Review : GoPro HERO6 Black จัดเต็ม 4K60 คมชัดเร็วแรงกว่าเดิม

9327

หลังจาก GoPro (โกโปร) สร้างชื่อเสียงกับการเป็น Action Camera สุดฮิตโดยเฉพาะรุ่น HERO ที่เน้นจับทุกกลุ่มตั้งแต่นักกีฬา ขาลุยไปถึงวัยรุ่นชอบท่องเที่ยวที่ปัจจุบันเดินทางมาถึงรุ่นที่ 6 กับ “GoPro HERO6 Black” ที่ในครั้งนี้โกโปรเลือกอัปเกรดฮาร์ดแวร์ให้รองรับความละเอียด 4K ที่สมบูรณ์มากขึ้นรวมถึงให้คุณภาพไฟล์ที่ดีกว่าเดิม

การออกแบบ

รูปร่างหน้าตาของ GoPro HERO6 Black จะคล้ายกับ HERO5 ทุกสัดส่วน ตั้งแต่บอดี้กล้องเป็นยางสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 10 เมตร รวมถึงสามารถป้องกันฝุ่นและโคลนได้

ด้านหน้าขวามือของภาพประกอบจะเป็นส่วนของเลนส์กล้อง รูรับแสง f2.8 ด้านซ้ายเป็นที่อยู่ของหน้าจอแสดงโหมดถ่ายภาพที่เลือกใช้ในปัจจุบัน เวลาที่ถ่ายวิดีโอหรือจำนวนภาพรวมถึงมีแจ้งสถานะแบตเตอรี จำนวนเวลาที่สามารถถ่ายได้และขอบเครื่องด้านบนยังมีไฟแสดงสถานะการทำงานของตัวกล้อง (ไฟสีแดง) เมื่ออยู่ในโหมดบันทึกวิดีโอ

ในส่วนขนาดตัวเครื่องจะเท่ากับ HERO5 รวมถึงน้ำหนัก 117 กรัมเท่ากันทุกสัดส่วน อีกทั้งด้านอุปกรณ์เสริมระหว่าง HERO5 และ HERO6 จะสามารถใช้ร่วมกันได้ด้วย

ในส่วนด้านหลังจะเป็นหน้าจอขนาด 2 นิ้วแบบสัมผัส รองรับการซูมภาพ (Touch Zoom Boom)

ด้านบน เป็นที่อยู่ของปุ่มบันทึกวิดีโอ/ชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่ง (วัสดุด้านบนเป็นยางทั้งหมด)

ด้านซ้าย จะเป็นฝายางกันน้ำปิดช่องเชื่อมต่อไว้ (ต้องกดปุ่มแล้วดันฝาออก) โดยภายในจะเป็นพอร์ต HDMI และ USB-C สำหรับชาร์จแบตเตอรีและรับส่งข้อมูล

ด้านขวา เป็นปุ่มกดปรับโหมดถ่ายภาพและถ้ากดค้างไว้จะเป็นการสั่งปิดหรือเปิดเครื่องได้

ด้านล่าง เป็นฝายางกันน้ำปิดช่องใส่แบตเตอรีไว้ (แบตเตอรีความจุ 1,220mAh ใช้ร่วมกับ HERO5 ได้) รวมถึงเป็นที่อยู่ของช่องใส่การ์ดความจำ MicroSD (แนะนำให้ใช้การ์ดมาตรฐาน UHS-I U3 สำหรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K 60fps)

สเปกและฟีเจอร์เด่น

เริ่มจากสเปกที่ปรับเปลี่ยนใหม่กันก่อน GoPro HERO6 Black เลือกใช้ชิป GP1 ตัวใหม่ล่าสุด ทำให้ตัวกล้องรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 4K ที่ความเร็ว 60 เฟรมต่อวินาทีครั้งแรกของกล้อง GoPro อีกทั้งระบบป้องกันภาพสั่นไหว (Image Stabilization) ภายในยังถูกปรับปรุงให้สามารถทำงานร่วมกับความละเอียดระดับ 4K 30 เฟรมต่อวินาทีได้แล้ว

ด้านคุณภาพไฟล์วิดีโอจะถูกอัปเกรดเรื่องไดนามิกที่ดีขึ้น รวมถึงการถ่ายในที่แสงน้อยจะได้ความคมชัดมากขึ้น

นอกจากนั้นด้วยชิปประมวลผลที่เร็วขึ้น ในส่วนโหมดสโลโมชั่นยังถูกอัปเกรดให้รองรับความเร็วเฟรมที่สูงถึง 240 เฟรมต่อวินาทีที่ความละเอียด 1080p ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพของไฟล์จะดีกว่ารุ่นเดิมเป็นเท่าตัว รวมถึงในรุ่นใหม่นี้ทางโกโปรยังเลือกใช้ฟอร์แมตไฟล์ H.265 HEVC สำหรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K 60 เฟรมต่อวินาทีและ 1080p 240 เฟรมต่อวินาทีเพื่อบีบอัดไฟล์ให้มีขนาดเล็กลง บันทึกได้รวดเร็วขึ้น (แต่อาจมีปัญหากับซอฟต์แวร์ตัดต่อรุ่นเก่า)

