Review : Samsung Blue Sky AX5500 เครื่องฟอกอากาศควบคุมได้ผ่านมือถือ

1508

สภาพอากาศภายในเมือง และบริเวณภาคเหนือที่ปกคลุมด้วยฝุ่น PM2.5 ทำให้ผู้บริโภคชาวไทย เริ่มให้ความสนใจกับการจัดการปัญหาเรื่องฝุ่นมากขึ้น ทั้งมีความรู้ในการป้องกัน จนถึงการหาอุปกรณ์มาช่วยป้องกันฝุ่น และมลพิษภายในบ้าน

ด้วยเหตุนี้จึงได้เห็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศหลายแบรนด์ ต่างเริ่มทยอยนำผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศเข้ามาทำตลาดในไทย Samsung เป็น 1 ในแบรนด์ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำตลาดเครื่องฟอกอากาศมาก่อน แต่เป็นผู้นำในกลุ่มแอร์ภายในบ้าน จึงตัดสินใจเพิ่มไลน์สินค้านี้เข้ามาทำตลาด

ประเดิมด้วยไลน์อัปของ Blue Sky ที่มีให้เลือกใช้งานตามขนาดของพื้นที่ ไล่ตั้งแต่พื้นที่ 40 ตารางเมตร จนถึง 90 ตารางเมตร ในรุ่น AX3300 AX5500 และ AX7500 โดยรุ่นที่ได้รับมาทดสอบคือรุ่น AX5500 ที่สามารถใช้ฟอกอากาศได้ครอบคลุมพื้นที่ 60 ตารางเมตร

ข้อดี

  • รองรับการสั่งงานด้วยเสียง
  • ควบคุมได้ผ่านสมาร์ทโฟน
  • มีโหมดเงียบฟอกอากาศเวลานอน

ข้อสังเกต

  • ราคาแผ่นกรองอากาศ ยังค่อนข้างสูง (2,290 บาท)
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นอยู่ทางฝั่งขวา ทำให้ไม่สามารถวางชิดผนังได้

ตัวเครื่อง Samsung AX5500

เครื่องฟอกอากาศ Samsung AX5500 มีขนาดอยู่ที่ 36 x 78.3 x 29.3 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 11.2 กิโลกรัม โดยตัวเครื่องมีให้เลือกเฉพาะสีขาวเท่านั้น วัสดุหลักที่ใช้งานเป็นพลาสติก ที่รองรับการยืดหยุ่นได้ดี

สำหรับทิศทางที่ฟอกอากาศออกมา จะเป็น 3 ทิศทางคือด้านบน ด้านซ้าย และด้านขวา ซึ่งทั้งทางซ้าย และขวา จะพัดลมในทิศที่เยื้องมาข้างหน้า เพื่อให้สามารถวางเครื่องฟอกอากาศด้านหลังชิดกับผนังได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะฟอกอากาศไม่ครอบคลุมทั่วห้อง

บริเวณแฝงด้านหน้าจะใช้เป็นส่วนในการดูดอากาศเข้าไป โดยสามารถอดฝาส่วนนี้ออกได้ แล้วภายในจะเป็นฟิลเตอร์กรองอากาศอยู่ภายใน ซึ่งถ้าใช้งานจนสกปรกสามารถซื้อมาเปลี่ยนใหม่ได้เอง

การควบคุม

การควบคุมใช้งานเครื่องฟอกอากาศ สามารถทำได้ผ่านแผงควบคุมระบบสัมผัสที่อยู่ส่วนบนของตัวเครื่อง ใกล้ๆ กับบริเวณที่ฟอกอากาศออกมา โดยจะใช้การแสดงผลแบบดิจิทัลทั้งหมด และมีไฟบอกคุณภาพอากาศให้เห็นในระยะไกลด้วย

แถบไฟแสดงสถานะ Air Quality Indicator จะมีการปรับเปลี่ยนตามฝุ่นที่ตรวจพบภายในห้อง โดยการนำสีมาใช้เป็นตัวบอกคุณภาพอากาศ ไล่จากสีแดง สีเหลือง สีเขียว และสีฟ้า ซึ่งถ้าเป็นสีฟ้าแปลว่าอากาศบริสุทธิ์มากที่สุด

ส่วนปุ่มควบคุม จะมีตั้งแต่เปิดปิดเครื่อง ปรับความเร็วลม เข้าโหมดเงียบ (Sleep Mode) ตั้งเวลา เปิดปิดไฟแสดงข้อมูล และเลือกดูหน่วยของ PM ที่มีตั้งแต่ PM10 PM2.5 และ PM1.0

