระบบกันสั่น 3 แกน ที่ผู้ใช้สามารถถ่ายจากอุปกรณ์ได้ทันที หรือจะเลือกเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านพอร์ตพิเศษ เพื่อใช้เป็นจอแสดงผลเพิ่มเติมได้

ข้อดี

  • กล้องวิดีโอขนาดเล็ก
  • ระบบกันสั่น ช่วยให้ถ่ายได้นิ่ง
  • รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android

ข้อสังเกต

  • ซื้อเครื่องเดียวไม่จบ ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม
  • การบันทึกภาพวิดีโอในที่แสงน้อย ยังทำได้ไม่ค่อยดี

ขนาดเล็ก พกพาง่าย

จุดเด่นหลักของ Osmo Pocket คือการเป็นกล้องบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงที่มีขนาดเล็ก ทำให้สามารถพกพาใส่กระเป๋าไปได้ทุกที่ โดยขนาดของ Osmo Pocket จะอยู่ที่ มิลลิเมตร 121.9 x 36.9 x 28.6 น้ำหนัก 116 กรัม

ที่ตัวกล้องบริเวณแกนด้านบนจะเป็นที่อยู่ของกล้อง ที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.3” ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่สามารถหมุนได้เกือบๆ 360 องศา ทำให้เวลาถือถ่าย สามารถหมุนหน้าจอกลับมาเป็นถ่ายแบบเซลฟี่ หรือจะเลือกบันทึกภาพไปด้านหน้าได้ โดยไม่ต้องพลิกตัวเครื่องไปมา

ถัดลงมา จะเป็นส่วนของจอทัชสกรีนที่ใช้แสดงผล ขนาดหน้าจอ 1 นิ้ว โดยในการใช้งานจะสามารถควบคุมโหมดเบื้องต้นได้จากหน้าจอนี้ทันที และใช้เป็นจอในการดูภาพด้วย

ต่อจากหน้าจอลงมาเป็นพอร์ตเชื่อมต่อ (Universal Port) ที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนตัวเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนที่ใช้งาน โดยจะมีให้เลือกทั้งพอร์ต Lightning กับ iPhone และ USB-C ของ Android โดยบนสมาร์ทโฟนต้องมีการติดตั้งแอปเพื่อควบคุมเพิ่มเติมด้วย

ที่เหลือก็จะไฟแสดงสถานะ และปุ่มควบคุมต่างๆ ที่จะมีทั้งปุ่มบันทึกภาพ (จุดสีแดง) และปุ่มเปิดเครื่อง/สลับโหมดถ่ายภาพ ที่สามารกด 2 ครั้งเพื่อให้กล้องกลับมาที่จุดกึ่งกลาง และกด 3 ครั้ง เพื่อหมุนกล้องสลับหน้าหลัง ซึ่งออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานด้วยมือข้างเดียว

อีกจุดที่ลืมไม่ได้คือพอร์ต USB-C ด้านล่างเครื่อง ที่ใช้เป็นพอร์ตชาร์จตัวเครื่อง รวมถึงการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่จะทยอยออกมาให้ใช้งาน

ทั้งนี้ อุปกรณ์ในกล่องที่ให้มา นอกจากตัวกล้อง DJI Osmo Pocket แล้วก็จะมีตัวเชื่อมต่อพอร์ตต่างๆ สายชาร์จ USB-C เคสใส่สำหรับพกพา และคู่มือการใช้งานมาให้ ในกล่องกระดาษรีไซเคิล

หยิบ ถ่าย ได้ทุกเวลา

ความสะดวกในการพกพา Osmo Pocket ใช้งานคือการที่ผู้ใช้สามารถหยิบออกจากกระเป๋า เพื่อถ่ายใช้งานได้ทันที โดยเมื่อหยิบขึ้นมาเปิดเครื่อง กดถ่าย ตัวเครื่องก็จะเริ่มบันทึกเรื่องราวที่ต้องการ ที่สำคัญก็คือไม่ต้องกังวลในเรื่องของการสั่นไหวของกล้อง ที่จะทำให้วิดีโอออกมาดูไม่สวยงาม

นอกจากความสะดวกแล้ว Osmo Pocket ยังมีโหมดให้เลือกใช้งานนอกเหนือจากถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ ก็คือสามารถเลือกถ่ายแบบติดตามวัตถุ (ActiveTrack) ถ่ายภาพพาโนราม่า ถ่ายภาพ Timelapse แบบเคลื่อนไหว ที่ทุกอย่างสามารถกดตั้งค่าได้จากในตัว Osmo Pocket ทันที

ในแง่ของการใช้งานจริง Osmo Pocket จะเป็นเหมือนกล้องแทนสายตาให้แก่ผู้ใช้งาน ที่ไม่ต้องกังวลในการถือเดินถ่าย หรือแม้แต่การวิ่งถ่ายภาพ ซึ่งปกติถ้าใช้กล้องมือถือ หรือกล้องทั่วๆไปถ่าย ภาพที่ได้ออกมาจะมีการสั่นไหวรุนแรง แต่ถ้าเป็น Osmo Pocket ข้อจำกัดดังกล่าวก็จะหายไป

ดังนั้น ถ้ามองหาอุปกรณ์ที่จะมาช่วยให้การถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอสนุกขึ้น นอกเหนือจากมือถือ Osmo Pocket ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่าย Vlog ก็จะทำให้มีฟุตคุณภาพให้นำมาใช้งานได้มากขึ้นด้วย

