Review : Plantronics BackBeat Pro 5100 หูฟัง True Wireless ที่ไมค์ดีรุ่นหนึ่งในเวลานี้

1285

การเข้ามารุกตลาดหูฟังบลูทูธไร้สายแบบ True Wireless ในกลุ่มพรีเมียมของ Plantronics ถือว่าเป็นไปตามเทรนด์ของตลาดหูฟังที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่หลายๆ รุ่นได้ตัดช่องเสียบหูฟังออกไปแล้ว

BackBeat Pro 5100 มีจุดเด่นที่เรียกได้ว่าเหนือกว่าคู่แข่งแบรนด์อื่นๆ ตรงเรื่องของไมค์สนทนา ที่ Plantronics มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มาเสริมด้วยเซ็นเซอร์รุ่นใหม่ของ Qualcomm ที่ทำให้การเชื่อมต่อบลูทูธในรุ่นนี้เสถียรมากขึ้น

ข้อดี

หูฟังบลูทูธแบบ TrueWireless ใช้งานได้ต่อเนื่อง 6.5 ชม. + เคสชาร์จรวมเป็น 20 ชม.

ไมค์โครโฟนที่ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง

รองรับทั้งการแตะ และกดในการสั่งงาน
รับประกัน 2 ปี

ข้อสังเกต

ไม่มีระบบตัดเสียงระกวน (ANC) ใช้จุกอุดหูแทน

พอร์ตชาร์จยังเป็น MicroUSB

ดีไซน์ และการใช้งาน

ด้วยการที่ต้องการออกแบบมาให้พกพาง่าย BackBeat Pro 5100 จึงถูกออกแบบทั้งเคส และหูฟัง ให้มีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก โดยตัวเคสที่เก็บหูฟังจะใช้วัสดุเป็นพลาสติก ที่มีปุ่มกดเพื่อปลดล็อกฝาที่จะเด้งขึ้นมาให้หยิบหูฟังได้สะดวก

ส่วนข้างใต้เคสจะมีช่องเสียบชาร์จที่เป็นพอร์ต Micro-USB มาให้ ซึ่งในจุดนี้ค่อนข้างน่าเสียดายที่ยังใช้สายแบบเก่าอยู่ในขณะที่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันหันมาใช้งาน USB-C กันหมดแล้ว

เมื่อเปิดฝาเคสขึ้นมาก็จะพบกับหูฟังไร้สาย 2 ข้าง ที่มีแม่เหล็กยึดติดกับตัวกล่อง ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าตัวหูฟังจะหลุดออกจากกล่องโดยไม่ตั้งใจ เพราะด้วยการที่เป็นหูฟังไร้สายขนาดเล็ก ถ้าไม่มีตรงจุดนี้จะหล่นหายได้ง่ายมาก

ในส่วนของตัวหูฟังจะออกแบบมาให้เป็นลักษณะของจุกยางที่ใส่เข้าไปในรูหู ซึ่งนอกจากจะช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างแล้ว ยังช่วยให้การใส่ใช้งานกระชับด้วย

น้ำหนักของหูฟัง BackBeat Pro 5100 อยู่ที่ข้างละ 5.8 กรัม เมื่อใส่รวมกับเคสชาร์จจะอยู่ที่ 38.6 กรัม โดยที่ตัวหูฟังสามารถถอดจุกยางเพื่อเปลี่ยนขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ด้วย

ภายในกล่องของ BackBeat Pro 5100 นอกจากตัวเคส และหูฟังแล้ว ก็จะมีจุกยางให้เลือกใช้งานด้วยกัน 3 ขนาด แล้วก็จะมีสายไมโครยูเอสบีสำหรับเสียบชาร์จมาให้

การสั่งงาน และเชื่อมต่อใช้งาน

ในการใช้งานครั้งแรก ผู้ใช้จำเป็นต้องเชื่อมต่อ BackBeat Pro 5100 เข้ากับสมาร์ทโฟนก่อน ด้วยการใส่หูฟังทั้ง 2 ข้าง และกดปุ่มที่หูฟังทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน เพื่อเข้าสู่โหมดการเชื่อมต่อ หลังจากนั้นก็สามารถเชื่อมต่อจากเมนูบลูทูธบนสมาร์ทโฟนได้ทันที

