ExpertBook – CBIZ Reviews – MGR Online https://cyberbiz.mgronline.com เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์ ไอที ไฮเทค เป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดการออนไลน์ Tue, 22 Jun 2021 06:14:40 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.0 Review : ASUS ExperBook B9 อัปเกรดใหม่ปี 2021 เน้นแข็งแรง-ปลอดภัย https://cyberbiz.mgronline.com/review-asus-experbook-b9400/ Tue, 22 Jun 2021 06:09:13 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=35401

ในปีที่ผ่านมา ASUS เปิดตลาดโน้ตบุ๊กเบางเบาในกลุ่มองค์กรธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ ด้วยซีรีส์ใหม่อย่าง ExpertBook B9 ชูความโดดเด่นของการเป็นแล็ปท็อปองค์กรธุรกิจที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก ด้วยน้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งาน

พอมาในปี 2021 เอซุส ได้อัปเกรดความสามารถของ ExpertBook B9 (9400) ให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ด้วยการเพิ่มความแข็งแรงของหน้าจอ เลือกนำเฉพาะรุ่นประสิทธิภาพสูงอย่าง 11 Gen Intel Core i7 มาทำตลาด โดยเปิดให้เลือกเพิ่มเติมว่าจะใช้งานคู่กับ Windows 10 Home หรือ Windows 10 Pro ในราคาเริ่มต้นที่ 44,990 บาท

จุดเด่นของ ASUS ExpertBook B9 (9400) รุ่นปี 2021 นี้ คือมาพร้อมกับการรับรอง Intel EVO แพลตฟอร์ม ตัวเครื่องน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม พอร์ตเชื่อมต่อครบ พร้อมด้วยฟังก์ชันรักษาความปลอดภัยด้วย Windows Hellp ทั้งสแกนใบหน้า และลายนิ้วมือให้ใช้งาน รวมถึงการเลือกใช้ Dual SSD ทำให้สามารถทำ RAID 1 เพื่อสำรองข้อมูลได้ด้วย

ข้อดี

  • โน้ตบุ๊กธุรกิจ ประสิทธิภาพสูง 11 Gen Intel Core i7
  • น้ำหนัก 1 กิโลกรัม
  • แบตเตอรีใช้งานต่อเนื่องเกิน 13 ชั่วโมง
  • กล่องใส่ที่ชาร์จเปลี่ยนเป็นฐานตั้งโน้ตบุ๊กได้

ข้อสังเกต

  • หน้าจอยังเป็น Full HD+
  • กล้องเว็บแคมความละเอียด 720p
  • มีให้เลือกเฉพาะรุ่น Core i7 ต่างจากปีที่ผ่านมามีรุ่น Core i5 ที่ราคาย่อยเยาว์กว่า

บางเบา พอร์ตครบเหมือนเดิม

ความโดดเด่นของ Asus ExpertBook B9 ยังคงเป็นเรื่องของความบางเบาของตัวเครื่อง โดยมีขนาดอยู่ที่ 320 x 203 x 14.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,009 กรัม หรือประมาณ 1 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นถ้าเทียบกับรุ่นของปี 2020 คือการเลือกใช้แบตเตอรีขนาด 66 Whr แทนรุ่นเดิมที่ใช้แบตเตอรีขนาด 33 Whr ทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้นด้วย

ดีไซน์ของ ExpertBook B9 นั้น ยังคงใช้ดีไซน์แบบเดิม เรียกได้ว่าเป็นไมเนอร์เชนจ์ของรุ่นก็ว่าได้ มีวางจำหน่ายสีเดียวคือ Star Black ที่เป็นสีดำแบบผิวด้าน ช่วยให้ตัวเครื่องติดรอยนิ้วมือได้ยาก และให้ความรู้สึกหรูหรา พรีเมียมขึ้นในตัว

ASUS ยังคงเลือกใช้ฟอร์มเฟคเตอร์ของเครื่องขนาด 13 นิ้ว มาใส่หน้าจอ 14 นิ้ว ทำให้เห็นได้ว่ารุ่นนี้ขอบจอค่อนข้างบาง ให้สัดส่วนหน้าจอเทียบกับตัวเครื่องอยู่ที่ 94% ความละเอียดหน้าจอเป็น FullHD 1920 x 1080 พิกเซล มุมมองแบบ IPS ให้ความสว่าง 400 nits และค่าแสงที่ sEGB 100%

บริเวณกล้องเว็บแคมความละเอียด 720p ที่ให้มาจะมีชัตเตอร์เพื่อปิดกรณีที่ไม่ต้องการใช้งาน พร้อมกับเพิ่มเซ็นเซอร์วัดระยะมาด้วย ทำให้เวลาลุกออกจากหน้าเครื่อง ExpertBook B9 จะทำการล็อกหน้าจออัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามในกรณีที่ปิดขัตเตอร์บังกล้องไว้ ก็จะไม่สามารถใช้งานปลดล็อกด้วยใบหน้าได้

ในส่วนของคีย์บอร์ด ยังคงมาในรูปแบบชิกเล็ตมาตรฐาน ระยะกดของปุ่มอยู่ที่ 1.5 มิลลิเมตร ป้องกันน้ำหกใส่ และมีไฟ Backlit ไว้ใช้งานในเวลากลางคืนด้วย ส่วนบริเวณทัชแพด จะสามารถเปิดฟีเจอร์ใช้งานเป็นปุ่มตัวเลขเพิ่มเติมได้ ช่วยให้สามารถกรอกข้อมูลตัวเลขได้สะดวกขึ้น

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อ ExpertBook B9 ให้พอร์ตมาครบถ้วนสำหรับการเป็นโน้ตบุ๊กบิสสิเนส ไล่ตั้งแต่พอร์ต USB 3.2 Type-A 1 พอร์ต มี Thunderbolt 4 (USB-C) ให้อีก 2 พอร์ต ซึ่งรองรับการต่อจอแยก และชาร์จไฟทั้งสองพอร์ต เพิ่มเติมด้วย HDMI 2.0 ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และ MicroHDMI ที่ใช้งานคู่กับอะเดปเตอร์แปลงเป็นพอร์ต LAN ที่แถมมาให้ในกล่อง

