Review : WD My Cloud Home สตอเรจใช้ในบ้าน จับคนยุคใหม่ที่เน้นอุปกรณ์พกพา

18015

เมื่ออุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต รวมถึงโน้ตบุ๊ก เข้ามาเป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีโอกาสที่จะเสีย หาย หรือถูกขโมยได้ ดังนั้นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์อย่าง WD จึงมองถึงความจำเป็นในการสำรองข้อมูลสำหรับผู้บริโภคทั่วไป

ทำให้ WD เริ่มมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในตระกู NAS ขนาดเล็ก หรือสตอเรจขนาดที่ใช้งานภายในบ้านออกมาให้ผู้บริโภคได้ใช้ พร้อมชูจุดเด่นในเรื่องของความง่ายในการใช้งาน จาก WD My Cloud และ WD My Cloud Mirror ล่าสุด WD ได้อัปเดตไลน์สินค้านี้ด้วย My Cloud Home เพื่อมาใช้งานในบ้านได้สะดวกขึ้น

การออกแบบ

สิ่งหนึ่งทีพัฒนาขึ้นมาเลยคือเรื่องของการออกแบบ My Cloud Home ให้มีดีไซน์ที่ทันสมัยมากขึ้น เมื่อดูเผินๆก็จะเหมือนเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง โดยมีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 53 x 140 x 175.5 มิลลิเมตร น้ำหนักราว 960 กรัม

โดยจะมาในรูปแบบของสีทูโทน ที่ส่วนบนจะเป็นพลาสติกเคลือบเงาสีขาวใส ซึ่งมีการสกรีนสัญลักษณ์ WD อยู่ตรงกึ่งกลาง ส่วนล่างเป็นพลาสติกที่มีลวดลายเฉพาะสีเทา ที่จะมีไฟ LED สีขาว เพื่อแสดงสถานะการใช้งานต่างๆอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ชั้น

ด้านหลังเครื่องจะเป็นที่อยู่ของพอร์ตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ช่องเสียบสาย USB 3.0 พอร์ต LAN แบบ Gigabit Ethernet  และช่องเสียบอะเดปเตอร์ ซึ่งจะมีปุ่มรีเซ็ต (Reset) เครื่องซ่อนอยู่ในจุดเล็กๆ บริเวณส่วนบนของพอร์ต USB ด้วย

ที่เหลือก็จะมีการสกรีนชื่อรุ่น และเว็บไซต์ในการเข้าใช้งานไว้ตรงส่วนขาวๆด้านบน ส่วนล่างเครื่องก็จะมีรูระบายอากาศ ที่เมื่อส่องเข้าไปภายในก็จะเห็นฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วอยู่ภายใน พร้อมแผนวงจรต่างๆด้วย

สเปก

สำหรับสเปกของ My Cloud Home จะมีให้เลือกตั้งแต่ ขนาด 2 TB ไปจนถึง 8 TB และยังมีอีกรุ่นคือ My Cloud Duo ที่เริ่มตั้งแต่ 4 TB ไปจนถึง 20 TB ซึ่งจะเป็นการเก็บข้อมูลแบบ Raid เพื่อสำรองข้อมูลลคู่กันไป ทั้งนี้ ในการใช้งานต้องเชื่อมต่อกับเราเตอร์ผ่านสาย LAN และเปิดใช้งานทิ้งไว้ เพื่อให้เชื่อมต่อจากอินเทอร์เน็ตได้ทันที

ในแง่ของการทำงานรองรับการเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ตั้งแต่ 7 8.1 และ 10 ส่วน Mac OS X ตั้งแต่ Yosemite El Capitan และ Sierra ส่วนอุปกรณ์พกพา จะรองรับ iOS 9 ขึ้นไป และ Android 4.4 ขึ้นไป

ฟีเจอร์เด่น

หนึ่งในจุดสำคัญของ My Cloud Home คือความง่ายในการใช้งาน โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องนำคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อในการตั้งค่า แต่ใช้การตั้งค่าผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที โดยเริ่มจากเข้าไปในเว็บไซต์ https://home.mycloud.com เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้ขึ้นมา ตัวระบบจะตรวจจับ My Cloud Home ที่อยู่ภายในเครือข่ายเดียวกันแบบอัตโนมัติ เพื่อเลือกเชื่อมต่อ

หลังจากนั้น เข้าไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My Cloud Home ทั้งจากใน iOS หรือ Android มาล็อกอินเพื่อเข้าไปใช้งานได้ทันที หรือในกรณีที่ต้องการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ ก็สามารถติดตั้ง WD Discovery เพื่อเชื่อมต่อใช้งานได้เหมือนกัน

