Review : True Gigatek Fiber เน็ต 1 Gbps รองรับการใช้งานของทุกคนในครอบครัว

1862

ความเร็วอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ระดับ 1 Gbps เริ่มกลายเป็นความเร็วระดับพื้นฐานในการใช้งานเน็ตบ้านแล้ว หลังจากที่ทรู ออนไลน์ มีการปรับราคาแพกเกจ True Gigatek ความเร็ว 1 Gbps ลงมาเหลือเร่ิมต้นเดือนละ 899 บาท

ที่ผ่านมา 1 ในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เน็ตไฟเบอร์ความเร็วระดับ 1 Gbps ไม่ได้รับความนิยมมากเท่าที่ควรคือเรื่องของอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณ WiFi เพราะรุ่นที่รองรับความเร็วระดับ 1 Gbps ได้มีราคาสูงระดับหลายพันบาท ซึ่งกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญในการเปลี่ยนมาใช้งาน

ประกอบกับอุปกรณ์ หรือดีไวซ์ที่รองรับการใช้งานความเร็วระดับ Gigabit มีจำนวนไม่มากนักในตลาด แต่พอเวลาผ่านไปอุปกรณ์ที่รองรับ WiFi บนคลื่นความถี่ 5GHz มีจำนวนมากขึ้น และรองรับความเร็วในการเชื่อมต่อสูงขึ้นถึงระดับ WiFi 6 ก็มีปริมาณมากขึ้นในตลาด

แต่ประโยชน์จริงๆของ เน็ตระดับ 1 Gbps จริงๆแล้ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่รองรับเพียงอย่างเดียว แต่มาช่วยในเรื่องของประสบการณ์ใช้งานจากอุปกรณ์จำนวนมากพร้อมๆกันด้วย เพราะปัจจุบันการคอนซูมแบนด์วิดท์ในการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในครอบครัวขนาดใหญ่ที่อยู่กันหลายๆคน

ข้อดี

เน็ตความเร็ว 1 Gbps ราคาเริ่มต้น 899 บาทต่อเดือน

ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์กระจายสัญญาณเพิ่ม

รองรับการใช้งานแบนด์วิดท์สูงๆ พร้อมกันหลายๆดีไวซ์

กล่องเดียวใช้งานได้ทั้ง True Online และ True Vision

ข้อสังเกต

แพกเกจนี้เน้นที่ความเร็วดาวน์โหลดเป็นหลัก ไม่ได้เน้นที่อัปโหลด

ถ้าต้องการความเร็ว 1 Gbps ใช้งานต้องเชื่อมต่อผ่านสาย LAN เพราะอุปกรณ์ที่รับ WiFi ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 600 Mbps

เปลี่ยนอุปกรณ์กระจายสัญญาณ 1 Gbps ให้ฟรี

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแพกเกจเน็ตไฟเบอร์ในครั้งนี้ คือจากเดิมที่เคยใช้งานเดือนละ 799 บาท ได้เน็ตความเร็ว 100/50 Mbps ที่ใช้งานคู่กับทรูมูฟ เอช และทรูวิชันส์ พอทรูมีออกแพกเกจใหม่ ปรับราคาเน็ต 1 Gbps ลงมาเริ่มต้นที่ 899 บาท (ถ้าใช้เน็ตอย่างเดียว) ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แพกเกจ Gagatek 1 Gbps 999 บาทแทน

เพราะได้ความเร็วเน็ตที่สูงขึ้น และยังรับชมทรูวิชั่นส์ และใช้งานเบอร์ทรูมูฟ เอชได้เหมือนเดิม แลกกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเดือนละ 200 บาทถือว่าโอเค เพราะในแพกเกจนี้จะได้รับสิทธิใช้ True ID ที่ใช้ดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้พอดีด้วย

หลังจากแจ้งทางคอลเซ็นเตอร์ ตรวจสอบว่าพื้นที่ใช้งานอยู่ในบริเวณที่ใช้งานเน็ต 1 Gbps ก็เข้าสู่การนัดวันเข้ามาเปลี่ยนอุปกรณ์กระจายสัญญาณเป็น True Gigatek Fiber โดยจะมีทีมงานเข้ามาเปลี่ยนอุปกรณ์ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

