Review : AIS Fibre SuperMESH WiFi ยกระดับ WiFi คุณภาพสูงเต็มพื้นที่

4521

จากในปีที่ผ่านมา เอไอเอส เริ่มนำเสนอบริการ Mesh WiFi ในการขยายพื้นที่ให้บริการ WiFi ภายในบ้านของลูกค้า AIS Fibre ให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ มาในช่วงต้นปี เอไอเอส ได้ออกเราเตอร์รุ่นใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น และรองรับการใช้งานระดับ 1 Gbps

ในชื่อ AIS SuperMESH WiFi พร้อมกับปรับแพกเกจให้บริการใหม่ ที่ทำให้สามารถใช้เน็ต 1 Gbps ได้ในราคาเดือนละ 999 บาท โดยเราเตอร์เครื่องหลักสามารถทำความเร็วในการใช้งานผ่าน WiFi ได้ถึง 1 Gbps

ขณะเดียวกันการที่มี SuperMESH WiFi มาช่วยทำให้สัญญาณที่ได้ครอบคลุมทั่วบ้านมากขึ้น และยังมีโหมดปรับสปีดในการเลือกปรับความเร็วดาวน์โหลด อัปโหลดได้ตามการใช้งานของผู้ใช้

ข้อดี

  • เราเตอร์รองรับการกระจายสัญญาณ WiFi 1 Gbps
  • ปรับปรุงคุณภาพเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
  • ตัวเราเตอร์เป็นโมเด็มในตัว ทำให้ไม่ต้องมีตัวแปลงสัญญาณไฟเบอร์อีกชิ้น

ข้อสังเกต

  • อุปกรณ์ที่รองรับการใช้งาน WiFi 1 Gbps (WiFi 5 4×4 MIMO) ยังมีจำกัดเฉพาะบางรุ่น
  • สมัครใช้งานติดสัญญา 24 เดือน (กรณีติดตั้งฟรี)

เน็ตบ้านต้องใช้ WiFi ได้เต็ม 1 Gbps

ปัจจุบันแม้ว่าหลายๆค่ายจะเร่ิมให้บริการเน็ตบ้านความเร็ว 1 Gbps กันแล้ว แต่กลายเป็นว่าถ้าต้องการความเร็ว 1 Gbps จะต้องใช้ผ่านการเชื่อมต่อสาย LAN เท่านั้น แต่ถ้าใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ จะมีข้อจำกัดเรื่องของ WiFi 5 ทั่วไป ที่ให้ความเร็วเชื่อมต่อสูงสุดราว 650 Mbps

แต่ไม่ใช่กับ AIS SuperMESH WiFi ที่สามารถใช้งาน WiFi ได้ความเร็วระดับ 1 Gbps ด้วยการที่ เอไอเอส เข้าไปร่วมพัฒนากับทาง หัวเว่ย (Huawei) นำเราเตอร์ที่รองรับ WiFi 5 เดิมที่มีข้อจำกัดในการเชื่อมต่อไร้สายอยู่ที่ 650 Mbps ปรับวิธีการส่งสัญญาณใหม่จากเดิม 2×2 MIMO เป็น 4×4 MIMO ทำให้สามารถส่งสัญญาณ WiFi ได้เกิน 1 Gbps

ทำให้เมื่อใช้งานกับเครื่องที่รองรับ (วิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดคือ ลองทดสอบความเร็ว ถ้าได้เกิน 800 Mbps แปลว่าอุปกรณ์รองรับ WiFi 5 แบบ 4×4 MIMO เพราะถ้าไม่รองรับจะได้ความเร็วไม่เกิน 650 – 800 Mbps

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเครื่องที่รองรับ WiFi 5 หรือ มาตรฐาน 802.11ac 4×4 จะมีไม่กี่รุ่น อย่างสมาร์ทโฟน Huawei รุ่น Mate 20 Pro, Mate 30, Mate 30 Pro, P30, P30 Pro ส่วนโน้ตบุ๊ก จะเป็นรุ่นที่ใช้ Wireless Chipset รุ่น Intel AC9260, Intel AC9560, Killer AX1650x, Intel AX200, Intel AX201 เป็นต้น