ในแง่ของความปลอดภัยตัวเครื่องมีช่องล็อก Kensington มาให้ เพื่อรวมกับ Windows Hello ที่รองรับทั้งการปลดล็อกด้วยใบหน้า และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่บริเวณมุมขวาล่างของคีย์บอร์ด ทำให้เครื่องรุ่นนี้ ผ่านมาตรฐานด้านซิเคียวริตี้สำหรับใช้งานในองค์กรธุรกิจแน่นอน

ส่วนแบตเตอรีที่ให้มา 66 Whr นั้น สามารถใช้งานรับชมวิดีโอได้ต่อเนื่องกว่า 20 ชั่วโมง ส่วนการใช้งานหนักๆ ได้กว่า 13 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จเร็วจากอะเดปเตอร์ 65W ที่ให้มาจาก 1% – 60% ได้ในเวลา 49 นาที ซึ่งแปลว่าสามารถชาร์จเพียง 1 ชั่วโมง ใช้งานได้ตลอดวันสบายๆ

จุดที่อัปเกรดขึ้น

ภายใน ExpertBook B9 จุดที่มีการอัปเกรดเพิ่มเติมจากรุ่นปี 2020 จะประกอบด้วยชิปเซ็ตที่ใหม่ขึ้น ด้วยการเลือกใช้ 11 Gen Intel Core i7-1165G7 พร้อม Intel Iris Xe RAM 16 GB SSD 1 TB ให้ใช้งาน

ถัดมาคือการเพิ่มความแข็งแรงของหน้าจอด้วยการเสริมโครงเหล็กเข้าไป แก้ปัญหาหน้าจอยวบในรุ่นของปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้น้ำหนักโดยรวมของตัวเครื่องเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่รองรับการกดทับของหน้าจอได้มากขึ้น

อีกอย่างที่น่าสนใจคือการเปิดให้สามารถเลือกใส่ SSD ได้แบบคู่ ทำให้ ExpertBook B9 สามารถทำ RAID0 เพื่อให้ตัวเครื่องทำงานได้เร็วขึ้น หรือ RAID1 เพื่อสำรองข้อมูลในการใช้งานได้ เหมาะกับการใช้งานในองค์กรธุรกิจขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ก็มีการอัปเกรดในแง่ของระบบตัดเสียงรบกวน เวลาใช้งานวิดีโอคอลล์ ด้วยการนำ ASUS AI Noise-Cancelling Audio มาช่วยทั้งเสียงของคู่สนทนาที่ผู้ใช้ได้ยิน และปรับเสียงจากไมโครโฟนให้ปลายสายด้วย

อีกความน่าสนใจก็คือเรื่องของบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก โดยที่ในรุ่น ExpertBook B9400 นี้ ได้มีการนำกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ใส่อะเดปเตอร์ชาร์จไฟ และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ มาใช้เป็นขาตั้งเครื่องได้เพิ่มเติม และยังทำจากกระดาษทั้งหมดอีกด้วย

สรุป

Asus ExpertBook B9 รุ่นปี 2021 ในรหัส B9400 วางจำหน่ายให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่น คือเลือกระหว่าง Windows 10 Home ราคา 44,990 บาท กับ Windows 10 Pro ราคา 49,490 บาท ซึ่งถ้าเป็นการใช้งานในองค์กรธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัย แนะนำให้เลือกรุ่น Windows 10 Pro จะเหมาะสมกว่า

อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่มีเฉพาะรุ่น Core i7 ทำให้ราคาเริ่มต้นของ ExpertBook B9 ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับรุ่นของปีที่แล้ว Core i5 จะอยู่ที่ 38,990 บาท ซึ่งถ้าไม่ได้ต้องการพลังในการประมวลผลระดับ Core i7 แต่เน้นความบางเบา พกพาง่าย ก็จะไม่มีตัวเลือกเริ่มต้นมาให้

ในภาพรวม ExpertBook B9400 ยังคงรักษามาตรฐานของบิสสิเนสแล็ปท็อปได้เป็นอย่างดี แต่ก็กลายเป็นว่า ไม่ได้เหมาะกับการนำไปใช้งานทั่วไปสำหรับคอนซูเมอร์ เพราะเมื่อระดับราคาสูงขึ้นมาเกือบ 5 หมื่นบาท ยังมีตัวเลือกอีกหลายรุ่นที่น่าสนใจในตลาดนี้

Gallery

]]>
Review : Asus ExpertBook P2 โน้ตบุ๊กธุรกิจ ผ่านมาตรฐานความแข็งแรงทางทหาร https://cyberbiz.mgronline.com/review-asus-expertbook-p2/ Wed, 23 Sep 2020 03:51:39 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=33712

เมื่อความต้องการใช้งานโน้ตบุ๊กในองค์กรธุรกิจนั้นมีความหลากหลาย ทำให้นอกเหนือจาก ExpertBook P1 (P1440) ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กธุรกิจของทางเอซุส (Asus) แล้ว ก็ยังมี ExpertBook P2 (P2451) ออกมาจับกลุ่มผู้ใช้องค์กรธุรกิจที่ต้องการความแข็งแรงของตัวเครื่อง และความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น

จุดขายหลักของ Asus ExpertBook P2 (P2451) คือวางตำแหน่งเป็นโน้ตบุ๊กธุรกิจที่มาช่วยเพิ่ม Productivity สำหรับองค์กรธุรกิจ ที่โดดเด่นทั้งเรื่องการประมวลผลประสิทธิภาพสูงจากซีพียูของ Intel รุ่นที่ 10 ผสมผสานกับการออกแบบนี้เน้นความคล่องตัว พอร์ตเชื่อมต่อที่ครอบคลุม และโครงสร้างตัวเครื่องที่แข็งแรง

ข้อดี

  • ขนาดเครื่องกะทัดรัด
  • ตัวเครื่องมีความแข็งแรง
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบถ้วน
  • ใช้งานบนแบตเตอรีได้ยาวนานทั้งวัน

