Review : Linksys MR9000X ไฮเอนด์เราเตอร์รองรับ Mesh WiFi

1917

หลังจากที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายๆ รายเริ่มปรับความเร็วในการใช้งานเน็ตบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 1 Gbps แต่กลายเป็นว่าเราเตอร์ที่ให้มาไม่รองรับ หรือใช้งานได้ไม่ครอบคลุม ทำให้เป็นโอกาสของ Linksys ที่จะนำเสนอเราเตอร์คุณภาพสูงให้ได้ใช้งานกัน

ที่ผ่านมา Linksys เริ่มนำเสนอ Mesh WiFi มา 2-3 ปีแล้ว ในรุ่นของไฮเอนด์ดีไซน์สวย และเริ่มพัฒนาให้มีคุณภาพในการใช้งานมากขึ้น อย่าง MR9000 รุ่นนี้ นอกจากจะเชื่อมต่อกับ Velop เพื่อทำ Mesh ได้แล้ว ยังสามารถแยกคลื่นเพื่อให้เกมเมอร์ใช้งานโดยเฉพาะได้

MR9000 ชูเรื่องของ Tri-Band ที่แบ่งเป็นการปล่อยสัญญาณ WiFi 5 GHz 2 ช่องสัญญาณ และ 2.4 GHz อีก 1 ช่องสัญญาณ ที่มีระบบป้องกันคลื่นรบกวน และให้ Latency ที่ต่ำด้วย จึงเหมาะกับพาวเวอร์ยูสเซอร์ที่ต้องการอินเทอร์เน็ตคุณภาพสูง

ข้อดี

  • เราเตอร์ Tri-Band รองรับ Velop Mesh WiFi
  • แยกสัญญาณ WiFi สำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะได้
  • ติดตั้งใช้งานง่านผ่านแอป Linksys
  • เลือก 3 ดีไวซ์สำคัญที่จะให้ความสำคัญในการกระจายสัญญาณ

ข้อสังเกต

  • เราเตอร์ยังรองรับแค่ WiFi 5
  • ไม่สามารถตั้งค่าขั้นสูงได้ (เลือกช่องสัญญาณ WiFi เองไม่ได้)

เราเตอร์กระจายสัญญาณคุณภาพสูง

เชื่อว่าก่อนเลือกซื้อเราเตอร์ที่มีราคาค่อนข้างสูงมักจะเกิดคำถามขึ้นว่า จะเสียเงินทำไมในเมื่อผู้ให้บริการก็มีเราเตอร์มาให้ และสามารถใช้งาน WiFi ในบ้านได้

แต่จริงๆ แล้วเราเตอร์คุณภาพสูงเหล่านี้ จะเหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการประสิทธิภาพ และคุณภาพในการใช้งานเครือข่ายไวไฟภายในบ้าน ซึ่งไม่ใช่แค่ใช้ได้ แต่ต้องคุณภาพดี ครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในบ้านด้วย

ทำให้ตลาดของเราเตอร์กระจายสัญญาณในบ้านยังได้รับการตอบรับที่ดีเสมอมา และเติบโตไปพร้อมๆ กับปริมาณผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่เพิ่มมากขึ้น

ยิ่งในเฉพาะช่วงที่เกิดการทำงานที่บ้าน (Work From Home) การที่นั่งทำงานที่บ้านแล้วสัญญาณไวไฟมีปัญหา เน็ตช้า หรือนั่งทำได้เฉพาะบางจุด ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ การหาเราเตอร์ดีๆ มาช่วยกระจายสัญญาณจะทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป

3 ย่านความถี่ ส่งข้อมูลได้สเถียรกว่า

จากจุดเด่นของ Linksys MR9000X ที่ชูเรื่องของ Tri-Band หรือ 3 ย่านความถี่ ที่มากับหน่วยประมวลผล Quad Core ช่วยให้การประมวลผล ส่งข้อมูลทำได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะการส่งต่อข้อมูลขนาดใหญ่ระดับ 4K หรือการเล่นเกมที่ต้องการความเร็วในการตอบสนอง