ใช้สนุกขึ้น ถ้าต่อกับสมาร์ทโฟน

ความสนุกขึ้นของ Osmo Pocket ไม่ใช่แค่อยู่กับการใช้บนตัวเครื่องเท่านั้น เพราะด้วยการที่ตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอป DJI MIMO ที่เมื่อเชื่อมต่อแล้ว จะแปลงให้สมาร์ทโฟนกลายเป็นจอภาพในการแสดงผล

ที่บอกว่าสนุกขึ้นก็คือในแอปจะมีความสามารถเพิ่มเติม อย่างโหมด Story ที่เป็นธีมในการถ่ายวิดีโอมาให้ หรือจะเลือกโหมดถ่ายเพื่อติตตามวัตถุ ที่สามารถใช้ปุ่มควบคุมบนหน้าจอเพื่อหมุนมุมกล้องได้ทันที

นอกจากนี้ เมื่อเชื่อมต่อแล้วก็สามารถโอนถ่ายไฟล์ภาพและวิดีโอเข้ามาไว้ในเครื่อง เพื่อแชร์ขึ้นโซเชียลได้ทันที ดังนั้น จึงช่วยให้ไม่ต้องมาคอยต่อ WiFi เพื่อเชื่อมต่อเครื่องให้ยุ่งยาก

สรุป

Osmo Pocket จะเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการถ่าย VLOG เล่าเรื่องราวต่างๆ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพของวิดีโอให้ดีขึ้น ด้วยการที่มีกล้องกันสั่นขนาดพกพาเข้ามาช่วย และด้วยการที่ขนาดเล็ก ทำให้สามารถถือถ่ายได้สะดวกด้วย ขณะเดียวกันด้วยราคาเปิดตัวที่ไม่แรงมากนัก (13,500 บาท) ก็ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่า

แต่ถ้าซื้อมาแล้วใช้ถ่ายวิดีโอทั่วๆไป ไม่ได้ใช้เป็นอาชีพ หรือต้องการเน้นกันสั่นมากนัก เชื่อว่าคุณภาพของกล้องบนสมาร์ทโฟนระดับท็อปสามารถแทนที่ได้สบายๆ เช่นกัน ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าซื้อมาแล้วจะได้ใช้งานมากแค่ไหน

Gallery

]]>
Cyber Apps 01/04/19 : Goodreads / Big Bang AR / ELSA Speak / Epic Seven https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-010419/ Mon, 01 Apr 2019 09:22:14 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30445 Goodreads มารีวิวหนังสือดีๆ กันเถอะ

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติได้เวียนมาถึงอีกครั้ง นอกจากจะเป็นกิจกรรมใหญ่ของปีที่มีหนังสือใหม่ๆ ให้เลือกช้อปมากมายแล้ว ยังเป็นที่ๆ หนอนหนังสือมากมายมารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และความรู้สึกที่มีต่อหนังสือเล่มโปรดของตัวเองด้วย

และเพราะงานหนังสือต้องรอหลายเดือนถึงจะจัดสักที ดังนั้นเราก็ขอแนะนำพื้นที่พิเศษสำหรับคนรักหนังสือได้มากติดตามหนังสือใหม่ๆ ได้รีวิวความรู้สึกที่มีต่อหนังสือเล่มต่างๆ เสมือนเป็นเครือข่ายออนไลน์สำหรับคนรักหนังสือ ซึ่งที่นั้นก็คือ แอปอย่าง Goodreads นั่นเอง

แอปนี้เป็นเสมือนคลังห้องสมุดขนาดใหญ่ที่ไม่ได้เน้นให้อ่านหนังสือออนไลน์ แต่เน้นให้อ่านความคิดเห็นของผู้อ่านคนอื่นๆ ที่มีต่อหนังสือแต่ละเล่ม พูดง่ายๆ ก็คือ ทันทีที่อ่านหนังสือจบ มีเรื่องให้ขบคิดมากมาย ที่นี่คือที่แชร์ความรู้สึกหลังอ่านหนังสือแต่ละเล่มจบบริบูรณ์นั่นเอง วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ แค่สมัครเป็นสมาชิก และค้นหาชื่อหนังสือ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หากไม่พบชื่อหนังสือในระบบ (หนังสือภาษาอังกฤษดังๆ เกือบทุกเล่มหาเจอได้ที่นี่เราเองก็สามารถสร้างเพจเพื่อให้คนมารีวิวหนังสือเล่มนี้เลยก็ได้ ฉะนั้นจะว่าไปแล้วแอป Goodreads นอกจากจะเหมาะกับการให้เขียนมาเปิดเพจชวนคนมารีวิวหนังสือตัวเอง และยังเป็นพื้นที่ออนไลน์แบ่งปันความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือแต่ละเล่มอีกด้วย

แอป Goodreads สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งบน iPhone, iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/goodreads-book-reviews/id355833469?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.goodreads

Big Bang AR เดินทางสู่จุดเริ่มต้นของจักรวาล

ดาราศาสตร์” มักจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นปนลี้ลับเสมอกับคนทั่วๆไป และเรื่องที่ลึกล้ำและน่าค้นหาไปยิ่งกว่านั้น คือ จุดเริ่มต้น “ของจักรวาล” มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรและแอปสุดเจ๋งอย่าง Big Bang AR ก็พร้อมพาคุณไปไขความลับเหล่านั้น