ข้อสังเกต

  • ดีไซน์ ไม่ได้แปลกใหม่ เน้นใช้งานในองค์กรมากกว่า
  • ด้วยการที่ให้พอร์ตมาครบ ทำให้ตัวเครื่องหนากว่าปกติ

สำหรับสเปกของ ASUS ExpertBook P2451 ประกอบด้วย

  • OS : Windows 10 Pro 
  • CPU : Intel Gen 10 Core i5 1.6 GHz
  • GPU : Intel UHD 
  • RAM : DDR4 8 GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล : SSD 512 GB
  • หน้าจอ :14  นิ้ว Full HD (1920 x 1080 พิกเซล)
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 5 / Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ : 48Whr 3 เซลล์
  • น้ำหนัก : 1.5 กิโลกรัม
  • ราคา : เริ่มต้นที่ 15,xxx บาท

โน้ตบุ๊กจอ 14” น้ำหนักเบา มาตรฐานกองทัพ

เมื่อเป็นโน้ตบุ๊กสำหรับองค์กรธุรกิจที่เน้นเรื่องความแข็งแรงของตัวเครื่อง ทำให้ Asus ExpertBook P2 มีการออกแบบให้เหมาะกับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งเรื่องความแข็งแรงของตัวเครื่อง ด้วยการนำโครงสร้างพิเศษมาช่วยเสริมความแข็งแกร่ง

โดยนอกจากโครงเครื่องโน้ตบุ๊กปกติแล้ว ExpertBook P2 ยังมีการเสริมฝาที่เป็นอลูมิเนียมเข้ามา ภายในมีการเพิ่มเหล็กค้ำยันข้างใต้ฐานคีย์บอร์ด เพื่อให้โครงสร้างมีความแข็งแรงขึ้น ผสมกับระบบป้องกันฮาร์ดดิสก์แบ EAR ช่วยให้รองรับแรงกระแทก และป้องกันไม่ให้เสียหายด้วย

ขณะเดียวกัน เครื่องรุ่นนี้ยังผ่านการรับรองมาตรฐานกองทัพ (US Military Grade : MIL-STD 810G) ที่ได้รับการทดสอบรับแรงกระแทก ที่ความเร็ว 40G/11ms ได้มากกว่า 18 ครั้ง รองรับแรงสั่นสะเทือน 5-500 Hz 3 ทิศทางกว่า 30 นาที รวมถึงการใช้งานในอุณหภูมิสูง และติดลบด้วย

ถัดมาในส่วนของหน้าจอแสดงผลขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920 x 1080 พิกเซล) ที่ให้มา ยังเป็นจอภาพขอบบาง NanoEdge 7.15 มิลลิเมตร ทำให้สัดส่วนจอภาพคิดเป็นสัดส่วน 76% ของขนาดตัวเครื่อง

ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊กขนาดจอ 13 นิ้ว ซึ่งขนาดตัวเครื่องของ ExpertBook P2 จะอยู่ที่ 325.3 x 232.9 x 19.9 มิลลิเมตร นำ้หนัก 1.5 กิโลกรัม วางจำหน่ายในโทนสีคลาสสิคสีดำ Star Black

สำหรับในแง่ของความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน ExpertBook P2 นั้น บริเวณกล้องเว็บแคมความละเอียด 720p จะมีการติดตั้ง Webcam Privacy Shield Slides มาให้ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในปิดกล้องจากม่านชัตเตอร์ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ถ้าสังเกตบริเวณล่างหน้าจอของ ExpertBook P2 จะพบว่ามีขอบที่ค่อนข้างหนา โดยเป็นผลมาจากการออกแบบที่ต้องการให้สามารถกางหน้าจอได้ 180 องศา ทำให้ต้องเว้นพื้นที่บางส่วนไว้เพื่อความแข็งแรงของข้อพับที่ยึดเครื่องกับหน้าจอ

ในส่วนของคีย์บอร์ด ExpertBook P2 นั้น จะมีตัวเลือกเป็นคีย์บอร์ดแบบมาตรฐาน โดยมีระยะห่างระว่างปุ่ม 1.5 มม. ช่วยให้พิมพ์ใช้งานได้สะดวก โดยสามารถเลือกติดตั้งไฟ Backlit และเคอเซอร์ SensePoint เพิ่มเติมได้

ถัดจากคีย์บอร์ดมาที่บริเวณแทร็กแพด ที่จะวางตำแหน่งเยื้องมาทางซ้ายเล็กน้อย โดยมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ทางขวาบนแยกออกมา สามารถทำงานร่วมกับ Windows Hello เพื่อล็อกอินใช้งานเครื่องได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างของ ExpertBook P2 คือการให้พอร์ตมาตรฐานมาครบถ้วน ไม่ต้องใช้อะเดปเตอร์สำหรับแปลงพอร์ตเพิ่มเติม โดยทางฝั่งซ้ายจะมีช่องเสียบชาร์จแบตฯ พอร์ต LAN 10/100/1000 USB-C 3.2 HDMI และ USB 3.2 มาให้

ส่วนทางขวาจะมีช่องล็อก Kensington พอร์ต VGA USB 3.2 อีก 1 พอร์ต USB 2.0 ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และช่องอ่านไมโครเอสดีการ์ด ความพิเศษอย่างหนึ่งก็คือพอร์ต USB-C ที่ให้มาจะรองรับการชาร์จเร็ว ส่งต่อไฟล์ความเร็วสูง และใช้ต่อกับจอภาพเพิ่มเติมได้ด้วย

ปรับแต่งสเปกได้หลากหลาย

ด้วยการที่เป็นโน้ตบุ๊กธุรกิจ ทำให้ทางเอซุส เปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งสเปกตามการใช้งานได้ โดยหลักๆ แล้ว ExperBook P2451FA จะสามารถเลือกปรับแต่งซีพียู หน่วยความจำ พื้นที่เก็บข้อมูล การเชื่อมต่อไร้สาย คีย์บอร์ด ได้

