Review : Huawei FreeBuds 4i หูฟัง ANC คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้

1455

การที่ หัวเว่ย (Huawei) หันมาโฟกัสกับธุรกิจ IoT โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) มากยิ่งขึ้น จุดประสงค์หลักเพื่อมาอุดช่องว่างของรายได้ที่หายไปจากการที่ไม่สามารถทำตลาดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ได้เหมือนในช่วงก่อนหน้านี้

เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้ หัวเว่ย ยิ่งต้องพัฒนา และนำสินค้าที่มีคุณภาพเข้ามาเจาะกลุ่มผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน ซึ่งไม่ใช่แค่ Android แต่รวมถึงผู้ใช้งาน iOS ที่กำลังมองหาหูฟังไร้สาย ราคาเข้าถึงได้ พร้อมประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวน

Huawei FreeBuds 4i ถือเป็นรุ่นที่ต่อยอดจากปีก่อนหน้า ด้วยการปรับดีไซน์ให้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น เพิ่มคุณภาพเสียง และการตัดเสียงรบกวน รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย Awareness Mode รับเสียงรอบข้างขณะใส่ใช้งาน ในราคา 2,799 บาท

ข้อดี

  • หูฟังไร้สาย ตัดเสียงรบกวนคุณภาพดี
  • ดูสถานะ และปรับโหมดใช้งานผ่านแอป AI Life ได้
  • ราคา 2,799 บาท

ข้อสังเกต

  • กันน้ำ IPX4 แต่ไม่แนะนำให้โดนน้ำ
  • ตัวหูฟังขนาดค่อนข้างใหญ่ อาจไม่เหมาะกับคนที่หูเล็ก

ปรับดีไซน์ให้สวยงามขึ้น

หนึ่งในจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่แกะกล่องออกมาคือเคสของ FreeBuds 4i ที่ได้แรงบันดาลใจจากหินบนหาดทราย จนทำให้ออกมาเป็นเคสลักษณะกลม ช่วยให้หยิบจับ พกพาได้ง่ายขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมที่เป็นสีเหลี่ยม

ตัวเคสจะมีขนาด 48 x  61.8 x 27.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 36.5 กรัม วางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 สี คือ แดง ขาว (Ceramic White) และ ดำ (Carbon Black) ภายในของ FreeBuds 4i ให้แบตเตอรีหูฟังข้างละ 55 mAh และในเคสชาร์จอีก 215 mAh 

รอบๆ ตัวเคสจะมีอยู่ 4 ส่วนหลักๆ คือบริเวณฝาเปิดเคส ถัดลงมาเป็นโลโก้ HUAWEI อยู่ตรงกึ่งกลาง มีไฟแสดงสถานะอยู่ข้างล่าง โดยจะบอกสถานะการเชื่อมต่อ แบตเตอรี ด้วยไฟสีต่างๆ อย่างเขียว ส้ม และขาว

การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟนหัวเว่ย สามารถทำได้ด้วยการกดปุ่มที่ด้านข้างเคสค้างไว้ เพื่อเข้าสู่โหมด Pairing ซึ่งไฟจะเป็นสีขาวกระพริบ หลังจากทำการเชื่อมต่อก็สามารถใช้งานได้ทันที

ด้านล่างเคสจะเป็นพอร์ต USB-C สำหรับเสียบสายชาร์จ โดยภายในกล่องจะมีสาย USB Type A – USB-C มาให้ใช้งาน พร้อมกับจุกหูฟังขนาดใหญ่ และเล็กอีกอย่างละคู่ให้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม

ในส่วนของหูฟังไร้สาย จะมากับดีไซน์ยอดนิยม โดยเป็นหูฟังแบบ In-Ears ที่สามารถถอดเปลี่ยนจุกยางได้ ถัดเข้ามาเป็นส่วนขับเสียงที่ภายในมีไดรเวอร์ขนาด 10 มม. อยู่ช่วยให้เสียงที่มีคุณภาพเหมาะสมกับระดับราคาที่จ่ายไป

บริเวณก้านหูฟัง รองรับการสัมผัสสั่งงาน โดยสามารถแตะค้างเพื่อสลับโหมดตัดเสียงรบกวน และเปิดรับเสียงจากภายนอกได้ และยังสามารถใช้การแตะ 2 ครั้ง เพื่อเล่นเพลงหยุดเพลงได้

ใช้ง่าย ตัดเสียงดี

จุดเด่นของ FreeBuds 4i หลักๆ นอกจากการปรับดีไซน์ ให้สวมใส่ได้สบายขึ้น จากน้ำหนักของหูฟังข้างละประมาณ 5.5 กรัม ก็คือเรื่องของระบบตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) ที่สามารถปรับโหมดการใช้งานด้วยการสัมผัสที่ก้านค้างไว้

