เล่นเกม – CBIZ Reviews – MGR Online https://cyberbiz.mgronline.com เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์ ไอที ไฮเทค เป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดการออนไลน์ Wed, 21 Jul 2021 09:04:54 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.0 Review : ROG Phone 5 มือถือเกมมิ่งตัวแรง อุปกรณ์เสริมครบ https://cyberbiz.mgronline.com/review-rog-phone-5/ Wed, 21 Jul 2021 09:02:50 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=35645

ในบรรดาอุปกรณ์เกมมิ่งชื่อของ ROG ถือว่าเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงคู่กับผู้บริโภคมาตั้งแต่ในยุคของคอมพิวเตอร์ ต่อเนื่องมายังบนสมาร์ทโฟนที่ออก ROG Phone ออกมาต่อเนื่อง จนถึงรุ่นล่าสุดคือ ROG Phone 5 ที่ยังคงความโดดเด่นเรื่องประสิทธิภาพได้อย่างน่าสนใจ

จุดเด่นหลักของ ROG Phone 5 คือมากับชิปเซ็ต Snapdragon 888 5G จอที่ใส่อัตราการแสดงผลมาถึง 144 Hz แบตเตอรี 6,000 mAh พร้อมระบบควบคุมแบบ AirTrigger มาช่วยให้การเล่นเกมทำได้สนุกขึ้น และเอกลักษณ์ที่พลาดไม่ได้อย่าง Aura RGB โลโก้ที่สามารถปรับแต่งสีไฟได้ตามต้องการ

ROG Phone 5 วางจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่น โดยยังคงใช้ชิปเซ็ตหลักเหมือนกันคือ Snapdragon 888 5G แตกต่างตรงที่รุ่นเริ่มต้น RAM 8 GB ROM 128 GB ในราคา 22,990 บาท และรุ่น RAM 16 GB ROM 256 GB ในราคา 29,990 บาท

ข้อดี

  • สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง พร้อมระบบควมคุม AirTrigger
  • ประสิทธิภาพสูง รองรับการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี
  • มีอุปกรณ์เสริมให้ใช้งานควบคู่ไปด้วย
  • จอแสดงผล Super AMOLED 144 Hz ที่ลื่นไหล
  • รองรับชาร์จเร็ว 65W

ข้อสังเกต

  • แบตเตอรีที่ให้มา 6,000 mAh ถ้าปรับเกมใช้สเปกสูงสุดใช้งานต่อเนื่องได้ไม่กี่ชั่วโมง
  • ตัวเครื่องค่อนข้างร้อนเวลาเล่นเกมในสภาพอากาศประเทศไทย
  • ไม่มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น ไม่สามารถใส่ไมโครเอสดีการ์ดเพิ่มได้
  • กล้องยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทั่วไป เมื่อเทียบกับมือถือไฮเอนด์รุ่นอื่น

เน้นความบันเทิง โดยเฉพาะเล่นเกม

 

ด้วยการที่ ROG Phone 5 ออกแบบมาให้เป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟน ด้วยรูปลักษณ์ของตัวเครื่อง และการออกแบบอินเตอร์เฟสต่างๆ จึงสื่อถึงความล้ำสมัย ให้ความรู้สึกเป็นเกมเมอร์ขึ้นมาตามสไตล์ของ ROG ด้วยเส้นสาย และสีสันที่เป็นเอกลักษณ์

ดังนั้น ถ้าใครที่ชื่นชอบลักษณะดีไซน์เกมเมอร์ แข็งๆ แรงๆ ROG Phone 5 ถือว่าตอบโจทย์อย่างแน่นอน แต่ถ้าต้องการความเรียบหรู พรีเมียม หรือดีไซน์สมัยใหม่ อาจจะต้องมองข้ามรุ่นนี้ไป

จุดเด่นหลักของเครื่องรุ่นนี้ แน่นอนว่าอยู่ที่การเล่นเกม โดยเฉพาะเกมประสิทธิภาพสูง เพราะตัว ROG Phone 5 สามารถรีดประสิทธิภาพของกราฟิกเกมได้ออกมาสูงสุด และที่สำคัญคือเล่นได้อย่างลื่นไหลด้วย

