Review : Infinix Hot 7 เด่นได้เพราะแบตอึด

855

นอกจากดีไซน์ที่ดูหรูไม่แพ้ใคร Infinix Hot 7 มีจุดเด่นที่แบตเตอรี่ใหญ่จุใจ แถมยังมีเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือที่ทำให้ราคา 3,100 บาทของ Hot 7 ดูคุ้มค่าขึ้นอีกเป็นกอง แต่ทั้งหมดต้องแลกกับจุดด้อยเรื่องแรมน้อย 1GB ไม่ตอบโจทย์คอเกม และกล้องถ่ายภาพที่ไม่รองรับการถ่ายในที่แสงน้อย

ข้อดี

– ดีไซน์โมเดิร์น ไล่สีดูดีทันสมัย
– แบตเตอรี่อึดนาน 4000 MAh
– มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ข้อสังเกต

– RAM 1GB
– ไม่รองรับ 4G

ดูหรูกว่าราคา

Infinix Hot 7 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของ Infinix ที่เริ่มเปิดตัวในปี 2013 สินค้าส่วนใหญ่ตั้งเป้าเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ สำหรับประเทศไทย Infinix เปิดตัวทำตลาดในเมืองไทยช่วงปี 2017 มียอดขายรวมประมาณ 2 แสนเครื่องหลังจากทำตลาดมา 7 รุ่น ซึ่งล่าสุด HOT 7 เพิ่งเปิดตัวเดือนกุมภาพันธ์ใน ทำตลาดในราคา 3,190 บาท

ในภาพรวม Hot 7 ไม่ต่างจากจุดเด่นของสมาร์ทโฟน Infinix รุ่นอื่น ทั้งหน้าจอใหญ่คุณภาพความละเอียดสูงในระดับ HD และ Full HD ยังมีระบบเสียงดังสะใจ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทำให้ใช้งานได้นานตลอดวัน ไม่ต้องพกแบตสำรองเพื่อการใช้งานระหว่างวัน โดย Hot 7 ผ่ามาใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 (Go-Edition) ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นออกแบบมาเพื่อเจาะตลาดระดับเริ่มต้นอย่างแท้จริง

หน้าจอของ Infinix HOT 7 เป็นแบบ Notch Full View ขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ ซึ่งแม้ Hot 7 จะใช้วัสดุตัวเครื่องจากพลาสติกทั้งหมด แต่ดีไซน์เรียบหรูและใหญ่ทำให้เครื่องดูดีเกินราคา โดยในกล่องยังแถมหูฟังมาให้ในขณะที่หลายแบรนด์ซึ่งจำหน่ายในราคาระดับเดียวกันไม่ได้แถมให้

พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มม.ของ HOT 7 ถูกดึงไปติดไว้ที่ด้านบนของเครื่อง ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่อง micro usb ที่คั่นกลางระหว่างไมค์สนทนาและลำโพง ปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม power อยู่ฝั่งขวาของเครื่อง ฝั่งซ้ายเป็นที่อยู่ของถาดใส่ซิมแบบ 3 สล็อตยอดฮิต ทั้งหมดนี้อยู่บนขนาดของ Infinix Hot 7 คือ 155.3 x 75.86 x 8.4 มม

ระบบเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือของ HOT 7 อยู่ที่ด้านหลังเครื่อง ทำให้ตอบโจทย์ผู้ที่ถนัดทั้งระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ และใบหน้าซึ่งใช้งานได้ง่ายกว่า

RAM 1GB ไม่เอื้อ

HOT 7 ใช้ชิปเซ็ต MediaTek MT6580 เป็นชิปเซ็ต Quad-Core MediaTek MT6580 ที่มีความเร็วในการประมวลผล 1.3 GHz หน่วยความจำ RAM ขนาด 1GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในขนาด 16GB ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 8.1 (Go Edition)

ปัญหาคือ RAM 1GB ไม่เอื้อต่อการใช้งานกับบางแอปพลิเคชัน เกมบางเกมนั้นหมดสิทธิ์เปิดใช้บน HOT 7 เพราะหน่วยความจำที่หดหายไปรวดเร็วเมื่อเปิดใช้งานไม่กี่แอปพลิเคชัน โดยการใช้งาน Facebook จำเป้นต้องใช้ผ่าน Facebook Lite เท่านั้น

กล้องของ HOT 7 ถือว่าทำได้ดีเมื่อถ่ายในที่แสงมาก เช่นเดียวกับเซลฟี่ที่ผู้ใช้บางรายอื่นชื่นชอบภาพถ่ายไร้สิวจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าของ HOT 7 ที่ละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขณะที่กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งให้ภาพที่คมชัดดี แต่หากถ่ายในที่แสงน้อย HOT 7 ยังถือว่าสอบไม่ผ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนมือสั่นที่จะไม่รอดแน่นอนหากใช้ HOT 7 ถ่ายภาพแบบไม่มีเวลาเล็ง

หน้าตาโปรแกรมกล้องถ่ายภาพของ Hot 7 ถือว่าใช้งานง่าย ตัวเลือกไม่ซับซ้อน มีสัดส่วนถ่ายภาพให้เลือก 2 ขนาด ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับโหมดได้ตามต้องการ

ระบบเสียง Direct 3D Surrounding ของ HOT 7 นั้นดังกังวาลมาก ขณะที่แบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh ถือว่าน่าประทับใจที่สุด เพราะการทดสอบพบว่าแม้จะเหลือแบตเตอรี่เพียง 19% แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้อีก 3-4 ชั่วโมง

เมื่อชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม HOT 7 สามารถใช้งานต่อเนื่องแบบปกติได้เกิน 6 วัน แต่น่าเสียดายที่ HOT 7 ไม่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว ทำให้ HOT 7 ใช้เวลาเกิน 2 ชั่วโมง กว่าจะชาร์จเต็มจาก 0% เป็น 100%

เหมาะกับผู้เริ่มต้น

ด้วยราคา 3,190 บาท HOT 7 จึงอาจเป็นคำตอบของผู้เริ่มต้นใช้งานสมาร์ทโฟนที่ยังไม่ต้องการใช้แอปพลิเคชันมากมาย เพราะจำเป็นต้องเลือกใช้เฉพาะแอปพลิเคชันเล็กที่รองรับ Android 8.1 (Go-Edition) โดยที่บริการตระกูล Google Service ยังครบเครื่องพร้อมใช้งาน

แต่สำหรับผู้ใช้ระดับกลางที่หวังจะได้รับประสิทธิภาพเหมือนรุ่นราคา 4,000 บาทขึ้นไปอาจจะต้องผิดหวัง เนื่องจาก HOT 7 ให้พลังได้สมราคา โดยจุดที่เหนือความคาดหมายมีแต่แบตเตอรี่อึดทน ซึ่งหากใครคิดว่าจุดเด่นนี้โดนใจ HOT 7 ก็ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะสมาร์ทโฟนระดับราคา 5,000 บาทบางรุ่น ก็ยังไม่กล้าให้แบตเตอรี่ถึง 4000 mAh อย่างที่ HOT 7 มี.

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

SHARE