เช่นเดียวกับเรื่องของระยะในการใช้งาน ที่จะทำความเร็วได้สูงสุด 1 Gbps ในบริเวณจุดกระจายสัญญาณเท่านั้น แต่ถ้าระยะห่างไกลออกมา ความเร็วที่ได้ก็จะดรอปลง แต่โดยรวมถ้านับระยะการใช้งาน กับสัญญาณที่ลดลงจาก 1 Gbps พอระยะไกลหน่อยความเร็วลงมาเหลือ 500 – 600 Mbps ก็เพียงพอกับการใช้งานอยู่แล้ว

คงคอนเซปต์ Mesh WiFi ใช้งานง่าย

อีกจุดเด่นหนึ่งของ SuperMESH WiFi คือเรื่องของการกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่บ้าน โดยเมื่อสมัครแพกเกจ AIS SuperMESH WiFi ทางเอไอเอส จะให้เราเตอร์มา 2 ตัวทันที ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมมาติดตั้งเพิ่มเติม

ประกอบกับด้วยการที่เราเตอร์รุ่นใหม่นี้เป็นโมเด็มภายในตัว ทำให้สามารถเชื่อมต่อสายสัญญาณไฟเบอร์ เข้ากับตัวเราเตอร์ได้ทันที ไม่ต้องใช้ ONU รับสัญญาณไฟเบอร์ แล้วส่งต่อให้เราเตอร์กระจายสัญญาณเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้

ทำให้เวลาติดตั้งใช้งานในจุดหลักก็จะใช้ปลั้กเพียงช่องเดียว ซึ่งแน่นอนว่าควรจะติดตั้งไว้ในห้องที่มีการใช้งานหนักมากที่สุด เพื่อให้ได้อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงเต็มประสิทธิภาพ

ส่วนจุดกระจายสัญญาณที่ 2 ที่ช่วยขยายสัญญาณ อาจจะนำไปไว้ใช้ภายในห้องต่างๆ ที่ต้องการกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงนำไปใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสาย LAN ได้ด้วย

ไม่ว่าจะเป็นกล่อง Playbox กล่อง Apple TV 4K สมาร์ททีวี เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิด จนถึงเครื่องเล่นเกมคอนโซลต่างๆ เพื่อให้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ โดยความเร็วที่ได้จากสาย LAN ผ่าน SuperMESHWiFi จะอยู่ที่ราว 600 Mbps

ยังมีฟีเจอร์พิเศษอย่าง SuperMESH WiFi Setting ที่เอไอเอส เพิ่มมาให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะปล่อยสัญญาณไวไฟโดยเน้นระยะครอบคลุมในการกระจายสัญญาณ ที่จะสั่งให้เราเตอร์ปล่อยสัญญาณเน้นที่ความครอบคลุม ซึ่งอาจจะทำให้ความเร็วสูงสุดที่ได้ลดลงเล็กน้อย แลกกับพื้นที่ครอบคลุมมากขึ้น หรือจะเลือกเน้นความเร็วก็ได้

กับฟีเจอร์อย่างการสลับความเร็วอินเทอร์เน็ตภายในบ้านด้วยตนเอง (Speed Toggle) โดยตามปกติจะตั้งไว้ที่ 1000 / 200 Mbps ที่สามารถปรับได้เป็น 600 / 600 Mbps และ 200/1000 Mbps ด้วย

ทดสอบประสิทธิภาพ

ทีมงานทดลองใช้งาน AIS SuperMESH WiFi โดยจุดแรกวางไว้ในห้องทำงาน เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนตามปกติ สามารถเชื่อมต่อได้ความเร็วตามขีดจำกัดของแต่ละอุปกรณ์

เมื่อเชื่อมต่อผ่านพอร์ต LAN ความเร็วที่ได้จะอยู่ประมาณ 9xx Mbps

เช่น เมื่อเชื่อมต่อผ่านสาย LAN ความเร็วที่ได้จะอยู่ราว 930 Mbps หรือถ้า MacBook Pro 16” ที่เพิ่งรีวิวไปจะได้อยู่ประมาณ 730 Mbps ขณะที่ iPad Pro จะอยู่ราว 680 Mbps

Dell XPS 13 ที่ใช้ภาครับสัญญาณ Killer 1650s

หรืออย่างการเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊กรุ่นที่ใช้งานชิปเซ็ต Killer AX1650x อย่าง Dell XPS 13 สามารถเชื่อมต่อ WiFi ได้ราว 891 Mbps ส่วนสมาร์ทโฟนอย่าง Huawei Mate30 Pro ทำความเร็วได้ที่ 940 Mbps