ทีมงานทดสอบกับ Genshin Impact ที่ปรับการแสดงผลสูงสุด ปรับเฟรมเรทเป็น 60 fps ตัวเครื่องก็ยังรองรับได้อย่างสบายๆ เล่นได้ลื่นไหลมากๆ เมื่อเทียบกับแฟลกชิปหลายๆ รุ่น

แต่ที่ต้องแลกมาก็คือความร้อนสะสมของตัวเครื่องที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยถ้าเล่นในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิของตัวเครื่องจะขึ้นไปอยู่ที่ราว 40-50 องศาเซลเซียส แต่ถ้าในอุณหภูมิปกติของประเทศไทย มีโอกาสที่ตัวเครื่องจะร้อนไปถึง 60 องศาเซลเซียส

แน่นอนว่า เมื่อขึ้นไประดับ 60 องศาฯ การถือจับเพื่อเล่นเกมอาจจะไม่สะดวกแล้ว เพราะตัวเครื่องสะสมความร้อนมากเกินไป ดังนั้นแนะนำให้ใช้งานคู่กับอุปกรณ์เสริมอย่างพัดลมระบายอากาศ (AeroActive Cooler )

เมื่อลองใช้งานเล่นเกมคู่กับ AeroActive Cooler พบว่าตัวพัดลมช่วยลดความร้อนสะสมลงไปได้ประมาณ 10 องศา และในขณะเดียวกัน ก็ยังใช้จับถือเครื่องได้เข้ากับมือมากขึ้นด้วย

ไม่นับรวมถึงการควบคุมเกมที่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่มี AirTrigger บริเวณขอบบนซ้ายขวาเครื่อง ก็จะเพิ่มปุ่มควบคุมให้อีก 2 ปุ่มที่ปริเวณปีกของพัดลมระบายอากาศ ช่วยให้กดคำสั่งสำหรับการเล่นเกมต่างๆ ได้สะดวกขึ้น

การเพิ่ม AeroActive Cooler 5 ที่เชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตพิเศษบริเวณข้างเครื่อง ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อสาย USB-C สำหรับชาร์จ และหูฟัง 3.5 มม. ขณะเล่นเกมไปได้ด้วย

จากเดิมที่พอร์ตเหล่านี้อยู่ด้านล่างของเครื่อง ทำให้เวลาถือเล่นเกมในแนวนอน มือขวาจะไปบังพอร์ตเชื่อมต่อเหล่านั้น ทำให้ถ้าเสียบใช้งานไปด้วยก็จะไม่สะดวกกับการเล่นเกม

ความสามารถของ AeroActive Cooler 5 อีกอย่างก็คือการเป็นขาตั้งสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดดู YouTube หรือ Netflix เพื่อความบันเทิงได้อย่างสบายๆ โดยวางตั้งไว้บนพื้นโต๊ะ หรือพื้นผิวเรียบๆ ได้ทันที

เพราะในเรื่องของพลังเสียงใส่ลำโพงคู่หน้ามาให้ใช้งาน พร้อมรองรับ Hi-Res Audio ภายในใส่ชิป ESS DAC มาช่วยขับเสียงให้กับหูฟังผ่านพอร์ต 3.5 มม. ด้วย

เอกลักษณ์ที่ไปกับ Aura RGB

กลับมาที่ดีไซน์ของ ROG Phone 5 ตัวเครื่องยังมากับการออกแบบที่สื่อถึงความแข็งแกร่งของตัวเครื่อง ด้วยการนำวัสดุอย่างอะลูมิเนียมที่มีความแข็งแรง มาตัดกับสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ของ ROG อยู่แล้ว

ขนาดตัวเครื่องของ ROG Phone 5 จะอยู่ที่ 173 x 77 x 8.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 239 กรัม ซึ่งถือว่าตัวเครื่องค่อนข้างหนัก แต่เมื่อสัมผัสจะรู้สึกถึงความแข็งแรง และงานประกอบที่แน่นหนาชัดเจน

