Review : EZVIZ S5 plus อีกหนึ่งทางเลือก Action Camera รุ่นไฮเอนด์

12436

IMG_5818

EZVIZ (อีซี่วิซ – นำเข้าโดย บริษัท เอสเทรค (ประเทศไทย) จำกัด) ชื่อนี้ฟังดูแล้วเหมือนเป็นเจ้าใหม่ของตลาด แต่ความจริงแล้ว EZVIZ เป็นแบรนด์เดียวกับ HIKVISION (ผู้คร่ำหวอดในวงการกล้องวงจรปิด) โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ EZVIZ จะเน้นจับกลุ่มไลฟ์สไตล์ด้วยราคาที่ทุกคนยอมรับได้ มีให้เลือกตั้งแต่กล้องวงจรปิด Cloud Camera ไปถึงกล้องแอคชันแคม (ทางอีซี่วิซเรียกว่า “Sport Camera”) EZVIZ S5 และ S1 ที่เน้นเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการแอคชันแคมประสิทธิภาพสูงในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง

โดยในวันนี้ทีมงานไซเบอร์บิซได้รับ EZVIZ S5 plus ซึ่งเป็นแอคชันแคมรุ่นท็อปสุดมารีวิวให้ชมกัน

การออกแบบและสเปก

IMG_5852

IMG_5834

EZVIZ S5 plus เป็นแอคชันแคมรุ่นท็อปสุด ตัวเครื่องมีขนาด 58×45 มิลลิเมตร น้ำหนัก 99.7 กรัม มาพร้อมเคสกันน้ำ กันฝุ่น มารถลงน้ำได้ลึก 40 เมตร

ด้านสเปกกล้อง S5 Plus รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 2.4/5GHz กับสมาร์ทดีไวซ์และสามารถควบคุมกล้องผ่านแอปฯ EZVIZ Sports ได้ ด้านเลนส์กล้องให้มุมมองแบบกว้างพิเศษ (Ultra wide) 158 องศา เซ็นเซอร์รับภาพภายในเป็น CMOS 1/2.33” พร้อมรูรับแสงกว้าง f2.8 รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที (PAL 25 เฟรมต่อวินาที) วิดีโอสโลโมชันที่ความละเอียด 1080p ได้ความเร็ว 120 เฟรมต่อวินาที 720p ได้ความเร็ว 240 เฟรมต่อวินาที

IMG_5835

การถ่ายภาพนิ่ง – รองรับความละเอียดภาพสูงสุด 12 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วถึง 30 ภาพต่อวินาที

ด้านสเปกอื่นๆ – ทางอีซี่วิซจัดเต็มมาไม่ต่างจากตัวท็อปของคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นไมโครโฟนให้มา 2 ตัวพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนและเสียงลม, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว Electronic image stabilizer (EIS) พร้อม G-Sensor (ไว้ตรวจจับการเคลื่อนไหวกล้องเมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์บันทึกวิดีโออัตโนมัติ หรือเปิด Driving Mode) รวมถึงมี Low Light Mode

และสุดท้ายแบตเตอรีให้มาขนาด 1,200mAh สามารถถ่ายวิดีโอต่อเนื่องได้ยาวนาน 2 ชั่วโมงโดยประมาณ

IMG_5841

IMG_5839

กลับมาดูปุ่มคำสั่งและพอร์ตเชื่อมต่อรอบตัวเครื่องกันบ้าง เริ่มจากด้านบน จะเป็นที่อยู่ของปุ่มบันทึกวิดีโอและไฟ LED แสดงสถานะการทำงานของตัวเครื่อง

ด้านล่าง – ไฟ LED แสดงการทำงานของตัวเครื่องอีกหนึ่งดวง ถัดไปเป็นช่องใส่ขาตั้งกล้อง ส่วนขวามือคือช่องใส่แบตเตอรี

IMG_5840

IMG_5842

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง – จะเป็นช่องเชื่อมต่อ HDMI, MicroSD (รองรับความจุสูงสุด 128GB Class 10) พอร์ต MicroUSB และไฟ LED แสดงการทำงานของตัวเครื่องอีกดวง

ด้านขวาของตัวเครื่อง – จะเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง (ถ้ากล้องเปิดใช้งานอยู่ กดปุ่มนี้ค้างไว้จะเป็นคำสั่งเปลี่ยนโหมดต่างๆ) ถัดลงมาเป็นปุ่มเข้าเมนูตั้งค่ากล้อง แต่ถ้ากดค้างไว้จะเป็นคำสั่งเปิดปิด WiFi

IMG_5843

IMG_5844

ด้านหลัง – เป็นหน้าจอสัมผัส IPS LCD ความละเอียด 480×320 พิกเซล

IMG_5829

IMG_5871

สุดท้ายสำหรับอุปกรณ์ที่แถมมาในกล่อง S5 plus นอกจากเคสกันน้ำแล้ว ทางอีซี่วิซยังให้อุปกรณ์ฝาปิดหน้าเลนส์ กรอบกันรอย ฐานใส่ตัวกล้อง 2 อัน และอะไหล่สำหรับชุดเคสกันน้ำ