แอปนี้ใช้เทคนิคความจริงเสมือน หรือ AR เพื่อทำให้การเรียนรู้เรื่องที่เข้าใจยากๆ เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ แค่อนุญาตให้มือถือเข้าถึงกล้อง การเริ่มต้นเรียนรู้ความลับของจักรวาลก็เริ่มต้นขึ้นทันที นอกจากนี้เสียงบรรยายยังเป็นเสียงของนักแสดงสาวมากรางวัลอย่าง “ทิลดา สวินตัน (Tilda Swinton)” ที่ทำให้ความลี้ลับของวัฎจักรแห่งโลกและดวงดาวยิ่งคงมนตร์เสน่ห์

สนุกกับการเรียนรู้เรื่องจักรวานกับ Big Bang AR ดาวน์โหลดได้ฟรีทาง App Store และใช้งานได้ทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/big-bang-ar/id1453396628?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=ch.cern.BigBangAR&hl=en_US

ELSA Speak ฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษให้เป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา

คุณรู้สึกลำบากไหมเวลาต้องแยกการออกเสียงภาษาอังกฤษของคำว่า “heal” กับ “heel”, “brake” กับ “break” หรือ “principle” กับ “principal”? คุณเคยออกเสียงผิดจนต้องอายกับคำอย่าง “sheet” หรือ “crab” หรือเปล่าแล้วคุณมีปัญหากับการฟังเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติแล้วไม่แน่ใจว่าเขาพูดคำว่า “bill” หรือ “build” ไหม?

ELSA Speak ถูกออกแบบมาให้เป็นผู้ช่วยออกเสียงแบบดิจิทัล โดยแอปสามารถช่วยคุณพัฒนาการออกเสียงได้ในทุกๆ พยางค์ แอปนี้มีระบบตรวจจับเสียงสุดล้ำที่จะวิเคราะห์เสียงพูดของคุณและตอบกลับทันทีว่าพยางค์ไหนที่คุณยังออกเสียงไม่ถูก แถมยังบอกวิธีแก้ให้ด้วย โดยในโหมด Advanced ของแต่ละบทเรียนจะมีการทดสอบโดยการให้คุณออกเสียงทั้งประโยคให้ถูกต้อง จะมีการบอกเกรดด้วยนะว่าคุณการออกเสียงใกล้เคียงกับเจ้าของภาษาขนาดไหน

พอฝึกฝนไปสักพัก คุณจะแยกเสียง /s/ (เช่นคำว่า see),  และ /sh/ (เช่นคำว่า sheep) ได้แน่นอน หรืออาจถึงขนาดออกเสียงยากๆ อย่าง /ʃ/ (sh), /tʃ/ (ch) และ /k/ ในคำว่า “Cash a check” ได้เหมือนกับเจ้าของภาษาเลยล่ะ คุณสามารถตั้งเตือนประจำวันและตั้งระยะเวลาการฝึกฝนที่เหมาะสมกับคุณได้ด้วย ถ้าคุณอยากออกเสียงได้ถูกต้องและดูเป็นธรรมชาติ คุณต้องฝึกพูดเยอะๆ พยายามฝึกไปเรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษของคุณจะพัฒนาขึ้นแน่นอน สู้ๆ นะทุกคน

ฝึกภาษากับ ELSA Speak ได้ทุกที่ทุกเวลาทั้งบน  iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/elsa-speak-accent-reduction/id1083804886?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=us.nobarriers.elsa

Epic Seven กู้โลกจากภัยร้าย ตามสไตล์อนิเมะ

โลกอันงดงามแห่งนี้ถูกคุกคามจากการคืนชีพของปิศาจโบราณ ชายหนุ่มผู้เป็น Heir of the Covenant ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับไหลกว่าทศวรรษเพื่อมากอบกู้โลกใบนี้ แต่มันเป็นการปลุกที่เสียมารยาทไปหน่อยนะเนี่ย ก็พวกผู้ดูแลต้องการค่าตอบแทนจากเขาน่ะสิ ซึ่งจริงๆ แล้วการช่วยโลกครั้งล่าสุดของเขาก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดซะด้วย

ขอต้อนรับสู่โลกสุดอลังการของเกม Epic Seven! อย่าเพิ่งถูกบทเริ่มหลอกเอาได้ล่ะ เพราะเกมนี้จัดเต็มความ epic มาสมชื่อจริงๆ เรื่องราวในเกมนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์สุดคลาสสิกอย่าง Lord of the Rings และ Record of Lodoss War ซึ่งรับรองว่าคุณจะได้เจอกับโมเมนต์การต่อสู้สุดอลังการอย่างจุใจแถมจัดมาในรูปของภาพยนตร์อนิเมะฟอร์มยักษ์เลยทีเดียว

เล่นไปก็เหมือนได้ดูอนิเมะที่มีเนื้อเรื่องสุดเข้มข้น เต็มไปด้วยวีรกรรมสุดกล้าหาญ แผนการชั่วร้าย และความลับสุดแปลกอีกมากมาย รับรองฟินไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนตัวจริงของเรื่องราวแฟนตาซีหรือเป็นนักวางแผนสร้างทีมฮีโร่มือฉกาจ เกม Epic Seven จะอัดแน่นไปด้วยสิ่งที่ทำให้คุณสนุกตื่นเต้นจนวางแทบไม่ลงแน่นอน แค่ฉากเปิดแบบอนิเมะก็กินขาดแล้ว ไม่เชื่อก็ไปดูเองได้เลย!

