Review : Mio MiVue 729 กล้องติดรถยนต์พร้อมโหมดจับภาพฉุกเฉิน

1111

กล้องติดรถยน์กลายเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์มาตรฐานในการใช้ชีวิตบนท้องถนนกันไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะหลังจากที่คปภ. ออกมาตรการมากระตุ้นให้รถยนต์ติดกล้องด้วยการให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ 5-10%

Mio ที่เป็นหนึ่งในแบรนด์กล้องติดรถยนต์ประสิทธิภาพสูงมีให้เลือกหลายระดับราคาตั้งแต่ไม่กี่พันบาทไปจนถึง 8,900 บาท จึงออกมานำเสนอกล้องรถยนต์ระดับไฮเอนด์อย่าง MiVue 792 ออกสู่ตลาดในฐานะการเป็น DashCam ที่เป็นมากกว่าแค่กล้องติดรถยนต์

MiVue 792 มีความสามารถเด่นในเรื่องของการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียด 1080p 60fps ที่ให้มุมมองภาพ 140 องศา ที่เป็นฟังก์ชันพื้นฐาน เสริมด้วยความสามารถพิเศษอย่างการเชื่อมต่อไวไฟกับแอปบนสมาร์ทโฟน ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวในกรณีฉุกเฉิน การแจ้งเตือนจุดตรวจจับความเร็ว เลี้ยวรถออกนอกเลนเป็นต้น

ข้อดี

– กล้องติดรถยนต์ที่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม

– รองรับการบันทึกพิกัด GPS

– รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi กับสมาร์ทโฟน

ข้อสังเกต

– ราคาค่อนข้างสูง

– ที่ยึดกระจกเป็นแบบใช้กาว 3M ติด

– ไม่ได้แถม Micro SD การ์ดมาให้ด้วย

ทำความรู้จัก MiVue 792

Mio MiVue 792 วางจำหน่ายในราคา 8,900 บาท แต่กลายเป็นว่าอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องมีเพียงแค่ตัวกล้อง ขาตั้งแบบที่ใช้สติกเกอร์ 3M ในการยึดติดกับกระจก สายชาร์จแบบมินิยูเอสบี และคู่มือการใช้งานเท่านั้น

โดยไม่ได้มีการแถมไมโครเอสดีการ์ดมาให้ หรือตัวขายึดกับกระจกในกรณีที่เปลี่ยนจุดติดตั้ง ก็ต้องใช้การลอกกาว 3M แบบเหนียวพิเศษออกเพื่อติดตั้งใหม่แทน ไม่ได้ใช้ที่ติดกระจกแบบสุญญากาศ

ในขณะที่ตัวกล้อง MiVue 792 ด้านหน้าจะมีเลนส์กล้องที่ให้ความละเอียดวิดีโอสูงสุด 1080p 60fps ที่ใช้เซ็นเซอร์ IMX 291 STARVIS f/1.8 ช่วยให้สามารถบันทึกภาพในเวลากลางคืนได้แม้อยู่ในที่แสงน้อย

โดยมีสัญลักษณ์แบรนด์ Mio อยู่ทางซ้าย และสัญลักษณ์ Wi-FI + GPS อยู่ทางขวา ข้างบนเลนส์กล้องเป็นจุดเชื่อมต่อกับขายึดติดกล้องกับกระจกหน้ารถยนต์ ที่ใช้การใส่เข้าไปเพื่อยึดกับตัวล็อกไว้

ด้านหลังเป็นหน้าจอแสดงผลขนาด 2.7” โดยมีปุ่มเปิดปิดเครื่องอยู่ทางด้านซ้าย ทางด้านขวาจะมีปุ่มอัดภาพฉุกเฉิน (สีส้ม) และปุ่มควบคุมอีก 4 ปุ่มในการกดย้อนกลับ ตกลง เลื่อนขึ้นลง ในการสั่งงานต่างๆ

ที่ใส่ไมโครเอสดีการ์ดจะอยู่ใต้ตัวเครื่อง โดยรองรับการ์ดที่ความจุสูงสุด 128 GB รวมๆ มีขนาดอยู่ที่ 90.2 x 37.05 x 48.8 มิลลิเมตร นำ้หนัก 112 กรัม

Gallery

ฟีเจอร์เสริมที่ช่วยให้กล้องฉลาดขึ้น

ด้วยการที่ตัวกล้องมาพร้อมกับระบบ Wi-Fi ภายในตัวเครื่อง ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน MiVue บนสมาร์ทโฟน เพื่อใช้ดูภาพสดจากหน้าจอได้ทันที หรือจะเลือกดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอในช่วงเวลาต่างๆลงมาไว้บนสมาร์ทโฟนก็ได้

ถัดมาคือโหมดการทำงานต่างๆของเครื่อง นอกเหนือจากโหมดพื้นฐานคือการบันทึกวิดีโอ พร้อมเสียง ภาพนิ่ง ก็คือตัว MiVue 792 จะมากับโหมดการแจ้งเตือนเมื่อรถออกจากเลน ระบบเตือนการชนข้างหน้า

โดยเมื่อเปิดใช้การบันทึกวิดีโอแบบ 1080p ที่ 60 fps บนการ์ดขนาด 8 GB จะสามารถบันทึกได้ต่อเนื่อง 50 นาที และเมื่อปรับเป็น 1080p 30 fps จะบันทึกได้เกิน 1 ชั่วโมง โดยจะซอยวิดีโอออกเป็นคลิปละ 3 วินาที และเมื่อบันทึกจนเต็มก็จะวนทับคลิปที่เก่าสุดไปเรื่อยๆตามปกติ

รวมถึงโหมดฉุกเฉิน ที่ภายใน MiVue 792 จะมีเซ็นเซอร์ 3 แกนในการตรวจจับการเคลื่อนไหว เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแบบทันที (กรณีรถชน) ตัวกล้องจะเข้าสู่โหมดบันทึกภาพฉุกเฉินทันที โดยเป็นการแยกไฟล์วิดีโอออกมาจากโหมดถ่ายภาพปกติ เพื่อป้องกันการอัดวิดิโอวนทับของกล้อง

น่าเสียดายที่ในประเทศไทย ยังไม่รองรับโหมดการแจ้งเตือนกล้องตรวจจับความเร็ว ที่เป็นอีกฟีเจอร์เด่นของ MiVue 792 ที่เปิดใช้งานแล้วในต่างประเทศ ด้วยการนำระบบ GPS มาช่วยในการแจ้งเตือนดังกล่าว

ตัวอย่างการภาพจากกล้อง MiVue792 ที่บันทึกทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน

สรุป

โดยรวมแล้ว Mio MiVue 792 ถือเป็นกล้องติดรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง มีฟังก์ชันเพิ่มเติมให้ใช้งานกล้องได้สะดวกขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ที่มากกว่ากล้องติดรถยนต์ทั่วไป เพราะฟีเจอร์ที่เพิ่มมาอย่างการเชื่อมต่อ Wi-Fi การแจ้งเตือนในโหมดฉุกเฉินต่างๆ จะเป็นประโยชน์ถ้ามีการนำไปใช้งาน

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

SHARE