Review : Amazfit Bip U Pro สมาร์ทวอทช์ตัวเริ่มต้น สำหรับคนงบจำกัด

1830

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น และอุปกรณ์สวมใส่เพื่อเก็บข้อมูลสุขภาพต่างๆ ราคาเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันการมองหาสมาร์ทวอทช์ หรือสมาร์ทแบนด์ที่เก็บข้อมูลการออกกำลัง และข้อมูลสุขภาพอื่นๆ กลายเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรมีติดไว้

Amazefit Bip U Pro ถือเป็นอีกสมาร์ทวอทช์ที่รองรับการเก็บข้อมูลได้น่าสนใจ ทั้งการออกกำลังในรูปแบบต่างๆ อัตราการเต้นของหัวใจ โดยเฉพาะการวัดออกซิเจนในเลือด พร้อมจอแสดงผลขนาด 1.43 นิ้วใช้งานได้ 9 วันต่อเนื่อง ในราคา 1,690 บาท

ข้อดี

  • นาฬิกาเก็บข้อมูลสุขภาพ
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และออกซิเจนในเลือดได้
  • มี GPSในตัว ช่วยเก็บพิกัดในการออกกำลังกาย

ข้อสังเกต

  • วัสดุที่ใช้จะเป็นพลาสติก กับยางตามราคา
  • รองรับผู้ช่วยส่วนตัวเฉพาะ Alexa บน Android

การออกแบบ

Amazfit Bip U Pro ถูกออกแบบมาในลักษณะของสมาร์ทวอทช์มาตรฐาน ที่มากับหน้าปัดสี่เหลี่ยม ที่ใช้โพรีคาร์บอเนต โดยมีหน้าจอขนาด 1.43 นิ้ว ให้ใช้ในการควบคุม และแสดงเนื้อหาต่างๆ พร้อมปุ่มสั่งงานที่ข้างตัวเรือน

ในส่วนของสายนาฬิกาจะทำจากยางซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสูง เมื่อรวมกับตัวเรือนแล้วน้ำหนักค่อนข้างเบาอยู่ที่ราว 31 กรัมเท่านั้น ทำให้สวมใส่ใช้งานได้สบาย

หน้าจอขนาด 1.43 นิ้วที่ให้มาเป็นหน้าจอ LCD แบบ IPS ให้ความละเอียด 302 x 320 พิกเซล ที่มีจอกระจกแบบ 2.5D ครอบพร้อมเคลือบสารป้องกันรอยนิ้วมือมาด้วย และยังรองรับการกันน้ำระดับ 5 ATM (50 เมตร) อีกด้วย

ด้านหลังตัวเรือนนาฬิกาจะมีเซ็นเซอร์วัดอัตรการเต้นของหัวใจ และออกซิเจนในเลือด และบริเวณพินที่เชื่อมต่อกับสายชาร์จแบบแม่เหล็ก โดยภานในให้แบตเตอรีขนาด 230 mAh ใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมง

ทำงานคู่กับแอป Zepp

ในการใช้งาน Amazfit Bip U Pro ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด คือการเชื่อมต่อใช้งานกับแอปพลิเคชัน Zepp ที่จะคอยเก็บข้อมูลกิจวัตรประจำวันต่างๆ ทั้งจำนวนก้าวเดิน การออกกำลังกาย การนอน อัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือดต่างๆ

โดยถ้าใช้งานบน iOS ข้อมูลจาก Bip U Pro จะถูกซิงค์เข้ากับแอป Health ที่ใช้จัดการข้อมูลสุขภาพโดยอัตโนมัติ ทำให้ในการเรียกดูข้อมูลย้อนหลังสามารถเลือกได้ทั้งจากในแอป Zepp หรือ Health ก็ได้เช่นกัน

ความน่าสนใจของ Bip U Pro คือการที่ตัวเครื่องมาพร้อมกับ GPS ในตัว ทำให้เวลาออกกำลังกายนอกอาคาร อย่างวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำต่างๆ ก็ไม่จำเป็นต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัว แค่ออกกำลังกายร่วมกับนาฬิกาก็เพียงพอ

หลังจากออกกำลังกายเสร็จ เมื่อสมาร์ทวอทช์กลับมาซิงค์ข้อมูลกับสมาร์ทโฟน ข้อมูลสุขภาพที่เก็บมาทั้งหมดก็จะปรากฏโดยอัตโนมัติ รวมถึงพิกัดต่างๆ ที่ออกกำลังกายด้วย

ภายในแอป Zepp ผู้ใช้ยังสามารถใช้ในการเลือกเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกา ที่มีให้เลือกมากกว่า 50 สิบรูปแบบได้ รวมถึงโหมดในการออกกำลังที่มีให้เลือกมากกว่า 60 โหมด

สำหรับในการใช้งานในชีวิตประจำวันตัว Bip U Pro ยังมีโหมดเก็บค่าออกซิเจนในเลือด ที่เมื่อรู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติก็สามารถกดขึ้นมาใช้วัดค่าออกซิเจนได้ ซึ่งปัจจุบันค่าออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าปกติ กลายเป็นสิ่งที่ช่วยบ่งชี้อาการของโควิด-19 ได้ด้วย

ในกรณีที่ใส่นาฬิกาเวลานอน Bip U Pro ก็มาพร้อมฟีเจอร์ SomnusCare ที่จะคอยเก็บข้อมูลเวลาที่นอนหลับว่าอยู่ในช่วงใดทั้ง deep sleep, light sleep และ REM เพื่อนำข้อมูลมาช่วยสังเกตว่านอนหลับได้สนิทมากแค่ไหน

เช่นเดียวกับการที่ตัวเรือนมาพร้อมกับ BioTracker 2 จะคอยช่วยเก็บข้อมูลอัตราการเต้นของหัวตลอดเวลา เมื่อนำไปใช้งานร่วมกับกิจวัตรประจำวันต่างๆ ก็จะช่วยให้ข้อมูลสุขภาพที่ออกมาครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น

ภายใน Bip U Pro ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจทั้งการวัดระดับความเครียด เก็บข้อมูลรอบประจำเดือนของสุภาพสตรี และสามารถใช้งานผู้ช่วยส่วนตัว Alexa (เมื่อเชื่อมต่อผ่าน Android เท่านั้น) ได้ด้วย

ส่วนฟีเจอร์สมาร์ทวอทช์พื้นฐานอย่างการแจ้งเตือน การควบคุมเพลง ตั้งเวลาต่างๆ สามารถทำได้ตามปกติอยู่แล้ว โดยมีระยะเวลาในการใช้งานบนแบตเตอรีต่อเนื่องประมาณ 9 วัน แต่ถ้ามีการใช้ออกกำลังกายหนักๆ อาจจะลดลงมาเหลือประมาณ 5 วันขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน

สรุป

Amazfit Bip U Pro ถือเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นเริ่มต้นที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด เพราะถ้ามองในแง่ของความหรูหรา หรือวัสดุที่ได้ จะตามกับราคา ส่วนในแง่ของฟีเจอร์เก็บข้อมูลสุขภาพต่างๆ ถือว่าให้มาแบบจัดเต็ม

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทวอทช์เพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือออกซิเจนในเลือด ในราคาที่เข้าถึงได้ (1,690 บาท) ก็ลองมองรุ่นนี้เป็นตัวเลือกได้ เพราะถือว่ารองรับการใช้งานได้ครบถ้วน

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น