เมื่อตั้งค่าครั้งแรกเสร็จเรียบร้อย ผู้ใช้ก็สามารถเข้าถึง ไฟล์ ผ่านแอปบนสมาร์ทโฟน เพื่อจัดเก็บข้อมูลต่างๆได้ทันที หรือถ้าใช้งานในคอมพิวเตอร์ก็จะเหมือนมีฮาร์ดดิสก์ที่เชื่อมต่อระบบเพิ่มเข้ามาอีกลูกหนึ่ง ดังนั้นการใช้งานจึงค่อนข้างสะดวก และไม่ซับซ้อน

ที่สำคัญแม้ว่าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จากนอกบ้าน ก็สามารถเข้าถึงไฟล์ที่เก็บไว้ได้ โดยไม่มีข้อจำกัด ดังนั้นถ้าเป็นไฟล์เอกสาร รูปภาพ หรือวิดีโอ สำคัญๆ ถ้าต้องการใช้งานด่วนก็สามารถเลือกเก็บไฟล์ไว้ใน My Cloud Home และล็อกอินเข้ามาดาวน์โหลดได้ทันที

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือระบบการสำรองข้อมูลอัตโนมัติจากมือถือ โดยเฉพาะการเก็บไฟล์ภาพ และวิดีดอจากเครื่องอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อกับ WiFi ซึ่งเมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว ระบบจะทำการสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาเก็บรูปภาพสำรองสำหรับมือถือเครื่องนั้นๆแบบอัตโนมัติทันที

ประโยชน์อื่นๆของ My Cloud Home ก็จะมีอย่างการที่สามารถติดตั้งส่วนเสริม Extention ในการแปลง My Cloud Home เป็นมีเดีย เซิร์ฟเวอร์ใช้งานภายในบ้าน ของ Plex การดาวน์โหดลข้อมูลจาก Cloud หรือ Social Account มาเก็บสำรองไว้แบบอัตโนมัติ รวมถึงการสำรองข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ก็ทำได้เช่นเดียวกัน

สรุป

รวมๆแล้ว My Cloud Home จะเข้ามาตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความสะดวกในการสำรองข้อมูล โดยเฉพาะพวกไฟล์ รูปภาพ และวิดีโอ จากอุปกรณ์พกพาต่างๆ เพราะจากไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่ใช้งานสมาร์ทโฟนในการบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆไว้ อย่างน้อยก็อุ่นใจได้ว่ามีการเก็บไฟล์สำรองอยู่ที่บ้านตลอดเวลา

ขณะเดียวกันยังเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการทำมีเดียสตรีมมิ่งภายในบ้าน อย่างการนำไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงมาสตรีม ออกไปยังสมาร์ททีวี หรือเครื่องเล่นยุคใหม่ๆอย่างพวกกล่องแอนดรอยด์ หรือ Apple TV ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ก็อาจะทำให้ตั้งคำถามด้วยว่าซื้อมาแล้วจะใช้งานได้คุ้มค่าหรือไม่

นอกจากการใช้งานในครอบครัว กลุ่มองค์กรธุรกิจขนาดเล็ก ก็สามารถประยุกต์ใช้ My Cloud Home เข้ามาช่วยในการเก็บข้อมูลของบริษัท เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก เมื่อทำงานจากนอกออฟฟิศ ซึ่งก็ถือว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจได้

ทั้งนี้รุ่น และราคาที่วางจำหน่าย My Cloud Home และ My Cloud Home Duo พร้อมรับประกันเป็นระยะเวลา 2 ปี ประกอบด้วย

My Cloud Home
– ขนาด 2 เทราไบต์ ราคา 5,190 บาท
– ขนาด 3 เทราไบต์ ราคา 5,990 บาท
– ขนาด 4 เทราไบต์ ราคา6,990 บาท
– ขนาด 6 เทราไบต์ ราคา 9,590 บาท
 ขนาด 8 เทราไบต์ ราคา 11,900 บาท

My Cloud Home Duo
– ขนาด 4 เทราไบต์ ราคา 10,500 บาท
– ขนาด 6 เทราไบต์ ราคา 12,900 บาท
– ขนาดเทราไบต์ ราคา 15,500 บาท
– ขนาด 12 เทราไบต์ ราคา20,500 บาท
– ขนาด 16 เทราไบต์ ราคา 25,900 บาท
– ขนาด 20 เทราไบต์ ราคา 29,900 บาท

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

SHARE