เริ่มกันจากหน่วยประมวลผล ที่ ASUS ExpertBook P2451FA มีโปสเซสเซอร์ประสิทธิภาพสูงจาก Intel รุ่นที่ 10 ให้เลือกใช้งาน 3 รุ่นตามความต้องการ ประกอบไปด้วย

Intel Core i7-10510 (1.8GHz, up to 4.9GHz, 8MB cache, 4 cores) : เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง รองรับการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง รองรับการทำงานตั้งแต่ระดับต้น อย่างงานเอกสารทั่วไป ใช้งานเพื่อความบันเทิง จนถึงการประมวลผลขั้นสูงอย่างการเรนเดอร์ภาพ 3D จนถึงครีเอทีฟต่างๆ

Intel Core i5-10210 (1.6GHz, up to 4.2GHz, 6MB cache, 4 cores) : ที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไป รองรับการทำงานหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง ใช้ดูหนังฟังเพลงได้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงใช้เล่นเกมยอดนิยมก็ได้

สุดท้ายคือ Intel Core i3-10110 (2.1GHz, up to 4.1GHz, 4MB cache, 2 cores) : ซึ่งถือเป็นรุ่นเริ่มต้น รองรับการใช้งานพื้นฐาน รวมถึงการดูหนัง ฟังเพลง สตรีมมิ่ง 4K ได้

ถัดมาคือในส่วนของหน่วยความจำ (RAM) ที่รุ่นนี้เลือกปรับแต่งได้เร่ิมต้นที่ 4 GB 8 GB และ 16 GB รองรับได้สูงสุด 32 GB ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลมีให้เลือกทั้งแบบฮาร์ดดิสก์ 1 TB 2 TB และ SSD 256 GB 512 GB และ 1 TB

ในส่วนนี้ ถ้าเป็นการนำมาใช้เพื่อทำงานแนะนำให้เลือกเริ่มต้นที่ Core i5 RAM 8 GB และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ SSD 256 GB คู่กับ HDD ปกติเพื่อใช้เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ จะช่วยให้สามารถใช้งานได้ในระยะยาว และคุ้มค่ามากกว่า

จุดเด่นอย่างหนึ่งในการเป็นโน้ตบุ๊กธุรกิจของเอซุส คือมีบริการหลังการขายแบบ Perfect Warrant ที่มีบริการซ่อมถึงที่ 3 ปี (3 Year Onsite Service) รับประกัน 3 ปี ทั่วโลก (3 Year Global Warranty) เสริมด้วยรับประกันอุบัติเหตุในปีแรก (1 Year Perfect Warranty) และมีบริการลูกค้าออนไลน์แบบเรียลไทม์ (ASUS Online Customer Service) ให้เข้าไปสอบถามเพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันที

ทดสอบประสิทธิภาพ

สำหรับในส่วนของการใช้งานเครื่องที่รับมาทดสอบนั้น ทำงานบนสเปก Intel Core i5 RAM 8 GB SSD 512 GB นั้นถือว่าใช้งานได้ครอบคลุมการทำงานทั่วไป การที่ให้หน้าจอสัดส่วน 16:9 ทำให้การใช้งานด้านความบันเทิงได้เป็นอย่างดี

ระยะเวลาใช้งานบนแบตเตอรีนั้น เท่าที่ทดสอบด้วยการเปิดความสว่างหน้าจอประมาณ 50% ใช้งานทั่วไป มีการเชื่อมต่อินเทอร์เน็ตตลอดเวลา จะใช้งานได้ต่อเนื่องราว 9 ชั่วโมง 41 นาที ในกรณีที่เปิดความสว่างหน้าจอแบบสูงสุดจะอยู่ที่ราว 7 ชั่วโมง 44 นาที

ทั้งนี้ ทางเอซุส ระบุว่า ในการทดสอบสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 13 ชั่วโมง ด้วยการทดสอบกับรุ่นที่ใช้ Intel Core i7 RAM 8 GB จอ FullHD ปรับความสว่างหน้าจอ 150nits ส่วนถ้าใช้เล่นเกม หรือใช้งานประมวลผลหนักๆ จะอยู่ที่ราว 1 ชั่วโมง 40 นาที

ส่วนผลการทดสอบจากโปรแกรมทดสอบสามารถดูได้จากอัลบั้มด้านล่าง

สรุป

Asus ExpertBook P2 นั้นถือเป็นอีกซีรีส์ในกลุ่มโน้ตบุ๊กธุรกิจของเอซุส ที่นำจุดแข็งเรื่องความแข็งแกร่งของตัวเครื่อง และความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลมาเป็นจุดขาย ร่วมกับการนำหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูงของ Intel Gen 10 มาใช้งาน

ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งสเปกได้ตามที่ต้องการ ซึ่งจะเหมาะกับองค์กรธุรกิจที่ต้องการมองหาโน้ตบุ๊กให้พนักงานใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น และรองรับการทำงานแบบ Mobility

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.asus.com/th/Commercial-Laptops/ASUS-ExpertBook-P2451FA/

Gallery

]]>
Review : ASUS ExpertBook P1410CDA โน้ตบุ๊กครบเครื่องสำหรับองค์กรธุรกิจ https://cyberbiz.mgronline.com/review-asus-expertbook-p1410/ Thu, 17 Sep 2020 03:20:46 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=33590

การที่เอซุส (Asus) ต้องการบุกเข้ามาในตลาดโน้ตบุ๊กสำหรับองค์กรธุรกิจ พร้อมกับตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำในตลาดนี้ภายใน 3 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับยุคการทำงานรูปแบบใหม่ที่องค์กรธุรกิจหลายแห่งต่างต้องปรับตัว เตรียมความพร้อมให้แก่พนักงาน ในกรณีที่ต้องทำงานจากนอกสถานที่ นำให้โน้ตบุ๊กกลับมาได้รับความนิยมอีกรั้ง

จุดเด่นของ Asus ExpertBook P1คือมาพร้อมกับ Windows 10 Pro ที่เหมาะกับการใช้งานในองค์กรธุรกิจ พร้อมการล็อกอินแบบสแกนลายนิ้วมือที่ทำงานร่วมกับ Windows Hello เมื่อผสมผสานกับระบบบริหารจัดการของ My Asus ทำให้กลายเป็นโน้ตบุ๊กที่เหมาะกับพนักงานที่ต้องการความคล่องตัวในการทำงานได้ทันที

