Review : Dyson Lightcycle โคมไฟ 18,900 บาท มีอะไรน่าสนใจ?

1268

ที่ผ่านมา Dyson ถือเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาสินค้า และได้รับความนิยมเสมอมาไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่น ไดร์เป่าผมม้วนผม จนถึงพัดลมฟอกอากาศไร้ใบพัด ที่อยู่ในกลุ่มพรีเมียมมาโดยตลอด จนมาถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ Dyson คือโคมไฟ

Dyson Lightcycle ถือเป็นโคมไฟรุ่นแรกของ Dyson ที่ใช้ระยะเวลาในการพัฒนาถึง 2 ปี จากเครื่องต้นแบบกว่า 892 เครื่อง ภายใต้ทีมวิศวกรที่เกี่ยวข้องกว่า 90 คน เมื่อเห็นถึงข้อมูลเบื้องหลังแล้วโคมไฟจากไดสันเครื่องนี้ จึงไม่ใช่โคมไฟธรรมดาแน่นอน

จุดเด่นหลักของ Dyson Lightcycle จะมีทั้งการเป็นโคมไฟดีไซน์โมเดิร์น ที่ออกแบบมาได้สวยงาม หลอดไฟสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 60 ปี และที่ขาดไม่ได้เลยคือเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยปรับแสงสว่างให้เหมาะกับการใช้งาน ซึ่งช่วยลดอาการปวดตาจากแสงสว่างไม่เพียงพอได้ด้วย

ข้อดี

  • โคมโฟน ปรับอุณหภูมิสีความสว่างให้เหมาะกับการใช้งาน
  • ควบคุมผ่านแอปพลิเคชันได้
  • ระยะเวลาใช้งานยาวนานกว่า 60 ปี
  • มีพอร์ต USB-C ให้เสียบชาร์จอุปกรณ์เพิ่มเติม

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถปรับองศาส่องสว่างได้
  • ไม่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่จำกัด
  • ราคาค่อนข้างสูง

แกะกล่อง ติดตั้งใช้งาน

หนึ่งในความน่าสนใจของ Dyson Lightcycle คือการออกแบบที่ไม่ซับซ้อน ดังนั้นใครก็สามารถประกอบโคมไฟนี้ใช้งานได้ โดยภายในกล่องของ Dyson Lightcycle จะมีอุปกรณ์ตั้งแต่ฐานโคมไฟ ข้อต่อยืดฐาน อะเดปเตอร์ไฟ แกนโคมไฟ และส่วนของหลอดไฟเท่านั้น

เมื่อแกะกล่องออกมาสิ่งแรกที่ต้องทำเลยคือการยืดแกนโคมไฟเข้ากับฐานโดยจะมีตัวยึดที่เป็นเกลียวหมุนให้ยึดระหว่างฐานและแกนของโคมไฟเมื่อยึดเสร็จแล้วก็สามารถนำอะเดปเตอร์เสียบต่อเข้ากับไฟบ้านได้ทันที

หลังจากที่เชื่อมต่อแกะเข้ากับฐานเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลานำส่วนของหลอดไฟเชื่อมต่อเข้ากับแกนหมุน โดยใช้การง้างลูกล้อสีดำด้านบนสุดไปทางขวาตามร่อง แล้วก็นำก้านของหลอดไฟติดตั้งเข้าไป เพียงแค่นี้ Dyson Lightcycle ก็พร้อมให้ใช้งานแล้ว

โดยถ้าสังเกตบริเวณแกนของโคมไฟ จะมีช่องเสียบ USB-C มาให้ 1 พอร์ต สำหรับใช้ชาร์จสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตต่างๆ หรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ที่สามารถชาร์จผ่านพอร์ต USB-C เพียงแต่ว่าด้วยกำลังไฟที่ให้มาเป็นแบบ USB-PD 5V/1.5A (7.5W) ทำให้อาจจะช้าแท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊กได้ช้าสักหน่อย