เกม Epic Seven พร้อมให้ดาวน์โหลดและเล่นแล้วบน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/epic-seven/id1322399438?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.stove.epic7.google&hl=th

]]>
Review : Infinix Hot 7 เด่นได้เพราะแบตอึด https://cyberbiz.mgronline.com/reveiw-infinix-hot-7/ Wed, 27 Mar 2019 13:41:42 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30382 นอกจากดีไซน์ที่ดูหรูไม่แพ้ใคร Infinix Hot 7 มีจุดเด่นที่แบตเตอรี่ใหญ่จุใจ แถมยังมีเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือที่ทำให้ราคา 3,100 บาทของ Hot 7 ดูคุ้มค่าขึ้นอีกเป็นกอง แต่ทั้งหมดต้องแลกกับจุดด้อยเรื่องแรมน้อย 1GB ไม่ตอบโจทย์คอเกม และกล้องถ่ายภาพที่ไม่รองรับการถ่ายในที่แสงน้อย

ข้อดี

– ดีไซน์โมเดิร์น ไล่สีดูดีทันสมัย
– แบตเตอรี่อึดนาน 4000 MAh
– มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ข้อสังเกต

– RAM 1GB
– ไม่รองรับ 4G

ดูหรูกว่าราคา

Infinix Hot 7 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของ Infinix ที่เริ่มเปิดตัวในปี 2013 สินค้าส่วนใหญ่ตั้งเป้าเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ สำหรับประเทศไทย Infinix เปิดตัวทำตลาดในเมืองไทยช่วงปี 2017 มียอดขายรวมประมาณ 2 แสนเครื่องหลังจากทำตลาดมา 7 รุ่น ซึ่งล่าสุด HOT 7 เพิ่งเปิดตัวเดือนกุมภาพันธ์ใน ทำตลาดในราคา 3,190 บาท

ในภาพรวม Hot 7 ไม่ต่างจากจุดเด่นของสมาร์ทโฟน Infinix รุ่นอื่น ทั้งหน้าจอใหญ่คุณภาพความละเอียดสูงในระดับ HD และ Full HD ยังมีระบบเสียงดังสะใจ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทำให้ใช้งานได้นานตลอดวัน ไม่ต้องพกแบตสำรองเพื่อการใช้งานระหว่างวัน โดย Hot 7 ผ่ามาใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 (Go-Edition) ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นออกแบบมาเพื่อเจาะตลาดระดับเริ่มต้นอย่างแท้จริง

หน้าจอของ Infinix HOT 7 เป็นแบบ Notch Full View ขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ ซึ่งแม้ Hot 7 จะใช้วัสดุตัวเครื่องจากพลาสติกทั้งหมด แต่ดีไซน์เรียบหรูและใหญ่ทำให้เครื่องดูดีเกินราคา โดยในกล่องยังแถมหูฟังมาให้ในขณะที่หลายแบรนด์ซึ่งจำหน่ายในราคาระดับเดียวกันไม่ได้แถมให้

พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มม.ของ HOT 7 ถูกดึงไปติดไว้ที่ด้านบนของเครื่อง ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่อง micro usb ที่คั่นกลางระหว่างไมค์สนทนาและลำโพง ปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม power อยู่ฝั่งขวาของเครื่อง ฝั่งซ้ายเป็นที่อยู่ของถาดใส่ซิมแบบ 3 สล็อตยอดฮิต ทั้งหมดนี้อยู่บนขนาดของ Infinix Hot 7 คือ 155.3 x 75.86 x 8.4 มม

ระบบเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือของ HOT 7 อยู่ที่ด้านหลังเครื่อง ทำให้ตอบโจทย์ผู้ที่ถนัดทั้งระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ และใบหน้าซึ่งใช้งานได้ง่ายกว่า

RAM 1GB ไม่เอื้อ

HOT 7 ใช้ชิปเซ็ต MediaTek MT6580 เป็นชิปเซ็ต Quad-Core MediaTek MT6580 ที่มีความเร็วในการประมวลผล 1.3 GHz หน่วยความจำ RAM ขนาด 1GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในขนาด 16GB ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 8.1 (Go Edition)

ปัญหาคือ RAM 1GB ไม่เอื้อต่อการใช้งานกับบางแอปพลิเคชัน เกมบางเกมนั้นหมดสิทธิ์เปิดใช้บน HOT 7 เพราะหน่วยความจำที่หดหายไปรวดเร็วเมื่อเปิดใช้งานไม่กี่แอปพลิเคชัน โดยการใช้งาน Facebook จำเป้นต้องใช้ผ่าน Facebook Lite เท่านั้น

กล้องของ HOT 7 ถือว่าทำได้ดีเมื่อถ่ายในที่แสงมาก เช่นเดียวกับเซลฟี่ที่ผู้ใช้บางรายอื่นชื่นชอบภาพถ่ายไร้สิวจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าของ HOT 7 ที่ละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขณะที่กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งให้ภาพที่คมชัดดี แต่หากถ่ายในที่แสงน้อย HOT 7 ยังถือว่าสอบไม่ผ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนมือสั่นที่จะไม่รอดแน่นอนหากใช้ HOT 7 ถ่ายภาพแบบไม่มีเวลาเล็ง

