Review : Samsung Galaxy S10 Lite กับแฟลกชิป Snapdragon ที่รอคอย

10805

ปีนี้ Samsung ถือว่ามาแรงในตลาดสมาร์ทโฟน ครอบคลุมทุกช่วงระดับราคาจริงๆ หลังจากเปิดตัว A51 / A71 ที่เข้ามาจับตลาดสมาร์ทโฟนราคาหมื่นต้นๆแล้ว

ยังมีคู่หู Samsung Galaxy S10 Lite และ Galaxy Note 10 Lite ตามออกมาด้วย โดยทั้ง 2 รุ่น ก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป วันนี้เริ่มกันจากรีวิว Samsung Galaxy S10 Lite กันก่อน ในราคา 18,900 บาท

จุดเด่นของ Galaxy S10 Lite หลักๆ เลยคือเรื่องของขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว และกล้องถ่ายภาพความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่มากับระบบกันสั่นแบบใหม่ Super Steady OIS ทำให้การถ่ายภาพวิดีโอทำได้นิ่งมากขึ้น

ข้อดี

  • สมาร์ทโฟนสเปกเรือธงราคา 18,900 บาท
  • กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่นพิเศษ
  • แบตเตอรี 4,500 mAh รองรับชาร์จเร็ว 45W

ข้อสังเกต

  • ไม่กันน้ำ กันฝุ่น
  • ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • การถ่ายภาพในที่แสงน้อยยังสู้ S10 ไม่ได้

ถึงเป็นรุ่น Lite แต่คุ้มค่าไม่ต่างจากรุ่นพี่

เชื่อว่าหลายๆ คนพอเห็นมีชื่อห้อยท้าย Galaxy S10 ว่า Lite อาจจะทำให้มองว่าเครื่องรุ่นนี้ประสิทธิภาพจะไม่ดี หรือใช้งานได้ไม่เทียบเท่ากับรุ่นเรือธงอย่าง Galaxy S10 หรือ S10+ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย

Samsung Galaxy S10 Lite นั้นถือเป็นรุ่นที่ซัมซุงทำการบ้านมาดี ด้วยการเลือกใช้หน่วยประมวลผลรุ่นที่เป็นแฟลกชิป มาเสริมด้วยการปรับดีไซน์กล้องเป็นแบบใหม่ที่ใช้แบบเดียวกับบน S20 พร้อมกับเปลี่ยนสเปกกล้องให้ละเอียดขึ้น

ส่วนที่แตกต่างจาก S10 และ S10+ จริงๆ จะเป็นเรื่องของหน้าจอที่ไม่ได้ใช้จอโค้งแล้ว กับการเปลี่ยนชุดกล้องหลังที่เป็นเลนส์เสริมให้เพียงพอกับการใช้งานทั่วๆ ไป รวมถึงการตัดเรื่องของกันน้ำกันฝุ่นออกไป

รวมถึงฟีเจอร์ปลีกย่อยที่ใส่มาข้างในอย่างการตัด Samsung DeX ออกไป ตัดระบบชาร์ตไร้สาย แต่ก็เพิ่มการรองรับชาร์จเร็วมาให้ถึง 45W และยังคงระบบสแกนลายนิ้วมือใต้จอไว้ให้ใช้งานกัน

แฟลกชิป Snapdragon รุ่นแรกในตลาดไทย

การวางตำแหน่งของ Galaxy S10 Lite จึงกลายเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงราคาประหยัด ที่ซัมซุง นำออกมาชนกับสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนรุ่นแฟลกชิปในรุ่นระดับราคาใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้ S10 Lite ยังกลายเป็นแฟลกชิปสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของซัมซุง ที่ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 เข้ามาใช้ จากเดิมที่ซัมซุงจะเลือกนำซีพียู Exynos มาทำตลาดในประเทศไทย

กลับมาที่ดีไซน์ของตัวเครื่อง S10 Lite ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ปรับดีไซน์ใหม่ที่ซัมซุงเริ่มใช้งานในปี 2020 นี้ โดยจะเห็นได้จากการวางจำแหน่งของกล้องหลังกับแฟลชที่ออกมาในลักษณะของสี่เหลี่ยม เช่นเดียวกับ A51 A71 และ Note 10 Lite

ตัวเครื่องมีให้เลือกด้วยกัน 3 สีคือ ดำ Prism Black, ขาว Prism White และ น้ำเงิน Prism Blue โดยขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 162.5 x 75.6 x 8.1 มิลลิเมตร น้ำหนัก 186 กรัม

ในส่วนของหน้าจอยังคงใช้จอ Super AMOLED Plus เช่นเดิม เพียงแต่ว่าไม่ได้ใช้จอโค้งแล้ว ทำให้เป็นทางเลือกของผู้ที่ไม่ชอบจอโค้งเพราะตกแตกง่ายได้หันมาเลือกใช้ด้วย ขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2400 x 1080 พิกเซล)

หน้าจอใช้การเจาะรูเพื่อฝังกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลเข้าไป ที่ทางซัมซุงเรียกว่าเป็นจอแบบ Infinity O โดยภายใต้จอมีการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ให้ใช้งานกันด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้การปลดล็อกด้วยใบหน้า หรือลายนิ้วมือก็ได้