ในขณะเดียวกัน ด้วยการเลือกใช้หน่วยประมวลผลจาก AMD Ryzen 7 ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่เหลืออย่าง RAM พื้นที่เก็บข้อมูลต่างๆ สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของแต่ละองค์กรธุรกิจ จึงรองรับทั้งการใช้งานทั่วไป จนถึงการเป็นเครื่องประสิทธิภาพให้พนักงานได้ใช้งาน

ข้อดี

  • โน้ตบุ๊กองค์กรรุ่นเริ่มต้นที่สามารถปรับแต่งได้ตามการใช้งาน
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบ มีให้ทั้ง USB-C HDMI และอะเดปเตอร์เชื่อมต่อ LAN / VGA
  • มี Windows 10 Pro ให้เลือกซึ่งเหมาะกับใช้งานในองค์กรธุรกิจมากกว่า
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเพื่อความปลอดภัย

ข้อสังเกต

  • ตัวเครื่องค่อนข้างหนา น้ำหนัก 1.65 กิโลกรัม
  • จอรุ่นเริ่มต้นยังไม่เป็น Full HD แต่สามารถปรับแต่งได้

สำหรับสเปกของ ASUS ExpertBook P1410CDA ในรุ่นเริ่มต้น ประกอบด้วย

  • OS : Windows 10 Pro 
  • CPU : AMD Ryzen 7 3700U
  • GPU : Radeon Vega 10
  • RAM : DDR4 8 GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล : HDD 1 TB
  • หน้าจอ :14  นิ้ว HD (1366 x 768 พิกเซล)
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 5 / Bluetooth 4.2
  • แบตเตอรี่ : 32Whr 2 เซลล์
  • น้ำหนัก : 1.65 กิโลกรัม
  • ราคา : เริ่มต้น 8,xxx บาท สอบถามผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ http://bit.ly/2wAuouV

โน้ตบุ๊กครบเครื่องสำหรับองค์กรธุรกิจ

เมื่อเป็นโน้ตบุ๊กสำหรับองค์กรธุรกิจ สิ่งที่หลายองค์กรให้ความสำคัญเลยคือต้องซื้อแล้วจบ สามารถเลือกปรับสเปกได้ตามความต้องการ มีการรับประกันที่ดี และที่สำคัญคือแกะกล่องมาต้องพร้อมใช้งาน

ด้วยเหตุนี้ Asus จึงทำการบ้านมาค่อนข้างดีสำหรับ ExperBook P1410CDA ด้วยการที่มีตัวเลือกให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งได้ตั้งแต่การเลือกหน่วยประมวลผล ที่มีตัวเลือกเริ่มต้นเป็น Ryzen 3 (3200U) Ryzen 5 (3500U) และ Ryzen 7 (3700U)

ในขณะที่ระบบปฏิบัติการก็สามารถเลือกได้ว่าจะใช้งานคู่กับ Windows 10 Home หรือ Windows 10 Pro แต่ทางเลือกที่แนะนำสำหรับใช้งานในองค์กรธุรกิจคือ Windows 10 Pro ที่จะมีฟีเจอร์สำหรับการทำงานที่เพิ่มขึ้น เหมาะกับการใช้ทางธุรกิจโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ องค์กรธุรกิจยังสามารถเลือกปรับ RAM ได้สูงสุด 16 GB พื้นที่เก็บข้อมูลแบบคู่ ที่สามารถใส่ SSD ได้สูงสุด 512 GB คู่กับ HDD สูงสุด 1 TB ซึ่งแน่นอนว่าขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน ถ้าให้แนะนำคือเริ่มต้นด้วย SSD 128 GB กับ HDD 500 GB เพื่อเก็บข้อมูล ก็เพียงพอกับการใช้งานของพนักงานทั่วไปแล้ว

ถัดมาคือตัวเลือกในการปรับแต่งจอ โดยจอรุ่นเริ่มต้นที่ให้มาจะเป็นขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล ที่สามารถปรับเลือกได้เป็น 14 นิ้ว Full HD 1920 x 1080 พิกเซล

ในขณะที่การรับประกันของ Asus จะประกอบไปด้วย บริการซ่อมถึงที่ 3 ปี (3 Year Onsite Service) รับประกัน 3 ปีทั่วโลก (3 Year Global Warranty) เพิ่มเติมด้วย ประกันอุบัติเหตุในปีแรก (1 Year Perfect  Warranty) ทำให้สบายใจในการใช้งานได้

สุดท้ายคือความพร้อมในการใช้งาน Asus ถือว่าทำการบ้านมาค่อนข้างดีตั้งแต่การออกเดสก์ท็อปอย่าง ExpertPC ด้วยการให้อุปกรณ์เสริมอย่างเมาส์ USB มาให้ภายในกล่อง และยังไม่หมดแค่นั้น เพราะมีอะเดปเตอร์แปลงพอร์ต USB เป็น LAN และ HDMI เป็น VGA มาให้ในกล่องด้วย

เรียกได้ว่าแกะกล่องมาทำการล็อกอินเข้าใช้งาน Windows 10 Pro เรียบร้อย ก็พร้อมใช้งานได้ทันที และในกรณีที่ต้องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ก็มีพอร์ตให้ใช้งานครบครัน

ภาพรวมตัวเครื่อง ExpertBook P1

ในแง่ของการออกแบบ ExpertBook P1 ถือว่าทำออกมาได้น่าสนใจ จากการนำจอแบบ NanoEdge มาใช้งาน ช่วยให้ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลง เมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ตัวจอจะมีสัดส่วนถึง 82% ของตัวเครื่อง โดยมีขอบจออยู่ที่ 6.5 มิลลิเมตร