ส่วนของจอแสดงผลก็จะมีแสดงคุณภาพอากาศ พร้อมใข้ต้นไม้มาคอยบอกคุณภาพ ตามด้วยตัวเลขบอกคุณภาพของอากาศ ที่ดูได้ตั้งแต่ PM10 PM2.5 และ PM 1.0 ในระดับ ug/m3 ตามด้วยแก๊ส ความแรงลม และสัญลักษณ์การเชื่อมต่อไวไฟ

ในการเชื่อมต่อไวไฟ จะต้องกดเปิดใช้งานก่อน โดยสามารถกดปุ่ม Sleep Mode ค้างไว้ 3 วินาที เพื่อเปิดการเชื่อมต่อไวไฟ เพื่อให้สมาร์ทโฟนสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องฟอกอากาศนี้ได้

ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน

จุดเด่นที่ Samsung ชูขึ้นมาสำหรับเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ คือรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อควบคุมใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา โดยผู้ใช้ต้องควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน SmartThing ด้วยการเพิ่มเครื่องฟอกอากาศเข้าไปก่อน

หลังจากนั้น ผู้ใช้สามารถเข้าไปดูสถานะการทำงานของเครื่อง สั่เปิดปิดเครื่องได้ผ่านแอปทันที (ในกรณีที่เสียบปลั้ก และเชื่อมต่อไวไฟอยู่) ทำให้กรณีที่กำลังกลับเข้าบ้าน หรือห้องคอนโด สามารถสั่งเปิดเครื่องล่วงหน้า ให้ฟอกอากาศก่อนถึงห้องได้ด้วย

นอกจากนี้ ก็สามารถกดเพื่อปรับความแรง เปลี่ยนโหมดใช้งาน หรือดูคุณภาพอากาศได้ด้วย รวมถึงการแจ้งเตือนเพื่อบำรุงรักษา ในกรณีที่ต้องเปลี่ยนฟิลเตอร์ ก็จะมีการแจ้งเตือนขึ้นมาให้สั่งฟิลเตอร์มาเปลี่ยน

เมื่อเชื่อมต่อกับ SmartThings แล้ว ก็จะช่วยให้สามารถเชื่อมต่อเครื่องฟอกอากาศเข้ากับผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Bixby ได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งเปิด ปิด เครื่องด้วยคำสั่งเสียงเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย

ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศ

ด้วยการที่มีตัวเลข และไฟแสดงคุณภาพอากาศชัดเจน ทำให้ผู้ใช้เห็นได้เลยว่าตัวเครื่องฟอกอากาศได้เร็วแค่ไหน ซึ่งถ้าซื้อเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะกับขนาดของห้องที่นำมาใช้งาน ก็จะช่วยลดระยะเวลาในการฟอกอากาศได้เร็วขึ้นด้วย

อย่างที่ทดสอบเครื่อง AX5500 ในห้องขนาดประมาณ 50 ตารางเมตร หลังจากเปิดใช้งานที่ขึ้นไฟสถานะสีส้มๆ (ใช้ในห้องปิด ไม่ได้เปิดรับฝุ่น) ไม่กี่นาทีต่อมาไฟสถานะก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว และฟ้าตามลำดับ

อีกจุดที่ทำได้ดีคือโหมดเงียบ ที่ช่วยให้ฟอกอากาศในเวลานอน โดยไม่มีเสียงรบกวน ซึ่งทำได้เงียบสนิทดี จนบางทีลืมไปว่าเปิดเครื่องฟอกอากาศทิ้งไว้ ประกอบกับสามารถกดปิดไฟหน้าจอได้ด้วย ทำให้ไม่มีแสงรบกวนออกมา

สรุป

Samsung AX5500 น่าจะกลายเป็นอีกตัวเลือกของเครื่องฟอกอากาศในเวลานี้ เพียงแต่ด้วยระดับราคาที่ค่อนข้างสูง อาจทำให้ตัดสินใจยากหน่อย (20,900 บาท) แต่ก็แลกมากับความสะดวกที่สามารถสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้งานในห้องขนาดเล็ก Samsung มีตัวเลือกอย่าง AX3300 ที่ครอบคลุมพื้นที่ 40 ตารางเมตร ในราคา 11,900 บาท และ AX75000 สำหรับพื้นที่ห้องขนาดใหญ่ 90 ตารางเมตร จำหน่ายในราคา 29,900 บาท

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น