รอบๆ ตัวเครื่องจะมีปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ทางขวา พร้อมปุ่มเรียกใช้งาน Bixby (สามารถตั้งกลับเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่องได้) ทางซ้ายจะมีช่องใส่ถาดซิมที่ใส่ได้ 2 ซิมพร้อมกัน และไมโครเอสดีการ์ด

ส่วนขอบบนจะมีไมโครโฟนไว้ช่วยตัดเสียงรบกวนกับเสารับสัญญาณโทรศัพท์ เช่นเดียวกับด้านล่างที่มีไมโครโฟน ลำโพง และพอร์ต USB-C โดยไม่มีช่องเสียบหูฟังมาให้ใช้งาน

ด้านหลังตัวเครื่องจะเป็นที่อยู่ของกล้อง 3 เลนส์ และไฟแฟลช ประกอบไปด้วยเลนส์หลัก 48 ล้านพิกเซล f/2.0 ที่มีการนำโหมด Super Steady OIS ที่ใช้กลไกในการควบคุมกล้องเพิ่มเข้ามาทำให้กันสั่นได้มากขึ้น ตามด้วยเลนส์มาโคร 5 ล้านพิกเซล f/2.4 และเลนส์มุมกว้าง 12 ล้านพิกเซล f/2.2

ภายในให้แบตเตอรีมาขนาด 4,500 mAh และที่พิเศษคือการใส่ระบบชาร์จเร็ว 45W มาให้ใช้งาน ทั้งๆที่ Galaxy S10 รองรับชาร์จเร็วแค่ 15W เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามอะเดปเตอร์ที่ซัมซุงแถมมาให้ในกล่องจะเป็นแบบชาร์จเร็ว 25W เท่านั้น ถ้าต้องการชาร์จเร็วแบบเต็มประสิทธิภาพอาจจะต้องหาอะเดปเตอร์ที่รองรับมาใช้งานแทน

สเปก

กลับมาที่สเปกของ Samsung Galaxy S10 Lite ที่ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 855 ที่เป็น Octa Core 2.8 GHz 2.4 GHz / 1.7 GHz มาให้ใช้งาน คู่กับ RAM 8 GB ROM 128 ซึ่งถือว่าเพียงพอกับการใช้งานทั่วๆไปอยู่แล้ว

ด้านการเชื่อมต่อรองรับ 3G/4G ตามที่ให้บริการในประเทศไทย พร้อมกับ WiFi 5 (802.11ac) บลูทูธ 5.0 มี NFC มาให้ใช้งาน โดยทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 10 และ One UI 2.0 มาตั้งแต่แกะกล่อง

เน้นที่กล้องถ่ายวิดีโอ

จุดเด่นของ S10 Lite นอกเหนือจากสเปกการใช้งาน ที่สามารถใช้งานหนักๆ เล่นเกมได้สบายๆ แล้ว ก็จะมีในเรื่องของกล้องที่ซัมซุงชูว่าเป็น Pro Grade Camera เพิ่มเข้ามา จากกล้องความละเอียด 48 ล้านพิกเซล

โดยในการใช้งานถ้าเป็นการถ่ายภาพในสภาพแสงปกติ ต้องยอมรับว่า S10 Lite เก็บรายละเอียดของภาพได้ครบถ้วน แต่พอเป็นการถ่ายภาพในที่แสงน้อย เนื่องจากเป็น f/2.0 ทำให้เก็บแสงได้ไม่ดีเท่ากับรุ่นพี่อย่าง S10 แน่นอน

ทำให้ถ้าต้องการนำไปถ่ายภาพในสภาพแสงทั่วไป S10 Lite สามารถตอบโจทย์ได้แน่นอน รวมถึงการถ่ายวิดีโอในโหมด Super Steady ที่นิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และช่วยทำให้การถ่ายวิดีโอสนุกขึ้นด้วย

ทดสอบประสิทธิภาพ

ในแง่ของการใช้งานแบตเตอรีของ S10 Lite ถือว่าทำออกมาได้น่าพอใจ ด้วยการทดสอบจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องเกือบ 11 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าใช้งานในแต่ละวันถือว่าเพียงพออยู่แล้ว หรือถ้าแบตใกล้จะหมดก็เสียบชาร์จเปปเดียว ก็ใช้งานได้ต่อยาวๆ

ส่วนเรื่องของการประมวลผลต่างๆ ลองดูได้จากคะแนนทดสอบเหล่านี้ครับ

สรุป

Samsung Galaxy S10 Lite จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนสเปกเรือธงราคาประหยัดอย่างแท้จริง เพราะด้วยการที่เปิดราคามา 18,900 บาท แต่ให้ซีพียูรุ่นท็อป อัด RAM ROM และกล้อง 48 ล้านพิกเซลมาให้ใช้งานถือว่าคุ้มค่ามาก

แต่ถ้าใครที่ไม่ได้มีข้อจำกัดในแง่ของงบประมาณการข้ามไปมอง Samsung Galaxy S20 ย่อมดีกว่าแน่นอนอยู่แล้ว หรือถ้าต้องการใช้งานคู่กับปากกา S-Pen ก็มีตัวเลือกอย่าง Note 10 Lite ให้ใช้งาน แต่ถ้าไม่ได้มีความจำเป็น S10 Lite ก็ตอบโจทย์การใช้งานได้หมดแล้ว

Gallery

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น