โดยการที่มี 3 ย่านความถี่ทำให้รองรับทั้งอุปกรณ์รุ่นเก่าที่รองรับ WiFi 4 ส่วน ย่านคลื่นความถี่ 5 GHz ที่มี 2 ช่องสัญญาณ จะใช้สำหรับการส่งข้อมูลไปยัง Mesh WiFi เพื่อช่วยให้การใช้งานครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ซึ่งความเร็วสูงสุดที่ส่งได้ภายในเครือข่ายภายในบ้านจะอยู่ที่ 3000 Mbps

ขณะเดียวกัน ด้วยการที่นำระบบ Intelligent Mesh มาช่วยในการกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมทั่วบ้าน และรองรับการเชื่อมต่อกับ Velop ทำให้ตัวเราเตอร์จะคำนวนการส่งสัญญาณที่ได้คุณภาพมากที่สุดโดยอัตโนมัติ

ที่สำคัญคือมีระบบค้นหาช่องสัญญาณที่ดีที่สุดแบบอัตโนมัติด้วย โดยเมื่อเลือกแล้วเราเตอร์จะทำการสแกนช่องสัญญาณรบกวนบริเวณบ้าน ก่อนเลือกช่องสัญญาณที่โดนรบกวนน้อยที่สุดมาใช้ ซึ่งถ้ามีการใช้งานในระบบ Mesh ก็จะมีการเลือกช่องสัญญาณที่แตกต่างกันไปด้วย

จุดสำคัญอยู่ที่แอปฯ

นอกเหนือจากประสิทธิภาพของเราเตอร์ที่ดีแล้ว การบริหารจัดการเครือข่ายภายในบ้านที่ง่าย และรวดเร็วกลายเป็นอีกจุดเด่นของ Linksys หลังจากเริ่มนำเสนอแอปพลิเคชันในการตั้งค่าต่างๆ ภายในบ้านตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อตอนที่ออก Velop มาให้ใช้งานกัน

ผู้ที่สนใจ Velop สามารถย้อนกลับไปอ่านรีวิว Review : Linksys Velop สร้างเครือข่าย Wi-Fi ที่คลุมทุกพื้นที่ในบ้าน ได้ที่ https://cyberbiz.mgronline.com/review-linksys-velop/ โดยทางทีมงานได้นำ Velop มาเชื่อมต่อกับ MR9000X เพื่อช่วยกระจายสัญญาณเพิ่มเติมด้วย

ในการติดตั้งครั้งแรก หลังจากนำเราเตอร์เชื่อมต่อกับ Eternet ผ่านสาย LAN จากโมเด็มเข้าเราเตอร์ เปิดเครื่อง ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Linksys มาติดตั้งไว้บนสมาร์ทโฟน หลังจากนั้นทำการล็อกอินเลือกเพิ่มเราเตอร์เข้าไปในระบบ ทำตามขั้นตอนต่างๆได้เลย

โดยเมื่อติดตั้งเราเตอร์หลักเสร็จ ค่อยเลือกเพิ่มจุดกระจายสัญญาณเพิ่ม เมื่อติดตั้งครบทุกจุดแล้ว แนะนำให้ใช้ความสามารถของ Intelligent Mesh ในการเลือกช่องสัญญาณอัตโนมัติ (Channel Finder) เพื่อให้การเชื่อมต่อได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด

ภายในแอปฯ ยังเลือกตั้งดีไวซ์ที่จะให้ความสำคัญในการเชื่อมต่อมากที่สุด (Device Prioritization) เลือกตั้งจำกัดการเข้าถึงเฉพาะช่วงเวลาที่กำหนด (Parental Controls) รวมถึงแยกสัญญาณ WiFi ออกมาให้แขกที่มาบ้านใช้งาน (Guest Access) ซึ่งจะช่วยในเรื่องความปลอดภัยที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญภายในบ้านได้

