Review : Microsoft Surface Go เล็กสุดดีสุดของไมโครซอฟท์

3012

ยกแชมป์ให้ไปเลยสำหรับ Surface Go อุปกรณ์ 10 นิ้วที่ไมโครซอฟท์การันตีเองว่าเป็นอุปกรณ์ที่ดีที่สุดประจำปีนี้ จุดดีจุดด้อยของ Surface Go มีหลายส่วน ทุกส่วนถือว่าลงตัวรับได้จนทำให้ Surface Go เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์คู่ใจมาใช้งาน

การออกแบบ

Surface Go หน้าจอขนาด 10 นิ้ว ความละเอียด 1800×1200 (217 PPI) ซีพียู Intel Pentium Gold 4415Y เป็นรุ่นเริ่มต้นในสินค้ากลุ่ม Surface สินค้าที่มากับกล่อง Surface Go มีเพียงอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ และเอกสารเท่านั้น

Surface Go มีให้เลือก 2 รุ่น คือความจุ 64GB แบบ eMMC แรม 4GB (ราคา 14,999 บาท) และรุ่นความจุ 128GB แบบ SSD แรม 8GB (ราคา 19,999 บาท) รุ่นที่ทีมงานได้ทดสอบคือรุ่น 128GB ความจุสูงและทำงานเร็วกว่า

ด้านขวามือของเครื่อง มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต USB-C 3.1 ที่ใช้ชาร์จไฟได้ และพอร์ต Surface Connect สำหรับชาร์จกับอะแดปเตอร์ที่แถมมา ขณะที่ปุ่ม Power และปุ่มปรับเสียง ติดที่ขอบบนของเครื่องเช่นเดิม ขอบล่างของเครื่องออกแบบมาสำหรับต่อคีย์บอร์ด Type Cover ซึ่งต้องซื้อเพิ่มในราคาเริ่มต้น 3,590 บาท

ไมโครซอฟท์ให้ทางเลือกคีย์บอร์ด 2 ทาง คือรุ่น Signature ที่ใช้ผ้า Alcantara แบบเดียวกับรถยนต์หรู (4,690 บาท) และรุ่น Standard สีดำ (3,590 บาท) ความต่างที่ชัดเจนคือสัมผัสเนียนซึ่งรุ่น Signature ชนะขาด

ช่องเสียบ microSD อยู่ด้านหลังขาตั้งของ Surface Go ซึ่งเป็นบานพับที่เปิดได้กว้างเต็มที่ 165 องศา ดังนั้นหากพื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอ สามารถซื้อการ์ด microSD มาใส่เพิ่มได้สูงสุด 512GB ขณะที่ด้านหน้าของเครื่องมีกล้องหน้า เมื่อใช้งานกล้องจะมีไฟ LED สีขาวแสดงขึ้นมา

สเปก

สำหรับ Surface Go รุ่นใหม่นี้จะวางตลาดด้วยสเปกซีพียู Intel Pentium Gold 4415Y โดยรุ่นที่ทีมงานได้รับมาทดสอบเป็นรุ่นแรม LPDDR3 8GB หน่วยเก็บข้อมูลเป็น SSD ความจุ 128GB (เหลือให้ใช้จริงประมาณ 117GB) มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ตัวเต็ม

ด้านการเชื่อมต่อจะรองรับ WiFi มาตรฐาน 802.11 a/b/g/n/ac บลูทูธ 4.1 ไม่รองรับการใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์ และไม่มี GPS นำทางในตัว รุ่นพิเศษ Surface Go LTE ที่ใส่ซิมการ์ดได้ยังไม่มีประกาศวางจำหน่ายในไทย

ฟีเจอร์เด่นและทดสอบประสิทธิภาพ

Surface Go จะติดตั้ง Windows 10 Home แบบ S Mode ที่เปิดปิดได้มาให้ หากเปิด S Mode เครื่องจะทำงานเหมือน Windows 10 ปกติทั้งหมด แต่จะถูกจำกัดให้ติดตั้งหรือรันแอปพลิเคชันได้เฉพาะจาก Microsoft Store เท่านั้น ไม่สามารถรันไฟล์ .exe ได้ ผลดีของโหมดนี้คือเครื่องจะทำงานได้เร็วอยู่เสมอ และปลอดภัยจากไวรัสเพราะหมดโอกาสเปิดการทำงานไฟล์จากเว็บไซต์ล่อลวง

