Review : Xiaomi Mi Mix 2 หนึ่งในสมาร์ทโฟนตัวแรง ดีไซน์ดี ราคาโดน

40892

การมาของ Xiaomi Mi Mix 2 ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างความแปลกใจให้แก่ผู้ใช้ในปี 2017 ที่ผ่านไม่ ไม่ใช่แค่ในเรื่องของดีไซน์แบบไร้ขอบที่ทำมาแบบเต็มจอ แต่เป็นในเรื่องของราคาจำหน่ายที่เปิดมา 17,990 บาท แต่ให้สเปกเครื่องมาในระดับไฮเอนด์

แน่นอนว่าด้วยชื่อของ Xiaomi ผู้บริโภคต่างรับรู้อยู่แล้วว่าเป็นแบรนด์ที่เน้นเรื่องความคุ้มค่า กับราคาที่จ่ายออกไป ดังนั้นจึงอัดสเปกมาให้ทั้งการใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 835 จอไร้ขอบ กับแบตเตอรีขนาด 3,400 mAh

การออกแบบ

ในแง่ของการออกแบบ Mi Mix 2 อาจจะไม่ได้ดูใหม่ในสายตาของแฟนๆ Xiaomi เพราะ Mi Mix รุ่นแรกก็ทำออกมาในดีไซน์แบบไร้ขอบมาก่อนแล้ว แต่ถ้ามองว่าเป็นรุ่นแรกที่เข้ามาจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ ก็ยังดูน่าตื่นตาตื่นใจอยู่

ตัวเครื่อง Mi Mix 2 ถือว่าถูกพัฒนาขึ้นมาอีกระดับด้วยการเลือกใช้วัสดุอย่างเซรามิก ผสมกับอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งกลายเป็นที่นิยมของแบรนด์ผู้ผลิตมือถือในช่วงหลังๆ ขนาดตัวเครื่องจะอยู่ที่ 151.8 x 75.5 x 7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 185 กรัม

ด้านหน้าจะเจอกับ Full Screen Display ขนาด 5.99 นิ้ว ที่คลุมถึงขอบบนของเครื่อง ในสัดส่วนหน้าจอ 18:9 ความละเอียด FHD+ (2160 x 1080 พิกเซล) ความละเอียดเม็ดสี 403 ppi โดยจะมีการซ่อนลำโพงอยู่บริเวณขอบบน ส่วนกล้องหน้าจะวางตำแหน่งลงมาบริเวณขอบล่างที่ถูกเว้นพื้นที่ไว้แทนความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

ด้านหลังหลักๆเลยคือเป็นที่อยู่ของกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล 1.25um f/2.0 ที่เน้นความโดดเด่นด้วยขอบเลนส์สีทอง ข้างๆมีไฟแฟลชแบบ 2 สี บนพื้นหลังสีดำเงา ถัดลงมาเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และตัวอักษรระบุว่า ‘Mi Mix designed by xiaomi’ ภายในมีแบตเตอรีขนาด 3,400 mAh

ด้านซ้ายจะเป็นช่องใส่ถาดซิมที่รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิม (นาโนซิมการ์ด) ด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดปิดเครื่อง

ด้านบนจะมีลายเสาอากาศรับสัญญาณ และช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 ด้านล่างหลักๆเลยคือพอร์ต USB-C และมีช่องลำโพงอยู่ข้างๆ พร้อมลายเสาอากาศเช่นเดียวกัน

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องนอกจากตัวเครื่อง Mi Mix 2 จะประกอบไปด้วย อะเดปเตอร์ สาย USB-C เข็มจิ้มถาดซิม พอร์ตแปลง USB-C เป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และเคสยางสีดำ

สเปก

ในแง่ของสเปกภายใน Mi Mix 2 จะมากับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 835 (2.45 GHz) ที่เป็นรุ่นยอดนิยมสำหรับสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ในปีที่ผ่านมา RAM 6 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในตัวเครื่อง 64 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 7.1.1

ด้านการเชื่อมต่อรองรับ 4G/3G โดยซิมหลักที่เลือกใช้จะเชื่อมต่อกับ 4G ที่ให้บริการในประเทศไทย รวมถึง WiFi มาตรฐาน 802.11 b/g/n/ac บลูทูธ 5.0 มี GPS NFC  เพียงแต่ไม่มี Wireless Charge มาให้ มีเฉพาะ Quick Charge 3.0

ฟีเจอร์เด่น

การทำงานของ Mi Mix 2 จะอยู่บนพื้นฐานของอินเตอร์เฟส MIUI 8 ที่ทาง Xiaomi พัฒนาขึ้นมา โดยเน้นที่ความง่าย และลื่นในการใช้งานเป็นหลักๆ คล้ายๆกับเป็น Pure Android เพียงแต่จะไม่มีหน้ารวมแอปมาให้ ทุกแอปที่ดาวน์โหลดมาเพิ่มจะแสดงอยู่ในหน้าจอหลักทั้งหมด

รูปแบบการใช้งานก็จะคล้ายกับใน Xiaomi Mi 6 ที่ทีมงานเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ โดยจุดเด่นของ MI Mix 2 ที่เพิ่มเข้ามาจะอยู่ในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่องเป็นหลัก ที่ทำให้เกิดจุดต่างระหว่าง Mi 6 และ Mi Mix 2 ส่วนที่เหลือภายในก็ใกล้เคียงกัน

นอกจากการใช้งานทั่วๆไป ที่ Mi Mix 2 รองรับการใช้งานอยู่แล้ว ความพิเศษของสมาร์ทโฟนตระกูล Mi ก็คือรองรับการใช้งาน Mi Account ที่เป็นเหมือนระบบคลาวด์ในการเก็บข้อมูลสำรองของ Xiaomi รวมถึงใช้ในการติดตามเครื่องหายก็ได้