ส่วนผู้ใช้ที่ชอบตั้งค่ากล้องด้วยตัวเอง HERO6 Black มาพร้อม ProTune ซึ่งเป็นโหมดให้ผู้ใช้สามารถปรับความเร็วชัตเตอร์ ชดเชยแสง ปรับช่วง ISO ไปถึงปรับโปรไฟล์สีที่มีค่าสีแบบ Flat ให้เลือกใช้เหมือนกล้องมืออาชีพ (สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการนำวิดีโอไปเกลี่ยสีเองภายหลัง) และนอกจากนั้นในส่วนการบันทึกเสียง HERO6 Black สามารถเลือกแยกบันทึกไฟล์เสียงออกจากวิดีโอเพื่อนำไปปรับแต่งผ่านซอฟต์แวร์เฉพาะภายหลังได้ด้วย


สำหรับส่วนมุมมองภาพถ้าผู้ใช้ตั้งความละเอียดวิดีโอ 1080p จะสามารถเลือกมุมมองได้ 3 มุมได้แก่ Linear, Wide (มาตรฐาน) และ Superwide ส่วนถ้าถ่ายที่ความละเอียด 4K หรือ Time Lapse จะเลือกได้เพียงมุมมองแบบ Wide เท่านั้น

ด้านการถ่ายภาพนิ่ง สเปกความละเอียดภาพสูงสุดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล รองรับการถ่าย HDR พร้อมโหมด Protune สำหรับปรับแต่งค่ากล้องด้วยตัวเอง ในส่วนโหมดถ่ายภาพิเศษจะมีให้ตั้งแต่ Night Shot เอาใจคนชอบถ่ายวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน Burst Mode ถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่องได้เร็วสูงสุด 30 ภาพใน 1 วินาที

มาดูอีกหนึ่งโหมดสำคัญก็คือ Time Lapse โดย GoPro HERO6 Black จะรองรับความละเอียด 4K พร้อมโหมดย่อยให้เลือกถ่าย Time Lapse แบบเป็นไฟล์วิดีโอ แยกเป็นภาพนิ่งหรือ Night Time Lapse ถ่ายดวงดาวเคลื่อนตัวในยามค่ำคืนได้ด้วย

ในส่วนการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน GoPro HERO6 Black ปรับปรุงสัญญาณ WiFi Dual Band 2.4GHz/5GHz ให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้นเป็นเท่าตัวเพราะต้องรองรับการส่งไฟล์ 4K60 ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น อีกทั้งตัวกล้องยังรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ เวลาผู้ใช้ต้องการควบคุม HERO6 Black ผ่านสมาร์ทโฟนสามารถกดเชื่อมต่อได้ทันทีแบบไร้รอยต่อ

และนอกจากนั้นโกโปรยังให้แอปฯสำหรับตัดต่อวิดีโอจากสมาร์ทโฟนมาถึง 2 ตัวด้วยกัน ได้แก่ 1.Quik เน้นตัดคลิปวิดีโอแบบรวดเร็ว สามารถใช้ได้ทั้ง iOS และ Android และ 2.Splice จะคล้ายกับ Quik แต่จะเน้นทำงานกับอุปกรณ์ iOS เท่านั้น

สุดท้ายในส่วนสเปกปลีกย่อยอื่นๆ จะคล้ายกับ GoPro HERO5 แต่จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพบางฟีเจอร์มากขึ้น เช่น การสั่งงานด้วยเสียงที่แม่นยำขึ้น การรองรับกับอุปกรณ์ GoPro อื่นๆรวมถึงการรองรับไม้กันสั่น เช่น Karma Grip ที่ทำได้ดีขึ้นจากการอัปเกรดระบบป้องกันภาพสั่นไหวภายในตัว HERO6 เอง

ทดสอบประสิทธิภาพและสรุป

เริ่มการทดสอบแรก ทดสอบระบบป้องกันภาพสั่นไหวปรับปรุงใหม่ซึ่งจะทำงานได้ดีสุดที่ความละเอียด 1080p 30-60 เฟรมต่อวินาที ถือว่าคุณภาพพอใช้ แต่ให้ดีควรติดตั้ง GoPro HERO6 Black กับไม้กันสั่นจะได้คุณภาพที่ดีขึ้น ส่วนคุณภาพไฟล์วิดีโอถือว่าคมชัดตามมาตรฐานโกโปร แต่ถ้าถามว่าแตกต่างจาก HERO5 มากไหม ถ้าในสภาพแสงกลางวันปกติจะไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าใด แต่พออยู่ในที่แสงน้อย HERO6 จะให้ภาพที่ดีกว่า