แม้ Surface Go แบบ S Mode จะเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพราะมีแอปใน Store ค่อนข้างหลากหลายทั้ง LINE, Facebook, Netflix, Spotify รวมถึง iTunes (ไม่มี Amazon Video หรือ Google Play Movies) แต่ถ้าต้องการใช้โปรแกรมเฉพาะทาง ไมโครซอฟท์ก็เข้าใจและเปิดช่องให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถออกจาก S Mode ได้ เพื่อให้รันไฟล์ .exe และติดตั้งโปรแกรมที่ไม่ได้อยู่ใน Microsoft Store ได้

จุดสำคัญที่ต้องระวังคือใครที่ออกจาก S Mode จะกลับมาเปิด S Mode กลับมาอีกไม่ได้ ประเด็นนี้ไมโครซอฟท์ยืนยันว่าแม้แต่การ reset เครื่องก็จะไม่มีโหมด S Mode ให้เลือกใช้ ใครที่สนใจอยากปิดโหมด S Mode ให้กดปุ่ม turn off S Mode ที่จะแสดงขึ้นมาเมื่อพิมพ์ค้นหาในเครื่อง

เครื่องที่ทีมงานได้รับมาทดสอบนั้นปิด S Mode ไว้แล้ว พบว่าเครื่องสามารถติดตั้งเครื่องมือ เกม หรือแอปพลิเคชันคุ้นมือที่ใช้งานได้บ่อยบนแล็ปท็อปทั่วไปโดยไม่ทำให้เครื่องหน่วง แต่บนหน้าจอจะแสดงความเสี่ยงจากการปิด S Mode บ่อยครั้ง

ความสะดวกสบายคือชาวออฟฟิศสามารถซื้อ Office 365 บน Microsoft Store ได้ทันที ผู้ที่ซื้อไว้แล้วสามารถลงชื่อใช้งานและติดตั้งได้ตามปกติ นอกจากนี้ Office เวอร์ชันฟรีก็มีให้ใช้งาน บนฟีเจอร์การทำงานที่น้อยกว่า

จากที่ใช้งาน MacBook Air เป็นประจำ การเปลี่ยนมาพิมพ์งานบน Surface Go ผ่าน Type Cover ทำให้พิมพ์ผิดบ่อยมาก เนื่องจากคีย์บอร์ดค่อนข้างเล็กและระยะกดปุ่มสั้นกว่า แต่เมื่อปรับตัวได้ก็สามารถใช้งานได้ดีไม่แพ้แล็บท็อปรุ่นไหน แถมยังเหนือกว่าเพราะมีปุ่ม Home, End, Page Up และ Page Down มาให้พร้อม ทำให้ไม่ต้องกด Fn คู่กันแบบโน้ตบุ๊กทั่วไป ขณะเดียวกันก็มี TouchPad ที่ใช้ได้สะดวกและแม่นยำไม่ผิดหวัง

ขณะที่ปากกาที่ใช้ทดสอบเป็น Surface Pen รุ่นปี 2017 ราคาปี 2018 ยังเท่าเดิมไม่ลดลง จุดเด่นของปากกาคือการรองรับแรงกด 4,096 จุด ตอบสนองได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า หัวปากกาขนาด HB ตัวปากกาเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ แบตเตอรีใช้ถ่าน AAAA 1 ก้อน รองรับการเอียงปากกาเพื่อแรเงาด้วย

ด้านแบตเตอรี่ เมื่อชาร์จเต็ม ใช้งานเบราว์เซอร์เปิดหลายแท็บ ดูยูทูบ พร้อมเปิดแอป Spotify ค้างไว้ แบตอยู่ได้ราว 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น การชาร์จแบตจาก 3% จนถึง 100% ทำได้ภายใน 2 ชั่วโมงผ่านอะแดปเตอร์ที่ให้มา มีข้อเสียคือสถานะไฟเป็นสีเดิมตลอดการชาร์จ ทำให้ไม่สามารถสังเกตได้ว่าชาร์จเต็มแล้วหรือยัง เมื่อจับเครื่องขณะชาร์จโดยไม่ใส่รองเท้า หลายครั้งรู้สึกเหมือนถูกไฟดูดอ่อนๆ