โดยตัวหน้าจอที่ให้มามีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งเป็นจอผิวด้าน ที่เคลือบป้องกันแสงสะท้อน ให้มุมมองภาพ 178 องศา ด้านบนจะมีกล้อง VGA ให้ใช้งานเพื่อประชุมสายทางไกลได้ ส่วนด้านล่างจะมีโลโก้ ASUS สีเงินอยู่

ถัดลงมาในส่วนของคีย์บอร์ดที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โดยทางเอซุสมีการเสริมความแข็งแรงของตัวเครื่องด้วยการนำโครงสร้างโลหะชิ้นเดียวมาใช้งาน แป้นพิมพ์มีระยะการกดที่ 1.4 มิลลิเมตร ช่วยให้พิมพ์ใช้งานได้สะดวกขึ้น

ขณะเดียวกับแถบคำสั่งลัดที่ให้มาบริเวณปุ่ม Fn ถือว่าครบ ตั้งแต่การปรับระดับเสียง ความสว่างหน้าจอ ปิดการใช้งานทัชแพด สลับหน้าจอ ปิดกล้อง จับภาพหน้าจอ เรียกโปรแกรมจัดการ My Asus

ต่อเนื่องมาในส่วนของทัชแพด ที่หลังๆ เอซุส พัฒนาการใช้งานมาได้น่าสนใจ การควบคุมสั่งงานด้วยทัชแพด ลื่นไหลดี และในรุ่นนี้ยังมีการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาที่มุมขวาบนของทัชแพด เพื่อใช้ปลดล็อกใช้งานเครื่องด้วย

บริเวณที่วางข้อมือทางฝั่งซ้าย จะมีสัญลักษณ์ ExpertBook อยู่ ส่วนทางฝั่งขวาเป็นข้อความ Sonic Master ที่เป็นเทคโนโลยีลำโพงของเครื่องรุ่นนี้ ซึ่งให้พลังเสียงได้ดีทีเดียว

ในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อทางซ้าย จะมีช่องเสียบสายชาร์จ พอร์ต USB-C 3.1 HDMI และ USB 3.1 อีก 1 พอร์ต

ขณะที่ทางขวา จะมีพอร์ตล็อกเครื่อง Kensington ตามด้วย USB 2.0 อีก 2 พอร์ต ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และช่องอ่านไมโครเอสดีการ์ด

ส่วนของแบตเตอรีที่ให้มาอยู่ที่ 32 Whr โดยทางเอซุส ระบุว่า เมื่อทำงานร่วมกับอะเดปเตอร์ 65W จะสามารถชาร์จได้ 60% ภายใน 49 นาที

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ

ด้วยการที่ ExpertBook P1 ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานภายในองค์กร ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยใน ExpertBook P1 ได้มีการนำมาตรฐานการป้องกันฮาร์ดดิสก์ EAR HDD มาใช้งาน

โดยจะช่วยป้องกันฮาร์ดดิสก์ ที่จะมีการตรวจจับแรงสั่นสะเทือน และตัดการทำงานของฮาร์ดดิสก์ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่เก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ได้รับผลกระทบ ประกอบกับเปิดให้สามารถใช้พื้นที่เก็บข้อมูลคู่ SSD + HDD ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น

ขณะเดียวกันด้วยการที่ Windows 10 Pro รองรับการใช้งาน Windows Hello ที่สามารถใช้งานร่วมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อกเครื่องได้ จะช่วยให้ผู้ไม่หวังดีไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในตัวเครื่องได้ด้วย

นอกจากนี้ การที่เอซุส มีโปรแกรมบริหารจัดการตัวเครื่องอย่าง My Asus มาให้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปตรวจสอบการอัปเดตไดรฟ์เวอร์ และตรวจสอบการใช้งานของตัวเครื่องได้

เพิ่มเติมด้วยการปรับโหมดชาร์จแบตเตอรี ที่สามารถเลือกได้ว่าจะใช้โหมดความจุเต็ม ที่จะชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี 100% รองรับการใช้งานระหว่างเดินทาง หรือเลือกใช้โหมดสมดุล ที่จะชาร์จแบตเตอรีไว้ที่ 80% และโหมดยืดอายุการใช้งาน ที่จะชาร์จสูงสุด 60% เพื่อยืดระยะประจุของแบตเตอรี

ทดสอบประสิทธิภาพ

ภาพรวมของการใช้งาน Asus ExpertBook P1 ในรุ่นเริ่มต้นนั้น ถือว่าเหมาะกับการใช้งานเอกสารทั่วไปภายในสำนักงานเป็นหลัก รวมถึงรองรับทางด้านความบันเทิงระดับเริ่มต้น เนื่องจากตัวจอไม่ได้เป็นแบบ Full HD 

ขณะเดียวกัน การใช้งานบนแบตเตอรีนั้น ถ้าเปิดความสว่างหน้าจอ 50% ใช้งานทั่วไป จะใช้งานต่อเนื่องได้ราว 5 ชั่วโมง 44 นาที และถ้าปรับความสว่างหน้าจอเป็น 100% จะใช้ได้ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง 51 นาที

ส่วนถ้าต้องใช้งานประมวลผลหนักๆ ต่อเนื่องจะอยู่ที่ราว 1 ชั่วโมง 15 นาที เท่านั้น เนื่องจากยังใช้ซีพียูเป็น Ryzen 7 3700U ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Zen+ 12 นาโนเมตร ซึ่งถ้าอัปเกรดเป็น Ryzen 4000 ซีรีส์ที่ใช้ 7 นาโนเมตร ก็จะประหยัดแบตเตอรีมากขึ้น

ส่วนผลการทดสอบจากโปรแกรมทดสอบต่างๆ สามารถดูผลได้จากอัลบั้มด้านล่าง

สรุป

Asus ExpertBook P1 ที่ถือเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นเริ่มต้นของทางเอซุส กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับบรรดาธุรกิจ SMEs จนถึงองค์กรธุรกิจขนาดกลาง และใหญ่ ที่ต้องการโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพดี รองรับมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ

โดยเฉพาะการเปิดทางเลือกให้สามารถปรับแต่งสเปก ตามแต่ความต้องการขององค์กรธุรกิจ มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน ที่สำคัญคือทำงานบน Windows 10 Pro ที่รองรับการอัปเกรดแพทซ์ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลภายในตัวเครื่องด้วย

