Review : Xiaomi Mi9 Lite สเปกดี ราคาประหยัด

2868

กลายเป็นว่า เสียวหมี่ (Xiaomi) ที่เข้ามารุกตลาดสมาร์ทโฟนในไทย จากเดิมที่เน้นออกหลายๆ ซีรีส์ มาให้ครอบคลุมทุกช่วงระดับราคา แต่ตอนนี้เน้นการซอยรุ่นย่อยออกมา จากซีรีส์หลักเข้าไปอีก

ทำให้ปัจจุบัน Xiaomi มีทั้งในซีรีส์ Redmi 8 และ Redmi Note 8 ครอบคลุมระดับราคา 3,999 – 8,999 บาท และ Mi 9 เริ่มตั้งแต่ 7,999 – 16,999 บาท มาเป็นตัวเลือกให้ตามงบประมาณของผู้บริโภค ที่เรียกได้ว่าขยับเพิ่มทุก 1,000 บาทก็จะมีรุ่นย่อยของ Xiaomi มารองรับ

จุดเด่นของ Mi9 Lite คือเรื่องของกล้องความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่มากับหน่วยประมวลผล Snapdragon 710 และหน้าจอ 6.39 นิ้ว และแบตเตอรี 4,030 mAh ที่ถือว่าใช้งานต่อวันได้สบายๆ

ข้อดี

หน้าจอ OLED 6.39 นิ้ว Full HD

กล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

แบตเตอรีอึด

ข้อสังเกต

ด้วยการที่ซอยรุ่นย่อยเกินไป ทำให้ถ้าผู้บริโภคต้องการรุ่นราคาประหยัด อาจจะมองข้าม Mi 9 Lite ไป Redmi Note 8 Pro แทน

ตัวเครื่องจับถือค่อนข้างลื่น ถ้าไม่ใส่เคส

Mi 9 Lite ของดีที่คนมองข้าม

ถ้ามองไปในช่วงระดับราคาสมาร์ทโฟนช่วง 8,000 – 9,000 บาท เชื่อว่าตอนนี้ในตลาดจะมีตัวเลือกที่หลากหลายให้เลือกใช้ จากทั้งสมาร์ทโฟนแบรนด์จีน และเกาหลี

แต่ถ้ามองที่สเปกที่ได้แล้วเชื่อว่า Xiaomi Mi 9 Lite จะเป็นหนึ่งในรุ่นที่ให้สเปกดีในราคาที่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนหน้าจอแสดงผลสวยๆ คมชัด รองรับการใช้งานที่หลากหลาย

เพราะเมื่อเทียบกันหลายๆ รุ่นในระดับราคาที่ใกล้เคียงกันแบรนด์อื่นๆ จะเลือกนำจอ LCD มาให้ใช้งาน แต่กับ Mi 9 Lite ที่เป็นรุ่นปรับลดสเปกจากเรือธง Mi 9 ลงมา ไม่ได้ตัดจุดเด่นตรงนี้ออกไป ทำให้เครื่องรุ่นนี้ได้หน้าจอ OLED มาใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ได้มองว่าจอ OLED ให้การแสดงผลที่ดี แต่อยากได้เครื่องที่ระดับราคาต่ำกว่า สเปกใกล้เคียงกัน Xiaomi ก็จะมีรุ่นอย่าง Redmi Note 8 Pro มาให้เป็นตัวเลือก ที่ให้แบตเตอรีสูงกว่า จอใหญ่กว่าแต่เป็น LCD ให้เลือก

นอกจากเรื่องจอแล้ว อีกจุดที่ทำให้ Mi 9 Lite น่าสนใจคือเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่องที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่เลย อย่างในรุ่นนี้ที่เป็นสี Pearl White หรือขาวไข่มุข ก็มีการสะท้อนแสงตามแง่มุมต่างๆ ทำให้ตัวเครื่องสวยงามขึ้น

สำหรับขนาดตัวเครื่องของ Mi 9 Lite จะอยู่ที่ 156.8 x 74.5 x 8.67 มิลลิเมตร น้ำหนัก 179 กรัม โดยหน้าจอที่ให้มาเป็น AMOLED 6.39 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ความละเอียดเม็ดสี 403ppi โดยมีกล้องหน้าทรงหยดน้ำความละเอียด 32 ล้านพิกเซลอยู่ที่ขอบบน