ถ้าต้องการตั้งค่าหูฟังเพิ่มเติมสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BackBeat มาเชื่อมต่อเพื่อเข้าไปตั้งค่าต่างๆ เพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นการแตะสั่งงาน 1 ครั้ง 2 ครั้ง ว่าจะให้หูฟังทำอะไร

รวมถึงการเข้าไปดูสถานะแบตเตอรี อัปเดตเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ เปิดปิดการใช้งาน HD Voice (เมื่อเปิดใช้คุณภาพเสียงจะดีขึ้น แต่กินแบตฯ มากกว่าเดิม) การเปิดใช้งาน Smart Sensor ที่จะเล่นเพลง / หยุด เพลงทันทีที่เราใส่ หรือถอดหูฟัง หรือสั่งปิดไมค์ทันทีที่ถอดหูฟังออดเป็นต้น

สิ่งที่น่าสนใจใน BackBeat Pro 5100 คือเมื่อเลือกนำบลูทูธ 5.0 มาใช้ ทำให้การเชื่อมต่อหูฟังทั้ง 2 ข้างกับสมาร์ทโฟนแยกออกจากกัน ดังนั้นปัญหาคลื่นรบกวนระหว่างหูฟังทั้ง 2 ข้างเมื่อเจอสัญญาณ Wi-Fi ภายในห้างจึงลดน้อยลง

ส่วนแบตเตอรีเท่าที่ลองใช้งานสามารถใช้ฟังเพลงต่อเนื่องราว 6-7 ชั่วโมง กรณีที่แบตหมด สามารถเก็บเข้าไปในเคสชาร์จเพื่อใช้งานได้เพิ่มอีก 13 ชั่วโมง ตามที่ Plantronics เคลมไว้

ตัดเสียงรบกวนทั้งหูฟัง และไมค์

จุดเด่นหลักของ BackBeat Pro 5100 จะอยู่ที่ไมโครโฟนสนทนา ที่มีไมค์ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้เวลาใช้งานสนทนา คู่สนทนาจะได้ยินเสียงสนทนาที่ชัดเจน แตกต่างจากหูฟัง True Wireless แบรนด์อื่นๆ ในท้องตลาดที่มักจะมีปัญหาในเรื่องของไมค์สนทนา

ทีมงานได้ลองทดสอบใส่หูฟัง BackBeat Pro 5100 แล้วลองคุยโทรศัพท์บริเวณที่มีเสียงรบกวน อย่างริมถนน หรือนั่งอยู่หน้าพัดลมที่เป่าเข้าหาตัว ก็พบว่าคู่สนทนาไม่ได้ยินเสียงรบกวนแต่อย่างไร

ถัดมาในส่วนของการตัดเสียงรบกวนของหูฟัง BackBeat Pro 5100 ไม่ได้มากับ ANC (Active Noise Cancelling) ที่เป็นการนำไมค์มาประมวลเสียงรอบข้างแล้วส่งคลื่นความถี่ดิจิทัลออกมาตัดเสียงรบกวน

แต่ใช้การออกแบบจุกหูฟังให้ตัดเสียงรบกวนจากภายนอก หรือที่เรียกว่า Noise-isolate Eartip แทน ซึ่งมาช่วยให้แบตเตอรีสามารถใช้งานได้นานกว่าหูฟังที่มีระบบ ANC ด้วย

ในส่วนของการตัดเสียงรบกวน ทีมงานทดลองนำไปใช้บนเครื่องบิน ก็ถือว่าช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีจุดที่น่าเสียดายคือ ไม่ได้มีโหมดรับเสียงจากรอบข้างมาให้ด้วย ทำให้เวลาจะคุยหรือสื่อสารต้องถอดหูฟังออก

สรุป

ถ้ามองไปในตลาดหูฟัง True Wireless เวลานี้ การทำตลาดของ BackBeat Pro 5100 ที่ราคา 6,590 บาท ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ที่สามารถหาซื้อได้ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เรื่องของเสียงสนทนา กับระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องที่ 6 ชั่วโมง

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น