หน้าจอแสดงผลที่เลือกใช้จะเป็น Super AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว (2448 x 1080 พิกเซล) รองรับ HDR 10+ ที่ให้ Refresh Rate สูงถึง 144 Hz รองรับการสัมผัสที่ 300 Hz ให้ความหน่วงต่ำถึง 24.3 มิลลิวินาที พร้อมกระจก Gorilla Glass Victus เพิ่มความแข็งแกร่งให้หน้าจอ

บริเวณขอบบนของหน้าจอเยื้องไปทางขวา จะมีกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซลซ่อนอยู่ ไม่ได้เป็นกล้องแบบเจาะรู หรือทำเป็นติ่งลงมาเฉพาะกล้องหน้าแต่อย่างใด

บริเวณขอบข้างขวาเครื่องนอกจากเป็นที่อยู่ของปุ่มเพิ่มลดเสียง และปุ่มเปิดเครื่องแล้ว ตรงสัญลักษณ์ ROG ยังทำหน้าที่เป็น AirTrigger ให้เป็นพื้นที่สัมผัสเพื่อสั่งงานหน้าจอระหว่างเล่นเกมเพิ่มเติมได้ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นหลักของ ROG Phone ก็ว่าได้

ถัดมาทางซ้าย ตามปกติจะมีจุกยางปิดพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C และขั้วเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมอยู่ ถัดมาก็คือช่องใส่ถาดซิมสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ของ ROG ส่วนขอบด้านบนจะปล่อยไว้โล่งๆ

ด้านล่างจะมีทั้งพอร์ต USB-C และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้ ตัวเครื่องรองรับการชาร์จเร็วที่ 65W โดยภายในเป็นแบตเตอรีแบบคู่รวมกันแล้วอยู่ที่ 6000 mAh

ด้านหลังเครื่องเป็นที่อยู่ของกล้อง 3 เลนส์ ประกอบด้วยเลนส์หลัก 64 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง 13 ล้านพิกเซล และมาโคร มาช่วยในการวัดระยะเพิ่มเติม โดยสามารถบันทึกวิดีโอที่ความละเอียด 8K/30fps ได้ รองรับกันสั่นแบบ 3 แกน

ถัดลงมาคือแผงไฟ Aura RGB ที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งสีได้เพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของ ROG Phone ทุกๆ รุ่นก็ว่าได้ ทำให้เครื่องรุ่นนี้เวลาเปิดเล่นเกม หรือใช้งานจะมีไฟส่องสว่างออกมาจากหลังเครื่องตลอดเวลา

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องนอกจากตัวเครื่องแล้ว ก็จะมีเคสที่ออกแบบเฉพาะเว้นพื้นที่ Aura RGB ไว้ให้แสดงผลได้ชัดเจน สายชาร์จ USB-C และอะเดปเตอร์ 65W มาให้ด้วย โดยไม่มีหูฟัง 3.5 มม. มาให้

โหมดใช้งาน และฟีเจอร์น่าสนใจ

สำหรับการใช้งาน ROG Phone 5 จะมีความน่าสนใจคือผู้ใช้สามารถเลือกสลับระหว่างโหมดประสิทธิภาพสูง (X Mode+) และโหมดใช้งานปกติได้ ซึ่งจะแสดงผลให้เห็นบนอินเตอร์เฟสของหน้าจอเลย ด้วยการเปลี่ยนภาพพื้นหลังจากสีดำปกติ มาเป็นสีแดงที่สื่อถึงความแรง

ถัดมาคือผู้ใช้สามารถเข้าไปปรับแต่งเพิ่มเติมของ X Mode ได้ในส่วนของคอนโซล เพื่อเลือกปรับแต่งการทำงานต่างๆ ของเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรีดประสิทธิภาพให้มากที่สุด โหมด Dynamic เพื่อปรับการใช้งานตามรูปแบบการใช้ และโหมดประหยัดพลังงาน ที่จะช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานบนแบตเตอรี

นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าไปปรับแต่งเอฟเฟกต์แวงเพิ่มเติม กรณีที่เชื่อมต่อกับ Aero Cooling 5 ก็สามารถปรับความเร็วของพัดลมได้ ตั้งระบบ AirTriggers ต่างๆ ได้จากในคอนโซลควบคุมนี้