หลังเครื่องจะมีกล้อง 3 เลนส์ เรียงกันในแนวตั้ง ประกอบด้วยกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล f/1.79 ตามด้วย เลนส์มุมกว้าง (Ultra Wide) 8 ล้านพิกเซล และเลนส์ชัดลึก (Depth) 2 ล้านพิกเซล

ไฮไลท์ของหลังเครื่องจะอยู่ที่โลโก้ Xiaomi บริเวณขอบล่างของเครื่อง ที่จะไฟกระพริบเวลาใช้งาน รวมถึงเวลามีการแจ้งเตือนเข้ามา ทำให้ตัวเครื่องดูหรูหรามากขึ้น และช่วยให้รู้ว่ามีการแจ้งเตือนโดยไม่ต้องพลิกเครื่องขึ้นมาดู

รอบๆ เครื่องทางฝั่งซ้ายจะเป็นช่องใส่ถาดซิมแบบไฮบริดจ์ ฝั่งขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดเครื่อง ด้านล่างมีช่องเสียบ USB-C คู่กับไมค์ และลำโพงสนทนา ด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ให้ใช้ พร้อมกับ IR ไว้ใช้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า

Gallery

ใส่เทคโนโลยีระดับไฮเอนด์

แม้ว่าจะเป็นเครื่องในระดับราคาไม่ถึงหมื่นบาท แต่ Mi 9 Lite มีการนำเทคโนโลยีที่ใช้กับเครื่องไฮเอนด์มาให้ใช้งานกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อกตัวเครื่องได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น หรือจะเลือกใช้การสแกนใบหน้าก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ตัวจอยังใส่โหมดตัดแสงสีฟ้า (Blue Light Protection) มาให้เลือกใช้ งานด้วย รวมถึงการแสดงผลในพื้นที่แสงจ้า หรือแดดจัดๆ ตัวจอก็สามารถแสดงผลได้ชัดเจน

ถัดมาคือเรื่องแบตเตอรีที่ให้มา 4,030 mAh ซึ่งถ้าเป็นการใช้ระบบชาร์จปกติ อาจจะต้องใช้เวลานานถึง 2-3 ชั่วโมง แต่ Mi 9 Lite มากับระบบชาร์จเร็ว 18W ทำให้สามารถชาร์จเต็มได้ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังสามารถ Reverse Charge ให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วย

อีกจุดก็คือการนำกล้องที่มากับ AI เข้ามาช่วย ทำให้การถ่ายภาพจากกล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล ได้สนุกสนาน และมีสีสันที่สดใสมากขึ้น ด้วยโหมดการถ่ายภาพที่หลากหลายตามความต้องการของผู้ใช้

ในส่วนของการถ่ายวิดีโอ สามารถอัดวิดีโอได้ความละเอียด 4K30fps และรองรับการถ่ายวิดีโอแบบสโลวโมชันสูงสุด 960fps ในความละเอียด HD 720p ส่วนถ้าเป็น สโลวโมชันแบบ Full HD จะอยู่ที่ 120fps

สเปกเครื่อง และการทดสอบประสิทธิภาพ

Mi 9 Lite มากับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 ที่เป็น Octa-Core 2.2 GHz บนสถาปัตยกรรมแบบ 10 นาโนเมตร โดยมี RAM 6 ROM 128 ให้เป็นตัวเลือก

ส่วนการเชื่อมต่อรองรับ 3G/4G 2 ซิม WiFi 802.11ac บลูทูธ 5.0 GPS รองรับ NFC ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 9.0 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส MIUI 10 ที่รองรับ Darkmode ด้วย

สรุป

Xiaomi Mi 9 Lite จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนดีไซน์ดี หน้าจอสวย ในระดับราคากลางๆ โดยตัวเครื่องรองรับการใช้งานทั่วๆไปหมดอยู่แล้ว หรือถ้านำไปใช้เล่นเกม ดูคอนเทนต์ต่างๆ ก็สามารถใช้งานได้ แถมยังได้ฟีเจอร์ที่มากับเครื่องระดับไฮเอนด์ให้ใช้งานด้วย

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น