รีวิว Asus ROG Phone 3 สมาร์ทโฟนที่สายเกมมองเป็นเครื่องจบ

3040

เอซุส เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่หันมาให้ความสนใจกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเกมเมอร์ ทั้งพีซี อุปกรณ์เสริม จนถึงสมาร์ทโฟน ภายใต้ชื่อซับแบรนด์อย่าง ‘ROG’ โดยรุ่นล่าสุดที่นำเสนอสู่ตลาดคือ ROG Phone 3 สมาร์ทโฟนสำหรับเกมเมอร์โดยเฉพาะ

จุดเด่นหลักของ ROG Phone 3 คือการรับฟังเสียงจากผู้ใช้ แล้วนำไปพัฒนาออกมาเป็น 5 จุดหลัก ที่ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้แตกต่างจากสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพสูงทั่วไปในท้องตลาด

เริ่มกันที่ 1.ประสิทธิภาพของตัวเครื่อง โดยตัวเครื่องมากับหน่วยประมวลผลหลักอย่าง Snapdragon 865+ ที่มีการปรับแต่งพิเศษเพิ่มเติม Enchanced X Mode เมื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ระบายความร้อนที่ให้มา จะทำการโอเวอร์คล็อกตัวเครื่องให้แรงขึ้นไปอีก

ดังนั้น ROG Phone 3 จึงกลายเป็นหนึ่งในแอนดรอยด์โฟนที่เร็วสุดในท้องตลาดเวลานี้ และยังมาพร้อมกับ RAM 12 GB ROM 512 GB ในรุ่นท็อป และมีรุ่นเล็กให้เลือกเป็น RAM 8 GB ROM 256 GB ในราคาที่ย่อมเยาลงมา

ถัดมาคือ 2.หน้าจอแสดงผล ในขณะที่รุ่นท็อปหลายๆ รุ่นในท้องตลาดนำเสนอหน้าจอแบบ 120 Hz แต่ ROG Phone 3 มากับหน้าจอที่รองรับการแสดงผล 144 Hz ที่รองรับการตอบสนองระดับ 1 ms และยังรองรับการแสดงผลแบบ 10 bit HDR บนหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว นอกจากนี้ ในแง่ของการรับสัมผัสของหน้าจอ รองรับที่ 270 Hz มีความหน่วงในการสัมผัส 25 ms ซึ่งปัจจุบัน

3.แบตเตอรี กลายเป็นอย่างที่ 3 ที่ ROG คิดค้นมาเป็นอย่างดี เพราะยิ่งตัวเครื่องประมวลผลแรงมากเท่าไหร่ การใช้งานแบตเตอรีก็จะสูงขึ้น ทำให้ในรุ่นนี้ให้แบตเตอรีมาถึง 6000 mAh ทำให้เมื่อใช้งานทั่วๆไป ไม่ได้เข้าสู่โหมดประสิทธิภาพสูง สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง

ต่อมาคือ 4.การออกแบบตัวเครื่องให้รับกับการเล่นเกมในแนวนอน เนื่องจากประสบการณ์ในการเล่นเกมปัจจุบันจะอยู่กับการใช้งานในแนวนอนเป็นหลัก ทำให้ ROG ปรับการออกแบบให้ตอบสนองการใช้งานกับสรีรศาสตร์ อย่างการเพิ่มช่องชาร์จจุดที่ 2 ระบบสัมผัสพิเศษ AirTrigger3 แผงรับสัญญาณ WiFi เพิ่มเติม

สุดท้าย 5.รองรับอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย เพื่อให้ประสบการณ์เล่นเกมดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัว GamePad ที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับรีโมทคอนโทรลใช้งานพร้อมกัน จนถึง TwinView Dock 3 ช่วยเพิ่มหน้าจอแสดงผลให้เล่นเกมได้สะดวกขึ้น

สำหรับราคาจำหน่ายของ ROG Phone 3 รุ่น 12 GB / 512 GB ราคา 32,990 บาท ส่วนรุ่นรองลงมา ROG Phone 3 Strix Edition 8 GB / 256 GB ราคา 24,990 บาท ส่วนอุปกรณ์เสริม TwinView Dock 3 ราคา 7,990 บาท ROG Phone 3 Lighting Armor case ราคา 1,990 บาท ROG Clip ราคา 1,990 บาท และ ROG Kunai Gamepad ราคา 3,990 บาท

ข้อดี

  • มีโหมด X ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม
  • รองรับการแสดงผลระดับ 144 Hz
  • ออกแบบมาสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ
  • ทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย

ข้อสังเกต

  • ตัวเครื่องค่อนข้างหนา+หนัก
  • โหมด X Power ต้องทำงานร่วมกับพัดลมระบายอากาศ
  • จุกยางด้านข้างเครื่องมีโอกาสหาย (ในกล่องมีสำรองให้)