ฟีเจอร์เด่น

menu-ez

home-ezapp

เพราะ S5 plus เป็นตัวท็อปสุด ทำให้ตัวเครื่องมี WiFi มาให้และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถควบคุมกล้องผ่านแอปฯบนสมาร์ทดีไวซ์ได้ หรือถ้าผู้ใช้ต้องการประหยัดแบตเตอรี ก็สามารถใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอด้านหลังตัวเครื่องได้เช่นกัน

* ยกเว้นตอนใส่เคสกันน้ำหน้าจอจะสัมผัสไม่ได้เพราะติดฝาหลังเคส ต้องใช้วิธีกดปุ่มข้างกล้องสั่งงานแทนหรือใช้การควบคุมผ่าน WiFi กับสมาร์ทดีไวซ์จะสะดวกที่สุด

setup-appez

ในส่วนความละเอียดของวิดีโออย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่ WVGA จนถึง 4K โดยเฟรมเรตวิดีโอสามารถเลือกได้หลากหลายตั้งแต่ 24-30 เฟรมต่อวินาทีสำหรับคุณภาพวิดีโอ 4K และเฟรมเรตจะมีให้เลือกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ 48-240 เฟรมต่อวินาที เมื่อดรอปคุณภาพวิดีโอลงมาตั้งแต่ 2.7K ถึง 720p

นอกจากนั้นส่วนของ Field of View ก็มีให้ผู้ใช้เลือกตามความต้องการได้ตั้งแต่ Wide, Medium และ Narrow ที่ความละเอียดตั้งแต่ 2.7K ลงมา (4K จะเลือกได้แค่ Wide เท่านั้น)

ezangle

อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญสำหรับ S5 plus ที่ไม่ต่างจากคู่แข่งก็คือเรื่องมุมมอง Super View หรือมุมมองแบบกว้างพิเศษใกล้เคียงเลนส์ Fisheye ก็มีให้เลือกใช้งานที่ความละเอียด 4K, 2.7K, 1080p และ 720p แต่สิ่งที่ได้หลังจากเลือกโหมด Super View ก็คือภาพจะมีความบิดเบี้ยวสูงมาก

dewarping-ez

เพราะฉะนั้นทางอีซี่วิซจึงต้องให้คำสั่งแก้ความบิดเบี้ยวของภาพด้วยซอฟต์แวร์มาด้วยในชื่อ “Dewarping” ซึ่งหลังจากเปิดใช้งานซอฟต์แวร์จะเข้าจัดการความบิดเบี้ยวของภาพที่เกิดจากชิ้นเลนส์ให้แบบเรียลไทม์ แต่ก็ต้องแลกกับมุมมองที่แคบลง

setup2-appez

setup1-appez

Protune (เลือกได้ทั้งหมดวิดีโอและภาพนิ่ง) – เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับกล้องแอ็คชันแคมเกือบทุกตัว ก็คือโหมด Manual ปรับค่ากล้องเอง

โดยเมื่อเปิดใช้ “Protune mode” ผู้ใช้สามารถปรับค่ากล้องตั้งแต่ความเร็วชัตเตอร์ช้าสุด 30 วินาที ปรับชดเชยแสง ปรับความไวแสงตั้งแต่ ISO400-12,800 และทีเด็ดสำหรับคนชอบตกแต่งภาพก็คือ Color Profile แบบ “Flat” ที่ช่วยขยายไดนามิกขอบเขตสีให้กว้างขึ้นเหมาะแก่ไปใช้เข้าโปรแกรมตกแต่งภาพเพิ่มเติมภายหลัง

4K Timelapse – เป็นจุดเด่นสุดท้ายของ S5 plus ที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับผู้ที่ชอบทำภาพ Timelapse เพราะในรุ่นนี้รองรับความละเอียดสูงสุดถึง 4K 30 เฟรมต่อวินาทีเลยทีเดียว (25 เฟรมต่อวินาทีสำหรับระบบ PAL)

ทดสอบประสิทธิภาพ

ทดสอบ EZVIZ S5 plus 4K 25 เฟรมต่อวินาที (Super View)

ทดสอบไมโครโฟนรับเสียงเมื่ออยู่ในสถานที่มีเสียงดัง

ทดสอบ Slow Motion 120 เฟรมต่อวินาทีที่ความละเอียด 1080p

ทดสอบด้านการถ่ายวิดีโอทั้ง 4K และ 1080p ถือว่าให้คุณภาพที่ดีพอควร วิดีโอค่อนข้างลื่นไหลทุกสภาพแสง ส่วนสัญญาณรบกวนถือว่าทำได้ดีมากที่สภาพแสงน้อย คุณภาพของวิดีโออยู่ในเกณฑ์ดี ความคมชัด สมดุลแสงขาวและความลื่นไหลถือว่าสอบผ่าน

