Review : Samsung Galaxy A71 / A51 คู่หูสมาร์ทโฟนระดับหมื่นต้น

9137

เรียกได้ว่าซัมซุง กลับมาแล้วในตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง หลังเริ่มทยอยวางจำหน่าย Samsung Galaxy A51 และ A71 ในช่วงระดับราคาหมื่นบาท เพื่อเป็นตัวเลือกให้แก่ผู้บริโภค ที่ต้องการเครื่องสเปกดี ราคาไม่สูงจนเกินไป และถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ

จุดเด่นของทั้ง Galaxy A71 และ A51 คือเป็นรุ่นที่ซัมซุงมีการปรับดีไซน์ใหม่ หันมาใช้งานจอแบบ Infinity-O กล้องหลังจัดเรียงในลักษณะ 4 เหลี่ยมที่จะเป็นแนวทางของซัมซุงในปีนี้ มีการใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอมาให้ใช้งาน

โดยจุดที่แตกต่างกันหลักๆ คือเรื่องของขนาดหน้าจอ สเปก ความละเอียดกล้อง ซึ่งถ้าให้แนะนำแบบเร็วๆ คือถ้างบถึง A71 การเพิ่มเงิน 3,500 บาทขึ้นมาคุ้มค่าแน่นอน แต่ถ้าต้องการเครื่องระดับราคาหมื่นต้นๆ A51 ก็ตอบโจทย์เพียงพอกับการใช้งานแล้ว

ข้อดี

  • หน้าจอ Infinity-O ความละเอียด FullHD+
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ
  • กล้องหลักความละเอียด (A71) 64 / (A51) 48 ล้านพิกเซล

ข้อสังเกต

  • A71 มากับชาร์จเร็ว 25W แต่ A51 มากับชาร์จเร็ว 15W
  • การถ่ายภาพในที่แสงน้อยยังไม่ดีเท่าที่ควร
  • สเปกของ A51 ถ้าเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันยังด้อยกว่าอยู่

เทียบ Galaxy A71 และ Galaxy A51

Samsung Galaxy A71 มากับหน้าจอ Infinity-O ที่ใช้เป็นจอ Super AMOLED Plus ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอีบด Full HD+ (2400 x 1080 พิกเซล) ส่วน A51 จะลดขนาดหน้าจอลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ 6.5 นิ้ว แต่ใช้เป็นจอ Super AMOLED ธรรมดา ความละเอียด Full HD+ เช่นเดียวกัน

ส่วนกล้องหน้าที่ใช้การฝั่งลงไปใต้จอตรงกลางบนนั้น ให้มาความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/2.2 ทั้ง 2 รุ่น แต่เซ็นเซอร์ของ A71 นั้นดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ภาพที่ได้ออกมาคมชัดกว่า นอกจากนี้ กล้องหน้ายังถูกใช้สำหรับการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกได้ด้วย

ใต้จอของทั้ง A51 และ A71 ยังมีการฝั่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ใช้งานกัน โดยผู้ใช้สามารถวางนิ้วที่สแกนเพื่อปลุกเครื่องขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องกดเปิดเครื่องก่อน แต่ในช่วงแรกที่ไม่ชินอาจจะวางผิดจุด และเครื่องไม่สแกนลายนิ้วมือได้ อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยเพื่อวางให้ตรงจุด

ขนาดตัวเครื่อง A71 จะอยู่ที่ 163.6 x 76 x 7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 179 กรัม มีให้เลือก 3 สีคือ ดำ น้ำเงิน และเงิน ส่วน A51 ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 158.5 x 73.6 x 7.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 172 กรัม มีสีชมพู ดำ และน้ำเงินให้เลือก

สำหรับรอบเครื่องต่างๆ จะเหมือนกันคือทางฝั่งขวาเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง (กดค้างเรียก Bixby แต่สามารถตั้งเปลี่ยนได้) กับปุ่มปรับระดับเสียง ทางขวาเป็นช่องใส่ 2 นาโนซิมการ์ด และไมโครเอสดีการ์ดเพิ่มเติม

ด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ให้พร้อมกับพอร์ต USB-C ไมโครโฟน และลำโพง ส่วนด้านบน จะมีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 ที่ไว้ช่วยตัดเสียงรบกวน และใช้เป็นไมค์เวลาเปิดลำโพงสนทนาด้วย

มาต่อกันที่กล้องหลัง A51 มากับเลน์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/2.0 เสริมด้วยเลนส์มุมกว้าง 12 ล้านพิกเซล f/2.2 และวัดระยะชัดลึก 5 ล้านพิกเซล f/2.2 และเลนส์ถ่ายระยะใกล้ 5 ล้านพิกเซล f/2.4 ทำให้สามารถถ่ายได้ทั้งมุมกว้าง และระยะใกล้

ส่วน A71 จะมากับเลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล f/1.8 ตามด้วยเลนส์มุมกว้าง เลนส์วัดระยะชัดลึก และเลนส์มาโครชุดเดียวกัน ซึ่งด้วยเลนส์หลักที่ละเอียดขึ้นทำให้ภาพที่ได้จาก A71 มีความคมชัดมากกว่า และใช้งานในที่แสงน้อยได้ดีกว่าด้วย

