Review : Samsung Galaxy Tab S3 พรีเมียมแท็บเล็ตพร้อมปากกา S Pen และลำโพง 4 ตัว

7242

Samsung Galaxy Tab S ถือเป็นกลุ่มแท็บเล็ตพรีเมียมจากซัมซุงที่ได้รับความนิยมสูงมาตั้งแต่รุ่นแรกที่ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 2014 จนปัจจุบัน Tab S เดินทางมาถึงรุ่นที่ 3 (Tab S3) กับจุดขายใหม่ “พรีเมียมแท็บเล็ตที่สามารถขีดเขียนได้ด้วยปากกา S Pen” ครั้งแรกของตระกูลพรีเมียม Tab S ที่ในครั้งนี้ ซัมซุงตั้งใจปรับปรุงปากกามาให้โดดเด่นเป็นพิเศษอีกด้วย

การออกแบบ

สำหรับ Samsung Galaxy Tab S3 จะมาพร้อมหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 9.7 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอเป็น 4:3 แบบเดียวกับ Tab S2 มาพร้อมความละเอียหน้าจอ 2,048×1,536 พิกเซล รองรับการเล่นวิดีโอ HDR และรองรับปากกา S Pen

ในส่วนขนาดตัวเครื่องจะมีความหนาอยู่ที่ 6 มิลลิเมตร หนัก 434 กรัม

ด้านหน้า เหนือหน้าจอขึ้นำไป ข้างโลโก้ Samsung จะเป็นที่อยู่ของกล้องหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.2

ใต้จอภาพ ตรงกลางจะเป็นปุ่มโฮมพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) แบบดั้งเดิมของซัมซุง ด้านซ้ายเป็นปุ่มสัมผัสเรียก Recent Apps ขวา ปุ่มย้อนกลับ

ด้านหลังตัวเครื่อง วัสดุจะเป็นกระจก โดยด้านบนจะเป็นที่อยู่ของกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f1.9 พร้อมไฟแฟลชแบบ LED

มาดูด้านข้างเครื่องกันบ้าง เริ่มจากด้านบนจะเป็นที่อยู่ของลำโพงสเตอริโอ 2 ตัวพร้อมเสารับสัญญาณโทรศัพท์

ด้านล่าง ซ้าย-ขวาจะเป็นที่อยู่ของลำโพงอีก 2 ตัว พร้อมเสารับสัญญาณโทรศัพท์เช่นเดียวกับด้านบน ส่วนตรงกลางจะเป็นที่อยู่ของช่อง USB-C รองรับมาตรฐานเชื่อมต่อสูงสุด USB 3.1 พร้อมช่องต่อหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

ด้านขวา จะเป็นปุ่มเพิ่มลดระดับเสียง โดยตรงกลางจะเป็นช่องใส่ถาดใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์แบบ Nano Sim (รองรับ ซิมเดียว) และช่องใส่ MicroSD Card รองรับความจุสูงสุด 256GB

ด้านซ้าย จะเป็นส่วนเชื่อมต่อ POGO กับอุปกรณ์เสริม เช่น คีย์บอร์ด

มาถึงส่วนของปากกา S Pen ที่ในครั้งนี้ซัมซุงปรับปรุงใหม่ให้เหมาะกับ Tab S3 มากยิ่งขึ้น (ใช้สเปกเดียวกับ S Pen ใน Galaxy Note 7) ตั้งแต่ขนาดตัวปากกาที่ออกแบบให้เหมือนของจริง จับถนัดมือกว่า Galaxy Note พร้อมหัวปากกาแบบ 0.7 มิลลิเมตร รองรับทั้งเขียนหนังสือและวาดรูป ไปถึงสเปกที่ในครั้งนี้ซัมซุงเพิ่มการรองรับแรงกดมากถึง 4,096 ระดับ มากกว่า Galaxy Tab A และ Note 5 เป็นเท่าตัว

และที่สำคัญปากกาไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี ไม่ต้องใส่ถ่าน

สุดท้าย Galaxy Tab S3 จะรองรับระบบชาร์จไฟแบบเร็ว เช่นเดียวกับ Galaxy S8 และในแพกเกจจะมาพร้อมอะแดปเตอร์ Adaptive Fast Charging ด้วย

สเปก

หน่วยประมวลผลขับเคลื่อน Galaxy Tab S3 ซัมซุงเลือกใช้ซีพียู Qualcomm Snapdragon 820 Quad-core ความเร็ว 2.15GHz แรม 4GB (ประสิทธิภาพแรงกว่ารุ่นก่อนหน้า 18% กราฟิกแรงกว่า 3 เท่า) มาพร้อมรอม 32GB เหลือพื้นที่ให้ใช้งานจริงประมาณ 23.1GB

ในส่วนการรองรับเครือข่ายโทรศัพท์ จะรองรับ 3G/4G LTE ทุกเครือข่ายในบ้านเรา สามารถโทรศัพท์ได้แต่อาจต้องทำผ่านบลูทูธ ส่วน WiFi รองรับมาตรฐาน 802.11 a/b/g/n/ac มี GPS/Glonass/Beidou/Galileo ในตัว บลูทูธรองรับรุ่นใหม่ 4.2 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 7.0 ส่วนแบตเตอรีให้ความจุมา 6,000 mAh

