Review : TrueMoveH WiFi Move บริการพ็อกเกตไวไฟรายปีลูกค้าองค์กร

1484

เมื่อการเดินทางไปติดต่อธุรกิจในต่างประเทศกลายเป็นหนึ่งในช่องทางสร้างรายได้ให้แก่องค์กรธุรกิจที่พร้อมขยายตลาดออกไปสู่ระดับภูมิภาค และระดับโลก หนึ่งในปัญหาที่หลายองค์กรต้องพบคือเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการใช้งานโรมมิ่งขณะเดินทางไปต่างประเทศ

จากแนวคิดดังกล่าว ทำให้ทรูมูฟ เอช เห็นถึงโอกาสในการให้บริการพ็อกเก็ตไวไฟเพื่อนำมาให้บริการแก่ลูกค้าองค์กรที่เดินทางต่างประเทศเป็นประจำ ด้วยผลิตภัณฑ์อย่าง WiFi Move ที่จะเป็นพ็อกเก็ตไวไฟให้สามารถพกติดตัวไปใช้งานในต่างประเทศได้แบบง่ายๆ แค่เปิดเครื่อง และเชื่อมต่อไวไฟกับสมาร์ทโฟนที่ใช้งาน

ข้อดี

  • สะดวก ไม่ต้องคอยเปลี่ยนซิมใช้งาน
  • คิดค่าบริการเป็นรายปี
  • เชื่อมต่อได้หลายเครื่องพร้อมกัน

ข้อสังเกต

  • ราคาค่อนข้างสูง (20 GB / 9,990 บาท)
  • การตรวจสอบปริมาณใช้งาน ต้องล็อกอินผ่านเว็บไซต์
  • เน้นสะดวก เปิดเครื่องใช้งานได้ทันที

จุดเด่นหลักของ TrueMove H WiFi Move คือการเป็นอุปกรณ์กระจายสัญญาณไวไฟ(Pocket WiFi) ที่ภายในมีการนำซิมการ์ดที่ถูกออกแบบพิเศษมาใส่ไว้ ทำให้ผู้ใช้สามารถพกพาไปใช้งานในต่างประเทศตามที่ให้บริการได้ทันที

โดยตัวเครื่องของ WiFi Move จะมีลักษณะเหมือนพาวเวอร์แบงก์ ที่จะมีเพียงปุ่มเปิดเครื่องอยู่ด้านข้างเครื่อง มีช่องไว้รอยสายคล้องข้อมือเพื่อให้พกพาได้สะดวกขึ้น พอร์ตชาร์จไฟที่เป็นไมโครยูเอสบีอยู่ด้านล่าง

การแสดงสถานะต่างๆของตัวเครื่อง จะมีไฟสถานะอยู่ 4 ส่วนหลักๆ คือสัญลักษณ์การเชื่อมต่อไวไฟ สัญญาณโทรศัพท์ แบตเตอรี และแถบไฟแสดงสถานะ ไว้ในในการตรวจสอบระดับสัญญาณ และระดับแบตเตอรี

ในการเปิดใช้งานเพียงแค่กดปุ่มข้างเครื่องข้างไว้ให้ไฟติด เมื่อระบบจับสัญญาณโรมมิ่งได้ ก็จะมีสัญลักษณ์ไวไฟแสดงขึ้นมา เพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่า สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ WiFi Move เพื่อเริ่มใช้งานได้ทันที

สำหรับรายละเอียดของชื่อ Hotspot และรหัสผ่าน ตามปกติจะมีสติกเกอร์แปะไว้ที่ตัวเครื่อง เพื่อให้สามารถล็อกอินใช้งานได้สะดวก ตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันทั้งหมด 5 ดีไวซ์ดังนั้นจึงเพียงพอกับการใช้งานหลายๆคนพร้อมกันด้วย

ราคา และแพกเกจที่ใช้งาน

สำหรับการทำตลาดขงอ TrueMove H WiFi Move เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ทำมาจับกลุ่มลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะทำให้ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 9,980 บาท ต่อระยะเวลาใช้งาน 1 ปี ได้อินเทอร์เน็ตสำหรับใช้งานโรมมิ่งทั้งหมด 20 GB