สำหรับแกนของโคมไฟนอกจากมีพอร์ต USB-C มาให้แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นตัวจ่ายไฟให้กับโคมไฟ และยังเป็นแกนให้หมุนโคมไฟได้ 360 องศา และมีแท่นจับให้ปรับระดับความสูงต่ำ ของแกนหลอดไฟ ในกรณีที่ต้องโฟกัสกับงานที่ทำ หรือต้องการแสงที่มีความสว่างบนโต๊ะมากขึ้น ก็สามารถปรับให้โคมไฟต่ำลงมาได้

ถัดมาในส่วนของข้อต่อที่ยึดระหว่างแกน และหลอดไฟ จะมีลักษณะเป็นลูกปืนหมุนได้ เพื่อให้สามารถยืด หด หลอดไฟให้ได้ระยะการใช้งานที่เหมาะสม ซึ่งในส่วนนี้ทำให้การหาจุดวาง Dyson Lightcycle นั้น ถ้าต้องการให้หมุนใช้งานได้รอบทิศทาง ก็ต้องหลีกเลียงการวางใกล้ผนัง เพราะจะทำให้ปรับระยะได้น้อยลง

สุดท้ายคือในส่วนของหลอดไฟ บริเวณปลายจะมีแบรนด์ของ Dyson แปะอยู่ ถัดเข้ามาเป็นขั้วเชื่อมไฟกับแกนหมุน และถ้าสังเกตด้านบนจะมีการนำทองเหลืองมาช่วยในการระบายความร้อน ซึ่งในจุดนี้คือหนึ่งในนวัตกรรมที่ Dyson คิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยระบายความร้อนให้หลอดไฟ เพื่อยืดอายุการใช้งาน

บริเวณกลางหลอดไฟจะมีข้อความอธิบายปุ่มควบคุมการใช้งาน อย่างการซิงค์ข้อมูลโคมไฟ เข้ากับสมาร์ทโฟน การเปิดปิดการใช้งานเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และสุดท้ายคือการเปิดใช้งานเซ็นเซอร์วัดแสงโดยรอบ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นหลักของโคมไฟนี้ คือเซ็นเซอร์ตัวนี้จะวัดสภาพแสง และปรับความสว่าง และอุณหภูมิสีให้เหมาะสม ต่อเนื่องไปยังปลายสุดจะเป็นบริเวณหลอดไฟ

ทั้งนี้ ในการควบคุมความสว่างของหลอดไฟ ปรับอุณหภูมิสี และเปิดปิด หลอดไฟจะใช้การสั่งงานจากระบบสัมผัส บริเวณด้านบนของโคมโฟ อย่างการปรับอุณหภูมิสี และความสว่าง จะสามารถใช้นิ้วลากซ้ายขวา เพื่อปรับได้ทันที

ขนาดโดยรวมของ Dyson Lightcycle เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จจะอยู่ที่ 703 x 190 x 527 มิลลิเมตร น้ำหนักราว 4.1 กิโลกรัม ในส่วนของสายไฟจะมีความยาวประมาณ 3.2 เมตร ทำให้สามารถเชื่อมต่อจากปลั้กได้ระยะพอสมควร

ปรับไฟตามสภาพแสง

จุดเด่นหลักของ Dyson Lightcycle คือการที่มีโหมดอย่างการปรับแสงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งถูกนำไปใช้ในหลายๆ สถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น การดึงข้อมูลพื้นที่เพื่อปรับแสงให้เข้ากับแต่ละโซน และช่วงเวลา

นอกจากนี้ ยังมีโหมดเพิ่มความสว่างได้มากกว่า 1000 ลักซ์ และด้วยการที่ใช้หลอดแบบ LED ทำให้ช่วยลดแสงจ้า และการกระพริบของไฟได้ด้วย ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย รวมถึงการนำเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวมาใช้ ในกรณีที่โคมไฟตรวจจับได้ว่าไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 5 นาทีก็จะปิดไฟลงโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ Dyson Lightcycle Desk รุ่นนี้ ขาดไปก็คือการปรับหมุนหลอดไฟให้สามารถใช้งานในมุมอื่นๆ ได้ ซึ่งกลายเป็นว่าทาง Dyson ได้พัฒนา Lightcycle Morph ออกมาเป็นรุ่นที่ 2 และได้มีการเปิดตัวในต่างประเทศไปแล้ว ส่วนในประเทศไทยยังต้องรอดูกันต่อไป