ยูสเซอร์อินเตอร์เฟสและฟีเจอร์เด่น

เริ่มจากยูสเซอร์อินเตอร์เฟส (UI) จะเป็นซัมซุงยุคใหม่คือไม่ยัดเยียดแอปฯมาให้เกินความจำเป็น ทำให้ UI ค่อนข้างเบาและรูปแบบการใช้งานจะเหมือนกับ UI ใน Galaxy S8 ผสม Galaxy A7 2017 รวมถึงรอบรับ Multitasking เปิดใช้งาน 2 แอปฯในหนึ่งหน้าจอได้

ในส่วนหน้าจออัตราส่วน 4:3 แม้มองเผินๆจะดูไม่คุ้นตานัก แต่เรื่องของพื้นที่แสดงผล สำหรับการใช้งานเอกสาร เล่นเว็บไซต์ถือว่าให้พื้นที่กว้างขวาง ไม่อึดอัด โดยเฉพาะการเปิด 2 แอปฯในหนึ่งหน้าจอ จะมีพื้นที่ใช้งานค่อนข้างมาก แต่ถ้านำไปเล่นวิดีโออัตราส่วน 16:9 หรือ 21:9 จะเกิดขอบดำบนล่างค่อนข้างมาก มองแล้วไม่เต็มตา

มาถึงฟีเจอร์ S Pen นอกจากตัวปากกามีข้อดีในเรื่องไม่ต้องใช้ถ่านแล้ว ระบบการทำงานยังถือว่าครั้งนี้ซัมซุงได้พอร์ตฟังก์ชันจาก Galaxy Note 7 มาให้ใช้บน Tab S3 แทบทุกฟังก์ชัน เริ่มตั้งแต่ Smart Select ไปถึงสามารถสร้าง GIF Animation จากคลิปวิดีโอได้หรือจะเลือกครอปภาพด้วยปากกา เขียน Screenshot หรือฟังก์ชันเด่นอย่าง ยกปากกาเหนือข้อความก็สามารถเลือกแปลภาษา (รองรับแปล อังกฤษ-ไทย) ได้ด้วย

ลำโพง 4 ตัว – ในครั้งนี้ซัมซุงจับมือพัฒนาลำโพง Tab S3 ร่วมกับ AKG/HARMAN โดยลำโพงทั้ง 4 ตัวจะทำงานสอดประสานกันในรูปแบบสเตอริโอ แยกเสียงเบสและโทนแหลมออกจากกัน ทำให้เสียงมีความคมชัดและความดังที่เพิ่มขึ้น

ในส่วนกล้องถ่ายภาพ รองรับความละเอียด 13 ล้านพิกเซล วิดีโอรองรับความละเอียดสูงสุด 4K โดยในส่วนคุณภาพภาพนิ่งจะอยู่กลางๆประมาณ Galaxy A-Series ส่วนวิดีโอถือว่าพอใช้ ระบบกันภาพสั่นไหวสามารถเปิดให้ซอฟต์แวร์ช่วยเหลือได้

ทดสอบประสิทธิภาพ

3D Mark
Sling Shot Extreme = 2,478 คะแนน
Sling Shot = 2,913 คะแนน
Ice Storm Unlimited = 24,302 คะแนน
Ice Storm Extreme = 13,995 คะแนน

PC Mark
Work 2.0 = 4,549 คะแนน

AnTuTu Benchamrk = 100,960 คะแนน

Geekbench 4
Single-Core = 1,368 คะแนน
Multi-Core = 3,930 คะแนน

PassMark PerformanceTest
System = 9,689 คะแนน
CPU Tests = 150,911 คะแนน
Memory Tests = 9,465 คะแนน
Disk Tests = 40,764 คะแนน

AndroBench (ทดสอบการอ่านเขียนของรอม)
Seq. Read = 289.65 MB/s
Seq. Write 89.48 MB/s

มาดูเรื่องการทดสอบประสิทธิภาพ ด้านผลคะแนนถือว่ากลางๆ พอใช้ แอบเสียดายที่ซัมซุงเลือกใช้สเปกฮาร์ดแวร์จากตัวท็อปของปีที่แล้ว โดยเฉพาะส่วนของซีพียู Snapdragon 820 ซึ่งการใช้งานจริงถือว่าไม่มีปัญหา สามารถใช้งานได้ปกติ

แต่สำหรับเครื่องเดโมที่ทีมงานได้รับมาทดสอบจะพบอาการเครื่องช้าบ้าง โดยเฉพาะเมื่อเปิดใช้งาน Multitasking หรือเปิดใช้งานแอปฯจำนวนมากสลับไปมา

ส่วนการใช้งาน S Pen วาดภาพและเขียนหนังสือ เรียกได้ว่าถอดแบบ Galaxy Note 7 มาเลย ประสิทธิภาพปากกาเหมือนกัน โดย S Pen ใน Tab S3 จะจับถนัดกว่า ส่วนความลื่นไหลก็อยู่ในเกณฑ์ดี ผิดจากประสิทธิภาพของตัวเครื่องโดยรวมที่อยากให้ซัมซุงนำสเปกของ Galaxy S8 มาใส่ไว้ใน Tab S3 เสียจริงๆ หรืออย่างน้อยก็พัฒนาซีพียูของพรีเมียมแท็บเล็ตขึ้นมาเฉพาะเลยจะดีกว่า

