Review : Xiaomi Mi Note 10 Lite เน้นคุ้มค่าในราคาหมื่นต้นๆ

10965

การแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนช่วงราคาหมื่นต้นๆ ในปีนี้ ถือว่าเป็นอีกปีที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะในกลุ่มแบรนด์จีน ไม่ว่าจะเป็น Huawei Oppo Realme และ Xiaomi เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้ใช้งานมาก แบรนด์ไหนที่ชิงพื้นที่ในตลาดนี้ได้จะครองพื้นที่ในตลาดรวมสมาร์ทโฟนไม่ยาก

Xiaomi Mi Note 10 Lite ถือเป็นสมาร์ทโฟนในระดับหมื่นต้นที่น่าสนใจ เพราะมีเรื่องของความคุ้มค่า เทคโนโลยีที่นำมาใช้ และประสิทธิภาพตัวเครื่องในการใช้งานโดยรวม ซึ่งให้อารมณ์ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนระดับเรือธงของหลายๆ แบรนด์ ในราคาที่ต่ำกว่าเกินครึ่ง

ไม่ว่าจะเป็นจอ AMOLED ขนาด 6.47 นิ้ว  หน่วยประมวลผลอย่าง Snapdragon 730G ที่แม้จะไม่ใช่ตัวท็อปสุด แต่ประสิทธิภาพก็เพียงพอกับการใช้งานทั้งหมดอยู่แล้ว แถมยังให้ RAM 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB มีกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซลมาให้ แบตเตอรี 5,260 mAh ทั้งหมดนี้ราคา 12,999 บาท

ข้อดี

  • จอ AMOLED ขนาด 6.47 นิ้ว
  • วัสดุตัวเครื่องแข็งแรง ให้ความหรูหราในตัว
  • กล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล ที่พึ่งพาได้
  • แบตเตอรี 5,260 mAh ใช้งานได้ยาวๆ

ข้อสังเกต

  • ยังใช้จอโค้งอยู่ แม้จะให้ความสวยงาม แต่ต้องระมัดระวังตก
  • ไม่มีเลนส์เทเลโฟโต้
  • ซอฟต์แวร์ในการประมวลผลกล้อง ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ตัวเครื่องหรู ทันสมัย

ความประทับใจแรกของ Xiaomi Mi Note 10 Lite แทบจะเกิดขึ้นทันทีที่แกะเครื่องออกมาจากกล่อง เพราะไม่ได้คาดคิดว่าสมาร์ทโฟนระดับราคาหมื่นต้นๆ จะให้ตัวเครื่องที่มีความหรูหราในระดับนี้ออกมาได้ ประกอบกับความแน่นหนา และความแข็งแรงของตัวเครื่อง ยิ่งทำให้เกิดความประทับใจมากขึ้น

ขนาดของตัวเครื่อง Mi Note 10 Lite อยู่ที่ 157.8 x 74.2 x 9.67 มิลลิเมตร น้ำหนัก 204 กรัม จะเห็นได้ว่าตัวเครื่องค่อนข้างหนัก มีสีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 3 สี คือ ดำ Midnight Black ขาว Glass White และ ม่วง Nebula Purple

Mi Note 10 Lite มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED ที่เป็นจอโค้ง 3D ขนาดหน้าจอ 6.47 นิ้ว ให้ความละเอียดมาที่ 2340 x 1080 พิกเซล ความละเอียดเม็ดสีที่ 398 ppi ความสว่างหน้าจอ 600 nit รองรับการแสดงเฉดสีระดับ DCI-P3 ทำให้สีที่ได้จากหน้าจอดูสดใส ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5 เพิ่มความแข็งแรงของหน้าจอ

โดยที่ขอบบนจะมีการเว้นขอบตรงกลางไว้เป็นกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.48 ส่วนบริเวณกลางล่างหน้าจอจะมีการฝั่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอไว้ เพื่อช่วยให้ปลดล็อกตัวเครื่องได้สะดวกขึ้น นอกเหนือจากการใช้ใบหน้าปลดล็อกจากกล้องหน้าที่ระยะหลังๆ Android ทำได้แม่นยำขึ้น