ในขณะเล่นเกม ผู้ใช้ยังสามารถลากบริเวณขอบซ้ายของหน้าจอเข้ามา เพื่อแสดงแผงควบคุม Game Genie เพื่อตั้งค่าเกี่ยวกับเกมเพิ่มเติมได้ ในจุดนี้จะมีการแสดงผลการทำงานของตัวเครื่อง รวมถึงเฟรมเรทการแสดงผล และอุณหภูมิตัวเครื่องด้วย

จะเห็นได้ว่าฟีเจอร์ต่างๆ ของ ROG Phone 5 ถือว่าออกมาเพื่อรับกับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่าต้องถูกใจผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกมอย่างแน่นอน

จุดที่น่าเสียดายอย่างหนึ่งของ ROG Phone 5 คือเรื่องของกล้องที่แม้จะให้ความละเอียดมาถึง 64 ล้านพิกเซล แต่ด้วยระบบการประมวลผลภาพต่างๆ ภาพที่ได้ออกมาอยู่ในระดับทั่วไป ไม่ได้ให้ความรู้สึกว้าวเหมือนในไฮเอนด์สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ แต่อย่างใด

สเปก

สำหรับสเปกของ ROG Phone 5 จะมากับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888 5G มีตัวเลือก RAM 8/12 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 128 / 256 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 11

การเชื่อมต่อรองรับ 5G สามารถใส่ใช้งานได้ 2 ซิมพร้อมกัน WiFi 6 บลูทูธ 5.2 รองรับ NFC และมีฟีเจอร์พิเศษอย่าง AirTriggers ให้สัมผัสข้างเครื่องในการสั่งงาน รวมถึงใส่ลำโพงคู่หน้ามาให้ด้วย

สรุป

ROG Phone 5 ถือว่าออกแบบมาได้ตอบโจทย์การเล่นเกมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเล่นเกมในห้องแอร์ เพราะกลายเป็นว่าถ้าใช้งานในสภาพอุณหภูมิปกติ ตัวเครื่องจะค่อนข้างร้อนเมื่อเล่นเกมหนักๆ ทำให้ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่างพัดลมมาช่วย

แน่นอนว่า ถ้าเป็นเกมเมอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถเลือกปรับระดับการแสดงผลของเกมให้เหมาะสมได้ ตัวเครื่องจะไม่ประมวลผลจนร้อนขนาดนั้น และเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลแน่นอน

Gallery

]]>
รีวิว Asus ROG Phone 3 สมาร์ทโฟนที่สายเกมมองเป็นเครื่องจบ https://cyberbiz.mgronline.com/review-asus-rog-phone-3/ Sun, 22 Nov 2020 05:27:58 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=34158

เอซุส เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่หันมาให้ความสนใจกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเกมเมอร์ ทั้งพีซี อุปกรณ์เสริม จนถึงสมาร์ทโฟน ภายใต้ชื่อซับแบรนด์อย่าง ‘ROG’ โดยรุ่นล่าสุดที่นำเสนอสู่ตลาดคือ ROG Phone 3 สมาร์ทโฟนสำหรับเกมเมอร์โดยเฉพาะ

จุดเด่นหลักของ ROG Phone 3 คือการรับฟังเสียงจากผู้ใช้ แล้วนำไปพัฒนาออกมาเป็น 5 จุดหลัก ที่ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้แตกต่างจากสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพสูงทั่วไปในท้องตลาด

เริ่มกันที่ 1.ประสิทธิภาพของตัวเครื่อง โดยตัวเครื่องมากับหน่วยประมวลผลหลักอย่าง Snapdragon 865+ ที่มีการปรับแต่งพิเศษเพิ่มเติม Enchanced X Mode เมื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ระบายความร้อนที่ให้มา จะทำการโอเวอร์คล็อกตัวเครื่องให้แรงขึ้นไปอีก

ดังนั้น ROG Phone 3 จึงกลายเป็นหนึ่งในแอนดรอยด์โฟนที่เร็วสุดในท้องตลาดเวลานี้ และยังมาพร้อมกับ RAM 12 GB ROM 512 GB ในรุ่นท็อป และมีรุ่นเล็กให้เลือกเป็น RAM 8 GB ROM 256 GB ในราคาที่ย่อมเยาลงมา