คิดค้นเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ

ในการใช้งาน ROG Phone 3 นั้นผู้ใช้สามารถเลือกปรับโหมดในการใช้งานได้ 2 โหมดหลักๆ คือโหมดการใช้งานปกติ ที่ไฟหน้าจอจะเป็นสีฟ้า และเมื่อเปิดโหมดประสิทธิภาพสูง (โหมด X) หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ที่แสดงให้เห็นว่าได้ทำการโอเวอร์คล็อกให้ประสิทธิภาพเครื่องสูงขึ้น

โดยในการใช้งานโหมด X นั้นแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่เริ่มต้น กลาง และโหมดสูงสุดที่ต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ระบายความร้อนเพิ่มเติม ที่ให้มาในกล่อง เนื่องจากเมื่อเข้าสู่โหมดนี้ ตัวสมาร์ทโฟนจะต้องการตัวช่วยในการระบายความร้อนเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรีดประสิทธิภาพได้สูงที่สุดด้วย

ขณะเดียวกัน ROG ได้มีการคิดค้นฟีเจอร์อย่าง AirTrigger3 ขึ้นมา ให้ผู้ใช้เพิ่มปุ่มในการควบคุมเพิ่มเติมบริเวณ ขอบของโทรศัพท์ เหมือนปุ่ม L1 และ R1 ของจอยเกม ที่สามารถจำลองปุ่มเสมือนเพื่อใช้งานร่วมกับเกมที่เล่นได้

ภายในโหมดควบคุมการตั้งค่าเกมต่างๆ ยังเปิดให้ผู้ใช้สามารถปรับเลือกสีไฟ LED สัญลักษณ์ของ ROG ด้านหลังเครื่องได้ด้วย โดยเลือกรูปแบบของไฟได้ทั้งสว่างตลอดเวลา กระพริบ จนถึงสลับสีไปเรื่อยๆ ช่วยเพิ่มให้ตัวเครื่อง ROG Phone 3 มีความล้ำสำหรับคอเกมมากขึ้น

อีกจุดที่น่าสนใจในการออกแบบเครื่องรุ่นนี้คือ มีพอร์ต USB-C ให้ 2 จุด โดยจุดแรงจะอยู่ที่ล่างเครื่องเหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป และอีกจุดจะอยู่ที่ข้างเครื่อง โดยใช้เป็นจุดสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆ และในกรณีที่ใช้เล่นเกมแนวนอนอยู่ ก็สามารถใช้เป็นช่องชาร์จได้เช่นกัน

ทั้งนี้ในการชาร์จตัวเครื่อง เนื่องจากให้แบตเตอรีมาถึง 6000 mAh ทำให้ต้องมีการนำระบบชาร์จเร็วแบบ 30W มาให้ใช้งาน ช่วยให้สามารถชาร์จแบตเตอรีได้รวดเร็วขึ้นด้วย โดยในการใช้งานโหมดทั่วไป สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกว่า 18 ชั่วโมง และจะลดลงเหลือ 11 ชั่วโมงเมื่อเปิดใช้โหมด X

ส่วนในภาพรวมของการใช้งาน ROG Phone 3 ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่สุดในทุกอย่าง แม้ว่าจะไม่ได้เน้นเรื่องของการใช้งานกล้อง แต่รุ่นนี้ให้กล้องหลักมาที่ 64 ล้านพิกเซล เสริมด้วยกล้องมุมกว้าง 13 ล้านพิกเซล และเลนส์มาโคร 3 ล้านพิกเซลให้ใช้งาน กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล ถือว่าเพียงพอกับการใช้งานอย่างแน่นอน

ทดสอบประสิทธิภาพ

ต้องยอมรับว่าตัวเครื่องของ ROG Phone 3 นั้นถือว่าแรงจริง แม้จะเทียบกับสมาร์ทโฟนในระดับราคาเดียวกันก็รีดประสิทธิภาพออกมาได้ดีกว่า ดังนั้นเมื่อรวมกับการแสดงผลระดับ 144 Hz ทำให้การเล่นเกมบน ROG Phone 3 ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

สรุป

ROG Phone 3 ได้ยกระดับมาตรฐานของสมาร์ทโฟนเกมเมอร์ในเมืองไทยขึ้นได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการนำนวัตกรรมที่เหมาะสม มาผสมผสานกับการตอบสนองรูปแบบการเล่นเกม แม้ว่าราคาตัวเครื่องจะค่อนข้างสูง เนื่องจากเกิน 3 หมื่นบาท แต่ถ้ามองในแง่ของประสิทธิภาพที่ได้ ถือว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกัน ด้วยการที่กลุ่มเป้าหมายของเครื่องรุ่นนี้ค่อนข้างชัดเจน ใครที่ไม่ได้เป็นเกมเมอร์ หรือชื่นชอบการเล่นเกม ก็อาจจะไม่ได้หันมามองเครื่องรุ่นนี้ ทำให้ที่ผ่านมาตลาดสมาร์ทโฟนเกมเมอร์ระดับไฮเอนด์ในไทยจะไม่ค่อยเติบโตเท่าที่ควร เพราะกำลังซื้อส่วนใหญ่จะหันไปเลือกรุ่นที่ระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น