Review : Asus Live สมาร์ทโฟน 3G เหมาะกลุ่มเริ่มใช้

9039

IMG_2201

เมื่อเป้าหมายหลักของเอซุสคือการจับตลาดสมาร์ทโฟนในกลุ่มผู้ใช้ระดับกลางและล่าง ทำให้ตัวเลือกการนำเข้าสมาร์ทโฟนของเอซุสมีความน่าสนใจในกลุ่มลูกค้าที่ใช้งานเครื่อง 3G และ 4G เป็นหลัก โดยในรุ่น ASUS LIVE ทางเอซุสเลือกที่จะเจาะตลาดลูกค้าที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้งานสมาร์ทโฟน 3G ด้วยการทำโปรโมชันร่วมกับทางทรูมูฟ เอช ทำให้สามารถนำค่าเครื่องมาเป็นค่าโทรได้ด้วย

ความสามารถหลักของ Asus Live คงหนีไม่พ้นการเป็นสมาร์ทโฟนระดับเอนทรี่เลเวลที่รองรับการใช้งาน 3G สเปกอยู่ในระดับกลาง เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ที่น่าเสียดายคือ Asus Live ที่ทำตลาดในประเทศบราซิล จะรองรับการชมทีวีดิจิตอลในระบบ DVB-T1 ด้วย แต่เมื่อนำมาจำหน่ายในบ้านเราได้มีการตัดฟีเจอร์ดังกล่าวออกไป เพราะในประเทศไทยใช้ระบบทีวีดิจิตอลแบบ DVB-T2

การออกแบบ

IMG_2199

หนึ่งในสิ่งที่เอซุสพยามชูเป็นจุดเด่นหลักของเครื่องนี้คงหนีไม่พ้นในแง่ของดีไซน์ตัวเครื่อง เพราะมีความแตกต่างจาก Zenfone รุ่นอื่นๆที่เคยทำตลาดมา โดยเน้นไปที่ความบาง และโค้งมนของขอบเครื่อง ที่แฝงไว้ภายในตัวเส้นตัดสีฟ้าให้ตัวเครื่องมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

โดยตัว Asus Live มีขนาดรอบตัวอยู่ที่ 144.5 x 71 x  9.9 มิลลิเมตร นำ้หนัก 135 กรัม ตอนนี้มีวางจำหน่ายเพียงสีเดียวคือสีดำ ที่มีเส้นตัดสีฟ้า ส่วนในอนาคตจะมีสี ขาวตัดเหลือง และดำตัดแดงเข้ามาวางจำหน่ายด้วย

IMG_2173

ด้านหน้าไล่จากส่วนบนจะมีช่องลำโพงสนทนาที่ออกแบบใหม่เป็นทรงกลม โดยมีกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล f/2.0 ให้มุมองศาในการถ่ายภาพ 85 องศาอยู่ข้างๆ ถัดลงมาเป็นหน้าจอสัมผัส IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD (1,280 x 720 พิกเซล) ความหนาแน่นเม็ดสี 294 ppi พร้อมปุ่มสัมผัสบนหน้าจอ ไม่มีการแยกปุ่มออกมาต่างหาก

IMG_2174

ด้านหลังฝาหลังที่ใช้จะเป็นพลาสติก โดยมีช่องให้แงะอยู่บริเวณด้านข้างเครื่อง ตรงกลางจะมีกล้องหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.0 พร้อมไฟแฟลช เมื่อถอดฝาหลังออกจะพบกับ แบตเตอรี Li-Polymer ขนาด 2,070 mAh โดยมีข่องใส่ไมโครซิมการ์ด 1 อยู่ทางซ้าย ไมโครซิมการ์ด 2 และช่องใส่ไมโครเอสดีการ์ดอยู่ตรงกลางบริเวณแบต

IMG_2188IMG_2186

ด้านซ้ายตัวเครื่องจะถูกปล่อยว่างไว้ ด้านขวา – เป็นที่อยู่ของปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดปิดเครื่อง

IMG_2189IMG_2187

ด้านบนมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ด้านล่างเป็นพอร์ตไมโครยูเอสบีสำหรับเสียบสายชาร์จ และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์

อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องจะประกอบไปด้วย ตัวเครื่อง แบตเตอรี อแดปเตอร์ที่รองรับการชาร์จเร็ว และสายยูเอสบี พร้อมคู่มือการใช้งาน ไม่มีหูฟังแถมมาให้ด้วย

สเปก

s11

Asus Live มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล MediaTek MT6580 ที่เป็นควอดคอร์ 1.3 GHz RAM 2 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในตัวเครื่อง 16 GB สามารถใส่ไมโครเอสดีการ์ดเพิ่มได้สูงสุด 64 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.1 (Lollipop)

ด้านการเชื่อมต่อ รองรับการใช้งาน 2 ซิม ในระบบ 2G และ 3G ทุกคลื่นที่ให้บริการในประเทศไทย โดยอัตราการดาวน์โหลดอัปโหลดสูงสุดอยู่ที่ 21/5.76 Mbps ไวไฟ มาตรฐาน 802.11 b/g/n บลูทูธ 4.0 จีพีเอส และ วิทยุFM