เมื่อเชื่อมต่อ LAN จาก SuperMESH WiFi ตัวที่ 2 ซึ่งรับสัญญาณ WiFi จากเราเตอร์หลัก

ถัดมาในส่วนของจุดกระจายสัญญาณที่ต่อเพิ่มเข้ามา ความเร็วที่ได้จากการใช้งานจะลดลงมาเหลือราว 350 Mbps เมื่อทำการเชื่อมต่อผ่าน WiFi จาก SuperMESH WiFi หรือถ้าผ่าน LAN ก็อย่างที่แจ้งไปว่าทำได้สูงถึง 600 Mbps ซึ่งถือว่าพอกับการใช้งานในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว

ปัจจัยภายนอกที่คุมไม่ได้

ทดสอบรับ WiFi 5 4×4 MIMO ผ่าน Huawei Mate30 Pro 5G

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าการติดตั้ง SuperMESH WiFi แล้วจะได้ความเร็วสูงระดับ 1 Gbps ทุกพื้นที่ เพราะในความเป็นจริงด้วยการที่ปัจจุบันทุกๆ บ้านมีการติดตั้งเราเตอร์กระจายสัญญาณ WiFi ทำให้อาจจะมีเรื่องของสัญญาณรบกวน (interference) จากอุปกรณ์ไร้สายอื่นๆ ได้

โดยเฉพาะในการปล่อยสัญญาณ WiFi ให้ได้เน็ต 1 Gbps ทางที่ดีต้องอยู่ในจุดที่ไม่มีสัญญาณรบกวน เพราะบนคลื่น 5GHz แค่เพียงมีอุปกรณ์ในบริเวณเดียวกันใช้ช่องสัญญาณเดียวกันก็ทำให้ทำความเร็วได้ไม่ถึง 1 Gbps แล้ว

วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือการเปลี่ยนช่องสัญญาณให้ไม่ชนกับอุปกรณ์ไร้สายอื่นๆ ในบริเวณเดียวกัน โดยผู้ที่ตั้งค่าเราเตอร์เป็นสามารถเข้าไปตั้งค่าในส่วนของ Admin เพื่อปรับช่องสัญญาณได้เองทันที หรือในตอนที่ติดตั้งสามารถแจ้งให้ AIS Fibre Guru ช่วยดูแลให้ได้ด้วย

ภาพรวมเราเตอร์ AIS SuperMESH WiFi

ตัวเราเตอร์ AIS SuperMESH WiFi จะมากับเสากระจายสัญญาณ 4 เสา ที่สามารถปรับองศาในการกระจายสัญญาณได้ ที่ใต้ตัวเครื่องจะมีช่องไว้เสียบสายไฟเบอร์เข้าไปเพื่อแปลงสัญญาณ

ส่วนด้านหลังจะมีทั้งปุ่มเปิดปิดเราเตอร์ ช่องเสียบอะเดปเตอร์ไฟ ช่องสัญญาณโทรศัพท์ (กรณีที่ต้องการติดตั้งโทรศัพท์บ้านด้วย) พอร์ต Lan 4 พอร์ต และพอร์ต USB

สรุป

AIS Fibre SuperMESH WiFi จะเหมาะกับการนำไปใช้งานในบ้านขนาด 2-3 ชั้นขึ้นไป ที่ต้องการกระจายสัญญาณ WiFi ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในบ้าน และได้ประสบการณ์ใช้งานเน็ตบ้านที่เต็มประสิทธิภาพ

โดยแม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้มีอุปกรณ์ที่รองรับ WiFi 5 (4×4 MIMO) แต่ถ้ามีการใช้งานหลายดีไวซ์พร้อมกันๆ จากจำนวนผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน การมี SuperMESH ไปช่วยก็จะทำให้การใช้งานโดยรวมดีขึ้น

ที่สำคัญคือ SuperMESH WiFi ได้ทลายข้อจำกัดเรื่องความเร็วในการเชื่อมต่อ WiFi สูงสุดจากรุ่น Mesh WiFi รุ่นแรก ที่จำกัดอยู่ที่ 300 Mbps ดังนั้นถ้าบ้านไหนที่ใช้งาน AIS Fibre แพกเกจ 500 Mbps ขึ้นไป เปลี่ยนมาใช้เป็น SuperMESH WiFi จะได้ประสบการ์ที่ดีขึ้นแน่นอน

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

SHARE