เมื่อทดสอบใส่ใช้งาน ด้วยสัมผัสของจุกยางที่นุ่ม และเป็นแบบ In-Ears เมื่อเลือกสวมใส่ในขนาดที่เหมาะสมจะป้องกันเสียงรบกวนจากรอบข้างในระดับหนึ่งอยู่แล้ว เมื่อเปิดใช้งาน ANC เสียงรบกวนรอบข้างที่เป็น Noise ก็จะหายไป ช่วยให้ใช้สมาธิได้เต็มที่มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่เปิดระบบ ANC แต่ยังไม่ได้เปิดเพลงฟัง จะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดำน้ำอยู่ แต่พอเปิดเพลงก็จะหายไป ทั้งนี้ระบบตัดเสียงรบกวนของ FreeBuds 4i ก็ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานเท่านั้น ไม่ได้ตัดเสียงรอบข้างหายไปทั้งหมด

ในกรณีที่ต้องมีการสนทนา หรืออยากเปิดรับฟังเสียงจากรอบข้าง FreeBuds 4i ยังมาพร้อมกับ Awareness Mode ให้แตะเพื่อสลับโหมดได้ทันที ทำให้จากเดิมต้องคอยถอดหูฟัง เพื่อฟังเสียงสนทนา ก็ใช้การแตะค้าง ช่วยให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง

เทคโนโลยีที่มาช่วยให้ FreeBuds 4i สามารถตัดเสียงรบกวน และรับฟังเสียงจากรอบข้างได้ มาจากการนำ Dual-mic มาใช้ พร้อมดีไซน์แบบ Slit-duct ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกเป็นพิเศษ รวมถึงการนำ Beamforming มาทำงานร่วมกับ AI ช่วยให้การสนทนาทำได้อย่างชัดเจน

อีกจุดที่ควรระมัดระวังคือในเรื่องของการกันน้ำกันฝุ่น แม้ว่าตัวเครื่องจะมีมาตรฐานกันน้ำ IPX4 แต่จากข้อมูลจากเว็บไซต์ของ หัวเว่ย ระบุชัดเจนว่า FreeBuds 4i ไม่ใช่อุปกรณ์กันน้ำโดยเฉพาะ ทำให้ไม่สามารถกันน้ำได้ ในกรณีที่โดนละอองน้ำให้รีบเช็ดออกทันที และไม่แนะนำให้ใช้งานระหว่างมือเปียกด้วย ดังนั้นถ้าใครที่ใช้ใส่ออกกำลังกายอาจจะต้องระมัดระวังเพิ่มเติมด้วย  

สำหรับแบตเตอรี หัวเว่ย ระบุว่า FreeBuds 4i สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เมื่อแบตหมด สามารถเสียบชาร์จ 10 นาทีกับเคสเพื่อใช้งานต่อเนื่องได้ 4 ชั่วโมง เมื่อรวมระยะเวลาชาร์จกับเคสจะใช้งานได้ทั้งหมด 22 ชั่วโมง

แน่นอนว่า ในการใช้งาน 10 ชั่วโมงนั้นจะเป็นการเล่นเพลงในโหมดปกติ ไม่ได้เปิดใช้งาน ANC ซึ่งถ้าเปิดใช้งาน ANC ต่อเนื่อง ระยะเวลาการใช้งานก็จะลดลงไปอีก เช่นเดียวกับการใช้โทรศัพท์ที่จะใช้พลังงานมากขึ้น

นอกจากนี้ ด้วยการที่ FreeBuds 4i ใช้การเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 5.2 ทำให้สามารถสลับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ 2 ชนิด ได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องคอยยกเลิกการเชื่อมต่อเครื่องเดิม แล้วไปเชื่อมต่อที่เครื่องใหม่ แต่ถ้าเป็นเครื่องที่ 3 ขึ้นไปต้องทำการ Disconnect เครื่องเดิมที่ใช้ก่อน

สำหรับผู้ใช้งานใน Android แนะนำให้ดาวน์โหลดแอป AI Life จากใน App Gallery มาใช้งานแทน เพราะจะเป็นเวอร์ชันที่ใหม่กว่าที่อยู่บน PlayStore โดยในช่วงที่ทดสอบ AI Life บน PlayStore ยังไม่รองรับการเชื่อมต่อกับ FreeBuds 4i

สรุป

ใครที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายแบบ True Wireless ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ANC มาใช้งาน เชื่อว่า Huawei FreeBuds 4i จะเป็นตัวเลือกในกลุ่มเริ่มต้นได้ไม่ยาก เพราะด้วยเทคโนโลยีที่นำเสนอมา เมื่อเทียบกับราคา 2,799 บาทแล้วถือว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

แต่ถ้าใครที่ไม่ได้มีงบประมาณจำกัด แล้วอยากได้หูฟังไร้สายที่ซื้อครั้งเดียวใช้งานยาวๆ คุณภาพเสียงที่ครบและดีกว่า อาจจะต้องขยับขึ้นไปมองหาหูฟังไร้สายในกลุ่มระดับราคาเกิน 5,000 บาทขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีตัวเลือกมากขึ้นในตลาดแล้ว

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น