ฉลาดขึ้นเมื่อเชื่อมต่อแอปฯ

ความฉลาดของ Dyson Lightcycle ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะเมื่อผู้ใช้งานทำการเชื่อมต่อโคมไฟ เข้ากับแอปพลิเคชัน Dyson  Link ในสมาร์ทโฟน นอกจากสามารถซิงค์ข้อมูลพื้นที่ ที่ใช้งานแล้ว ยังสามารถเลือกรูปแบบไฟในการใช้งาน

อย่างโหมด Study หรือการอ่านหนังสือ ที่ต้องการสมาธิสูง ที่โคมไฟจะปรับอุณหภูมิสีให้เป็นแสงสีขาว 4600K เพิ่มความสว่างขึ้นเป็น 500 ลูเมน (Lumens : lm) หรือโหมด Precision ที่ต้องการแสงสว่างสูงเพื่อโฟกัสกับการสร้างสรรไอเดีย จะปรับความสว่างเพิ่มเป็น 1000 lm

ตามด้วยโหมด Relax ที่จะเปลี่ยนแสงเป็นโทนอุ่น 2900K พร้อมลดความสว่างลงเหลือ 250 lm เพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย ในกรณีที่ต้องการปรับตั้งค่าแสงด้วยตัวเองก็สามารถทำได้ โดยเลือกอุณหภูมิสีได้ตั้งแต่ 2700K – 6500K และความสว่างตั้งแต่ 100 lm – 1000 lm

ผู้ใช้ยังสามารถเข้าไปใส่ข้อมูลอายุภายในแอป เพื่อให้ Dyson Lightcycle ปรับความสว่างให้เหมาะสมกับการใช้งาน รวมถึงเลือกเปิดปิด เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และปรับความสว่างอัตโนมัติได้ด้วย

นอกเหนือจากการใช้งานทั่วไปแล้ว ยังมีฟีเจอร์เพิ่มเติมในการใช้งานเป็นโคมไฟข้างเตียง อย่าง Away Mode ที่จะตั้งให้ Dyson Lightcycle เปิดปิด ไฟแบบสุ่มในช่วงเวลา 16.00 – 23.00 . เพื่อให้ไฟในบ้านติดขึ้นมาเหมือนมีคนอาศัยอยู่ในบ้าน ในช่วงเวลาที่ไม่อยู่บ้านล

Wake-Up Mode ที่จะตั้งเวลาปลุกด้วยการตั้งให้ Dyson Lightcycle ค่อยๆ สว่างขึ้นมา เหมือนพระอาทิตย์กำลังขึ้น และ Sleep Mode ที่จะตัดการทำงานของเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวเวลานอน

สรุป

ด้วยระดับราคาของ Dyson Lightcycle ที่ 18,900 บาท ถ้ามองถึงการใช้งานในระยะยาว กรณีที่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 60 ปีตามที่เคลมไว้ต้องถือว่าเป็นโคมไฟที่จะมีความคุ้มค่าโดยเฉพาะผู้ที่ใช้ระยะเวลาอยู่บนโต๊ะทำงานตลอดเวลาและไม่สามารถปรับสภาพแสงในห้องให้เหมาะกับการทำงานได้

ขณะเดียวกันยังสามารถใช้เป็นโคมไฟข้างหัวเตียง เวลาที่ต้องการใช้พักผ่อน อ่านหนังสือ เพราะด้วยการที่สามารถปรับอุณหภูมิแสงได้ จะช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย รวมถึงถ้าเป็นผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับการเรียนของบุตรหลาย การมีโคมไฟดีๆ สักอันจะช่วยในเรื่องสุขภาพสายตาในระยะยาวได้ด้วย

กลับกัน ถ้าในไลฟ์สไตล์ไม่ได้มีความจำเป็นที่ต้องใช้โคมไฟ หรือนั่งทำงานบนโต๊ะทำงานเป็นระยะเวลานานๆ Dyson Lightcycle ก็อาจจะไม่เหมาะ เพราะด้วยระดับราคาที่ค่อนข้างสูง ถ้าซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้งานก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น