จุดขายที่เสริมเข้ามาสำหรับธุรกิจองค์กรคือ เปิดให้สามารถเพิ่มปริมาณการใช้งานเพิ่มได้ โดยมีให้เลือกเพิ่มระหว่าง 10 GB ในราคา 1,199 บาท และ 20 GB 2,199 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ากว่าการโรมมิ่งใช้งานตามแพกเกจปกติ

นอกจากนี้ ด้วยการที่ตัวเครื่องรองรับการใช้งานใน 89 ประเทศทั่วโลก ทำให้เวลานำไปใช้งานสามารถเปิดใช้เพื่อเข้าอินเทอร์เน็ตได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนซิมการ์ด ไม่ต้องเสียเวลาไปเช่าอุปกรณ์ จนถึงเสียเวลาสมัครแพกเกจโรมมิ่งก่อนเดินทาง

ตรวจสอบการใช้งานผ่านเว็บไซต์

ขณะเดียวกัน ลูกค้าที่ใช้งานอยู่สามารถเข้าไปตรวจสอบการใช้งาน WiFi Move ได้เองผ่านหน้าเว็บไซต์ http://skyberry.me/truebusiness โดยเข้าไปล็อกอินจากบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านที่กำหนดให้ในครั้งแรก หลังจากนั้นสามารถเข้าไปเปลี่ยนรหัสได้

ภายในเว็บไซต์ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ทั้งการใช้งาน ซื้อแพกเกจเสริม ไปจนถึงการตั้งค่าตัวเครื่องต่างๆได้ด้วยตัวเอง หรืออีกวิธีในกรณีที่เชื่อมต่อเข้ากับไวไฟของ WiFi Move เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเข้าไปตั้งค่าผ่านหน้าเว็บไซต์ของพ็อกเกตไวไฟ ที่ปล่อยออกมาได้ด้วย

โดยการเข้าไปดู IP Address ที่เชื่อมต่ออยู่ อย่างเช่น 192.168.x.x ที่มักจะเป็นค่ามาตรฐาน หลังจากนั้นล็อกอินเข้าไปด้วยรหัส admin/admin ที่หน้าเบราว์เซอร์ก็จะแสดงข้อมูลปริมาณเน็ตที่เหลืออยู่ จำนวนอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่ออยู่ในเวลานี้

ไปจนถึงการตั้งค่าเปลี่ยนชื่อ และรหัสผ่านพ็อกเกตไวไฟ จนถึงการตั้งจำกัดการใช้งานที่น่าสนใจเพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการใช้เน็ตระหว่างโรมมิ่งโดยใช้เหตุ อย่างการปิดกั้นไม่ให้มีการอัปเดตแอปพลิเคชัน หรือซิงค์ข้อมูลขึ้นคลาวด์อัตโนมัติ ถ้าเชื่อมต่อผ่าน WiFi Move อยู่

ประสบการ์ใช้งาน

ในการทดลองใช้งานจริง ถือว่า WiFi Move ถูกพัฒนาออกมาได้น่าสนใจ โดยเฉพาะแนวคิดที่สามารถนำไปเชื่อมต่อใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ไหนก็ได้ โดยทีมงานได้ทดลองนำไปใช้ระหว่างที่ไปร่วมงาน WWDC2019 ที่ผ่านมา ระหว่างทางมีการต่อเครื่องที่ไต้หวันก็เปิดใช้งานเพื่อต่ออินเทอร์เน็ตได้ ไม่ต้องรอเริ่มใช้ที่ประเทศปลายทางเหมือนซิมโรมมิ่งทั่วไป

นอกจากนี้ ก็คือเมื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับการใช้งาน WiFi Calling ก็สามารถเชื่อมต่อกับ WiFi Move แล้วใช้งานได้ไม่แตกต่างจากใช้งานอยู่ในประเทศไทย ไม่เสียค่าบริการค่าโทรระหว่างประเทศ พร้อมกับใช้งานเน็ตไปได้พร้อมๆกันด้วย

จุดที่น่าเสียดายเล็กน้อยคือ น่าจะมีแอปที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อเข้าไปตรวจสอบการใช้งาน รวมถึงซื้อแพกเกจเพิ่มเติมได้ทันที โดยไม่ต้องทำรายการผ่านหน้าเว็บไซต์เพราะจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้เป็นอย่างมาก

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น