หรือจะเป็นฟีเจอร์อย่าง Second Space ที่ใช้แบ่งพื้นที่ภายในเครื่องออกมาใช้เก็บข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลที่เป็นความลับ และยังใช้เพื่อติดตั้งแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อใช้งาน 2 บัญชี นอกเหนือจากระบบ Dual Apps ที่ให้มา

ขณะเดียวกัน เนื่องจากตัวเครื่องไม่ได้มีปุ่มโฮมแยกมาให้ จะมีเพียงปุ่มเวอร์ชวลคีย์บอร์ดข้างล่างชอบจอเท่านั้น Xiomi ก็จะมีโหมดอย่าง Quick ball มาให้ใช้ในการสั่งงานลัด หรือใช้งานเป็นปุ่มช่วยเหลือในการสั่งงานต่างๆของเครื่องได้ด้วย

ประกอบกับตัวเครื่องไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้ แต่ใช้งานผ่านพอร์ต USB-C จึงมีตัวปรับแต่งเสียงมาให้ ว่าผู้ใช้จะเลือกใช้งานคู่กับหูฟังรูปแบบใด เพื่อปรับเสียงให้ได้คุณภาพมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ในกล่องของ Mi Mix 2 ไม่มีการแถมหูฟังมาให้ด้วย มีแต่เพียงอะเดปเตอร์แปลงหูฟัง 3.5 มม. มาให้แทน

ส่วนของการใช้งานกล้อง Mi Mix 2 ยังไม่ได้มากับกล้องคู่ แต่เลือกใช้กล้องเดียวที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล 1.25um f/2.0 แทน อินเตอร์เฟสการใช้งานที่ให้มาถือว่าใช้งานค่อนข้างง่าย เน้นการเล็งและถ่ายเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นกลุ่มผู้ใช้งานมืออาชีพอยากตั้งค่าต่างๆด้วยตัวเองก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

โดยผู้ใช้สามารถสลับโหมดถ่ายภาพได้จากการปาดซ้ายขวาในหน้าจอกล้อง เพื่อเข้าโหมดถ่ายวิดีโอ รูปภาพ โหมดบิวตี้ ถ่ายภาพเป็นสี่เหลี่ยมจัตตุรัสเป็นต้น นอกจากนี้ ยังเลือกตั้งเวลาถ่ายภาพ เลือกใส่ลายน้ำ (shot by mi mix2) รวมถึงตั้งค่าอื่นๆของกล้องได้ตามปกติ

ทดสอบประสิทธิภาพ

Antutu Benchmark = 180,0656 คะแนน
Quadrant Advanced Edition = 39,059
Multi-Touch = 10 จุด

PC Mark

Work 2.0 = 6,751 คะแนน
Computer Vision = 3,473 คะแนน
Storage = 4,677 คะแนน
Work = 8,020 คะแนน

3D Mark

Sling Shot Extreme Unlimited = 4,013 คะแนน
Sling Shot Extreme = 3,793 คะแนน
Sling Shot Unlimited = 4,821 คะแนน
Sling Shot = 4,846 คะแนน
Ice Storm Extreme = 14,279 คะแนน
Ice Storm Unlimited = 41,254 คะแนน
Ice Storm = 14,461 คะแนน

PassMark PerformanceTest
System = 12,944 คะแนน
CPU Tests = 195,475 คะแนน
Memory Tests = 14,436 คะแนน
Disk Tests = 74,437 คะแนน
2D Graphics Tests = 8,358 คะแนน
3D Graphics Tests = 3,344 คะแนน

Geekbench 4
Single-Core = 1,922 คะแนน
Multi-Core = 6,405 คะแนน
Compute = 7,709 คะแนน

AndroBench Read = 760.99 MB/s Write 202.31 MB/s

สรุป

ด้วยการที่จุดเด่นหลักของ Mi Mix 2 จะเน้นไปที่ประสิทธิภาพในการใช้งานจากหน่วยประมวลผลระดับไฮเอนด์เป็นหลัก ซึ่งถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์กับราคา 17,990 บาท แต่ก็มีจุดที่น่าเสียดายอย่างตัวเครื่องไม่สามารถเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลได้ ไม่มีแถมหูฟังมาให้ ซึ่งถ้าชอบเครื่องจอใหญ่ แรงๆ มีงบจำกัดก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ในขณะเดียวกัน Mi Mix 2 ก็จะมีในบางมุมที่ไม่สุด อย่างกล้องที่ให้มาเพียงกล้องเดียว การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอตามสมัยนิยมยังไม่สามารถทำได้ ประกอบกับการวางกล้องหน้าไว้ที่มุมล่างเครื่องแทน ก็ทำให้การใช้งานรู้สึกแปลกๆเล็กน้อย สุดท้ายแนะนำให้ไปลองจับเล่นดูก่อนตัดสินใจดีกว่า

ข้อดี

  • ดีไซน์เครื่องสมัยใหม่ ที่ใช้กระจกหน้าแบบเต็มจอ
  • สัดส่วนจอ FullView Display ที่ให้พื้นที่ใช้งาน ขนาด 5.99 นิ้ว
  • ตัวเครื่องประสิทธิภาพสูงในราคาไม่ถึง 2 หมื่นบาท

ข้อสังเกต

  • ไม่มีพอร์ต 3.5 มม. (มีอะเดปเตอร์แปลงให้ แต่ไม่มีหูฟังในกล่อง)
  • ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย
  • กล้องหน้าอยู่ที่ขอบล่างเครื่อง

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

SHARE