ฟีเจอร์เด่น

s01

เนื่องจากในรุ่น Live เอซุสจะมองตลาดไปที่กลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งานสมาร์ทโฟน ที่เพิ่งเปลี่ยนจากการใช้ 2G มาใช้ 3G ทำให้ยังคงเน้นที่ความง่ายในการใช้งาน ด้วยอินเตอร์เฟส Zen UI ที่เน้นความเรียบง่าย โดยผู้ใช้สามารถเลือกนำวิตเจ็ต และไอค่อนลัดที่ต้องการมารวมกันไว้ที่หน้าแรก เพื่อเรียกใช้งานได้ทันที

ขณะที่ล็อกหน้าจอถ้ามีการเสียบชาร์จก็จะมีการคำนวนระยะเวลาชาร์จจนแบตเตอรีเต็มมาให้ พร้อมกับการที่ผู้ใช้สามารถเลื่อนเพื่อดูการแจ้งเตือน หรือสภาพอากาศได้ด้วย เมื่อปลดล็อกเข้ามาในส่วนของแถบการแจ้งเตือนก็จะรวบรวมข้อมูลต่างๆไว้ให้ พร้อมปุ่มลัดในการสั่งงาน ไม่ว่าจะเป็นเรียกใช้ ไฟฉาย เครื่องคิดเลข กล้อง โน้ต และการตั้งค่าด่วนต่างๆ

s03

สำหรับแอปพลิเคชันที่มีการติดตั้งมาให้ Live จะมากับแอปพื้นฐานของทางกูเกิล เซอร์วิส และบริการพื้นฐานของทางเอซุส นอกจากนี้ยังมีการพรีโหลดแอปพลิเคชันที่ไว้บริหารจัดการเครื่องอย่าง CleanMaster แอปชอปปิ้งออนไลน์อย่าง Lazada มาไว้ในตัวเครื่องด้วย

s02

ในจุดนี้ ต้องยอมรับว่าทางเอซุส ได้มีการพรีโหลดแอปพลิเตชันมาให้มากเกินความจำเป็น จนบางครั้งทำให้เกิดความรำคาญในการใช้งานได้ เพราะบางแอปพลิเคชันจะมีการซิงค์โฆษณามาแสดงผลด้วย เช่นเดียวกับตัว Zen UI ที่บางทีมีการแสดงโฆษณามารบกวนผู้ใช้

s08

ตัวแอปพลิเคชันที่น่าสนใจของเอซุส ก็จะมีอย่าง MyASUS ที่เป็นระบบบริการลูกค้า คือผู้ใช้สามารถเข้าไปติดต่อทางศูนย์บริการ ค้นหาสถานที่ซ่อม รวมถึงติดตามการซ่อมได้ ถัดมาคือ MiniMovie แอปพลิเคชันตัดต่อวิดีโออย่างง่ายที่เพิ่มเข้ามาให้เลือกใช้ และ Zen Circle ที่เป็นฟีดภาพนิ่งจากทุกมุมโลกของผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนของเอซุส

s04

กล้อง ถือเป็นอีกจุดที่เอซุส พยายามชูขึ้นมาในรุ่นนี้ เนื่องจากด้วยระดับราคาไม่เกิน 4,000 บาท แต่ได้กล้องหลักที่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี PixelMaster ทำให้มั่นใจวาาภาพที่ได้จากการถ่ายจะมีคุณภาพเพียงพอกับการใช้งาน ประกอบกับอินเตอร์เฟสการใช้งานกล้องที่เน้นความง่ายเป็นหลัก ทำให้สามารถสลับสับเปลี่ยนโหมดในการใช้งานได้ง่ายขึ้น

s05

นอกจากนี้ ก็ยังมีในส่วนของโหมดการถ่ายภาพที่มีให้มาทั้งแบบอัตโนมัติ ชดเชยแสง เพิ่มความสวย กลางคืน ชัดลึกชัดตื้น ใส่เอฟเฟกต์ เซลฟี่ ภาพเคลื่อนไหว พาโนราม่า วัตถุจิ๋ว ถอยเวลากลับ ลบจุดที่ไม่ต้องการในภาพ ยิ้ม สโลวโมชัน และช่วงเวลา (การถ่ายแบบเปิดชัตเตอร์นาน)

s09

การใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ และโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ รองรับการใช้งานครบถ้วนดี การแสดงผลเว็บไซต์จากหน้าจอที่ไม่ใหญ่มากทำให้มีข้อจำกัดในการใช้งานพอสมควร แต่ก็แลกกับประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่อง กับราคาก็อยู่ในระดับที่น่าใช้งาน

s10

ตัวคีย์บอร์ดเสมือนที่ให้มาถือว่ามีความยืดหยุ่นในการใช้งาน เพราะผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้คีย์บอร์ดแบบแป้นพิมพ์ เขียนตัวอักษรด้วยลายนิ้วมือ เปลี่ยนธีม เรียกปุ่มตัวเลข รวมถึงการใช้เสียงในการพิมพ์จากระบบของทางกูเกิล ทำให้มีตัวเลือกในการใช้งานที่หลากหลาย