ในส่วนความรวดเร็วทั้งในส่วนประสิทธิภาพ การประมวลผลไปถึงการสั่งงานผ่านหน้าจอสัมผัส HERO6 ถือว่าทำได้ดีกว่าทุกรุ่น

ด้านการทดสอบกับความละเอียดระดับ 4K 60 เฟรมต่อวินาที ถือว่า GoPro HERO6 Black ให้ประสิทธิภาพที่ดี แต่จะมีข้อสังเกตในเรื่องระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวกล้องจะไม่ทำงานถ้าปรับเฟรมเรทไปที่ 60 เฟรมต่อวินาที (ถ้าต้องการเปิดระบบป้องกันภาพสั่นไหวจำเป็นต้องลดเฟรมเรทลงมาที่ 30 เฟรมต่อวินาที) ส่วนคุณภาพไฟล์ 4K ถือว่าทำได้ดี คมชัดใช้ได้ และถือว่า GoPro HERO6 Black เกิดมาเพื่อเป็นกล้อง Action Cam เพื่องานระดับ 4K อย่างแท้จริง

มาถึงการถ่ายภาพนิ่ง ใน HERO6 รุ่นใหม่นี้โกโปรจะเน้นปรับปรุงเรื่องคุณภาพไฟล์ในที่แสงน้อยและระบบ HDR แบบกล้องดิจิตอล โดยคุณภาพไฟล์ถือว่ามีความคมชัดพอสมควรและการถ่ายในที่แสงน้อย ถ้าเป็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนแนะนำให้เปิดโหมด Night แล้วพยายามยึดตัวกล้องให้นิ่งไว้ก็จะได้ภาพคุณภาพสูง อีกทั้งตัวกล้องสามารถถ่าย RAW ได้ แต่มีข้อสังเกตเล็กน้อยคือ เมื่อถ่ายย้อนแสงบางครั้งจะเกิดอาการเหลื่อมของสีเป็นขอบม่วง (Chromatic aberration) ให้พบเห็นบ้าง โดยเฉพาะการถ่ายแบบ HDR ย้อนแสงอาทิตย์เต็มๆ แต่โดยภาพรวม การถ่ายภาพนิ่งด้วย GoPro HERO6 Black ถือว่าสอบผ่าน หรือถ้าถ่ายมาแล้วติดขอบม่วงมาสามารถใช้ซอฟต์แวร์ภายนอกจัดการได้เช่นกัน

ส่วนโหมดสโลโมชันคุณภาพถือว่าถูกปรับปรุงขึ้นพอสมควร การถ่ายที่ความเร็ว 240 เฟรมต่อวินาทีแนะนำให้ใช้ถ่ายกลางแจ้ง แดดจัดจะให้คุณภาพไฟล์ที่ดี

สุดท้ายในส่วนแบตเตอรีไม่ค่อยแตกต่างจาก GoPro HERO5 มากนัก คือถ้าเน้นการถ่ายวิดีโอทั้งวันแนะนำให้หาแบตเตอรีสำรองติดตัวด้วย โดยเฉพาะการถ่ายที่ความละเอียด 4K60 ที่ค่อนข้างบริโภคพลังงานมาก

สำหรับราคา GoPro HERO6 Black อยู่ที่ 18,500 บาท ถือเป็น Action Camera ประสิทธิภาพสูงที่ยังรักษามาตรฐานโกโปรได้อย่างดี โดยในรุ่นนี้สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาอย่างเด่นชัดก็คือ “การรองรับวิดีโอความละเอียด 4K 60 เฟรมต่อวินาที ที่สามารถใช้งานแบบมืออาชีพได้” รวมถึงคุณภาพของภาพนิ่งที่ถูกอัปเกรดให้ดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า นอกนั้นฟีเจอร์ส่วนใหญ่จะไม่ต่างจาก HERO5 มากนัก

ข้อดี

– กันน้ำลึก 10 เมตร
– รองรับวิดีโอ 4K 60 เฟรมต่อวินาที
– ปรับปรุงคุณภาพภาพนิ่งใหม่ โดยเฉพาะส่วน HDR ดีขึ้นมาก
– สโลโมชัน 240 เฟรมต่อวินาทีที่ความละเอียด 1080p
– หน้าจอสัมผัสตอบสนองดีขึ้น สามารถซูมภาพได้แล้ว
– มี RAW Audio และโปรไฟล์สีสามารถเลือกเป็น Flat ได้
– WiFi ถูกอัปเกรดใหม่ เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้เสถียรขึ้น

ข้อสังเกต

– ปุ่มชัตเตอร์และปุ่มเปลี่ยนโหมดถ่ายภาพค่อนข้างแข็ง ต้องใช้แรงกดมาก
– เลนส์กล้องถ่ายย้อนแสงมีอาการขอบม่วงเล็กน้อย

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

REVIEW OVERVIEW
การออกแบบ
9
สเปก/ฟีเจอร์เด่น
9.5
ความสามารถโดยรวม
8.9
ความคุ้มค่า
8.8
SHARE