หน้าตาโปรแกรมกล้องถ่ายภาพของ Hot 7 ถือว่าใช้งานง่าย ตัวเลือกไม่ซับซ้อน มีสัดส่วนถ่ายภาพให้เลือก 2 ขนาด ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับโหมดได้ตามต้องการ

ระบบเสียง Direct 3D Surrounding ของ HOT 7 นั้นดังกังวาลมาก ขณะที่แบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh ถือว่าน่าประทับใจที่สุด เพราะการทดสอบพบว่าแม้จะเหลือแบตเตอรี่เพียง 19% แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้อีก 3-4 ชั่วโมง

เมื่อชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม HOT 7 สามารถใช้งานต่อเนื่องแบบปกติได้เกิน 6 วัน แต่น่าเสียดายที่ HOT 7 ไม่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว ทำให้ HOT 7 ใช้เวลาเกิน 2 ชั่วโมง กว่าจะชาร์จเต็มจาก 0% เป็น 100%

เหมาะกับผู้เริ่มต้น

ด้วยราคา 3,190 บาท HOT 7 จึงอาจเป็นคำตอบของผู้เริ่มต้นใช้งานสมาร์ทโฟนที่ยังไม่ต้องการใช้แอปพลิเคชันมากมาย เพราะจำเป็นต้องเลือกใช้เฉพาะแอปพลิเคชันเล็กที่รองรับ Android 8.1 (Go-Edition) โดยที่บริการตระกูล Google Service ยังครบเครื่องพร้อมใช้งาน

แต่สำหรับผู้ใช้ระดับกลางที่หวังจะได้รับประสิทธิภาพเหมือนรุ่นราคา 4,000 บาทขึ้นไปอาจจะต้องผิดหวัง เนื่องจาก HOT 7 ให้พลังได้สมราคา โดยจุดที่เหนือความคาดหมายมีแต่แบตเตอรี่อึดทน ซึ่งหากใครคิดว่าจุดเด่นนี้โดนใจ HOT 7 ก็ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะสมาร์ทโฟนระดับราคา 5,000 บาทบางรุ่น ก็ยังไม่กล้าให้แบตเตอรี่ถึง 4000 mAh อย่างที่ HOT 7 มี.

]]>
Cyber Apps 25/03/19 : iTax Pro / Card Diary / Combyne / Idle Cook https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-250319/ Mon, 25 Mar 2019 07:33:28 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30435 iTAX Pro ตัวช่วยเพื่อโค้งสุดท้ายของการยื่นภาษี 

เดือนเมษาฯ ใกล้เข้ามาแล้ว และใจคุณเองก็ลอยไปถึงไหนต่อไหน ก็ใช่ล่ะมันคือช่วงวันหยุดที่ยาวที่สุดของพวกเราแต่ก่อนที่จะเตรียมตั้งท่าหาจองตั๋วเพื่อท่องโลก มันมีบางสิ่งสำคัญมากๆ ที่คุณจะต้องจัดการให้เสร็จก่อนแพ็กกระเป๋า มันดูน่าเบื่อ แต่ก็หนีไม่พ้น เดาถูกแล้วมันคือ การเตรียมตัวยื่นภาษีก่อนสิ้นเดือนมีนาคมของทุกปีนั่นเอง

แม้การยื่นภาษีจะทำให้โหมดสนุกของคุณถูกลดระดับลงไปบ้าง แต่เชื่อเถอะว่าการวางแผนและยื่นภาษีที่ถูกต้องตรงเวลา เผลอจะทำให้คุณมีเงินก้อนติดกระเป๋าก่อนออกไปเที่ยวอีกด้วยโดยแอปที่จะช่วยให้คุณคำนวนและยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง สะดวก และง่ายที่สุด ก็คือ iTAX Pro เพียงแค่กรอกรายได้ทั้งหมดตลอดปีของคุณลงไป (ทั้งงานประจำและจ็อบเสริม)

จากนั้นก็กรอกจำนวนเงินออมของคุณที่อยู่ในรูปแบบการลงทุนประเภทต่างๆ ลงไป ไม่ว่าจะเป็น กองทุน ประกันชีวิต ประกันสังคม ฯลฯ ตัวแอปก็จะคำนวณให้คุณทราบเลยว่า หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว คุณจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มอีกเท่าไหร่ หรือในทางกลับกัน เราจะได้คืนภาษีอีกเท่าไหร่อีกด้วย

จบแล้วโหมดที่ซีเรียสๆ มาดูมุมที่เจ๋งๆ ของแอปนี้กันดีกว่า หากผลปรากฎว่าคุณต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ตัวแอปยังแนะนำต่ออีกว่าคุณน่าจะนำเงินไปลงทุนอะไรที่เหมาะกับคุณเพื่อนำมาช่วยลดภาษีเพิ่มขึ้น รวมถึงการเลือกที่จะเอาเงินบริจาคเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีได้

iTAX Pro ดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรีบน iPhone 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/itax-pro-วางแผนภาษ-2561/id1050984347?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.ld.itax_pro_android&hl=th

