Review : WD My Cloud Mirror Gen 2 คลาวด์สตอเรจส่วนตัว ไซส์ยักษ์

1338

IMG_0559

WD My Cloud Mirror จัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล NAS ขนาดเล็กที่ทาง WD หรือ Western Digital ตั้งใจออกแบบให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายทั้งเรื่องการติดตั้งและใช้งาน โดยจุดเด่นของ WD My Cloud จะอยู่ในเรื่องการเป็นฮาร์ดดิสก์เก็บข้อมูลความจุสูงที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาทั้งจากสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยใช้วิธีคิดทั้งแบบดั้งเดิมคือ เป็น NAS หรือทำตัวเป็น Server เก็บข้อมูลภายในบ้าน และแนวคิดแบบใหม่คือเป็นสามารถเป็นคลาวด์สตอเรจให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ผ่านบริการ Web Access

สำหรับ My Cloud Mirror รุ่นที่ทีมงานได้รับมาทดสอบจะเป็นรุ่นที่ 2 โดยภายในเลือกใช้ฮาร์ดดิสก์ 2 ตัวเชื่อมต่อผ่าน RAID มีความจุเริ่มต้น 4TB – 16TB

IMG_0547

IMG_0553

ในส่วนของสเปก My Cloud Mirror รุ่นที่ 2 เปลี่ยนไปใช้ซีพียู Marvell ARMADA 385 Dual Core ความเร็ว 1.33GHz แรม 512MB พอร์ตเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์เป็น SATA 3 รองรับการเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วได้พร้อมกันถึง 2 ตัว (สามารถถอดเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ได้ โดยฮาร์ดดิสก์ที่ติดมาในชุดจะเป็น WD RED) พร้อม RAID Mode ให้เลือกใช้งานได้ทั้ง RAID 0,1, Spanning หรือ JBOD

ด้านพอร์ตเชื่อมต่อด้านหลัง ด้วยความเป็น NAS ไม่ใช้ฮาร์ดดิสก์พกพา การเชื่อมต่อจะต้องทำผ่านพอร์ตแลน Gigabit Ethernet ร่วมกับเราท์เตอร์เน็ตเวิร์คที่บ้านเพียงอย่างเดียว โดย WD เครมว่าการเชื่อมต่อง่ายมากเพียงแค่นำสายแลนไปเสียบกับเราท์เตอร์จากนั้นเข้าบราวเซอร์และพิมพ์ wdmycloudmirror/ เพียงเท่านี้ระบบจะค้นหาและเริ่มติดตั้งระบบทันที

ส่วนพอร์ต USB 3.0 2 พอร์ตด้านหลังจะใช้เชื่อมต่อกับฮาร์ดดิสก์พกพาหรือแฟลชไดร์ฟเพื่อคัดลอกข้อมูลหระหว่างกันเท่านั้น

mycloud-home

wdapps

มาถึงส่วนซอฟต์แวร์ควบคุม ระบบปฏิบัติการภายใน Mirror จะใช้ My Cloud OS3 โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของตัวเครื่อง มีระบบแจ้งข้อผิดพลาดและสามารถตั้งโฟลเดอร์หรือเปิดใช้บริการ Cloud Access ผ่านตัวระบบปฏิบัติการได้ รวมถึงมีแอปฯให้เลือกใช้งานและติดตั้งเพิ่มเติมได้ เช่น P2P Download, FTP Download

wd-comp

macwdmycloudmirror

นอกจากนั้น Cloud Mirror ยังรองรับการจัดการผ่านส่วน Network ของ Windows และ Mac ได้ด้วย โดยผู้ใช้สามารถเข้าไปจัดการโฟลเดอร์ คัดลอกหรือลบไฟล์ได้

smartphone-apps-wd

ส่วนการใช้งานผ่านสมาร์ทดีไวซ์จะทำผ่านแอปฯ WD My Cloud รองรับทั้ง iOS และ Android นอกจากนั้นตัว Mirror ยังรองรับการเชื่อมต่อ DLNA ด้วย

bench-wdmyc

เชื่อมต่อกับแลน 1 Gbps ทดสอบคัดลอกข้อมูลได้ความเร็วประมาณ 90-110MB/s

ด้านการทดสอบใช้งาน ทีมงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ 10 ตัวผ่านเราท์เตอร์ D-Link AC1750 และดึงข้อมูลพร้อมกันทั้งคัดลอกไฟล์ รับชมสตรีมมิ่งวิดีโอ พบว่าสามารถทำงานได้ลื่นไหลดี ระบบจัดการภายในทำได้ดี อีกทั้งดวยการที่ WD เลือกใช้ฮาร์ดดิสก์เก็บข้อมูลภายในเป็น WD RED ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้งาน NAS ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้เลยว่า WD My Cloud Mirror สามารถเปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมงได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

สำหรับราคา WD My Cloud Mirror ความจุ 4TB ราคา 11,500 บาท 6TB ราคา 14,500 บาทและ 8TB ราคา 18,500 บาท

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

REVIEW OVERVIEW
การออกแบบ
9
สเปก/ฟีเจอร์เด่น
9
ความสามารถโดยรวม
8.5
ความคุ้มค่า
8.5
SHARE