จุดที่ทำให้ A71 น่าจนใจมากขึ้นคือเรื่องของระบบ Fast Charge 25W ที่ทำให้แบตเตอรีขนาด 4,500 mAh ชาร์จได้เร็วขึ้นมาก ในขณะที่ A51 มากับ Fast Charge 15W เท่านั้น จากขนาดแบตที่ 4,000 mAh

สำหรับสเปกภายในของ A71 จะใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 730 ที่เป็น Octa-Core ให้ความเร็ว 2.2 GHz / 1.8 GHz RAM 8 GB ROM 128 GB ส่วน A51 จะใช้ Exynos 9611 Octa-Core 2.3 GHz / 1.7 GHz RAM 6 GB ROM 128 GB ทั้ง 2 รุ่นสามารถใส่ไมโครเอสดีการ์ดได้สูงสุด 512 GB

ในแง่ของการเชื่อมต่อทั้งคู่รองรับ 3G/4G แบบ 2 ซิม พร้อม WiFi 5 หรือ 802.11ac บลูทูธ 5.0 มี NFC ให้ใช้งาน ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 10 ที่ครอบด้วยอินเตอร์เฟส One UI 2.0

Gallery

การใช้งาน

ในแง่ของการใช้งานด้วยการที่ A71 ถือว่าให้สเปกที่ดีกว่า รองรับการเล่นเกมในระดับที่น่าพอใจ ในขณะที่ A51 การนำมาเพื่อใช้เล่นเกมอาจจะไม่ใช่จุดประสงค์หลักของรุ่นนี้ ทำให้เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปมากกว่า

ด้วยการที่ขนาดหน้าจอต่างกันไม่มาก ระหว่าง 6.5 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว ทำให้ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรีต่อเนื่อง ไม่แตกต่างกันมาก โดยระหว่างการทดสอบ A51 สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องราว 12 ชั่วโมง ในขณะที่ A71 ใช้งานได้ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่อย่าลืมว่าถ้าวางชาร์จพร้อมกัน A71 จะเต็มเร็วกว่า

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ

ด้วยการที่มากับ Android 10 ทำให้การตั้งค่าของทั้ง 2 รุ่น ไม่แตกต่างกันมากนัก ทำให้ผู้ที่เคยใช้งานซัมซุงมาก่อน ปรับตัวไม่ยากเมื่อเปลี่ยนมาใช้งานเครื่องรุ่นใหม่ และแม้ว่าจะขยับเเปลี่ยนไปใช้งานรุ่นที่แพงขึ้น ก็จะมีดีไซน์ของอินเตอร์เฟสที่ใกล้เคียงเดิม

สำหรับฟีเจอร์พิเศษที่ใส่เข้ามาให้ใช้งานกันบน A71 และ A51 คือการนำเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวมาช่วยให้สั่งงานตัวเครื่องบางอย่างได้ รวมถึงการตั้งปุ่มข้างเครื่องที่จากเดิมผู้ใช้สามารถกดค้างเพื่อเรียก Bixby ได้ แต่ถ้าไม่ต้องการให้เรียกใช้งานก็สลับกลับมาใช้กดปิดเครื่องได้เช่นเดียวกัน

อีกความพิเศษคือเรื่องของความปลอดภัย เพราะทั้ง 2 รุ่นสามารถใช้งาน Samsung Knox ได้ ดังนั้นจึงสามารถนำข้อมูลชีวภาพ อย่างการแสกนใบหน้า และการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือมาช่วยให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เพิ่มเติม

สุดท้ายคือโหมดการถ่ายภาพที่ A71 ทำได้ดีกว่า จากเซ็นเซอร์ของกล้องที่มีความละเอียดมากกว่า ส่วนอินเตอร์เฟสใช้งานจริงๆ ไม่แตกต่างกันมากนัก สามารถเลือกสลับโหมดใช้งาน หรือเข้าโหมดที่ต้องการเพื่อถ่ายภาพในลักษณะต่างๆ ได้ทันที

ทดสอบประสิทธิภาพ

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพต่างๆ ของตัวเครื่องสามารถดูได้จากอัลบั้มภาพด้านล่าง เพื่อให้เห็นความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่น

Samsung Galaxy A71

Samsung Galaxy A51

สรุป

สำหรับภาพรวมในการใช้งานถ้าใช้เพื่อโซเขียลเน็ตเวิร์ก รับชมยูทูป หรือใช้งานทั่วๆ ไปทั้งหลาย ทั้ง 2 รุ่นทำงานได้ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าไม่ได้ต้องการเล่นเกม และต้องการประหยัดงบประมาณในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน A51 ก็เพียงพอแล้ว

แต่ถ้าต้องการเครื่องที่สเปกแรงขึ้นมา รองรับการใช้งานที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะการเล่นเกม การเพิ่มเงินอีก 3,500 บาท ขึ้นมาเป็น A71 ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่า และทำให้ตอนนี้ A71 กลายเป็นรุ่นที่ขายดีรุ่นหนึ่งของซัมซุงเลย

สำหรับราคาจำหน่ายของ Samsung Galaxy A51 อยู่ที่ 10,490 บาท ส่วน A71 อยู่ที่ 13,990 บาท

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น