Card Diary บันทึกเรื่องราวประจำวันด้วยภาพประกอบข้อความ

เราอาจคุ้นเคยกับคำว่า “รูปหนึ่งรูปแทนคำได้เป็นร้อยเป็นพัน” แต่ถ้าวันนี้เราบอกว่ารูปหนึ่งรูปใช้แทนวันหนึ่งวันได้เหมือนกันล่ะมันอาจจะช่วยให้คุณนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เมื่อปีที่แล้วคุณกำลังทำอะไรอยู่ บางทีคุณอาจจะนอนชิลล์ริมทะเลในช่วงวันหยุดยาว อาจจะกำลังทานอาหารกลางวันกับคนในครอบครัว หรืออาจจะเป็นแค่วันธรรมดาทั่วไปในออฟฟิศก็ได้

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นวันสำคัญหรือแค่วันธรรมดาวันหนึ่ง ทุกวันต่างก็ควรค่าที่จะจดจำเอาไว้ทั้งนั้น และแอป Card Diary แอปจดบันทึกอันแสนเรียบง่ายนี้ก็พร้อมที่จะช่วยคุณจดบันทึกวันเวลาของคุณเอาไว้ได้อย่างดี เพียงแค่เราใส่หนึ่งรูปต่อหนึ่งวัน แอป Card Diary นี้จะค่อยๆ สร้างไดอารี่ที่เล่าถึงชีวิตของคุณได้ดีที่สุด รูปของคุณไม่จำเป็นต้องสวยงามอลังการเสมอไป (โดยเฉพาะวันที่ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นให้แชร์บางทีแค่รูปน่ารักๆ ของเจ้าแมวขี้หงุดหงิดของคุณ หรือถนนแถวบ้านที่วันนี้ดูสวยแปลกตาเพราะถูกแต่งแต่มด้วยท้องฟ้าสดใส แค่นั้นก็พอแล้ว

ดาวน์โหลด Card Diary มาบันทึกเรื่องราวได้ฟรี บน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/card-diary-pretty-journal/id1295506659?mt=8

combyne – your perfect Outfit มิกซ์แอนด์แมทช์สไตล์จนใช่ตัวคุณ

หากเด็กๆ คุณชอบแต่งตัวตุ๊กตา โตมาก็ยังมีแพชชั่นและฝันอยากเป็นดีไซน์เนอร์ แอปอย่าง “combyne” คือ อาณาจักรแห่งตู้เสื้อผ้าใหม่ของคุณ แอปนี้พื้นฐานคือ แอปขายเสื้อผ้าออนไลน์ แต่ไม่ได้ตั้งใจจะขายแบบโต้งๆ จึงอาศัยกิมมิกสนุกๆ อย่างการเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อมาเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าและเครื่องประดับ ตั้งแต่หัวจรดเท้าให้กับทั้งคนทุกเพศทุกวัย

เมื่อได้เซ็ทที่ถูกใจก็เก็บเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าของตัวเอง หรือโพสต์อวดให้เพื่อนๆ ที่เป็นสมากชิกในแอปนี้มาดูสไตล์ของคุณได้ แบบนี้ยิ่งเล่นก็ยิ่งเพลิน ยิ่งเพลินก็ยิ่งอยากเป็นเจ้าของ ในแอปนี้มีภาพเสื้อผ้าและเครื่องประดับจากแบรนด์ดังๆ ทั่วโลกกว่า 1,000 แบรนด์ อาทิ อาร์มานี่ แมงโก้, ท็อปช็อป, มายเทเรซ่า ฯลฯ เป็นต้น

แอป combyne – your perfect Outfit ดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรีบน iPhone

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/combyne-your-perfect-outfit/id989727742?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.combyne.app&hl=en

Idle Cook เกมจำลองชีวิต ลองเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร

อยากเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่มีแฟรนไชส์ไปทั่วโลกไหมแต่จะทำยังไงถ้าแค่เข้าครัวก็เป็นเรื่องยากแล้ว ถ้างั้นก็เล่นเกมนี้เลย Idle Cook เกมนี้จะให้คุณเริ่มจากร้านอาหารเล็กๆ พร้อมสูตรเด็ดเฟรนช์ฟรายส์ และความฝันที่อยากจะมีแฟรนไชส์โด่งดังไปทั่วโลก

ปกติแล้วการเปิดร้านอาหารจะต้องมีการทำอาหารและเสิร์ฟให้ลูกค้าใช่ไหม แต่ในเกมนี้ทำทุกอย่างสามารถได้แค่แตะ แตะ และแตะหน้าจอเท่านั้น (ก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเกมสไตล์ idle นี่เนอะเมื่อกำไรของคุณเริ่มเพิ่มมากขึ้นแล้วล่ะก็ คุณจะสามารถซื้อการอัปเกรดใหม่ๆ และขยายกิจการได้ โดยเมื่อขึ้นเป็นระดับนักลงทุนแล้วก็จ้างเชฟให้ทำอาหารแทนคุณสิ แล้วก็อย่าลืมจ้างผู้จัดการเพื่อให้พนักงานทำงานได้ดีขึ้นด้วยนะ