ถัดมาคือ 2.หน้าจอแสดงผล ในขณะที่รุ่นท็อปหลายๆ รุ่นในท้องตลาดนำเสนอหน้าจอแบบ 120 Hz แต่ ROG Phone 3 มากับหน้าจอที่รองรับการแสดงผล 144 Hz ที่รองรับการตอบสนองระดับ 1 ms และยังรองรับการแสดงผลแบบ 10 bit HDR บนหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว นอกจากนี้ ในแง่ของการรับสัมผัสของหน้าจอ รองรับที่ 270 Hz มีความหน่วงในการสัมผัส 25 ms ซึ่งปัจจุบัน

3.แบตเตอรี กลายเป็นอย่างที่ 3 ที่ ROG คิดค้นมาเป็นอย่างดี เพราะยิ่งตัวเครื่องประมวลผลแรงมากเท่าไหร่ การใช้งานแบตเตอรีก็จะสูงขึ้น ทำให้ในรุ่นนี้ให้แบตเตอรีมาถึง 6000 mAh ทำให้เมื่อใช้งานทั่วๆไป ไม่ได้เข้าสู่โหมดประสิทธิภาพสูง สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง

ต่อมาคือ 4.การออกแบบตัวเครื่องให้รับกับการเล่นเกมในแนวนอน เนื่องจากประสบการณ์ในการเล่นเกมปัจจุบันจะอยู่กับการใช้งานในแนวนอนเป็นหลัก ทำให้ ROG ปรับการออกแบบให้ตอบสนองการใช้งานกับสรีรศาสตร์ อย่างการเพิ่มช่องชาร์จจุดที่ 2 ระบบสัมผัสพิเศษ AirTrigger3 แผงรับสัญญาณ WiFi เพิ่มเติม

สุดท้าย 5.รองรับอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย เพื่อให้ประสบการณ์เล่นเกมดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัว GamePad ที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับรีโมทคอนโทรลใช้งานพร้อมกัน จนถึง TwinView Dock 3 ช่วยเพิ่มหน้าจอแสดงผลให้เล่นเกมได้สะดวกขึ้น

สำหรับราคาจำหน่ายของ ROG Phone 3 รุ่น 12 GB / 512 GB ราคา 32,990 บาท ส่วนรุ่นรองลงมา ROG Phone 3 Strix Edition 8 GB / 256 GB ราคา 24,990 บาท ส่วนอุปกรณ์เสริม TwinView Dock 3 ราคา 7,990 บาท ROG Phone 3 Lighting Armor case ราคา 1,990 บาท ROG Clip ราคา 1,990 บาท และ ROG Kunai Gamepad ราคา 3,990 บาท

ข้อดี

  • มีโหมด X ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม
  • รองรับการแสดงผลระดับ 144 Hz
  • ออกแบบมาสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ
  • ทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย

ข้อสังเกต

  • ตัวเครื่องค่อนข้างหนา+หนัก
  • โหมด X Power ต้องทำงานร่วมกับพัดลมระบายอากาศ
  • จุกยางด้านข้างเครื่องมีโอกาสหาย (ในกล่องมีสำรองให้)

คิดค้นเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ

ในการใช้งาน ROG Phone 3 นั้นผู้ใช้สามารถเลือกปรับโหมดในการใช้งานได้ 2 โหมดหลักๆ คือโหมดการใช้งานปกติ ที่ไฟหน้าจอจะเป็นสีฟ้า และเมื่อเปิดโหมดประสิทธิภาพสูง (โหมด X) หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ที่แสดงให้เห็นว่าได้ทำการโอเวอร์คล็อกให้ประสิทธิภาพเครื่องสูงขึ้น

โดยในการใช้งานโหมด X นั้นแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่เริ่มต้น กลาง และโหมดสูงสุดที่ต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ระบายความร้อนเพิ่มเติม ที่ให้มาในกล่อง เนื่องจากเมื่อเข้าสู่โหมดนี้ ตัวสมาร์ทโฟนจะต้องการตัวช่วยในการระบายความร้อนเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรีดประสิทธิภาพได้สูงที่สุดด้วย