หลังจากติดตั้งเสร็จก็พร้อมใช้งานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตผ่านไฟเบอร์ความเร็ซ 1 Gbps ได้ทันที โดยตัวกล่องที่เข้ามาติดตั้งจะเป็นแบบ 6 เสา ด้านหลังกล่องจะมีพอร์ต LAN ให้ 4 พอร์ต พร้อมกับช่องเสียบสายโทรศัพท์ 2 ช่อง และช่องแปลงสัญญาณเคเบิลให้กับกล่องทรูวิชั่นส์อีก 1 จุด

ทำให้จากเดิมสายทรูวิขั่นส์ที่ต้องเดินสายเคเบิลแยก ก็สามารถนำกล่องมาต่อพ่วงกับกล่องกระจายสัญญาณไวไฟรุ่นนี้ได้ทันที ไม่ต้องใช้สายเคเบิลแยกอีกต่อไป และถ้าต้องการพ่วงสาย LAN ไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์ก็สามารถเชื่อมต่อได้ทันที

ลองใช้เน็ต 1 Gbps

 

อย่างที่รู้กันว่าตัวกล่อง True Gigiabit รองรับการกระจายสัญญาณความเร็ว 1 Gbps แต่การที่จะเชื่อมต่อได้ 1 Gbps นั้นต้องเชื่อมต่อผ่านสาย LAN เป็นหลักความเร็วที่ได้ก็จะอยู่ราว 90-95% ตามระยะที่ใช้งาน เท่าที่ทดสอบเบื้องต้นความเร็วที่ได้จากการต่อสาย LAN จะอยู่ที่ราว 910 – 950 Mbps

ในขณะที่การเชื่อมต่อ WiFi ตัวกล่องสามารถปล่อยสัญญาณได้ทั้งบนคลื่น 2.4 GHz และ 5 GHz โดยถ้าจับสัญญาณบน 2.4 GHz ความเร็วที่ได้จะอยู่ราว 60-70 Mbps (ขึ้นกับอุปกรณ์ที่รับสัญญาร) และถ้าจับสัญญาณบน 5 GHz ความเร็วที่ได้จะอยู่ราว 560 – 600 Mbps ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับความเร็วที่เต็มที่ของอุปกรณ์แล้ว

แต่ในการใช้งานจริงเน็ต 1 Gbps จะถูกแชร์ออกไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ให้ใช้งานได้พร้อมๆกัน เพราะด้วยพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ในปัจจุบัน แต่ละคนต้องมีดีไวซ์อย่างน้อย 1 เครื่องคือสมาร์ทโฟน และมีเครื่องที่ 2 เป็นแท็บเล็ต หรือ พีซี

สมมุติถ้าใช้งานกันคนละเครื่อง 5 คน ใช้งานพร้อมๆกัน แต่ละคนสตรีมมิ่ง Netflix เปิดยูทูป เล่นเกมในเวลาเดียวกัน ถ้าเป็นเน็ตความเร็ว 100-200 Mbps ก็อาจจะเกิดอาการกระตุก หรือแย่งแบนด์วิดท์กันใช้งานได้

พอมาเป็นเน็ต 1 Gbps ประสบการณ์ในการใช้งานก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง คิดง่ายๆ 1000 Mbps หาร 5 ออกมาก็ได้ความเร็วเน็ตคนละ 200 Mbps ซึ่งเกินพอกับการใช้งานทั่วๆไปอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าถามใครบ้านไหนที่เหมาะจะติดเน็ตระดับ Gigabit ใช้งานก็น่าจะต้องเป็นบ้านที่มีผู้อาศัยอยู่หลายๆคนเป็นหลัก

ดู True ID เพลินๆ

อีกหนึ่งผลพลอยได้จากแพกเกจ True Gigatek 999 บาท คือได้สิทธิดู True ID ที่เป็นออนไลน์คอนเทนต์แพลตฟอร์มของกลุ่มทรู ที่มีทั้งฟรีทีวี ช่องกีฬา ซีรีส์ และภาพยนต์ให้รับชม โดยเฉพาะคอนเทนต์อย่างพรีเมียร์ลีกที่ตามปกติต้องสมัครสมาชิกเพิ่ม

เรียกได้ว่านอกจากเพิ่มความเร็วเน็ตแล้ว ยังได้ทั้งประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น และได้ดูคอนเทนต์จาก True ID เพิ่มขึ้นมาด้วย ซึ่งช่วงหลังๆ True ID มีการพัฒนาที่ดีขึ้น ทั้งความเสถียรในการใช้งาน และที่สำคัญคือสามารถ Cast คอนเทนต์ไปออกบนสมาร์ททีวีได้ด้วย

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น