ความน่าสนใจคือตัวจอโค้งของ Mi Note 10 Lite นั้นจะโค้งลงไปทั้ง 4 มุมด้วย ทำให้เพิ่มความหรูหราของตัวเครื่อง ขณะเดียวกันความโค้งของขอบเครื่องด้านหลังก็ทำมาได้องศาที่ใกล้เคียงกัน ทำให้จับถือใช้งานถนัดมือมากขึ้น

เมื่อพลิกเครื่องกลับหลังจะเจอกับแถบของกล้องหลังทั้ง 4 ตัว ประกอบไปด้วยเลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล f/1.89 ตามด้วยเลนส์มุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล f/2.2 เลนส์มาโคร 2 ล้านพิกเซล f/2.4 และเลนส์วัดระยะชัดลึก 5 ล้านพิกเซล f/2.4 พร้อมกับไฟแฟลชคู่ติดอยู่

ที่เหลือจะมีตัวอักษร Xiaomi และสัญลักาณ์มาตรฐานต่างๆ พร้อมข้อความระบุว่าผลิตในประเทศจีน ภายในจะมีแบตเตอรี 5,260 mAh มาให้ใช้งาน ซึ่งรองรับการชาร์จเร็วระดับ 30W มาให้ด้วย แต่ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย

รอบตัวเครื่องทางฝั่งซ้ายจะถูกปล่อยว่างเอาไว้ ส่วนทางขวาจะมีทั้งปุ่มปรับระดับเสียง ปุ่มเปิดปิดเครื่อง และช่องใส่ถาดซิม ที่สามารถใส่เป็น 2 นาโนซิมการ์ด เพื่อใช้งาน 2 ซิมได้ แต่ไม่สามารถเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลไมโครเอสดีการ์ดได้

ส่วนด้านบนจะมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง และพอร์ต IR ไว้ใช้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้ามาให้ตามปกติของสมาร์ทโฟนแบรนด์จีน ความพิเศษอยู่ที่ด้านล่าง เพราะนอกจากมีช่องลำโพง ไมโครโฟนสนทนา และพอร์ต USB-C มาให้แล้ว ยังคงช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้ใช้งานด้วย

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องนอกจากตัวเครื่อง เคสยางสำดำ สายชาร์จ USB-C ยังแถมอะเดปเตอร์ชาร์จเร็ว 30W มาให้ด้วยเลย แต่ Xiaomi ก็ยังคงไม่แถมหูฟังให้เช่นเดิม ใครที่แกะกล่องมาแล้วไม่เจอก็ไม่ต้องแปลกใจ

สเปก

สำหรับ Mi Note 10 Lite มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 730G ที่เป็น Octa-Core 2.2 GHz ทำงานร่วมกับกราฟิก Adreno 618 ตัวเครื่องให้ RAM 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 10

ด้านการเชื่อมต่อรองรับการใช้งาน 3G/4G ที่สามารถใช้ VoLTE ได้ทั้ง 2 ซิม นอกจากนี้ ยังรองรับ WiFi 5 บลูทูธ 5.0 มี GPS NFC ภายในตัว เรียกได้ว่าให้มาค่อนข้างครบสำหรับสมาร์ทโฟนระดับราคานี้

มาพร้อม MIUI 11

ในส่วนของการใช้งาน Mi Note 10 Lite มาพร้อมกับอินเตอร์เฟสอย่าง MIUI 11 ซึ่งพัฒนามาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ตัวแอปพลิเคชันทั้งหมดจะเรียงอยู่ในหน้าจอหลักให้สามารถเข้าถึงได้ทันที รองรับการใช้งาน MultiScreen ในการแบ่งจอครึ่งบนล่าง ช่วยให้สามารถใช้ 2 แอปได้พร้อมกัน

อีกจุดที่น่าสนใจในรุ่นนี้คือการเพิ่มฟีเจอร์อย่างละเว้นการสัมผัสขอบโดยไม่ตั้งใจ ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าเพื่อไม่ให้ตัวเครื่องรับการสัมผัสบริเวณขอบเครื่องที่โค้งได้ ทำให้ไม่ต้องกังวลเวลาจับถือเครื่องแล้วไปโดนโดยไม่ตั้งใจ เพราะสามารถกำหนดขนาดพื้นที่ละเว้นได้ด้วย