ข้อดีอีกหนึ่งอย่างคือ Mesh WiFi ของ Linksys จะไม่มีการแยกคลื่น 2.4GHz หรือ 5GHz ให้เชื่อมต่อ แต่ใช้เป็นชื่อเดียวกันเชื่อมต่อได้ทั้งบ้าน ทำให้ไม่ต้องมาคอยเปลี่ยนช่องสัญญาณที่ใช้งาน เพราะสมาร์ทโฟนจะเลือกสัญญาณ WiFi ที่ดีที่สุดอัตโนมัติอยู่แล้ว

ทดสอบประสิทธิภาพ

หลังจากที่ทีมงานได้ทดลองติดตั้ง Linksys MR9000X ไว้ในห้องทำงานบริเวณชั้น 2 ของบ้าน และนำ Velop อีก 1 คู่ มาติดตั้งเพื่อใช้งานในชั้น 1 และ ชั้น 3 อย่างแรกที่เกิดขึ้นคือ ไม่มีพื้นที่ที่เป็นจุดบอดของสัญญาณ WiFi ภายในบ้านอีกต่อไป

โดยบริเวณชั้น 2 ที่ MR9000X กระจายสัญญาณ จะเป็นชั้นที่ทำความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้สูงที่สุด ส่วนชั้น 1 และ ชั้น 3 เมื่อเป็นการเชื่อมต่อผ่าน Mesh ทำให้ความเร็วในการใช้งานจะอยู่ที่ราว 200 – 250 Mbps เนื่องจากเป็นการกระจายสัญญาณผ่าน Velop

ประโยชน์ของการเพิ่มจุดที่ 2 และ 3 เข้ามาก็คือช่วยให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับอุปกรณ์ที่ต้องการความเสถียรอย่างชั้น 1 เชื่อมเข้ากับเครื่องเล่นเกม Playstation 4 และกล่องอินเทอร์เน็ตทีวี ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อจาก LAN ของ Velop เข้าไปจะทำความเร็วได้ระดับ 600 Mbps

เช่นเดียวกับชั้น 3 ที่ติดตั้งกล่องควบคุมกล้องวงจรปิด และมีสมาร์ททีวี ก็สามารถใช้สาย LAN จาก Velop เชื่อมต่อเข้าไปเพื่อช่วยให้คุณภาพดีที่สุดเช่นกัน ส่วนอุปกรณ์พกพาต่างๆ การใช้งานบนความเร็วอินเทอร์เน็ตระดับ 200 Mbps ต่ออุปกรณ์ก็ถือว่าเพียงพออยู่แล้ว

สรุป

การที่จะตัดสินใจเลือกซื้อเราเตอร์กระจายสัญญาณ WiFi ภายในบ้าน ถือเป็นเรื่องที่ตัดสินใจค่อนข้างยากจากการที่มีเราเตอร์ที่ทางผู้ให้บริการแถมมาให้อยู่แล้ว แต่ถ้าใช้แล้วมีปัญหาสัญญาณไม่ครอบคลุม อินเทอร์เน็ตช้า ไม่ได้ความเร็วตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นปัญหาหลักๆ ที่พบเจอในการใช้งานเน็ตบ้าน

การเลือกซื้อเราเตอร์กระจายสัญญาณคุณภาพดีมาใช้งานจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ในตัว ซึ่งถ้ามองว่าเป็นการลงทุนเพื่อให้ใช้งาน WiFi ได้คุณภาพ และประสิทธิภาพดีขึ้น โดยเฉพาะในบ้านที่มีจำนวนดีไวซ์เยอะ และมีแนวโน้มที่จะติดตั้งอุปกรณ์ IoT เพิ่มเติม Linksys จะช่วยเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้

ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายของ Linksys MR9000X เปิดตัวอยู่ที่ 7,990 บาท ส่วนถ้าต้องการ Mesh WiFi Velop มาช่วยเรื่องความครอบคลุม สามารถซื้อ Linksys Velop AC4400 เพิ่มได้ ในราคา 8,990 บาท

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น