หลายครั้งที่ Surface Go ร้อนเป็นพิเศษ เช่นระหว่างการใช้งานทั่วไปในสวนที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ พบว่าเครื่องร้อนแบบรู้สึกได้ แต่ทั้งหมดนี้ต้องยกนิ้วให้เรื่องความเงียบ เพราะ Surface Go ไม่มีพัดลมติดตั้งภายในเครื่อง


ทดสอบประสิทธิภาพ : PCMark 10 = 1,591 คะแนน


ทดสอบประสิทธิภาพ : Geekbench 4 / Single Core = 1,701 คะแนน / Multi Core = 3,310 คะแนน


ทดสอบประสิทธิภาพ : Cinebench R15 / OpenGL = 20.85 เฟรมต่อวินาที / CPU = 99cb

แม้คะแนนจะน้อย แต่ทีมงานยืนยันว่าการใช้งานโดยรวมลื่นไหล การเปิดโปรแกรมทำได้เร็ว พร้อมใช้งานเร็ว อย่างไรก็ตาม การใช้ Chrome บน Surface Go กลับไม่ลื่นไหลเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับ Edge ที่ใช้งานได้ดีกว่า

สรุป

ตลอดการใช้งาน 1 สัปดาห์ เราพบว่าหลายคนแอบเหลียวมองเมื่อหยิบ Surface Go ขึ้นมา ความเบาขนาดเล็กพกง่ายใช้งานลงตัวกลายเป็นจุดขายที่ใช้โฆษณา Surface Go กับทุกคนได้แบบไม่ต้องคิดมาก โดยเฉพาะคีย์บอร์ดที่ทำมาได้ดีชนิดต้องปรบมือให้

จุดขายสำคัญของ Surface Go คือการใช้เป็นแท็บเล็ตได้เลยในเครื่องเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากมี 2 เครื่องแยกกัน ซึ่งที่ผ่านมา หลายคนต้องมีแท็บเล็ตเพื่อพกไว้ใช้จดบันทึกหรือวาดรูป และมีคอมพิวเตอร์พีซีอีกเครื่องเพื่อทำงานหลัก จุดนี้ถือว่า Surface Go สามารถทำงานได้แบบ 2 in 1 ทำให้การทำงานสะดวกมากขึ้นกว่าเดิม


ภาพจากกล้องหลัง


ภาพจากกล้องหน้า

น่าเสียดายที่ Surface Go อาจไม่เหมาะกับงานตัดต่อวิดีโอ 4K หนักหน่วงเหมือน Surface Pro 2017 แต่ก็ถือว่ารับได้เมื่อเทียบกับความสามารถใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ Windows ได้แบบเดียวกัน บนจุดเด่นเรื่องการปิดเปิดเครื่องที่รวดเร็วกว่าโน้ตบุ๊กปกติไม่ต่างกัน และการมีพอร์ต USB-C ทำให้ Surface Go สามารถถ่ายโอนไฟล์หรือต่อออกจอนอกได้ง่ายมาก ทั้งหมดนี้จัดให้บนราคา Surface Go ที่ต่ำกว่า Surface Pro 2017 หลักหมื่น ซึ่งถือเป็นอีกจุดที่ชาว Surface ต้องพิจารณาก่อนซื้อ.

ข้อดี

– เล็ก เบา พกสะดวก ขาตั้งแข็งแรง มีพอร์ต USB-C
– มีช่องอ่านการ์ด microSD
– Windows 10 ใช้งานได้เต็มรูปแบบ ไม่กระตุก
– คีย์บอร์ดดี ปากกาดี

ข้อสังเกต

– แบตเตอรี่ไม่อึด
– ไม่มีพอร์ต USB-A แบบมาตรฐานเลย ต้องการใช้งานต้องซื้ออะแดปเตอร์ราคาเริ่มที่ 790 บาท
– ไม่แถมคีย์บอร์ด อุปกรณ์เสริมราคาไม่ธรรมดา

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น