ขณะเดียวกัน ROG ได้มีการคิดค้นฟีเจอร์อย่าง AirTrigger3 ขึ้นมา ให้ผู้ใช้เพิ่มปุ่มในการควบคุมเพิ่มเติมบริเวณ ขอบของโทรศัพท์ เหมือนปุ่ม L1 และ R1 ของจอยเกม ที่สามารถจำลองปุ่มเสมือนเพื่อใช้งานร่วมกับเกมที่เล่นได้

ภายในโหมดควบคุมการตั้งค่าเกมต่างๆ ยังเปิดให้ผู้ใช้สามารถปรับเลือกสีไฟ LED สัญลักษณ์ของ ROG ด้านหลังเครื่องได้ด้วย โดยเลือกรูปแบบของไฟได้ทั้งสว่างตลอดเวลา กระพริบ จนถึงสลับสีไปเรื่อยๆ ช่วยเพิ่มให้ตัวเครื่อง ROG Phone 3 มีความล้ำสำหรับคอเกมมากขึ้น

อีกจุดที่น่าสนใจในการออกแบบเครื่องรุ่นนี้คือ มีพอร์ต USB-C ให้ 2 จุด โดยจุดแรงจะอยู่ที่ล่างเครื่องเหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป และอีกจุดจะอยู่ที่ข้างเครื่อง โดยใช้เป็นจุดสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆ และในกรณีที่ใช้เล่นเกมแนวนอนอยู่ ก็สามารถใช้เป็นช่องชาร์จได้เช่นกัน

ทั้งนี้ในการชาร์จตัวเครื่อง เนื่องจากให้แบตเตอรีมาถึง 6000 mAh ทำให้ต้องมีการนำระบบชาร์จเร็วแบบ 30W มาให้ใช้งาน ช่วยให้สามารถชาร์จแบตเตอรีได้รวดเร็วขึ้นด้วย โดยในการใช้งานโหมดทั่วไป สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกว่า 18 ชั่วโมง และจะลดลงเหลือ 11 ชั่วโมงเมื่อเปิดใช้โหมด X

ส่วนในภาพรวมของการใช้งาน ROG Phone 3 ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่สุดในทุกอย่าง แม้ว่าจะไม่ได้เน้นเรื่องของการใช้งานกล้อง แต่รุ่นนี้ให้กล้องหลักมาที่ 64 ล้านพิกเซล เสริมด้วยกล้องมุมกว้าง 13 ล้านพิกเซล และเลนส์มาโคร 3 ล้านพิกเซลให้ใช้งาน กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล ถือว่าเพียงพอกับการใช้งานอย่างแน่นอน

ทดสอบประสิทธิภาพ

ต้องยอมรับว่าตัวเครื่องของ ROG Phone 3 นั้นถือว่าแรงจริง แม้จะเทียบกับสมาร์ทโฟนในระดับราคาเดียวกันก็รีดประสิทธิภาพออกมาได้ดีกว่า ดังนั้นเมื่อรวมกับการแสดงผลระดับ 144 Hz ทำให้การเล่นเกมบน ROG Phone 3 ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

สรุป

ROG Phone 3 ได้ยกระดับมาตรฐานของสมาร์ทโฟนเกมเมอร์ในเมืองไทยขึ้นได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการนำนวัตกรรมที่เหมาะสม มาผสมผสานกับการตอบสนองรูปแบบการเล่นเกม แม้ว่าราคาตัวเครื่องจะค่อนข้างสูง เนื่องจากเกิน 3 หมื่นบาท แต่ถ้ามองในแง่ของประสิทธิภาพที่ได้ ถือว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกัน ด้วยการที่กลุ่มเป้าหมายของเครื่องรุ่นนี้ค่อนข้างชัดเจน ใครที่ไม่ได้เป็นเกมเมอร์ หรือชื่นชอบการเล่นเกม ก็อาจจะไม่ได้หันมามองเครื่องรุ่นนี้ ทำให้ที่ผ่านมาตลาดสมาร์ทโฟนเกมเมอร์ระดับไฮเอนด์ในไทยจะไม่ค่อยเติบโตเท่าที่ควร เพราะกำลังซื้อส่วนใหญ่จะหันไปเลือกรุ่นที่ระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า

Gallery

]]>