เอาล่ะ เมื่อคุณไม่ต้องทำทุกอย่างเองแล้ว คุณถึงเวลาที่จะมองภาพได้กว้างกันหน่อย โดยหลังจากที่คุณมีทุนพร้อมแล้วก็ไปขยายสาขาในเมืองใหม่ๆ อย่างเช่น มหานครนิวยอร์กหรือเมืองอื่นๆ ได้เลย อยากเป็นมหาเศรษฐีในวงการอาหารก็ต้องใช้ไหวพริบกันหน่อยสิ จริงไหมแต่ตอนนี้เอาเป็นว่ามาเริ่มก้าวแรกใน Idle Cook ด้วยการทอดเฟรนช์ฟรายส์กันก่อนก็แล้วกัน

ดาวน์โหลด Idle Cook มาหัดเป็นเจ้าของร้านอาหารกันได้เลย บน iPhone และ iPad 

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/idle-cook/id1440734832

]]>
Cyber Apps 18/03/19 : Prêt-à-Makeup / Spectre Camera / Project Loading / Klok https://cyberbiz.mgronline.com/cyber-apps-180319/ Mon, 18 Mar 2019 07:49:41 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=30373 Prêt-à-Makeup ดีไซน์ลุคเก๋ๆ ให้เมคอัพของคุณ

คนที่หลงรักการออกแบบเสื้อผ้า ต้องมีแอปอย่าง Prêt-à-template เอาไว้ในครอบครองฉันท์ใด คนที่พิศมัยในโลกแห่งเครื่องสำอางและการแต่งหน้าก็จะต้องมีแอปใหม่อย่าง Prêt-à-Makeup ไว้ติดเครื่องฉันท์นั้น!

Prêt-à-Makeup ถือเป็นแอปล่าสุดที่จะช่วยให้คุณได้สนุกกับการฝึกซ้อมแต่งหน้านางแบบ ที่สามารถลองอะไรใหม่ๆ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเปลืองโทนเนอร์ล้างเครื่องสำอาง

จุดเด่นของแอปนี้คือ เทคโนโลยีล้ำๆ ที่อยู่เบื้องหลัง เช่นระบบกล้อง TrueDepth ที่จะทำให้คุณได้เห็นผลงานการแต่งหน้าของคุณจากหลายๆ มุมที่เปลี่ยนไปตามแสงและเงาสะท้อน และยิ่งหากได้ใช้งานกับ Apple Pencil ก็จะยิ่งเพลินวางปลายปากกาได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น เหมาะมากๆ สำหรับการสร้างเส้นที่แสนละเอียดบนช่วงริมฝีปากและดวงตา

สนุกกับการแต่งหน้าเสมือนจริงได้ไม่รู้จบกับแอป Prêt-à-Makeup ได้ทั้งบน iPhone และ iPad ฟรี

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/pr%C3%AAt-%C3%A0-makeup/id1434594204?mt=8

Spectre Camera เสกคนมากมายให้หายไปจากภาพ

การไปเที่ยว ณ สถานที่ฮ็อตๆ ในช่วงเทศกาล สิ่งท่ีคุณจะหนีไม่พ้นเลยคือ การจะต้องถ่ายภาพวิวสวยๆ พร้อมกับภาพคลื่นมหาชน ฉะนั้นใครๆ ก็ฝันว่าจะสามารถเสกคนนับพันๆ บนท้องถนนให้ละลายหายไปกับภาพวิวเบื้องหลังได้ แม้ฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่ก็เป็นไปแล้วกับแอปอย่าง Spectre Camera แอปที่อาศัยความสามารถของสมองกลในการปรับและตกแต่งภาพ

ความสามารถหลักของแอปนี้คือ ใช้ในการถ่ายภาพ Long Exposure (ภาพที่ถ่ายโดยเปิดชัตเตอร์ค้างไว้เป็นเวลานาน) ทำให้เราจับภาพวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวออกมาเป็นเส้นสาย เช่น หากถ่ายภาพที่มีฝูงชน ก็จะทำให้ฝูงคนเลือนละลายไปกับพื้นหลัง เมื่อถ่ายรถขณะวิ่ง ก็จะไม่เห็นเป็นตัวรถแต่จะเห็นเป็นเส้นแสงนั่นเอง โดยทุกครั้งที่ถ่ายด้วยแอป Spectre Camera จะได้เป็นภาพแบบ Live Photo (คือมองปกติจะเห็นเป็นภาพนิ่ง แต่เมื่อกดที่รูปจะเห็นภาพเคลื่อนไหว) หากอยากได้รูปสวยๆ มือก็ต้องนิ่ง สังเกตที่สัญลักษณ์สีเขียวหน้าจอที่เขียนว่า Stable เป็นหลัก นอกจากนี้ยังตั้งระยะเวลาในการถ่ายรูปได้ตั้งแต่ 3-9 วินาที

ใครชอบการถ่ายภาพวิวด้วยเทคนิค Long Exposure แล้วล่ะก็ ต้องจัด Spectre Camera มาลองในราคาเพียง 99 บาทเท่านั้น

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/spectre-camera/id1450074595?mt=8

Klok เทียบเวลาโลกในแถบการแจ้งเตือน รู้ได้ทันทีแค่เลื่อนลงมาดู

สำนวน “ต่างคนต่างอยู่” ฟังดูห่างเหินและดูตัดญาติขาดมิตร แต่เอาเข้าจริงก็มีหลายคนที่รักกัน มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่ต้องอยู่ห่างกันเพราะมีภารกิจอยู่ต่างที่ เช่น ลูกคนเล็กต้องลาจากพ่อแม่มาศึกษาต่อต่างประเทศ ชายหนุ่มบอกลาภรรยามาทำงานล่าฝัน  แดนไกล หรือผู้จัดการประจำสำนักงานใหญ่รอฟังรายงานจากลูกน้องประจำสาขาในอีกซีกโลก