ส่วนแถบการแจ้งเตือนก็จะมีไอค่อนลัดสำหรับตั้งค่าต่างๆ มาให้ครบถ้วน ทั้งการเชื่อมต่อโมบายดาต้า ไวไฟ เปิดไฟฉาย เข้าโหมดเงียบ จับภาพหน้าจอ บลูทูธ ตั้งความสว่าง เปิดโหมดเครื่องบิน ล็อกหน้าจอ เปิด GPS ตั้งการหมุนหน้าจอ เข้าโหมดถนอมสายตา ห้ามรบกวน บันทึกวิดีโอหน้าจอ แชร์ฮ็อตสป็อต และอื่นๆ

กล้องถือเป็นอีกจุดที่ Mi Note 10 Lite ทำมาได้น่าสนใจ ตัวอินเตอร์เฟสที่ให้มาถือว่าใช้งานง่าย เมื่อเข้าโหมดโปร ก็สามารถเลือกตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ ปรับค่าความไวแสง ระยะโฟกัสได้ด้วย ทำให้การถ่ายภาพทำได้สนุกขึ้น หรือถ้าต้องการภาพความละเอียดสูงก็สามารถเลือกโหมด 64MP เพื่อบันทึกภาพความละเอียดสูงสุดได้

อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ตัวเครื่องไม่ได้มีเลนส์เทเลโฟโต้มาให้ ทำให้เวลาซูม จะเป็นการทำดิจิทัลซูมจากเลนส์ 64 ล้านพิกเซลแทน ดังนั้นคุณภาพของภาพในการซูมจึงเทียบกับภาพปกติไม่ได้ แต่ก็จะได้ในเรื่องของภาพมุมกว้าง และมาโครมาใช้งานแทน

ในส่วนของการใช้งานด้านอื่นๆ Mi Note 10 Lite ถือว่าตอบโจทย์ได้ครบทั้งการทำงาน การใช้งานทั่วไปอย่างการเล่นโซเชียลมีเดีย รองรับการโคลนแอป ทำให้สามารถล็อกอินใช้งาน 2 บัญชีได้ในเครื่องเดียว

เรื่องความบันเทิงก็ไม่น้อยหน้า เพราะขนาดหน้าจอ 6.47 นิ้วที่ให้มา ถือว่าชัดเจนเต็มตา รองรับทั้งการเล่นเกม และรับชมสตรีมมิ่ง ดังนั้นเครื่องรุ่นนี้จึงตอบโจทย์การใช้งานแทบทั้งหมด แต่ก็จะไม่มีลูกเล่นที่เป็นกิมมิกเหมือนในเครื่องระดับไฮเอนด์อย่างการต่อเครื่องกับจอ หรือฟีเจอร์ล้ำๆ ต่างๆ

ทดสอบประสิทธิภาพ

Mi Note 10 Lite ถือว่าทำคะแนนในการทดสอบได้น่าสนใจ โดยเฉพาะในเรื่องของแบตเตอรี ที่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้มากกว่า 15 ชั่วโมง บนแบตเตอรีขนาด 5,260 mAh ดังนั้น ถ้าใครมองหาสมาร์ทโฟนแบตอึด ประสิทธิภาพสูงจึงเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว

สรุป

รวมๆ แล้ว Xiaomi Mi Note 10 Lite ถือว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจรุ่นหนึ่งในระดับราคาหมื่นต้นๆ แม้ว่าตัวเครื่องจะยังไม่ได้รองรับ 5G อย่าง Huawei ที่ออกสมาร์ทโฟนมาแย่งพื้นที่ในตลาดนี้ แต่ถ้ามองในแง่ของภาพรวงม Mi Note 10 Lite ถือว่าประสิทธิภาพดีกว่า ที่สำคัญคือ 5G จริงๆ ก็ยังไม่ได้จำเป็นสำหรับคอนซูเมอร์ในเวลานี้ด้วย

ใครที่มองหาสมาร์ทโฟนราคาคุ้มค่าในราคาราว 12,999 บาท อย่าลืมมอง Mi Note 10 Lite เป็นตัวเลือก ที่มั่นใจในคุณภาพได้ แต่ก็จะมีจุดที่ต้องระวังคือมากับจอโค้งทำให้มีโอกาสตกแตกได้ง่ายกว่าปกติ แต่ส่วนอื่นๆ ถือว่าทำมาได้ดี

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น