แต่ทั้งนี้ในเรื่องการบันทึกเสียงอาจมีข้อสังเกตเล็กน้อยในเรื่องการสมดุลเสียงซ้ายขวาที่เสียงชอบแพนไปตกอยู่ที่ลำโพงซ้ายข้างเดียว บางทีก็แพนมาลำโพงขวาสลับไปมาไม่ลื่นไหล (ทดสอบฟังได้จากคลิปที่ 2) อีกทั้งเสียงมีอาการสะดุด (เดี๋ยวเบาเดี๋ยวดัง บางทีเสียงก็ทู่และเบามาก) เมื่อกล้องมีการเคลื่อนไหวหรือตัวกล้องเริ่มมีการสั่นสะเทือน

วิธีแก้ไขเรื่องเสียงแพนซ้ายขวา เสียงไม่สมดุล – นำไฟล์เข้าซอฟต์แวร์ตัดต่อจากนั้นในส่วนของเสียงจากวิดีโอให้รวมเสียงจากลำโพง L R เป็น Mono จะช่วยแก้ปัญหาได้

ส่วนอีกเรื่องก็คือระบบป้องกันภาพสั่นไหว EIS จะเปิดใช้งานได้ที่ความละเอียด 1080p ลงไป (4K เปิดไม่ได้) คาดว่าน่าจะเป็นการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ซึ่งยังให้ผลลัพท์ยังไม่น่าประทับใจนัก

ส่วนภาพนิ่ง ถือว่าใช้ได้ ภาพมีความคมชัดพอสมควร ส่วนระบบโฟกัสเป็น Fixed Focus การถ่ายย้อนแสงถ้าตั้งจุดวัดแสงเป็นเฉลี่ยทั้งภาพจะให้ผลลัพท์ที่น่าพอใจดี ส่วนใครที่ชอบตกแต่งภาพเพิ่มเติมภายหลังแนะนำให้เลือก Color Profile : Flat จะดีที่สุด เพราะโปรไฟล์สีที่ระบบตั้งเป็นค่าเริ่มต้นจะให้สีค่อนข้างสดเกินธรรมชาติไปนิดนึง

สรุปภาพรวมสำหรับด้านปะสิทธิภาพถือว่าดีเลยทีเดียวสำหรับ EZVIZ S5 plus คุณภาพไฟล์ภาพนิ่งและเคลื่อนไหวทีมงานเชื่อว่าไม่น่าแตกต่างจากคู่แข่งระดับเดียวกันมากนัก

ส่วนแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ถือว่าทางอีซี่วิซออกแบบมาดี เมนู อินเตอร์เฟสการปรับแต่งทำได้ง่าย การเชื่อมต่อ WiFi ทำได้เสถียรดี แต่แนะนำถ้าเปิดใช้ WiFi อยู่แล้วต้องการจะปิดกล้องแนะนำให้กดปุ่ม Settings ค้างไว้เพื่อปิดสัญญาณ WiFi ก่อน เพราะเมื่อกล้องเข้าสู่โหมดสแตนบายแล้ว WiFi จะยังติดและเชื่อมต่ออยู่ อาจทำให้แบตเตอรีกล้องหมดลงได้รวดเร็ว

สรุป

IMG_5877

EZVIZ S5 plus ราคาอยู่ที่ 12,990 บาท รุ่นต่ำลงมา S5 (4K 15 เฟรมต่อวินาที) อยู่ที่ 7,990 บาท และรุ่นราคาประหยัดสุด S1 อยู่ที่ 4,990 บาท

ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้แอคชันแคมราคาไม่สูงแต่ประสิทธิภาพ สเปกและฟีเจอร์ทั้งภาพนิ่งและงานวิดีโอ สามารถใช้งานทั้งระดับเริ่มต้นไปถึงระดับมืออาชีพ เทียบกับคู่แข่งที่มีราคาเกือบสองหมื่นบาทได้เลยทีเดียว

ข้อดี

– ราคาเทียบประสิทธิภาพและสเปกถือว่าคุ้มค่า
– ซอฟต์แวร์ควบคุมบนสมาร์ทดีไวซ์ออกแบบมาใช้งานง่าย
– หน้าจอ LCD เป็นแบบสัมผัส
– เลนส์ให้มุมกว้างที่ดี โดยเฉพาะ Super View Mode
– ปรับค่ากล้องแบบแมนวลได้ด้วย Protune

ข้อสังเกต

– การบันทึกเสียงด้วยไมโครโฟนสองตัว (ตัวหนึ่งรับเสียง ตัวหนึ่งตัดเสียงรบกวน) ยังทำงานได้ไม่ดีนัก
– WiFi ถ้าปิดเปิดบ่อยๆ จะพบอาการเครื่องค้างให้เห็นบ้าง ต้องปิดเปิดเครื่องใหม่

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

REVIEW OVERVIEW
การออกแบบ
8
สเปก/ฟีเจอร์เด่น
9.5
ความสามารถโดยรวม
8.5
ความคุ้มค่า
9
SHARE