ส่วนการเล่นเกม อย่างเกม Modern Combat 5 ไม่ทราบเป็นที่ตัวเกมไม่ได้ปรับประสิทธิภาพมาให้เข้ากับ Tab S3 หรืออย่างไร เพราะเกมค่อนข้างหน่วง เล่นแล้วไม่ลื่นไหล ต้องปรับค่ากราฟิกลงมากลางๆ

มาถึงการทดสอบสุดท้าย “แบตเตอรี” สามารถทำเวลาใช้งานแบบต่อเนื่องจากชุดทดสอบ PC Mark (เปิดจอทิ้งไว้และประมวลผลตลอดการทดสอบ) อยู่ที่ 8 ชั่วโมง 6 นาที แบตเตอรีเหลือ 20% สามารถใช้งานต่อเนื่องได้อีกประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แบตเตอรีจึงใกล้หมด

ส่วนใช้งานจริงถ้าเป็นการใช้งานปกติ เน้นงานเอกสาร ท่องเว็บไซต์ผ่าน WiFi/4G จะอยู่ที่ประมาณ 10-12 ชั่วโมง สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ส่วนถ้านำมาเล่นเกมหรือใช้งานตกแต่งภาพที่ต้องใช้ซีพียูหนักหน่วง แบตเตอรีสามารถหมดได้เพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น

ภาพรวมถือว่า Samsung Galaxy Tab S3 ในส่วนประสิทธิภาพประมวลผลถือว่าอยู่ระดับกลางๆ ไม่โดดเด่นหวือหวาเหมือนแฟลกชิปอย่าง Galaxy S8

สรุป

สำหรับราคาขาย Galaxy Tab S3 (32GB WiFi/รองรับ 3G/4G LTE) พร้อม S Pen จะอยู่ที่ 24,500 บาท

เรียกได้ว่าเป็นราคาที่สูงมากเมื่อเทียบกับสเปกเครื่องที่ไม่สดใหม่นัก แต่ Tab S3 มีดีที่ปากกา S Pen ที่ถูกปรับปรุงใหม่ใช้งานได้ดี โดยเฉพาะคนชอบจดโน้ต S Pen รุ่นนี้ทำงานได้ค่อนข้างแม่นยำ ฟีเจอร์ปากกาดี คนที่สนใจหาซื้อมาทำงานเอกสาร พิมพ์งานน่าจะถูกใจ แต่สำหรับคนที่ต้องการซื้อมาเพื่อเล่นเกม เน้นเอนเตอร์เทนเมนต์เป็นหลัก อยากให้ลองไปทดสอบที่ Samsung Shop ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะในส่วนที่ปรับปรุงใหม่อย่างลำโพง 4 ตัวไปถึงหน้าจอและสเปกเครื่องก็ถือว่ายังมีประสิทธิภาพแค่ระดับกลางๆ จะเป็นพรีเมียมก็ไม่สมบูรณ์ 100% ดูครึ่งๆกลางๆไม่สุดสักทาง แถมราคาก็ยังไปชนกับ iPad Pro 10.5 นิ้ว (64GB WiFi) รุ่นล่างสุดอีก

ใครกำลังมองหาแท็บเล็ตพรีเมียมราคาระดับ 2 หมื่นบาทคงต้องตัดสินใจกันให้ดีๆ (Tab S3 ซื้อแล้วจบเลย อุปกรณ์ S Pen ได้ครบ ส่วน iPad Pro คงต้องกำเงินถึง 3 หมื่นกว่าบาทถึงจะได้ฟังก์ชันแบบ Tab S3 แต่ iPad Pro ก็ได้ในเรื่องสเปกสุดแรง สดใหม่สุดในตลาดตอนนี้)

ข้อดี

– หน้าจอ Super AMOLED ตัวใหม่ให้สีสดใส รองรับ HDR
– S Pen ทำงานได้ดี ยอดเยี่ยมเหมือนตอนทดสอบกับ Galaxy Note 7
– ลำโพง 4 ตัวให้เสียงที่ดีมากขึ้นเมื่อเทียบกับ Tab S ทุกรุ่นที่ผ่านมา

ข้อสังเกต

– สเปกส่วนประมวลผลไม่สดใหม่สมเป็นพรีเมียมแท็บเล็ต
– ราคาสูง
– แบตเตอรี ใช้งานต่อเนื่องยังไม่น่าประทับใจ
– ปัจจุบันความจุมีให้เลือกเพียง 32GB (ไม่แน่ใจจะมีรุ่น 64GB ออกมาภายหลังหรือไม่)

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

REVIEW OVERVIEW
การออกแบบ
7.8
สเปก/ฟีเจอร์เด่น
8.5
ความสามารถโดยรวม
7.5
ความคุ้มค่า
6.5
SHARE