ดังนั้น ต่างคนจะไม่ต่างอยู่ถ้ารู้เวลาของกันและกันกับแอป Klok ที่ขอใช้พื้นที่ถาดข้อความแจ้งเตือน (Notification Tray) เรียงนาฬิกาได้สูงสุด 5 เรือน ตั้งค่าแสดงเวลาได้ทุกประเทศทั่วโลก เลือกปรับได้ด้วยว่าจะให้โชว์หน้าปัดแบบดิจิทัลหรือแบบเข็มชี้ตัวเลข ด้วยหน้าตาและคุณสมบัติที่เล็กดีแต่รสโตของ Klok จึงแฝงตัวเข้ากับหน้าตาของระบบ iOS ได้อย่างแนบเนียน

เมื่อติดตั้งแอปแล้ว เลื่อนแถบ Notification ลงมา จากนั้นแตะ “แก้ไข” เพื่ออนุญาตให้ Klok แสดงเวลาในส่วนนี้ จากนั้นก็เปิดแอป Klok และเลือกปรับตั้งนาฬิกาในโซนเวลาที่ต้องการ อีกทั้งยังเลือกเรียงนาฬิกาจากตะวันตกไปตะวันออกให้เป็นระเบียบก็ได้เช่นกัน เพียงเท่านี้ ไม่ว่าจะพ่อแม่กับลูก คุณกับคนรัก เจ้านายกับลูกน้อง แม้จะอยู่ห่างกันสักเท่าไร ก็รู้เวลากันได้ง่ายๆ กับแอปนาฬิกาตัวเล็กๆ หน้าตาเรียบง่ายแอปนี้ ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้แน่ๆ ว่าแล้วก็ยกหูโทรหาคนที่อยู่แดนไกลสักหน่อยดีกว่า

แอป Klok ดาวน์โหลดได้ฟรี บน iPhone

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/klok-time-zone-converter/id965118917?mt=8

Project Loading ย้อนอดีตเกมลูกกลิ้งเขาวงกตมาไว้บนจอ

ตอนเด็กๆ จำได้ไหมกับเกมในกล่องพลาสติกที่คุณต้องเอียงมันไปมาเพื่อให้ลูกเหล็กไหลไปตามเขาวงกต บางทีเราสนุกกับของเล่นนี้เวลาเรียนในห้องแล้วไม่ค่อยโฟกัสกับสิ่งที่ครูสอน ถึงตอนนี้มันจะหลุดกระแสไปแล้ว แต่เกม Project Loading จะชุบชีวิตการเอียงจอเล่นเกมให้กลับมาฮิตอีกครั้งพร้อมกับลูกเล่นใหม่สไตล์มินิมอลในความงามแบบกึ่งเรโทรด้วย

ในเกม คุณจะได้สวมบทเป็นดาวน์โหลดบาร์ที่แสนจะไม่ธรรมดา ขั้นแรกให้คุณเอียง iPhone ของคุณเพื่อ “ยืด” เส้นดาวน์โหลดนั้นให้ไปยังอีกฝั่งของจอและเชื่อมต่อเครื่องหมาย ‘+’ สีเขียวและสีแดงเข้าด้วยกัน ซึ่งระหว่างเล่นก็จะมีซาวด์แทร็กสไตล์ยุค 90s มาสร้างความเพลิดเพลินให้คุณด้วย ไม่นานนัก ความซับซ้อนจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ด่านจะขยายใหญ่ขึ้นและจะมีจุดเชื่อมต่อมากขึ้นด้วย และพอเล่นไปเรื่อยๆ คุณจะได้เจอกับอุปสรรคและสิ่งกีดขวางเพื่อทดสอบความแม่นยำในการเคลื่อนไหวของคุณด้วย เตรียมตัวไว้ได้เลย

แต่พอคุณสามารถพาเส้นไปเชื่อมต่อกับจุดต่อไปหรือเก็บดาวเพื่อเพิ่มคะแนนได้สำเร็จมันจะเป็นความรู้สึกที่ฟินสุดๆ ไปเลยล่ะ ถึงนี่จะเป็นคอนเซ็ปต์ง่ายๆ แต่ก็มีด่านสุดท้าทายให้เล่นกว่า 100 ด่านเลยทีเดียว ซึ่งก็แน่นอนว่าเมื่อผ่านด่านไปได้ ด่านต่อไปก็จะค่อยๆ ยากขึ้นอีกด้วย เวลาเล่น Project Loading ในที่สาธารณะอาจจะดูตลกๆ ไปบ้าง แต่ถ้ามันสร้างความเพลิดเพลินได้ขนาดนี้ใครจะไปสนล่ะ จริงไหมว่าแล้วก็ขอเล่นอีกสักด่านแล้วกัน

สนุกกับ Project Loading ได้แบบฟรีๆ ทั้งบน iPhone และ iPad

ผู้ใช้ iOS สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/project-loading/id1387286755?mt=8

ผู้ใช้ Android สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.AnAlphaBetaStudio.projectloading&hl=en_US

]]>