s06

ถัดมาในส่วนของการตั้งค่ามีการแบ่งรูปแบบออกเป็น 4 ส่วนหลักๆคือ การตั้งค่าระบบไร้สายและเครือข่าย ตั้งค่าอุปกรณ์ ตั้งค่าส่วนตัวผู้ใช้ และตั้งค่าระบบ โดยมีส่วนที่น่าสนใจคือระบบแสดงผล มีการนำ MiraVision มาช่วยเพิ่มความคมชัดของการแสดงผล แต่ในรุ่นนี้ได้มีการตัดเรื่องระบบตัดแสงฟ้า และระบบหน้าจอสำหรับอ่านหนังสือออกไป

s07

ขณะที่โหมดการใช้งาน 2 ซิม ผู้ใช้สามารถเข้ามาตั้งค่าเลือกสลับซิมในการใช้งานโทรศัพท์ การเชื่อมต่อข้อมูล ข้อความ SMS ได้ตามต้องการ ส่วนฟังก์ชันพิเศษจะมีเพียง ZenMotion ในการเขย่าเครื่องสองครั้งเพื่อจับภาพหน้าจอ ก่อนจดบันทึกไว้ใน Do it later

ทดสอบประสิทธิภาพ

s12

มาถึงส่วนของผลการทดสอบ ผ่านโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพบนแอนดรอยด์อย่าง Quadrant Standard และ Antutu ได้คะแนน 9,265 คะแนน และ 23,851 คะแนน ตามลำดับ หน้าจอรองรับการสัมผัส 5 จุดพร้อมกัน

s14

ทดสอบการใช้งาน HTML 5 ผ่าน Vellamo จากโครมเบราว์เซอร์ 1,671 คะแนน เบราว์เซอร์ 1,590 คะแนน แอนดรอยด์เว็บวิวได้ 1,720 คะแนนส่วนประสิทธิภาพตัวเครื่องได้ (Metal) 797 คะแนน Multicore 1,214 คะแนน คะแนน Geek Bench 3 Single-Core 358 Multi-Core 1,190 คะแนน

ระยะเวลาการใช้งานบนแบตเตอรีต่อเนื่องอยู่ที่ 7 ชั่วโมง 36 นาที 20 วินาที คิดเป็นคะแนนของ Geekbench 3 ได้ 2,028 คะแนน

s13

ขณะที่การทดสอบด้วยโปรแกรม Passmark Performance Test Mobile ได้คะแนน System 2,734 คะแนน CPU 24,325 คะแนน Disk 15,727 คะแนน Memory 1,791 คะแนน 2D Graphics 2,315 คะแนน และ 3D Graphics 784 คะแนน

ส่วน 3D Mark ตัว Sling shot ES3.1 และ Sling shot ES3.0 ไม่สามารถทดสอบได้ Ice Storm Unlimited ได้ 2,984 คะแนน ส่วน Ice Storm Extreme 2,026 คะแนน และ Ice Storm 2,982 คะแนน PCMark ในส่วนของ Work Performance ได้ 2,583 คะแนน

สรุป

ถ้ามองถึงตัวเลือกในตลาดนอกเหนือไปจากสมาร์ทโฟนจากโอเปอเรเตอร์ที่แข่งขันกันทำราคาแล้ว เอซุส ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจด้วยการนำสมาร์ทโฟนที่รองรับ 3G เข้ามาจำหน่ายในราคาต่ำกว่า 4,000 บาท เพียงแต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่โอเปอเรเตอร์ทั้งหลายกำลังก้าวเข้าสู่ยุค 4G จึงทำให้เมื่อเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยก็จะได้เครื่องที่รองรับการใช้งาน 4G แล้ว

ทั้งนี้ ASUS Live จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ iTrueMart.com เท่านั้น ในราคา 3,590 บาท พร้อมโปรโมชัน รับซิมเบอร์สวยฟรี พร้อมโบนัสค่าโทรฟรีกว่า 3,000 บาท นาน 10 เดือน เมื่อเปิดเบอร์ใหม่กับ iTrueMart.com และใช้งานแพ็คเกจ 4G iSmart 499 Extra มูลค่า 499 บาทต่อเดือน

ข้อดี

เครื่อง 3G ราคาไม่เกิน 4,000 บาท แต่ได้โบนัสคืนเกือบเท่าค่าเครื่อง

รองรับการใช้งานทั่วๆไป เหมาะกับผู้เริ่มใช้สมาร์ทโฟน

ขนาดตัวเครื่องกะทัดรัด พกพาง่าย

ข้อสังเกต

รองรับแค่ 3G ในขณะที่เพิ่มเงินอีกนิดได้เครื่องรับ 4G

การบันเดิลแอปฯ ZenUI ทำให้มีโฆษณามารบกวนผู้ใช้

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

REVIEW OVERVIEW
การออกแบบ
7
สเปก/ฟีเจอร์เด่น
5
ความสามารถโดยรวม
6
ความคุ้มค่า
6
SHARE