Gallery

]]>
Review : Asus ExpertBook B9450 โน้ตบุ๊กองค์กรสุดบางเบา https://cyberbiz.mgronline.com/review-asus-expertbook-b9450/ Tue, 16 Jun 2020 13:18:53 +0000 https://cyberbiz.mgronline.com/?p=33070

เอซุส (Asus) เริ่มหันมาบุกตลาดโน้ตบุ๊กในกลุ่มองค์กรธุรกิจ หลังจากชิงส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มคอนซูเมอร์จนขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในท้องตลาดแล้ว โดยตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า จะมีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มภาคการศึกษา และ SMEs มากกว่า 30% หรือเทียบได้กับการเป็นผู้นำในตลาดนี้

หนึ่งในรุ่นที่เอซุส นำมาใช้เพื่อเป็นมาตรฐานในการนำโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าองค์กรธุรกิจคือสินค้าในกลุ่ม ExpertBook นำโดย Asus ExpertBook B9450 ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กสำหรับองค์กรธุรกิจขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ที่เบาที่สุดในโลกเวลานี้

จุดเด่นของ Asus ExpertBook B9450 นอกเหนือจากเรื่องบางเบา และวัสดุที่แข็งแรงแล้ว ยังสามารถทำงานบนแบตเตอรีได้ 12 – 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่ารองรับการทำงานยุคใหม่ได้อย่างเต็มที่ มีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบถ้วน บนความปลอดภัยระดับองค์กร ทำงานบนหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุดของ Intel Gen 10 ในราคาเริ่มต้น 38,990 บาท

ข้อดี

  • น้ำหนักเบา เริ่มที่ 870 กรัม
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ตลอดวัน
  • พอร์ตเชื่อมต่อที่จำเป็นครบถ้วน
  • ดีไซน์แบบ Ergonomic ที่ยกคีย์บอร์ดให้พิมพ์ง่าย
  • มีระบบรักษาความปลอดภัยทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือกล้องอินฟาเรด

ข้อสังเกต

  • ซีพียูที่ใช้เป็นรุ่นประหยัดพลังงาน ทำให้ไม่เหมาะกับการประมวลผลหนักๆ
  • จากวัสดุที่ใช้ที่แข็งแรง แต่ยืดหยุ่น ทำให้เวลาจับแล้วเครื่องยวบๆ บางจุด

เสริมภาพลักษณ์นักธุรกิจ

เมื่อเอซุส วางตำแหน่งเป็นผู้ท้าชิงในกลุ่มโน้ตบุ๊กสำหรับนักธุรกิจ ทำให้ Asus ExpertBook B9450 ต้องแบกรับหน้าที่สำคัญในการสร้างความประทับใจให้บรรดาเหล่าผู้บริหารเห็นและให้ความสนใจเลือกมาใช้งาน ซึ่งทำให้รูปลักษณ์ของ B9450 กลายเป็นจุดที่สำคัญที่สุดในการทำตลาดนี้

แน่นอนว่า ExpertBook B9450 ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะด้วยการออกแบบที่มีเอกลักษณ์จนได้รับรางวัล Red Dot Design 2020 มาช่วยการันตี ความโดดเด่นของ B9450 คือการเลือกนำวัสดุที่เป็นโลหะผสม อย่างแม็กนีเซียม ลิเธียม มาใช้งาน ซึ่งจะมีความเบา และแข็งแรงกว่าแม็กนีเซียม อลูมิเนียม

ขณะเดียวกัน เมื่อได้โครงเครื่องที่บางแต่แข็งแรง ทำให้สามารถผลิตโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ออกมาในฟอร์ตเฟคเตอร์ของโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วได้ ทำให้ ExpertBook B9450 มีขนาดกระทัดรัดกว่าโน้ตบุ๊ก 14 นิ้ว ทั่วไปในท้องตลาด

ความแข็งแรงของ B9450 ยังได้รับการรับรองจากมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810G ที่ทดสอบทั้งเรื่องการกดทับ การสั่น กระแทก และตกจากที่สูง ที่จะช่วยรักษาข้อมูลภายในตัวเครื่องไม่ให้เกิดความเสียหายในตัว

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของความเบา แต่ก็มาพร้อมกับระยะเวลาการใช้งานบนแบตเตอรีที่ยาวนาน โดย B9450 จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่นย่อย คือ รุ่นแบตเตอรี 33Whr เคลมว่าใช้งานต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง น้ำหนักจะอยู่ที่ 870 กรัม ส่วนรุ่น 66Whr ที่เคลมว่าใช้งานได้ 24 ชั่วโมง น้ำหนักจะอยู่ที่ 995 กรัม

ทั้งนี้ ขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 320 x 203 x 14.9 มิลลิเมตร วางจำหน่ายเฉพาะสีดำ Star Black ที่จะมีการเล่นลายสะท้อนแสงระยิบระยับเวลาแสงตกกระทบช่วยเพิ่มความหรูหราให้ตัวเครื่องด้วยโดยตรงกลางจะมีสสัญลักษ์ ASUS สีเงินพาดอยู่

เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมา จะพบกับจอ LED IPS –ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD ในสัดส่วน 16:9 โดยมีขอบหน้าจออยู่ที่ 4 มิลลิเมตร สัดส่วนตัวเครื่องเมื่อเทียบกับหน้าจออยู่ที่ 94% ขอบเขตการแสดงผลสีเป็น Wide 100% sRGB มุมมองภาพ 178 องศา

สิ่งที่น่าสนใจคือกล้องหน้าที่เป็น IR Camera ความละเอียด 720p ที่มาพร้อมกับไมโครโฟน ซึ่งจะมีม่านชัตเตอร์ให้เลือกเปิดปิดกล้องหน้าได้จากตัวเครื่อง ไม่ต้องเข้าไปปิดในระบบปฏิบัติการ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น

ถัดลงมาที่บริเวณคีย์บอร์ดไล่จากส่วนบนจะมี ตัวอักษรระบุ Asus ExpertBook อยู่ ถัดลงมาเป็นแป้นคีย์บอร์ดที่มีไฟ LED ภายใน ซึ่งแป้นตัวอักษรต่างๆ จะมีขนาดมาตรฐาน แต่บริเวณแถบคำสั่งแถวบนสุด และปุ่มลูกศรจะมีขนาดเล็กกว่าปกติ

อีกจุดเด่นที่น่าสนใจคือบริเวณ TouchPad ที่นอกจากใช้ควบคุมเมาส์แล้ว ยังสามารถกดบริเวณมุมขวาบนเพื่อเรียก Asus NumberPad 2.0 ขึ้นมาใช้กรอกตัวเลข และแทนเครื่องคิดเลขได้ด้วย นอกจากนี้ที่ด้านล่างปุ่มลูกศร จะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือให้ใช้ปลดล็อกเครื่องด้วยe

ErgoLift ช่วยให้ใช้งานสบาย

สำหรับผู้ที่ติดตามผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กของเอซุสในช่วงหลังๆ จะเริ่มเห็นการนำเสนอเรื่องของ ErgoLift หรือการที่เวลาเปิดหน้าจอขึ้นมาแล้ว จะยกตัวเครื่องขึ้นเพื่อช่วยให้ได้องศาในการใช้งานที่ดีที่สุด ซึ่ง B9450 ก็เป็นอีกรุ่นที่รองรับการใช้งานในลักษณะดังกล่าว

เมื่อกางหน้าจอขึ้นมาที่ 145 องศา ตัวเครื่องจะยกขึ้นมาจากพื้น 5 องศา ซึ่งนอกจากช่วยให้องศาเข้ามือแล้ว ยังช่วยให้ตัวเครื่องระบายความร้อนด้วย เพราะมีอากาศถ่ายเทที่ด้านล่างตัวเครื่องมาช่วยให้พัดลมทำงานได้ดีขึ้น

พอร์ตเชื่อมต่อครบ

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อของ B9450 ที่ให้มาครบนั้น เริ่มจากทางฝั่งซ้าย ประกอบไปด้วยพอร์ค Thunderbolt 3 (USB-C) 2 พอร์ต HDMI ขนาดมาตรฐาน และ MicroHDMI สำหรับเชื่อมต่อกับอะเดปเตอร์แปลงเป็นพอร์ต LAN ที่สามารถฟิกซ์ Mac Address เพื่อความปลอดภัยได้

ทางฝั่งขวาจะมีช่องล็อก Kensington พอร์ต USB 3.2 ช่องเสียบหูฟัง และไมโครโฟน ขนาด 3.5 มม. พร้อมกับไฟแสดงสถานะการทำงานของเครื่องอยู่ข้างๆ จะเห็นได้ว่า เอซุส เลือกนำพอร์ต USB ขนาดมาตรฐานใส่มาให้ใช้งานด้วย ทำให้ไม่ต้องพกอะเดปเตอร์แปลงเพิ่มเติมให้วุ่นวาย

ในเรื่องของการเชื่อมต่อ ภายในของ B9450 ยังรองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6 ในลักษณะของ DualBand ทำให้รองรับเครือข่ายความเร็วสูงถึง 2.4 Gbps พร้อมกับบลูทูธ 5.0 มาช่วยทำให้การเชื่อมต่อได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

โน้ตบุ๊กองค์กรความปลอดภัยต้องมาก่อน

เมื่อดูถึงการเตรียมการด้านความปลอดภัย B9450 ใส่มาให้ทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และกล้องอินฟาเรดที่สามารถทำงานคู่กับ Windows Hello ที่เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของ Microsoft ได้ ดังนั้น ปัญหาในการเข้าใช้งานจากผู้ไม่หวังดีจึงหมดไป

นอกจากนี้ ภายในกลุ่มสินค้าของ Asus ExpertBook ยังมีระบบบริหารจัดการอย่าง Asus Control Center และ Asus Business Manager มาช่วยให้ฝ่ายไอทีในองค์กรธุรกิจทำงานง่ายขึ้น เพราะสามารถ Remote เข้ามาแก้ปัญหาผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที

ทดสอบประสิทธิภาพ

มาถึงในส่วนของประสิทธิภาพตัวเครื่อง Asus ExpertBook B9450 วางจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่นอย่างที่กล่าวไป คือรุ่นที่มีแบตเตอรีขนาด 33Whr ซึ่งจะมากับหน่วยประมวลผล Intel Core i5 10210U RAM 8 GB SSD 512 GB ส่วนรุ่น 66Whr จะมากับหน่วยประมวลผล Intel Core i7 10510U RAM 16 GB SSD 1 TB

โดยรุ่น Core i7 ความเร็วพื้นฐานจะอยู่ที่ 1.4 GHz และสามารถ Turbo Boots ไปที่ 4.9 GHz ได้ ในขณะที่ Core i5 ความเร็วพื้นฐานอยู่ที่ 1.6 GHz Turbo Boots ไปที่ 4.2 GHz แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นหน่วยประมวลผลในตระกูลประหยัดพลังงาน ทำให้ประสิทธิภาพอาจจะเทียบกับรุ่นปกติไม่ได้

สรุป

ด้วยการที่ Asus ExpertBook B9450 มากับตำแหน่งโน้ตบุ๊กน้ำหนักเบาที่สุดในโลกเวลานี้ ด้วยน้ำหนักราว 870 กรัม ดังนั้นใครที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กใช้งานในองค์กร ที่เน้นพกพาง่าย แบตเตอรีอึด พอร์ตเชื่อมต่อครบ รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแน่นอน

แต่ถ้าเป็นผู้ใช้งานที่ต้องการพลังในการประมวลผลสูง ไม่ได้เน้นเรื่องการพกพา Asus จะมีตัวเลือกอย่าง ProArtStudio มาเป็นอีกกลุ่มให้เลือกใช้งาน ดังนั้น ต้องมองให้ชัดก่อนว่าต้องการโน้ตบุ๊กมาตอบโจทย์การใช้งานประเภทไหน

Gallery

]]>